จงฮิวและโจฮิวถูกมัดร่างเอาไว้ มันทั้งคู่นอนกองอยู่บนพื้นที่เจิงนองไปด้วยน้ำเย็น สติจึงค่อยคลี่คลายขึ้นจากอาการเมามาย เมื่อเริ่มสร่าง สายตาก็สะท้อนเกราะเหล็กที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า พวกม้าเม้งนั่นเอง
อาการตื่นตระหนกเหมือนดั่งคนฝันร้ายมิยอมตื่นเกิดขึ้นแก่พวกมัน ความหลงผืดไว้เนื้อเชื่อใจเป็เหตุ ความประมาทเป็หลุมบ่อแห่งความฉิบหายครั้งนี้
"เ้าสองคนมีอะไรจะพูดหรือไม่" ม้าเท้งตะคอกเสียงใส่
โจฮิวสะดุ้งหวาดกลัว ด้วยมันไม่เคยต้องตกเป็เชลยของศัตรูถูกมัดเป็หมูหน้าไฟดังเช่นบัดนี้ โจฮิวขยับเอ่ยร้องขอชีวิตอย่างเด็กอ้อนขอสิ่งของ จงฮิวมิได้พูดสิ่งใด ติดปลงตกอยู่ในใจ ด้วยมิเคยมีใครรอดพ้นไปเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของทัพเสเหลียง
"พวกเ้าสองคนอุตส่าห์หนีรอดจากเตียงฮันมาได้ ยังทำประมาทดื่มสุราจนเมามายไร้สติทั้งที่กองทัพศัตรูอยู่เพียงนอกกำแพงเมือง โจโฉมีกุญซืออย่างเ้าอย่างไรก็ต้องพินาศไปสักวัน ซ้ำยิ่งมีหลานเช่นเ้าอีกย่อมมิแคล้วต้องสิ้นตระกูล" ม้าเท้งดุด่าดั่งกำลังสั่งสอนฉะนั้น
"เอายังไงกับมันดีขอรับ" ม้าต้ายถามขึ้น
"ฆ่าทิ้งเสียเถอะท่านพ่อ ข้ารับอาสาบั่นคอพวกมันเอง" ม้าเฉียวว่าขึ้น โจฮิวได้ยินถึงกับสะดุ้งสุดตัว น้ำตาพร่าเอ่อขึ้น คลานตัวมาชิดอยู่กับม้าเท้ง ปากก็ร้องขอชีวิตอยู่มิขาดคำ
เฉินกงอิงเห็นว่าสองคนนี้ยังพอมีประโยชน์ต่อไปในภายหน้าจึงกล่าวทัดทานเอาไว้เสียก่อน ม้าเท้งก็เห็นด้วยดังนั้น จึงสั่งให้ทหารจับจงฮิวและโจฮิวใส่กรงขังเอาไว้ก่อน แล้วสั่งพักทัพอยู่ที่นครลกเอี๋ยง ให้ม้าเฉียวและม้าต้ายตรวจพล ให้เฉินกงอิงลงไปช่วยบังเต๊กจัดการกับพวกทหารเชลย ส่วนจูล่งนั้นม้าเท้งเข้าคุยถึงเหตุการณ์ทางฝั่งเล่าปี่โดยละเอียด
ฝ่ายโจโฉเมื่อมาถึงหน้าเมืองฮูโต๋แล้วก็สั่งตั้งค่ายขึ้นที่ปากทางคร่อมถนนไว้ ปิดกั้นมิให้ฝ่ายฮ่องเต้มีช่องหลบหนี ครั้นแล้วก็สั่งให้โจหยินนำทัพเข้าตีโดยทันที โจหยินใช้ทหารพังประตูปีนกำแพงเมืองอยู่สองวันสองคืนยังมิทันจะสำเร็จ พวกกวนอูก็เข้าปล้นค่ายบุกเผาเสบียงเสียหายไปส่วนหนึ่ง พวกโจหยินเห็นอันตรายก็ถอยทัพกลับมา โจโฉโกรธหนักจนอาการป่วยทรุดลงไปอีก
ในกองทัพปั่นป่วน กองทหารร้อยหมื่นเหมือนผึ้งไร้นางพญา ต่างพากันหวาดวิตกจนจิตใจอยู่ไม่เป็สุข
โจหยินสั่งการปิดค่ายแ่า จัดเวรยามมิได้ขาดโดยเฉพาะแหล่งเก็บเสบียง
"ท่านโจโฉ อาการเป็อย่างไรบ้างขอรับ" โจหยินเมื่อจัดการงานเสร็จก็รีบเร่งมาหาโดยทันที
"ตัวข้าไม่เป็ไร ยามนี้พวกเราคับขัน จำเป็ต้องตีเมืองเอาให้จงได้ มิฉะนั้นพวกเราจะเสียดินแดนภาคกลาง ต่อไปคิดจะบุกอีกคงจะไม่ง่าย" โจโฉว่าแก่แม่ทัพโจหยิน
"ข้าเข้าใจขอรับ"
"พรุ่งนี้เ้าจงเร่งไปตีเมือง อย่าได้ใส่ใจเื่อื่น ถึงจะมีใครบุกค่ายก็จงตั้งหน้าตั้งตาตีเมืองต่อไป" หลังจากพูดเสร็จโจโฉก็โบกมือให้โจหยินออกไป มันล้มตัวลงนอนอย่างยากเย็น อาการปวดหัวร้าวลงไปทั้งตัวทั้งกระดูก ดังว่าจะแตกออกมาเป็เสี่ยงๆ
โจหยินเป็ห่วงสถานการณ์เป็อย่างยิ่ง ทั้งยังหวาดหวั่นอยู่ในใจ หากตนตีเมืองไม่ได้ กองทัพก็จะยิ่งอันตรายใหญ่ เดิมทีนั้นยกออกไปเพราะโจโฉคิดล้างผลาญเล่าปี่ ทั้งพวกหัวเมืองเกงจิ๋วก็ประกาศยอมแพ้ ทุกอย่างเกือบจะสำเร็จเสร็จสิ้น กลับต้องกลายเป็ฝ่ายเพลี้ยงพล้ำคับขัน ทั้งหมดก็เพราะซุนฮกเพียงคนเดียว
พรุ่งนี้อย่างไรเสียจำต้องเอาทัพใหญ่โหมบุกเอาเมืองมาให้จงได้ แลทั้งซุนฮกและฮ่องเต้ จะมัดคอลากมาถวายแก่มหาอุปราชโจโฉ ให้ลงโทษอย่างสาสมกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป
รุ่งเช้าตะวันยังมิทันขึ้น กองทัพกว่าห้าสิบหมื่นนำโดยโจหยิน รุกเข้าประชิดกำแพงเมือง ท่าทีมิได้มีความเมตตาแต่อย่างใด มันสั่งให้บุกเข้าเสียทันที คำสั่งเดียวคือยึดเมืองคืนมาให้ได้
ฝ่ายซุนฮกนำทหารขึ้นกำแพง ทั้งจุดไฟ ราดน้ำมันเดือด พวกทหารฝ่ายโจหยินเมื่อโดยเข้าก็ทุรนทุราย บ้างกำลังไต่บันไดขึ้นก็ถูกก้อนหินทุ่มลงมาตกตายเป็ว่าเล่น
โจหยินใช่จะพึ่งเคยออกศึกครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ มันเองรู้ดี เมืองฮูโต๋ป้องกันง่าย แต่บุกเข้าไปนั้นแสนลำบาก การป้องกันใช้คนน้อยได้ แต่การบุกอย่างไรก็จำเป็ต้องเสียคนเยอะ แถมพวกทหารส่วนใหญ่ก็เป็ชาวเมืองฮูโต๋นั่นเอง
พวกทหารโหมบุกอยู่ค่อนวันก็ยังตีเอาเมืองมิได้ รถศึกและเครื่องกระทุ้งเสียหายไปหลายคัน หน้าเมืองเกลื่อนไปด้วยกองซากศพ สายน้ำตาอาบไหลเขลอะบนแก้มปนเปื้อนไปกับเืที่ไหลนอง
ลายลมพลิ้วทำให้ผืนธงสะบัด พวกทหารทั้งสองฝ่ายหยุดรบกันกะทันหันเมื่อแลเห็นธงจักรพรรดิ
"ฮ่องเต้เสด็จ"
เสียงะโก้องไปทั่วเขตสู้รบ ฝ่ายโจหยินแลเห็นบุรุษในชุดั เขามิได้เกรงกลัวชายผู้นี้แต่อย่างใด ครั้งหนึ่งมันเคยชักกระบี่จ่อที่คอหอยเขาเสียด้วยซ้ำ พาลคิดในใจแต่เพียงว่า ครั้งนั้นผิดพลาดไปที่มิได้ลงมือแทงไปที่คอหอยนั้น จึงก่อให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้น
"เ้าโจรโจหยิน บังอาจบุกมาเข่นฆ่าถึงหน้าเมืองเช่นนี้ เ้าคิดจะเป็ฏหรืออย่างไร" น้ำเสียงนุ่มลึกนี้ ฟังดูเป็น้ำเสียงของผู้มีจิตเมตตา แต่หางเสียงกลับแฝงนัยฆ่าฟันเอาไว้อย่างน่ากลัว
มันหัวเราะดังขึ้น "ฮ่องเต้ ท่านอุปราชชุบเลี้ยงเ้ามา กลับเนรคุณยึดเมืองไป ข้าก็แค่มาทวงเมืองคืน จะหาว่าเป็ฏได้ยังไง" แววตาเย้ยหยัน มันไม่เคยให้ความนอบน้อมต่อชุดัเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"บังอาจ ข้าเป็ฮ่องเต้ โจโฉเป็ข้าราชการอยู่ใต้อาญาข้า แผ่นดินนี้เป็ของฮั่น จะหาว่าเมืองนี้เป็ของโจโฉได้ยังไง" เสียงตวาดดังขึ้น โจหยินได้ยินก็มิได้ว่ากระไร นั่นมิใช่เกรงกลัว แเพียงแต่ฮ่องเต้นั้นมิได้อยู่ในสายตาของเขาเลยสักครั้งเดียว สำหรับโจหยินบุรุษผู้ปราบเหนือตีใต้มาั้แ่เล็ก ฮ่องเต้เป็แค่เพียงมดแมลงไร้คุณค่าแก่การเหลือบมองเท่านั้นเอง สิ่งเดียวที่เขาครั่นคร้าวในเมืองฮูโต๋ตอนนี้ก็คือซุนฮก
ซุนฮกแต่ผู้เดียว
"ทหารทั้งหลาย" ซุนฮกป่าวประกาศขึ้น "พวกท่านเป็ชาวฮั่น ญาติพี่น้องพวกท่านก็เป็ชาวฮั่น เบื้องหน้านี้คือองค์ฮ่องเต้แห่งราชวงค์ฮั่น ควรหรือที่จะหันดาบเข้าหาพระองค์ ควรหรือที่จะเนรคุณแผ่นดิน ครอบครัวของพวกท่านก็อยู่ในเมืองนี้ กำลังรอให้พวกท่านกลับมาอย่างปลอดภัย หลังกำแพงนี้ลูกของท่านกำลังร้องไห้อยู่ มิคิดสงสารบ้างหรือ"
ฝ่ายทหารโจหยินเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็น้ำตาคลอออกมา อันที่จริงไม่มีใครอยากบุกเมืองตัวเอง ทหารส่วนใหญ่เป็ชาวเมืองฮูโต๋และละแวกใกล้เคียงทั้งนั้น ญาติพี่น้องก็กระจายอยู่ในเมือง คนที่ถูกฆ่าคนที่เข่นฆ่าไป บ้างก็เคยเห็นหน้า บ้างก็เคยร่วมวงสุรากัน มีบ้างที่เป็แซ่วงค์เดียวกัน
"หากแม้พวกท่านวางดาบลงยอมแพ้เสีย องค์ฮ่องเต้ทรงมีพระเมตตาให้กลับเข้ามาหาครอบครัวอีกครั้ง แลมิถือเอาความผิดอันใดอีก"
ซุนฮกนั้นเป็ผู้เลิศด้วยสติปัญญาโดยแท้จริง การมีเขาเป็ศัตรูมิใช่เื่น่าอภิรมย์เสียเลย
โจหยินตระหนักรู้ดี
โจหยินเห็นพวกทหารอ่อนกำลังใจลงจากคำพูดของซุนฮก บ้างถอดหมวกออก บ้างวางดาบลง ทหารกว่าครึ่งล้วนถอดใจยอมแพ้เสียแล้ว
พวกเ้า ใครคิดยอมแพ้ ตาย!!
โจหยินสั่งลั่นกลองศึกอีกครั้ง พวกทหารบางคนถอยออกมามิได้คิดเข้าสู้ โจหยินใช้ทวนยาวแทงทะลุเสียบอกแล้วยกขึ้นสูง "ผู้ใดคิดยอมแพ้อีก ฆ่าไม่เว้น"
เสียงฮือบุกเข้าอีกครั้งด้วยความจำใจ บุกก็ไปลุ้นเอาความตายข้างหน้า แต่หากไม่บุกก็ถูกฆ่าตายเสียตอนนี้ พวกทหารแท้จริงอึดอัดฝืนใจยิ่งนัก
ซุนฮกเห็นฝ่ายศัตรูโหมบุกอีกครั้ง กำแพงเมืองเริ่มสั่นคลอน ไม้ค้ำยันข้างหลังก็เริ่มถูกกระแทกจวนจะเอาไม่อยู่
"ขอพระองค์เสร็จก่อน ที่นี่ให้พวกกระหม่อมจัดการ..." ฮ่องเต้ส่ายศีรษะ เขาเองก็้าดูจุดสิ้นสุดเช่นเดียวกัน
"ต้านเอาไว้ ซุนฮิว เ้าพาทหารหนึ่งหมื่นเตรียมพร้อมที่หน้าประตู" ซุนฮิวรับคำสั่ง ในตอนนี้เขาเองไม่มีความมั่นใจ ว่าจะยันไว้ได้อีกนานแค่ไหน
ประตูเมืองปริแตกออกจากแรงกระทุ้ง เศษไม้ปลิวว่อนตามจังหวะกระแทก เสียงดังโครมๆ ะเืไปถึงเขตกำแพง ซุนฮกจิตใจสั่นไหว ซุนฮิวพร้อมแล้วสำหรับความตายที่กำลังจะเคลื่อนที่เข้ามา
ไม่มีที่ให้ถอยไปไหนได้อีกแล้ว การต้านทานมาถึงจุดสิ้นสุด อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าหากมีแรงกระแทกหนักๆ กระทุ้งเข้ามา ทุกอย่างจะพังครืนลงมา พร้อมกับห่ามนุษย์ฝูงใหญ่ที่จะพุ่งเข้ามาเด็ดชีวิตของพวกเขาไป
"ถึงที่สุดแล้วพระองค์" ซุนฮกว่าอย่างทอดถอน มันเป็การเอ่ยยอมแพ้อย่างมิอาจจะยอมรับ แผนการมิอาจจะสู้จำนวน แผนที่อุตส่าห์อดทนทำมาตลอดหลายปี ที่ยอมก้มหัวเป็มือเท้าให้โจโฉ ทั้งที่เป็อย่างนั้นก็ไม่อาจจะเอาชนะได้
"ซุนฮกเ้าดูนั่น" ฮ่องเต้ชี้มือไปทางค่ายของโจโฉ
ควันไฟลอยคลุ้งขึ้นเหนือฟากฟ้า มันอวลใหญ่สูงลิ่ว คล้ายัสละพื้นพุ่งขึ้นสู่เวหา ไฟไหม้ที่ค่ายใหญ่ของพวกมัน ใครบางคนกำลังลอบตี ณ ที่นั่น
รายงาน!!
นายทหารวิ่งขึ้นมาบนเชิงกำแพง
"ว่าไปเร็ว" ซุนฮกเร่งให้เขารายงานสถานการณ์
"ตอนนี้ กวนอู เตียวหุย เล่ากี๋ บุกเผาค่ายใหญ่โจโฉแล้วขอรับ"
"ดีมาก ไปสืบต่อ" ซุนฮกใจชื้อขึ้นมา ดูเหมือนพวกโจหยินเองก็จะรู้เื่นี้แล้วเช่นกัน
ก่อนจะออกรบตีเมืองครั้งนี้ โจโฉสั่งหนักแน่นเด็ดขาด เป็ตายอย่างไรก็ต้องตีเมืองให้แตกให้จงได้ เหตุการณ์ในค่ายนั้นจะเกิดสิ่งใดขึ้นถึงตายก็ห้ามถอยหลังกลับไปช่วยไม่ได้
"พวกเ้า บุกต่อไป ใครหันหลังกลับมาฆ่าให้หมด" เสียงกลองประหวั่นลั่นดัง โจหยินควบม้าพาทหารทั้งหมดรุกขึ้นโหมใส่อีกระลอก มันออกแนวหน้าจดจ่ออยู่หน้าประตูเมือง
มันจะตายก่อนหรือเมืองจะแตกก่อน
หรือโจโฉจะสิ้นก่อนกันแน่
ฟางเส้นสุดท้ายนี้จะขาดลงที่ใคร