(จบ)ท่านอาหยุดตามใจข้าเสียที

    บทที่ 49 เจ้ามายั่วยุข้า

    บทที่ 49 เจ้ามายั่วยุข้า


    หลังฟ้าดินพลิกตลบไประลอกหนึ่ง อวิ๋นอินอินกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่คาดไว้ นางยื่นมือออกไปลองลูบสำรวจดู แต่กลับลูบไปถูกผิวเนื้อที่นุ่มลื่นและยืดหยุ่นโดยบังเอิญ เด็กสาวลืมตาขึ้นอย่างงุนงง ในยามที่พบว่าตนเองทับอยู่บนร่างของเสด็จอาผู้หล่อเหลาในท่วงท่าที่ไม่สง่างาม อีกทั้งมือของตนยังลูบอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างหน้าไม่อายยิ่ง


    อวิ๋นอินอินกะพริบตาดวงโตปริบ ๆ ทั้งเขินอาย ทั้งลนลาน ทั้งประหม่า


    ในยามที่กำลังจะลุกขึ้น นางก็คิดอีกว่า จะเสนอตัวหน่อยดีไหม? ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง อวิ๋นอินอินก็ร่างกายสั่นสะท้าน หน้าแดงพร้อมหลับตาลง


    เซวียนเหยียนฟู่โอบเอวบางที่สามารถโอบไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของสาวน้อย มองดูใบหน้าที่งดงามเย้ายวนปรากฏรอยแดงระเรื่อที่แสนน่ารัก ตัวเขาที่ยามปกติสงบนิ่งมาตลอด ยามนี้จิตใจปั่นป่วนอย่างไม่อาจควบคุม ฝ่ามือใหญ่ประคองหลังศีรษะของอวิ๋นอินอินเบา ๆ โค้งมุมปากบาง และตบเบา ๆ สองครั้ง


    “ยังไม่ลุกขึ้นอีก? บนร่างของข้าสบายมากหรืออย่างไร?”


    “หือ?” อวิ๋นอินอินลืมตาขึ้น ตะลึงไปครู่หนึ่ง รีบปีนลงมาจากร่างของเซวียนเหยียนฟู่ด้วยมือเท้าที่ปั่นป่วน กล่าวขอโทษอย่างอับอาย “ขอประทานอภัยด้วยเพคะเสด็จอา ขอทรงอภัยด้วยเพคะเสด็จอา…”


    ลึกลงไปในดวงตาของเซวียนเหยียนฟู่มีรอยยิ้ม เขาลุกยืนขึ้น


    “ยังไม่มานั่งอีก?”


    อวิ๋นอินอินที่ก้มหน้างุดได้ยินดังนั้นก็เงยหน้า พบว่าเซวียนเหยียนฟู่ได้ไปนั่งที่หน้าโต๊ะตำราแล้ว ส่วนเบื้องหน้าของเขา ไม่รู้ว่ามีเก้าอี้มาวางเพิ่มตั้งแต่เมื่อไร นี่หมายความว่าอย่างไร? ที่เสด็จอาเรียกข้ามา ไม่ได้หมายความแบบนั้นหรือ? หรือว่าข้าเข้าใจผิดไป?


    เห็นสาวน้อยยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ เซวียนเหยียนฟู่ก็ยื่นมือออกไปเคาะเบา ๆ ที่ตำแหน่งเบื้องหน้า อวิ๋นอินอินจึงได้มั่นใจว่า ตนเข้าใจผิดครั้งใหญ่ไปแล้วจริง ๆ


    แหงสิ เสด็จอาเป็นผู้ชายชั้นเลิศขนาดนี้ นอกจากตาบอดถึงจะถูกตาตนที่เป็นต้นอ่อนถั่วงอกได้


    หากแต่ตาของเขาไม่เพียงไม่บอด ทั้งยังสว่างไสวอย่างยิ่งอีกต่างหาก


    อวิ๋นอินอินที่โล่งใจรีบวิ่งไปนั่งลงอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีหน้าไปเผชิญกับเสด็จอาที่มีจิตใจเปิดเผยเที่ยงตรงอยู่บ้าง แต่นางยังอดเงยหน้าขึ้นหัวเราะอย่างโง่งมไม่ได้


    ดีจริง เสด็จอายังคงเป็นเสด็จอา! เรื่องไร้สาระพรรค์นั้นเสด็จอาจะไปทำได้อย่างไร


    “เป็นอะไรไป?”


    “ไม่เป็นไรเพคะ เพียงแต่ข้ารู้สึกว่าเสด็จอาทรงมีรูปโฉมที่น่ามองจริง ๆ ทั้งยังเป็นบุรุษที่หล่อเหลาที่สุดที่ข้าเห็นมาในสิบกว่าปีนี้ อีกทั้งท่านยังช่วยชีวิตข้า ช่วยเหลือข้า และยังให้ข้ามาอาศัยอยู่ในตำหนักเซ่อเจิ้งหวางแห่งนี้อีก เสด็จอา ท่านดีเหลือเกิน! นอกจากเสด็จแม่แล้ว ท่านทรงเป็นผู้ที่ดีกับข้าที่สุดในโลกเลยเพคะ!”


    ทั่วทั้งใบหน้าสาวน้อยเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณและเชื่อใจ ราวกับว่าคนที่ก่อนหน้านี้คิดว่าเขาเป็นฆาตกรโรคจิตนั้นไม่ใช่ตัวนาง อวิ๋นอินอินก็ไม่ปาน


    แววตาของเซวียนสั่นไหวเบา ๆ แม้ในใจจะรู้สึกสั่นสะท้าน ทว่ายังคงต้องรักษาสีหน้ามิให้อารมณ์เล็ดลอดออกไปแม้เพียงครึ่งส่วน


    เพียงแต่น้ำเสียงที่แข็งกระด้างเย็นชาไร้เยื่อใยจนเคยชินของเขา ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด เมื่อเห็นสาวน้อยผู้นี้มันมักอ่อนโยนลงมานานแล้ว


    “เจ้ารู้จักตัวอักษรหรือไม่? คืนนี้อ่านตำราเล่มที่อยู่เบื้องหน้าของเจ้าให้หมด”


    “อะไรนะ?” อวิ๋นอินอินก้มหน้า เห็นว่าเบื้องหน้าของตนมีตำราที่หนายิ่งกว่าพจนานุกรมซินหวาเสียอีก นางอดอุทานออกมาอย่างตกใจไม่ได้ว่า “อ่านหมดในคืนเดียว? นี่ก็หนาเกินไปแล้วนะเพคะ!”


    ใบหน้าน้อย ๆ บูดบึ้ง วางคางลงบนตำรา กล่าวตาละห้อยว่า “เสด็จอา… ดูเพียงครึ่งหนึ่งไม่ได้หรือเพคะ”


    ในดวงตาของเซวียนเหยียนฟู่มีประกายขบขันวาบผ่าน ภายใต้สายตาขอร้องวิงวอนของสาวน้อย เขาโยนตำราอีกเล่มหนึ่งข้ามไป และกล่าวอย่างไร้เยื่อใยว่า “อ่านสองเล่ม หากไม่ได้อีก ข้าจะเพิ่มให้เจ้าอีกหนึ่งเล่ม”


    อวิ๋นอินอินเบิกตากว้าง ไม่กล้าเชื่อสายตา บนโลกมีเสด็จอาที่จิตใจเหี้ยมโหดแบบนี้ด้วยหรือ


    “ตอนนี้หนึ่งเล่มยังเยอะอยู่อีกหรือไม่?”


    “ไม่ ไม่เพคะ ไม่มากแม้แต่นิดเดียวเลยเพคะ”


    อวิ๋นอินอินส่ายหัวราวกับป๋องแป๋ง สันชาตญาณในการเอาตัวรอดของนางแข็งแกร่งเหนือธรรมดา นางรีบพลิกเปิดตำราทันที เพียงแต่…


    ในนี้มีบางตัวที่ตนรู้จัก แต่มีบางตัวทำไมหน้าตาถึงได้แปลกประหลาดแบบนั้นกันนะ? เปลี่ยนตำแหน่งตำราไปทั้งทางซ้ายและขวา จ้องซ้ายจ้องขวา สุดท้ายอวิ๋นอินอินก็ยอมแพ้ ผลักตำราไปเบื้องหน้าของเซวียนเหยียนฟู่ ยกก้นขึ้น ร่างท่อนบนคว่ำแนบอยู่บนโต๊ะ ชี้ไปที่ตัวอักษรตัวหนึ่งตรงกลางของบรรทัดแรกถามว่า


    “เสด็จอา นี่คือตัวอักษรใดหรือเพคะ?”


    เซวียนเหยียนฟู่เงยหน้าขึ้น ก็เห็นใบหน้าดวงน้อยอยู่ตรงหน้าตนพอดี แค่ก้มหน้าเพียงเล็กน้อย ตนก็จะสามารถจุมพิตหน้าผากของสาวน้อยได้ เขาหายใจเข้าออกเพียงเบาๆ ก็สามารถได้กลิ่นหอมหวานบนตัวอีกฝ่าย


    ดวงตาของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นลึกล้ำ นิ้วมือที่จับฎีกาอยู่เพิ่มแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว 


    ร่างกายอยากชิดใกล้เข้าไปอีก แต่สติกลับเรียกร้องให้ตนสงบใจลง ความรู้สึกนี้ ราวจิตวิญญาณถูกดึงกระชากไปทั้งซ้ายและขวา ทรมานที่ส่วนลึกภายในใจของเซวียนเหยียนฟู่ 


    “ตัวนี้อ่านว่า คาดเดา”


    “เอ แล้วตัวนี้เล่าเพคะ?”


    น้ำเสียงของเด็กสาวแผ่วเบา ลมหายใจสาดกระจายอยู่บนใบหน้า ราวกับมีขนนกชิ้นหนึ่งกำลังลูบไล้ จิตใจของเซวียนเหยียนฟู่เริ่มปั่นป่วน ในขณะเดียวกันก็เริ่มเสียใจขึ้นมา


    เดิมทีเขาคิดจะอาศัยข้ออ้างในการปลูกฝังสาวน้อยมานั่งมองนางอีกสักหน่อย เพาะสร้างความสัมพันธ์ให้มากขึ้น ทว่ายามนี้ดูไปแล้ว วิธีการนี้ค่อนข้างจะโหดร้ายกับตนอยู่บ้าง จิตใจของสาวน้อยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กลับเป็นตนเองที่จิตใจยากจะควบคุมอย่างร้ายแรง


    สมองอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเอวเรียวบางเมื่อครู่


    ในเมื่อมีตัวอักษรหลายตัวที่ไม่รู้จัก เช่นนั้นก็เริ่มอ่านจากอักษรพันตัวนี้… เขาหยิบตำราพันอักษรที่ไม่นับว่าหนามากนักออกมาเล่มหนึ่ง “ไปนั่งอ่านตรงเก้าอี้ตรงนั้นเถิด” 


    “อ่อ”


    อวิ๋นอินอินถือตำราไว้ คิดว่าเสด็จอาคงจะรำคาญตัวนางแล้ว จึงไปนั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือ[1]*ที่อยู่ด้านข้างอย่างน้อยใจอยู่เล็กน้อย


    เมื่อไม่มีสาวน้อยอยู่ด้านหน้า จิตใจที่ปั่นป่วนของเซวียนเหยียนฟู่ก็สงบลงดังคาด เขาหยิบฎีกาขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพียงแต่อดไม่ได้ที่จะคอยเงยหน้าเหลือบตามองสาวน้อยที่กำลังตั้งใจอ่านตำราอยู่ผู้นั้นเป็นครั้งคราว


    “อะไรกัน นี่มันยุคสมัยไหนกันแน่ ตัวอักษรพวกนี้เดี๋ยวก็เหมือนตัวอักษรสมัยใหม่ เดี๋ยวก็เหมือนตัวอักษรสมัยโบราณ ช่างน่ารำคาญใจเหลือเกิน!” อวิ๋นอินอินกัดฟัน บ่นพึมพำ “จริง ๆ เลย เรียนตำรามาตั้งหลายสิบปี คิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะกลับมาอยู่อนุบาลเสียแล้ว”


    เซวียนเหยียนฟู่หันศีรษะมามอง สีหน้าดูสงสัย เมื่อครู่เด็กสาวตัวน้อยรำพันสิ่งใดกัน? เหตุใดตัวนางที่ก่อนหน้าบอกว่าชอบอ่านตำรา ยามนี้แม้แต่ตัวอักษรง่าย ๆ ที่ใช้เป็นประจำก็ไม่รู้จัก?


    ในตำหนักอันกว้างใหญ่ เซวียนเหยียนฟู่และอวิ๋นอินอินนั่งอยู่คนละด้าน ชายหนุ่มหันศีรษะมากลับมาดูว่าอีกฝ่ายกำลังทำสิ่งใด


    สายลมพัดมา ทำให้แสงเทียนสั่นไหว เซวียนเหยียนฟู่ที่จดจ่ออยู่กับการอ่านฎีกาขมวดคิ้วบาง หันศีรษะไปมองอวิ๋นอินอินที่อยู่อีกด้านของตำหนัก เห็นสาวน้อยที่เมื่อครู่ยังตั้งใจอ่านตำราอยู่ ไม่รู้ว่านอนพิงหลับไปตรงนั้นตั้งแต่เมื่อใด


    ดวงตานางปิดลง ขนตาที่ราวกับพัดปกคลุมอยู่ด้านบน ปากเล็กเผยอออก ช่างดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อยคนหนึ่ง


    เซวียนเหยียนฟู่วางฎีกาลง ลุกขึ้นยืน เดินไปยังข้างกายของอวิ๋นอินอิน ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของนางอย่างแผ่วเบา เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “อินอิน?” 


    “อื้อ…”


    อวิ๋นอินอินส่งเสียงคราง พลิกศีรษะ แล้วก็นอนต่อ


    เซวียนเหยียนฟู่หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู ค้อมเอวอุ้มนางขึ้นมาในท่านอน อวิ๋นอินอินที่กำลังหลับสนิทขยับกายเพื่อหาที่สบายให้เอนพิงเท่านั้น จากนั้นนางก็หลับต่อ


    “ทั้งชอบนอน ทั้งชอบกิน สมเป็นหมูน้อยจริง ๆ”


    เดิมเขาคิดจะส่งนางไปที่เรือนกล้วยไม้ หากแต่เห็นสาวน้อยหลับสนิทถึงเพียงนี้ เขาจึงอุ้มนางเข้าไปในตำหนักชั้นในตนเสียเลย เขาวางนางลงบนเตียงของตนอย่างแผ่วเบา


    จากนั้นตนก็นอนลงตะแคงที่ด้านข้าง มองร่างตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกริ่งเกรงต่อสิ่งใด ยื่นมือออกไปเป็นระยะ สัมผัสริมฝีปากที่มีเนื้ออยู่เล็กน้อยนั่นอย่างแผ่วเบา


    “อวิ๋นอินอิน เจ้ามายั่วยุข้าก่อน อย่าโทษข้าเล่า…”




    [1] เก้าอี้ไท่ซือ เป็นเก้าอี้แบบโบราณของจีน ด้านหลังมีพนักพิง ด้านข้างมีที่เท้าแขน นิยมใช้ในหมู่ขุนนาง

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ท่านอาหยุดตามใจข้าเสียที ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775