หลังจากเสร็จเื่ต่างๆ จรีภรณ์บอกให้อารดากลับบ้านได้แล้ว เพราะยิ่งดึกมากทางบ้านของเธอจะยิ่งเป็ห่วงพรุ่งนี้ค่อยไปเจอกันที่วัดตอนเย็น หลังจากแยกจากเพื่อนรักแล้ว เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหัวหน้างานของตนเองเพราะได้รับการยืนยันจากทางห้องการเงิน ว่ามีคนมาจัดการเื่ค่าใช้จ่ายให้แล้วจริงและคนที่จัดการนั้นก็เป็คนขอให้ย้ายคุณย่าของเธอไปพักที่ห้องพิเศษจริง แต่ไม่ได้จัดการในนามบริษัทที่เธอทำงานและก็ไม่ได้ระบุชื่อคนที่มาจัดการด้วย ทางเ้าหน้าที่ที่อยู่ก็เปลี่ยนเวรรอบใหม่ จึงไม่สามารถบอกรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมได้คนตัวเล็กจึงเดาเอาว่าก็คงเป็บริษัทมาจัดการให้อย่างที่คุณพยาบาลบอก
"พี่เอก สวัสดีค่ะ"
(สวัสดีครับน้องจ๋าย มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่าครับ)
"ไม่มีค่ะพี่ จ๋ายแค่จะโทรมาขอบคุณพี่ ที่พี่จัดการเื่ที่โรงพยาบาลให้ ทั้งเื่ค่าใช้จ่ายแล้วก็เื่ย้ายย่าของจ๋ายไปห้องพิเศษ
ด้วย"
(เื่ที่โรงพยาบาลอย่างนั้นเหรอพี่ยังไม่รู้เื่เลย พี่ว่าอาจจะเป็ท่านประธาน กับคุณมานพหรือเปล่า ก็เมื่อเย็นที่ผ่านมาท่านเรียกพี่เข้าไปสอบถามเื่ของน้องจ๋าย พี่ก็แค่เล่าให้ท่านทั้งสองฟังไปตามจริง)
"ท่านประธานเนี่ยนะพี่เอก ถามเื่ของจ๋าย"น้ำเสียงใเหมือนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆไม่แน่ใจว่าตัวเองไปทำผิดอะไรไว้หรือเปล่า แต่ก็ไม่นะ ถึงจะซุ่มซ่ามตามนิสัยยังไงก็ไม่น่าะเืถึงเบื้องบนนี่นา
(ใช่สิครับ ก็เมื่อเย็นคุณมานพ ตามพี่ให้เข้าไปเล่าเื่ของน้องจ๋ายให้ท่านประธานฟังถึงในห้องของท่านเลยนะพี่ว่าเื่ที่โรงพยาบาลก็น่าจะเป็ความเมตตาจากท่านนั่นล่ะ)
"เหรอคะ ท่านประธานช่างเป็ผู้ใหญ่ที่ใจดี มีเมตตาสมเป็ท่านประธานที่น่าเคารพรักจริง ๆ เลยนะคะ แต่จ๋ายทำงานอยู่ที่นั่นก็ตั้งสองปีแล้วจ๋ายยังไม่เคยเห็นท่านสักทีเลย หน้าตาเป็แบบไหนก็ไม่รู้ แล้วอย่างนี้จ๋ายจะไปขอบคุณท่านได้ยังไงล่ะอืม..แต่ไม่เป็ไรเนอะพี่เอก เอาไว้มีโอกาสค่อยว่ากันละกันนะ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่เอกอยู่ดีขอบคุณจริง ๆ นะคะพี่ เดี๋ยวถ้ากลับไปทำงานแล้วน้องคนนี้จะจัดผลงานสร้างชื่อให้เลยค่ะ"เสียงใส ๆ พูดเองเออเองเรียบร้อย จินตนาการของเธอตอนนี้ สร้างภาพให้ท่านประธานผู้มีเมตตาของเธอเป็ผู้ชายอายุมากกว่า60 ปีไปเสียแล้ว เพราะผู้ที่เป็ประธานบริษัทใหญ่โตส่วนใหญ่ที่เธอเคยเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีแต่อายุมากๆ ด้วยกันทั้งนั้น
ก็คงจะไม่แปลกที่จรีภรณ์จะไม่เคยเห็นหน้าตาประธานบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่เพราะรูปก็ไม่ได้มีติดไว้ให้พนักงานหรือผู้ติดต่อได้เห็นโดยทั่วไป ซึ่งนั่นเป็นโยบายของเอ็นริเก้นั่นเองและในหนึ่งปีเอ็นริเก้ หรือริคาร์โด้ แล้วแต่ว่าใครจะสะดวกจะมาตรวจงานด้วยตัวเองที่ประเทศไทยสักครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องมีโอกาสหรืองานสำคัญเกิดขึ้นด้วยเรียกว่ามางานสำคัญเป็หลัก การเข้าตรวจบริษัทเป็รอง เพราะการทำงานของบริษัทได้ถูกวางระบบไว้เป็อย่างดีซึ่งเป็แบบเดียวกันทุกสาขาทั่วโลก โดยจะมีผู้อำนวยการของแต่ละสาขาคอยรายงานผลการดำเนินงานและรับคำสั่งโดยตรงจากท่านประธานทั้งสองคน พอถึงสิ้นปีก็จะมีฝ่ายตรวจสอบจากสำนักงานใหญ่เข้ามาตรวจสอบและประเมินการทำงานของทุกแผนกในสำนักงานสาขาการมาแต่ละครั้งของท่านประธานจะมีเวลาอยู่เมืองไทยไม่นาน ทุกเวลาที่นี่จึงมีค่ามากสำหรับผู้ที่้าจะเข้าพบตารางเวลาของท่านประธานจึงค่อนข้างจะถูกจัดสรรให้เต็มตลอด ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเป็คนในระดับผู้บริหารเท่านั้นที่จะรู้จักหน้าตาของท่านประธานบริษัทจนพนักงานบางคนยังคิดว่าผู้อำนวยการคือเ้าของบริษัทของพวกเขาไปแล้วด้วยสิ
(แล้วพี่จะรอละกันนะขอชื่อเสียงนะน้อง ชื่อเสียไม่เอานะ ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า)
"แหมมันก็ต้องชื่อเสียงสิคะ เชื่อมือน้องคนนี้เถอะน่ะน้องไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของพี่เอกแล้วดีกว่า ขอบคุณมากนะคะ"
(ครับผมแต่มีอะไรจะให้พี่ช่วยก็โทรบอกได้เสมอนะ บายครับ)
"บายค่ะ" จรีภรณ์เก็บโทรศัพท์ของตัวเองลงกระเป๋า นั่งมองย่าของตนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงความเงียบเริ่มทำให้ความเศร้าที่ถูกกดไว้ในเบื้องลึกของหัวใจฟุ้งซ่านขึ้นมาอีกครั้งน้ำตาก็พาลไหลลงอาบแก้มตัวเองอีกจนได้
Puband Restaurants:
ทางด้านของอีกคนที่ถูกพาดพิงบัดนี้กำลังนั่งดื่มต่ออยู่กับเจมส์ หลังจากที่ลูกค้าขอตัวแยกกลับไปก่อนแล้ว
"เจมส์เื่ที่ให้ไปจัดการเรียบร้อยทั้งหมดใช่มั้ย?"
"ครับ..เ้านาย"ถามสั้นตอบง่าย เป็สไตล์ของเ้านายลูกน้องคู่นี้อยู่แล้วเพราะทั้งคู่ต่างก็รู้ใจกัน ก็ไม่ได้เป็แค่เ้านายลูกน้องอย่างเดียว ทั้งคู่รู้จักและช่วยเหลือกันเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กๆ แค่มองตาก็รู้ใจ ยิ่งวินาทีนี้ยิ่งรู้ใจเ้านายเป็อย่างดี ว่าไม่ควรพูดอะไรมาก เพราะจะเป็การแย่งเวลาของสาวสวยข้างกายถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปเรียกร้องหรือซื้อหาบริการมาจากที่ใด แต่สาว ๆ ที่เห็นเขาก็มักจะเข้ามาหาเองก็ภาพลักษณ์ภายนอกของเขามันช่างดึงดูดใจเสียนี่กระไร คนอะไรหล่อกระชากใจ จนสาว ๆอยากจะพาตัวเองไปอยู่ภายใต้ร่างอันแข็งแกร่งของเขาเสียจริง
ส่วนเื่ที่เจมส์ไปจัดการมาก็เป็อย่างที่คิด คือ ทั้งเื่โรงพยาบาลและงานศพที่วัดเพราะหลังจากที่ได้รับข้อมูลทั้งหมดจากเอกชัยหัวหน้างานของสาวร่างเล็ก จนรู้ต้นสายปลายเหตุของน้ำตาบนใบหน้าของเธอแล้วก็สั่งให้คุณมานพจัดการไปตามปกติ สำหรับในส่วนสวัสดิการของพนักงานให้เท่าเทียมเสมอคนอื่นแต่สำหรับส่วนที่นอกเหนือจากสวัสดิการธรรมดาแล้ว เอนริเก้ เองที่เป็ผู้บอกให้เจมส์เป็คนไปจัดการหลังจากที่คุณมานพเดินออกจากห้องไปแล้ว
ทั้งคู่ดื่มต่อกันได้ไม่นานเจมส์ก็ทำหน้าที่สารถีส่งเ้านายของตนเองกับสาวร้อนแรงข้างกายไปถึงโรงแรม ที่พักอย่างปลอดภัย
ภายในห้องที่กำลังจะระอุไปด้วยกลิ่นคาวรัก หลังจากบานประตูห้องปิดลง มือหนาของชายหนุ่มก็จับท้ายทอยสาวสวยให้หันมารับจูบที่เร่าร้อนรุนแรงของตนเองทันทีลิ้นหนาพุ่งตรงผ่านริมฝีปากบางเพื่อเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากหญิงสาวอย่างดูดดื่มโดยไม่ได้รับการปิดกั้นใด ๆ กลับตั้งใจเผยอรออย่างรู้งานเสียด้วยซ้ำ มืออีกข้างที่ว่างทำหน้าที่บีบเค้นสะโพกงอนงามเพื่อปลุกอารมณ์โหมความ้าให้ลุกโชนมากขึ้นก่อนจะสอดมือล้วงเข้าไปใต้เดรสสั้นรัดรูปสีน้ำเงินทันทีความกระหายที่้าจะััผิวกายสาวมีมากขึ้นเป็เท่าทวี เมื่อสาวสวยช่วยแกะกระดุมเสื้อของเขาออกจนหมดก่อนจะยื่นมือมาัั หยอกล้อกับกล้ามเนื้อด้านหน้าของเขาั้แ่กล้ามอกไล้ลงมาที่กล้ามท้องแล้วตั้งใจซุกซนลงมาจนถึงสิ่งที่บ่งบอกความเป็ชายของเขาผ่านเนื้อผ้าอย่างดีด้านชายหนุ่มเองก็ยังคงปลุกความ้าของหญิงสาวอย่างไม่หยุดยั้ง โดยการส่งนิ้วมือของตนเองเข้าไปชิมลางความหวานจากรอยแยกของกลีบดอกไม้ งามในตัวของหญิงสาวเป็ที่เรียบร้อย
"อ๊าส์...อื๊อ...อ๊างงงง...." เสียงครางครวญรัญจวนใจของหญิงสาวที่มิอาจเก็บไว้แต่ภายในต้องระบายความเสียวซ่านออกมาบ้าง ดังขึ้นเป็ระยะ มือหนาที่เคยบีบจับบังคับท้ายทอยของสาวเ้าของเสียงครางบัดนี้เปลี่ยนเป้าหมายมาที่เนินเนื้อสองเนินด้านหน้า บีบคลำขยำขยี้บี้จนหนำใจแล้วจึงเลื่อนลงมาที่สะโพก ประคองให้สาวเ้าค่อย ๆ ถอยไปจนถึงเตียงนอนแล้วดันร่างบางให้นอนลงก่อนที่ตัวเองจะจัดการกับกางเกงของตนเอง เพื่อปลดปล่อยให้ความแข็งขึงบึกบึนของตนเองออกมาแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ก่อนจะล้มตัวทาบทับลงบนร่างบอบบาง เลื่อนหน้าเข้าหาใบหน้านวลของสาวสวยใต้ร่าง และบทรักคงดำเนินต่อไปอย่างเร่าร้อนหากวินาทีนั้นไม่ได้มีใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของแก้วบางใสของเขาลอยเด่นขึ้นมา
"เธอกลับไปได้แล้ว" เอนริเก้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบค่อนไปทาง
ห้วนหลังจากอาการชะงัก แล้วลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูที่วางอยู่ปลายเตียงมานุ่ง ก่อนเดินไปหยิบสมุดเช็คมากรอกตัวเลขเซนต์ชื่อแล้วดึงส่งให้หญิงสาว ที่ยังทำหน้างงเป็ไก่ตาแตกแต่ก็เอื้อมมือรับเช็คไป อย่างไม่คิดจะปฏิเสธกับตัวเลขที่โชว์อยู่ก่อนจะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า แล้วเดินออกไปจากห้อง
ส่วนเอ็นริเก้ เดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์บาร์หยิบบรั่นดีมาดื่ม เพื่อหวังจะบรรเทาอาการหงุดหงิดในใจให้เบาบางลง