ตอนที่ 1 เกิดใหม่มาเป็แม่
“อือ…อือ…อา อา!” เสียงร้องไห้เลือนรางดังขึ้นข้างหู ก่อกวนจนหลิงซานฉิงจั๊กจี้หูไปหมด ราวกับว่าเสียงนี้อยู่ใกล้กันมาก แต่ก็คล้ายกับว่าห่างออกไปหลายล้านปีแสง น้ำเสียงสะอึกสะอื้นนี้ได้ทำลายความรู้สึกที่ผสมปนเปกันจนหมดสิ้น เพียงแค่หลิงซานฉิงได้ยิน ก็รู้สึกเ็ปดั่งถูกแมวข่วน
นางลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า
เด็กอายุราว ๆ สามสี่ขวบคนหนึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้น แขนเปราะบางทั้งสองข้างกอดศีรษะของนางไว้อย่างเอาเป็เอาตาย เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเื
คล้ายกับว่าเขากำลังเขย่าตัวนางไม่หยุดเพื่อปลุกให้นางตื่นขึ้น เสียงร้องไห้ระงมที่นางได้ยินนั้นดังออกมาจากเขานั่นเอง
เด็กชายก้มหน้า ร่างกายสั่นเทาเพราะร้องไห้สะอึกสะอื้นตลอดเวลา ริมฝีปากขาวซีดไร้สีเื เพราะเอาแต่กัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมปล่อย
ที่นี่ที่ไหน? แล้วเด็กคนนี้เป็ใคร? หรือว่านางประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์?
“หยุดเขย่าได้แล้ว หากเขย่าอีก ร่างของข้าคงพังทลายแน่” หลิงซานฉิงอดไม่ได้ที่จะขยับปาก ดูท่าว่าเธอจะยังไม่ตายและยังข้ามเวลามาอีกด้วย เพียงแต่ไม่รู้ว่าได้แสดงบทบาทไหนกัน?
“อือ…อือ…” มือของเด็กชายหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบปล่อยแขนทั้งสองข้าง ทันใดนั้นศีรษะของหลิงซานฉิงก็กระแทกลงบนพื้นทันที เจ็บจนเวียนหัวตาลายไปหมด
“อา อา…” เด็กชายส่งเสียงพยางค์เดิมออกมาไม่หยุด ราวกับอยากจะเอ่ยสิ่งใดออกมาอย่างร้อนรน แต่เส้นเสียงกลับถูกเชื่อมโยงไว้กับกล้ามเนื้อ ทำให้ส่งเสียงออกมาได้เพียงแค่เสียงเดียวเท่านั้น
หลิงซานฉิงรู้อยู่แก่ใจ ชาติก่อนนางเคยทำงานเป็นักสังคมสงเคราะห์ที่สถานสงเคราะห์แห่งหนึ่ง เด็กที่พิการเป็ใบ้ในนั้นก็เป็เช่นนี้ ทันทีที่หัวนางกระแทกพื้น ตอนนี้นางจึงได้แต่เจ็บจนเวียนหัวตาลายไปหมด
“อูย เจ็บจังเลย ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?”
มือที่อ่อนนุ่มยกขึ้นมาจับเบา ๆ ที่ศีรษะของตัวเอง หลิงซานฉิงลืมตาขึ้นก็พบว่าบนใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความสุขขณะที่กำลังมองนางตาปริบ ๆ น้ำตาพลันหยุดลง และฉีกยิ้มออกมาทันที
เขาใช้แขนเสื้อที่สกปรกมอมแมมเช็ดใบหน้า หยาดน้ำตาทำให้ใบหน้าเขาเปรอะเปื้อน นางมองเห็นแววตาที่แสนสดใสบริสุทธิ์ เพียงแต่บนใบหน้ากับที่มือมีรอยช้ำสีม่วงเขียวที่ดูโดดเด่นเป็พิเศษ “อา อา” เด็กน้อยปรบมือขึ้น
หลิงซานฉิงมองดูแล้วรู้สึกเ็ป ก่อนจะลอบถอนหายใจกับตัวเอง “เป็เด็กที่พูดไม่ได้อย่างที่คิดไว้จริง ๆ” ความเ็ปที่อธิบายไม่ได้นี้ นางได้แต่ถามตัวเอง และนางก็ไม่ใช่คนที่มีอารมณ์อ่อนไหวนัก
“อืออือ…อาอา!” เด็กชายจัดแจงให้นางนอนลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะล้วงเอากระดาษน้ำมันออกมาจากอกเสื้อ พลางเปิดมันออกทีละชั้นอย่างมีความสุขอยู่ตรงหน้าหลิงซานฉิง ที่แท้มันคือแป้งทอดต้นหอม[1]นี่เอง
เด็กน้อยฉีกชงปิ่งออกมาเป็ชิ้นใหญ่หนึ่งชิ้น แล้วยื่นไปใกล้ปากหลิงซานฉิงพลางชี้ไปที่ปากของตัวเอง
“อือ”
ความเ็ปราวกับเข็มทิ่มแทงอยู่ในหัว ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาดุจกระแสน้ำ จนกระทั่งหลิงซานฉิงรับความทรงจำเหล่านี้ได้แล้ว มือของนางก็กำแน่นโดยพลัน
“อือ”
เ้าของร่างนี้มีชื่อเหมือนกันกับนาง แต่เดิมนั้นเป็ลูกสาวของครอบครัวมีฐานะ และได้แต่งงานกับฉาจื่ออันผู้มีตำแหน่งซิ่วไฉ[2]
หลังจากแต่งงานเข้ามาในตระกูลฉาก็ทำให้ฉาจื่ออันได้ล่วงเกินนายอำเภอ กระทั่งหมดหวังในเส้นทางการเป็ขุนนาง และยังให้กำเนิดลูกชายที่เป็ใบ้ ในแต่ละวันจึงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ทั้งยังถูกครอบครัวสามีรังแก แม้แต่ข้าวก็ไม่มีให้กิน
เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้ เด็กชายเห็นท่านย่าซื้อแป้งทอดให้กับลูกของลุงใหญ่และลุงรอง จึงเดินเข้าไปขอแต่กลับถูกทุบตี เ้าของร่างเดิมจึงรีบเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะถูกผลักล้มลงหัวกระแทกพื้น และเสียเืจนตายไปในที่สุด
ภาพสุดท้ายที่อยู่ในหัวคือแม่สามีที่กล่าววาจาดุร้ายเ็ากับนาง ครั้นลองใช้เท้าเขี่ยร่างกายอันแน่นิ่งของนางและเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ก็เดินออกจากประตูไปด้วยท่าทีลนลาน
หลิงซานฉิงขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกเป็เดือดเป็ร้อนแทนเ้าของร่างเดิม “น่าขันนัก ตามที่เรียนพันธุศาสตร์[3]มานั้น การให้กำเนิดบุตรชายที่พิการอาจจะเป็ความผิดของสามีคนนั้นของนาง หรืออาจเป็ข้อบกพร่องของยีนบรรพบุรุษตัวเอง เหตุใดถึงได้โทษผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว? นี่คือเหตุผลที่หญิงสาวกับเด็กน้อยควรถูกรังแกงั้นรึ?”
“อืออือ…อา อา” ครั้นเด็กน้อยเห็นนางไม่ตอบสนองต่อแป้งทอดที่อยู่ใกล้ปาก ก็คิดไปว่านางรังเกียจ จึงนำแป้งทอดที่เย็นแล้วใส่ไว้ในมือของหลิงซานฉิง
วินาทีที่มือของหลิงซานฉิงััโดนแป้งทอด นางก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาทันที แววตาของนางวูบไหว
แป้งทอดชิ้นนี้ เดิมทีเหลือให้มารดาแท้ ๆ ได้กินสินะ? สาเหตุที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำก็เพียงเพื่อแป้งทอดหนึ่งแผ่นมาให้มารดาที่ไม่มีโอกาสได้กินอิ่ม? แต่เขามีอายุไม่ถึงสี่ขวบด้วยซ้ำ! ถึงร่างกายจะพิการแล้วอย่างไร หลิงซานฉิงคนนี้เลี้ยงได้แน่นอน!
หัวใจของนางสูบฉีดอย่างรุนแรง คนที่มีจิตใจอ่อนโยน หากได้พบเด็กที่รู้ความเช่นนี้คงไม่อาจตัดสินใจละทิ้งได้ลง ยิ่งไปกว่านั้น เ้าของร่างเดิมกับนางเองยังมีความสัมพันธ์กันทางสายเื!
“อืออือ” มือเล็กที่ผอมแห้งคอยเช็ดน้ำตาออกจากหางตาหลิงซานฉิงอย่างแ่เบา
หลิงซานฉิงแทบไม่ได้สนใจอาการาเ็ นางนำแป้งทอดอีกครึ่งหนึ่งใส่ไว้บนมือของเด็กน้อย พลางยื่นแขนออกไปโอบกอดและลูบหัวเขาเบา ๆ “เจี่ยนเจี่ยนเด็กดี ข้าหลิงซานฉิงสาบานว่า จากนี้ไปหากข้ามีกิน จะไม่ทิ้งเ้าแน่นอน ไม่ต้องกังวลนะ”
ประโยคสุดท้ายย่อมไม่ได้พูดกับเจี่ยนเจี่ยน หลิงซานฉิงรู้สึกราวกับว่าหัวใจเต้นเป็จังหวะ ร่างกายผ่อนคลายลงทันใด ประหนึ่งว่าเ้าของร่างเดิมได้จากไปอย่างหมดห่วงแล้ว
เจี่ยนเจี่ยน คือชื่อเล่นของฉาซือเจี๋ย หลังจากครอบครัวฉารู้ว่านางให้กำเนิดบุตรชายก็เร่งรัดให้ฉาจื่ออันตั้งชื่อในคืนนั้นเลย
ทว่าั้แ่ที่ค้นพบว่าเจี่ยนเจี่ยนพูดไม่ได้ ก็คร้านแม้แต่จะเรียกชื่อของเด็กน้อย มีเพียงหลิงซานฉิงที่เรียกชื่อเล่นในวัยเด็กของเขา
หลิงซานฉิงลุกขึ้นนั่งบนพื้นอย่างยากลำบาก พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ภายในห้องเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้าน ดูเหมือนว่าเ้าของร่างเดิมจะเป็คนที่รักสะอาด
สายลมอ่อนพัดผ่านเข้ามาจนหน้าผากเริ่มรู้สึกเย็นเล็กน้อย นางยกมือขึ้นคลำเบา ๆ ก็พบว่านิ้วมือเต็มไปด้วยเืสีแดงฉาน
“คงต้องห้ามเืก่อน!” เมื่อคิดเช่นนี้ หลิงซานฉิงจึงดึงชุดกระโปรงขึ้นมา และตั้งใจจะฉีกชายกระโปรงมาพันแผลอย่างง่าย ๆ
ทันใดนั้นนางก็ค้นพบว่าเสื้อผ้าที่นางสวมอยู่นั้นหนาและแข็งกว่าผ้าใบในชาติก่อนเสียอีก อีกทั้งยังมีรอยปะ และเปรอะเปื้อนไปด้วยเืและคราบฝุ่นที่ดูมองแล้วคล้ายกับปากที่ยิ้มยิงฟัน ประหนึ่งว่ากำลังยิ้มเยาะนางอยู่
แม่สามีคนนี้ช่างดุร้ายเสียจริง! เ้าของร่างเดิมมีนิสัยอ่อนแอ หากแต่นางไม่ใช่ ในเมื่อนางมาที่นี่แล้วก็อย่าได้คิดว่าจะรังแกเราสองคนแม่ลูกได้อีก!
ผ้าที่ไม่สะอาดอาจจะทำให้นางเป็บาดทะยักได้ หลิงซานฉิงเดินไปรอบ ๆ ห้องเพื่อค้นหารอบหนึ่ง แต่ก็ไม่เจอสิ่งใดที่พอใช้ได้ นางจึงนึกถึงผ้าคลุมหมอนที่อยู่บนเตียงซึ่งคิดว่าน่าจะสะอาด
หลังจากที่นางพลิกผ้าห่มเปิดออก กลับพบว่าบนหมอนมีห่อของวางทับถมกันไว้แน่นเต็มไปหมด
นางนำห่อของเ่าั้มาเปิดออกดูทันที ในนั้นมีผ้าไหมสีครามอยู่หนึ่งผืน เนื้อผ้าละเอียดอ่อนนุ่ม นางประเมินความยาวของผ้าในส่วนที่จะฉีกเพื่อนำไปพันแผลบนหน้าผาก
หลังจากได้ผ้าที่สะอาดแล้ว นางก็นำไปพันแผลไว้รอบหัวตัวเองทันที
การขยับเคลื่อนไหวที่มาก ทำให้าแ่เอวส่วนหลังเริ่มตึงขึ้น หลิงซานฉิงจึงกัดฟันแน่น
นางไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว ผนวกกับร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง แป้งทอดครึ่งแผ่นคงบรรเทาความหิวโหยไม่ได้
หลิงซานฉิงพาเจี่ยนเจี่ยนเดินเข้าไปในห้องเพื่อเก็บฟืนและก่อไฟทำอาหาร แต่บนเตาล้วนเป็ผักเย็น ไม่ต้องเอ่ยถึงเนื้อ เพราะแม้แต่น้ำมันสักหยดก็ไม่มีให้
โชคดีที่สายตาอันเฉียบแหลมของนางเห็นหัวมันที่กำลังแตกหน่ออยู่ในกองฟืน นางจึงเก็บมาสองสามลูก ก่อนจะล้างทำความสะอาดและตัดส่วนที่แตกหน่อทิ้งไป
เพิ่งได้ความทรงจำกลับมา นางก็เสียเวลาไปกับการจุดไฟอย่างมาก
ในเวลานี้เอง กลิ่นเหล้าก็โชยเข้ามาตามสายลม กลิ่นที่แสบจมูกทำให้เจี่ยนเจี่ยนถึงกับต้องปิดจมูกเอาไว้
ครั้นหลิงซานฉิงได้ยินเสียงก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้ หากไม่ใช่สามีที่เอาเปรียบคนนั้นแล้วจะเป็ใครได้อีก? ไม่สนใจลูกเมียของตัวเอง แต่มีเวลาไปดื่มเหล้า?
ชายสวมชุดคลุมยาวสีขาวเทาก้าวเข้ามาในบ้านอย่างทุลักทุเล มือซ้ายเขย่าไหเหล้า แล้วเอามาฟังข้างหู ก่อนจะยกไหเหล้าที่มีเพียงไม่กี่หยดในนั้นขึ้นมาดื่ม และกล่าวว่า “อึก…ข้าฉาจื่ออันที่ถือตัว ก็มีวันที่ต้องก้มหัวเหมือนกัน ถึงอย่างไรก็ละอายใจต่อคำสอนของอาจารย์ ข้า…”
“เ้าหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!” หลิงซานฉิงเดือดพล่านเป็ไฟ เดินตามกลิ่นเหล้าและออกมาจากห้องเก็บฟืน
ฉาจื่ออันพิงกำแพงและอาเจียนน้ำสีเหลืองออกมา ครั้นเห็นหลิงซานฉิงเข้ามา ไม่นึกเลยว่าเขาจะยังยิ้ม และมือขวายังแกว่งกระดาษไปมาไม่หยุด “ซานฉิง คุณชายรับปากข้าแล้ว จากนี้ไปข้ามีโอกาสเข้าร่วมสอบแล้ว”
หลิงซานฉิงยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าผิดปกติ ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะแต่งงานกัน อวี๋ซิ่งเหวินคุณชายรองหรือลูกชายของนายอำเภอคนนี้ยังลวนลามนางอยู่เลย
หลังจากที่ฉาจื่ออันรู้เื่ก็ไปร้องเรียนกับทางการ แต่กลับถูกผู้คนบอกว่านางเป็คนล่อลวงคุณชายรอง ต้องจับหลิงซานฉิงใส่กรงไม้ไผ่ถ่วงน้ำ[4] แล้วคนเช่นนี้จะตอบรับช่วยเหลือเขางั้นรึ?
เดิมทีเขาอ่านแต่เพียงตำรา ไม่สนใจว่าแม่กับเมียในบ้านจะทะเลาะกันหรือไม่ หลิงซานฉิงเกือบจะถูกจับใส่กรงไม้ไผ่ถ่วงน้ำ โชคดีที่ได้ฉาจื่ออันมาเป็พยานให้ แม้ว่านายอำเภอจะสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์มากมาย ทว่าฉาจื่ออันกลับไม่หวั่นไหว
ในเวลานั้นอาจารย์สวีผู้ดูแลการศึกษาท้องถิ่นนั้นชื่นชมฉาจื่ออันเป็อย่างมาก นายอำเภอจึงกังวลว่าเื่จะบานปลายจึงได้ปล่อยพวกเขาไป รอได้เลื่อนตำแหน่งเป็ผู้ดูแลการศึกษาเมื่อไหร่ นายอำเภอจะทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เข้าสอบ
เื่นี้ยิ่งมีเงื่อนงำมากขึ้นเรื่อย ๆ ในความทรงจำของนางพบว่าคุณชายรองผู้นั้นไม่ใช่คนดีอะไรเลย
หลิงซานฉิงคว้าแขนของฉาจื่ออันไว้ นางทำงานตลอดทั้งปีจึงมีกำลังมากกว่าบัณฑิตเปราะบางอย่างฉาจื่ออัน หญิงสาวแย่งกระดาษที่อยู่ในมือเขามาเปิดอ่าน ก่อนที่สีหน้าจะอึมครึมขึ้นมาทันที
กล่าวสรุปคือ สิ่งที่หนอนหนังสือผู้นี้นำกลับมาคือสัญญาการซื้อขาย โดยเป็การขายหลิงซานฉิงให้กับตระกูลอวี๋ เพื่อแลกกับอนาคตของฉาจื่ออัน
หากฉาจื่ออันผิดสัญญา ต้องชดเชยเป็เงินห้าร้อยตำลึง หากหาเงินมาคืนไม่ได้ก็ต้องถูกส่งไปขังคุก
คุกของอำเภอหรงอินคือคุกของตระกูลอวี๋ หากฉาจื่ออันไปที่นั่นแล้วคงรอดกลับมายาก!
หลิงซานฉิงไม่เคยััประสบการณ์การถูกปฏิบัติเหมือนเป็สิ่งของมาก่อน นางเกิดในยุคสมัยที่ชายหญิงเท่าเทียมกัน ดังนั้นจะเคยได้รับความอัปยศเช่นนี้ที่ไหนกัน
หลังจากที่ได้กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั่วตัวฉาจื่ออัน หลิงซานชิงก็เข้าใจในทันที ผู้ชายคนนี้ถูกหลอกแล้ว! เขาถูกหลอกให้ขายตัวนาง!
[1] แป้งทอดต้นหอม ทำจากแป้งคล้ายโรตีผสมต้นหอม นำไปทอดจนกรอบ
[2] เป็ระดับแรกหรือการสอบระดับท้องถิ่นของในการสอบเข้ารับราชการ หากสอบผ่านจะได้รับตำแหน่งซิ่วไฉในปีนั้น
[3] เป็อีกสาขาหนึ่งของชีววิทยา ศึกษาเกี่ยวกับยีน การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม และความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
[4] กรงไม้ไผ่ถ่วงน้ำ เป็บนลงโทษสำหรับชายหญิงที่เล่นชู้กันในสมัยโบราณ โดยการจับคนมัดมือมัดเท้าใส่กรงไม้ไผ่นี้ แล้วเอาไปวางไว้บนน้ำ รอให้น้ำขึ้นท่วม