บทที่6
กำเนิดเซียน(พระ)
“เอ๊ะ! นั่นมันข่าวผู้ชายคนเมื่อคืนนี่คะ ตายแล้วเหรอ” เมลดาที่ตอนนี้ยังไม่ออกไปทำงานและกำลังนั่งกินโจ๊กอยู่บนเก้าอี้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นข่าวบนหน้าจอโทรทัศน์
“ถูกยิงตายเวรกรรมตามทันเป็จรวดจริงๆ คงเป็ใครสักคนที่ไปหลอกขายพระเขามามั้งมิน่าท่านยมถึงตามไปห่างๆ ที่แท้ก็ไปรอรับิญญานี่เอง” ต้องตาเอ่ยเสริม และเลือกที่จะไม่บอกว่าเมื่อคืนนี้ขณะที่เมลดากำลังนอนหลับ เกิดอะไรขึ้น
“อย่างนี้นี่เองพี่สิงห์ถึงไปอยู่ที่นั่น”
“มันแค่เื่บังเอิญ”คำพูดของต้องตาดับฝันกลางวันของเมลดาทันที ก่อนจะนั่งกินโจ๊กต่อ พร้อมๆกับใช้ความคิดว่า เธอต้องทำยังไง ถึงจะได้เจอกับอันเดรสอีก
“จะเจ็ดโมงครึ่งแล้วนะขืนช้ารถติดแน่นอน”
“หา…สายแล้วๆ เมไปทำงานก่อนนะคะ”
“ขับรถดีๆนะเ้า ส่วนที่บ้านไม่ต้องห่วง ข้าอาสาดูแลให้”เอ่ยจบก็แอบหันไปมองยังศาลก็เห็นท่านพระภูมิมองกลับมา ต้องตาได้แต่ส่งยิ้มให้เพราะไม่ได้คิดจะแย่งหน้าที่ท่านแต่อย่างใด
“จ้ะ…งั้นเมไปก่อนนะคะ เย็นๆ เจอกัน” เมลดาคว้ากระเป๋าแล้วตรงไปยังรถที่จอดอยู่จากนั้นก็ขับไปทำงาน
และวันนี้ก็เจอแจ็กพ็อตอีกรอบเมื่อบรรดาผีๆ ต่างตรงดิ่งเข้ามาหาเธออย่างพร้อมเพรียงเมลดากระชับพระที่เธอส่องมาเองกับมือ ซึ่งตอนนี้คล้องคออยู่ไว้แน่น และอยู่ๆบรรดาผีๆ ก็พากันหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกข้าวสารเสกหรือน้ำมนต์วัดดังสาดเข้าให้
“เอ้า! พักนี้มันแปลกๆ ไหมหว่า” เห็นผีว่าแปลกและน่าใแล้ว แต่การที่อยู่ๆผีโผล่มาแล้วพากันจากไปแบบไม่บอกไม่กล่าวนี่สิ ยิ่งงงเข้าไปใหญ่
ก็จะไม่ให้แปลกได้ยังไงในเมื่อตอนนี้บนหลังคารถของเธอมีชายในชุดสูทสีดำ หน้าตานิ่งๆ นั่งอยู่บนนั้นผีตนไหนได้เห็นไม่กระเจิงก็คงอยู่ยากแน่ เขามาหาเมลดาก็เพราะเธอเก็บของสำคัญของเขาไว้แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะปรากฏตัวให้เธอได้เห็น
แต่ขณะที่เมลดากำลังขับรถอยู่ๆ เธอก็มีอาการตาพร่า มองอะไรไม่ชัด จนต้องรีบหักพวงมาลัย นำรถเข้าจอดข้างถนนเธอส่ายศีรษะแรงๆ สามสี่ครั้ง แต่ทว่าอาการที่เกิดกลับไม่สู้ดีแถมยังมีอาการปวดหัวจี๊ดเข้ามาจนเธอตัวชา
“เราเป็อะไร”นี่คือคำถามที่เมลดาถามตัวเอง แต่สักพักอาการเ่าั้ก็หายไปรววกับปลิดทิ้งจึงได้แต่สงสัยว่า่นี้เธออาจพักผ่อนน้อยเกินไปถึงได้มีอาการอย่างที่เพิ่งจะเกิดขึ้น
และยิ่งมองเห็นผีได้ทำให้เมลดาหมั่นหาเวลาไปทำบุญให้มากขึ้น เอะอะใส่บาตร เอะอะเข้าวัดเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เ้าที่เ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์เ้ากรรมนายเวรและคนที่เธอรักทุกๆ คน บ่อยครั้งที่ร่างกายของอันเดรสดูผ่องแผ้วยามที่เมลดาทำบุญมาให้และนั่นทำให้เขายิ่งเกิดความสงสัย อยากรู้ว่าแท้จริงแล้ว เขากับเธอรู้จักกันอย่างนั้นหรือ
แต่ถึงแม้จะหมั่นทำบุญมากเท่าไหร่การมองเห็นผีได้ก็ยังคงไม่หายไปกลับมีผีมากมายคอยแต่จะเข้ามาหา ยังดีที่มีต้องตาอยู่ข้างๆไม่งั้นผีคงสิงร่างเมลดาเป็ว่าเล่นไปแล้ว
และเพราะไม่มีความรู้จนเป็ต้นเหตุให้เสียค่าโง่ไปหลายหมื่น ทำให้เมลดาเจ็บใจจนมุ่งมั่นเรียนรู้เื่พระเครื่องอย่างจริงๆ จังๆ จะได้ไม่ถูกหลอกซ้ำสองตอนนี้เรียกได้ว่าว่างเมื่อไหร่เธอจะก้มๆ เงยๆ เพื่อส่องพระ!
ไม่ได้หยิบโทรศัพท์มาเล่นไลน์เล่นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมหรืออะไรๆ ที่สังคมสมัยนี้กำลังฮิตกันอยู่ อย่างเช่นตามจับโปเกม่อนแต่อย่างใด
อุปกรณ์ประจำตัวตอนนี้คือกล้องส่องพระรุ่นใหม่ล่าสุดเพราะมีเลนส์ส่องถึงสามชั้นอัตราขยายอยู่ที่สิบเท่าอุปกรณ์สำคัญที่จะใช้แยกแยะว่าพระองค์ไหนจริงหรือเก๊ซึ่งเธอลงทุนถอยมาเป็ของตัวเองอย่างไม่ลังเลสักนิด แม้ราคามันจะสูงจนเธอแทบจะกินแกลบก็เถอะ
“เ้ากำลังทำอะไรอยู่น่ะเม”เพราะเห็นว่าเมลดาเอาแต่ก้มๆ เงยๆ ทำอะไรสักอย่างจนดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังไม่นอนต้องตาจึงเข้ามาถามใกล้ๆ
“ส่องนี่อยู่”
“พระ…เอาออกไปห่างๆ ข้า ข้าไม่ชอบองค์นี้ ร้อน”
“ขอโทษๆ พี่ตาเมไม่ได้ตั้งใจ”
“คิดอะไรของเ้ามาส่องพระเอาตอนนี้”
“ก็เมกำลังเอาดีทางนี้ถูกหลอกแล้วมันเจ็บใจ เลยไปเรียนส่องพระแท้พระปลอมมา แล้วนี่…องค์นี้ เมเพิ่งไปบูชามาสดๆ ร้อนๆ”เมลดาชูพระที่เพิ่งบูชามาให้ต้องตาได้ดูแต่ตอนนี้ผีอย่างต้องตาก็ขยับหนีไปอยู่มุมห้องเป็ที่เรียบร้อย
สีหน้าชักจะซีดยามมองเห็นพระในมือของเมลดาที่กำลังเปล่งรัศมีส่งผลให้ิญญาอย่างเธอต้องถอยให้ห่างเข้าไว้
“เก็บไปก่อนข้าใจคอไม่ดี”
“ถ้าพี่ตากลัวแบบนี้ก็การันตีได้ว่านี่พระจริง”
“จริงแท้แน่นอนเก็บๆ” ต้องตาเร่งเร้า แต่เมลดายังเพลินอยู่จึงยังไม่เก็บอุปกรณ์และพระตามที่ต้องตาขอ
เพราะมองเห็นผีได้เพราะถูกหลอกให้เช่าพระปลอมหรือเพราะอะไร ทำให้ตอนนี้ชีวิตเมลดาถึงได้วนๆ เวียนๆอยู่กับพระกับผีแบบนี้
เธอเป็สาวน้อยวัยยี่สิบสี่(สาวน้อยจริงๆ ไม่ใช่สาวเหลือน้อย) ที่ชีวิตควรลั้นลาปาจิงโกะเหมือนคนอื่นๆแต่ชีวิตเธอไม่ได้ง่ายแบบนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นั้แ่ตอนไหนอาจเป็หลังจากที่เธอนอนโคม่าอยู่ในห้องไอซียูเกือบสองอาทิตย์กระมัง
พอลืมตาตื่นมาปุ๊บก็เห็นอะไรที่ไม่อยากจะเห็นปั๊บ ความกลัวจนขี้หดตดหายหัวใจเกือบจะวายตายนับครั้งไม่ถ้วน หลอนก็หลอน แต่สุดท้ายก็ยังคงนอนกะพริบตาปริบๆมองเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็น เรียกศัพท์สวยๆ ของสิ่งนั้นว่าิญญาแต่ถ้าย่อลงมาหน่อยก็ ‘ผี’ ดีๆ นี่เอง
พอกลัวก็ไม่เป็อันต้องทำอะไรวันๆ เอาแต่หลบผีหรือไม่ก็ทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้ หนักเข้าถึงกับนุ่งขาวห่มขาวเข้าวัดบวชชีพราหมณ์ให้ก็เคยทำมาแล้วแต่เธอก็ยังมองเห็นสิ่งที่ไม่อยากจะเห็นอยู่ดี และได้เพื่อนแบบผีๆ มาอีกหนึ่ง
“เมข้าหิวข้าว” เสียงคุ้นหูดังขึ้น และเ้าของประโยคนี้ก็ยืนยิ้มหวานอยู่แถวๆประตูห้องนอนภายในบ้าน
บ้านหลังเก่าของพ่อและแม่บ้านหลังที่เธอเกิดและเติบโตขึ้น ตอนนี้พ่อกับแม่ก็ยกบ้านหลังนี้ให้เมลดาส่วนท่านทั้งสองเลือกที่จะไปใช้ชีวิต่ปั้นปลายอยู่ที่ขนอม อำเภอเล็กๆของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะที่นั่นคือบ้านเกิดของบิดาเธอ
นานๆ ครั้งพ่อกับแม่ถึงจะขึ้นมาเยี่ยมและถ้าว่างเธอก็จะลงไปเยี่ยมท่านทั้งสองสลับกันอยู่เช่นนี้ั้แ่เมลดาเรียนจบ
“ก็ไปกินสิ” เมลดาเอ่ยบอกขำๆเพราะรู้ว่าต้องตานั้นกินเองได้เสียที่ไหนขณะนั้นสายตายังคงสำรวจพระอีกองค์ที่เพิ่งจะได้มาจากร้านรับเช่าพระ
“ทำให้หน่อยข้าอยากกินผัดมาม่า”
“กินผัดมาม่าตอนตีสองเนี่ยนะไม่กลัวอ้วนหรือไง” เมลดาส่ายหน้าให้คนหิวตอนดึกก่อนจะเก็บอุปกรณ์และพระให้เรียบร้อย
“ไม่กลัวนี่ข้าอยากกินจริงๆ นะ น้ำลายไหลเป็ทางเลย ไม่สงสารข้าเหรอ” อันที่จริงต้องตาไม่ได้หิวอะไรมากมายหรอก เธอแทบจะลืมความรู้สึกอะไรแบบนี้ไปแล้วด้วยซ้ำเพียงแค่อยากหาอะไรให้เมลดาทำ จะได้ไม่ต้องมานั่งส่องพระจนเธอตัวลีบอยู่แบบนี้
“สงสารแต่หมั่นไส้ด้วย”
“ข้าออกจะน่าสงสารนะเมนะ ทำผัดมาม่าใส่กุ้งตัวโตๆ ให้กินหน่อยนะเมคนสวย เมใจดี๊ดี เมคนงามที่สุดสวยที่สุดในสามซอย”
“แค่สามซอย” เ้าของบ้านเท้าสะเอวถาม
“สวยที่สุดในหมู่บ้านก็ได้อ่ะนะๆ พลีสสสส ข้าหิว”
“อ่ะๆ นั่งรอตรงนี้นะเดี๋ยวไปทำให้กิน”
“ขอน้ำส้มแก้วนึงด้วยนะ”
“มีความเยอะนะคะ”เมลดาแอบแขวะต้องตาไปอีกหนึ่งดอก แต่คนถูกแขวะกลับยังยิ้มได้
“รอตรงนี้เดี๋ยวเมทำให้กิน”
“ขอบใจจ้ะ”
“แหม…รับคำซะเสียงหวาน ฟังแล้วขนลุก” เมลดาแยกเขี้ยวให้ต้องตาจากนั้นก็ลงไปยังครัว ทำผัดมาม่าจนกลิ่นหอมโชยไปทั่วบ้าน ชวนหิวอยู่ไม่น้อยเสร็จก็ยกใส่ถาดพร้อมกับน้ำส้มอีกหนึ่งแก้ว และที่ขาดไม่ได้คือธูปหนึ่งดอก
+++++++++++++++++++++++++++++++++
สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกๆ ท่าน
วรนิษฐา ได้เปิดช่องยูทูปเพื่อนำนิยายเสียงไปลงให้ฟังกันแล้วนะคะ
ชื่อช่องว่า Love novel by วรนิษฐา
พิกัดช่อง : https://www.youtube.com/@Vorranitta_Misssexy
ตอนนี้มีอยู่3 เื่ คือ
บอสขา…อย่าพึ่งมารักนามปากกา วรนิษฐา
ซ่านปรารถนานามปากกา Misssexy
รัญจวนรักนามปากกา Misssexy
ฟังจบในคลิปเดียวไม่มีแยกย่อยแต่อย่างใด
เลยอยากเชิญชวนนักอ่านเข้าไปฟังไปให้กำลังใจกันค่ะ
กด Like กด Share กด Subscribe เพื่อเป็กำลังใจสำหรับสร้างคลิปต่อๆไปด้วยน๊า
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ
วรนิษฐา & Miss sexy