สามปีต่อมา
ปู้จิงทั้งที่ออกล่าสัตว์บ่อยๆ แต่ผิวพรรณของนางกลับขาวนวลราวกับคุณหนูในห้องหอเสียอย่างนั้นอีกทั้งหน้าตาที่น่ารักราวกับตุ๊กตาของนางก็ทำเอาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่เห็นเป็ต้องนึกเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้น่าเสียดายที่หน้าตากับพลังของนางนั้นไม่สัมพันธ์กันเอาเสียเลยพวกผู้ชายในหมู่บ้านมักเห็นคนงามยกสัตว์ใหญ่ที่ล่าได้กลับบ้านด้วยมือเดียวอยู่บ่อยๆทำเอาความงามของปู้จิงแทบจะมลายหายไปต่อหน้าต่อตาชายหนุ่มเ่าั้ทันทีทันใด
“เฮ้อข้าล่ะเสียดายหน้าตาน่ารักๆ ของปู้จิงจริง ๆ”เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับปู้ต้านเอ่ยขึ้นอย่างสุดแสนจะเสียดายเขามองดูปู้จิงเติบโตขึ้นมาตลอดแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับนางด้วยเพราะั้แ่เด็ก ๆเขาถูกพ่อแม่สอนให้อยู่ห่างจากตัวประหลาดอย่างปู้จิงจึงได้จำฝังใจ
“ชิเสียดายแล้วจะทำสิ่งใดได้เล่าเ้ากล้าเข้าไปจีบนางไหมล่ะ”สหายวัยเดียวกันเอ่ยอย่างดูถูกขึ้นมาทันทีใครในหมู่บ้านไม่รู้บ้างว่าปู้จิงมีพละกำลังมหาศาลแค่ไหน
“พูดอย่างกับเ้ากล้าจีบนางอย่างนั้นแหละเฮอะ” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยสีหน้าเหยียดหยามไม่แพ้กันพวกเขาอยู่ใน่วัยของการหาคู่น่าเสียดายที่ในหมู่บ้านไม่ค่อยจะมีหญิงสาวที่พอจะเข้าตาพวกเขาสักเท่าไหร่ทั้งสองจึงยังไม่ได้หมั้นหมายจนป่านนี้
ในหมู่บ้านใช่ว่าจะมีเพียงเด็กหนุ่มสองคนพูดถึงเื่นี้เท่านั้นบรรดาผู้าุโของแต่ละครอบครัวต่างก็คิดแบบเดียวกันพวกเขารู้ดีว่าบ้านปู้มั่งคั่งแค่ไหนจากฝีมือล่าสัตว์ขั้นเทพของคนบ้านปู้น่าเสียดายที่พวกเขาไม่อาจเสี่ยงให้บุตรหลานเข้าใกล้ปู้จิงจนอาจได้รับาเ็จากพลังช้างสารของนางได้ทุกคนจึงทำได้เพียงเสียดายโอกาสเท่านั้น
ปู้จิงไม่รู้เลยว่าชาวบ้านพูดถึงนางอย่างไรเพราะวัน ๆนางเอาแต่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์อยู่ตลอดก็เท่านั้นนาน ๆ ครั้งปู้จิงจึงจะอยู่บ้านพักผ่อนกับครอบครัวแต่ถึงแม้ปู้จิงจะไม่รู้เื่ดังกล่าวคนอื่นในบ้านปู้ใช่ว่าจะไม่รู้ด้วยเพียงแต่พวกเขารักปู้จิงมากจนไม่อยากให้ใครมาแย่งนางไปจากครอบครัวพวกเขาได้ง่ายๆ ทุกคนจึงร่วมมือกันปิดบังนางเอาไว้
สายวันต่อมา่นี้ปู้ต้านกับปู้ตี้ไม่ต้องเรียนหนังสือกับแม่พวกเขาแล้วเพราะตลอดสามปีที่ผ่านมาตำราต่าง ๆ ในบ้านถูกพวกเขาอ่านจนหมดแล้วทั้งสองจึงพากันขึ้นเขาล่าสัตว์ช่วยครอบครัวหาเงินแทนวันนี้พวกเขาก็เตรียมกับดักและธนูเอาไว้เช่นกัน
“น้องสาวเ้าจะไปกับพวกพี่ชายไหม”ปู้ต้านเอ่ยชวนปู้จิงพร้อมรอยยิ้มเวลาพวกเขาไปกับน้องสาวทีไรก็มักจะโชคดีได้สัตว์ใหญ่กลับบ้านมาแทบทุกครั้ง
“ไม่ดีกว่าพี่ใหญ่ข้าอยากไปลองหาสมุนไพรหลังเขาดูบ้างเ้าค่ะได้ข่าวว่า่นี้ราคาดีไม่หยอกเลยนะเ้าคะ”ปู้จิงที่วิ่งไปขอดูหนังสือภาพเกี่ยวกับสมุนไพรจากป้าสะใภ้ใหญ่เมื่อไม่กี่วันก่อนปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มบางนางอยากลองเปลี่ยนมาหาสมุนไพรดูบ้างแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเตรียมธนูของนางไปเผื่อเอาไว้ยิงสัตว์ป่าด้วย
“โธ่เ้าไม่อยากไปล่าสัตว์กับพวกพี่ชายหรือ”ปู้ตี้เอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจเขาชอบไปล่าสัตว์กับน้องสาวมากกว่าไปกับพี่ชายสองคนเสียอีก
“ไม่ไปดีกว่าเ้าค่ะวันนี้ข้าว่าจะไปูเาอีกด้านน่ะได้ข่าวว่าแถวนั้นมีสมุนไพรหายากอยู่ด้วยเพียงแต่ไม่รู้ว่าแถวนั้นจะมีสัตว์ดุร้ายคอยปกป้องสมุนไพรไหมเ้าค่ะ”ปู้จิงบอกไปตามที่นางให้พ่อไปถามหมอในหมู่บ้านมาให้ก่อนหน้านี้
“เช่นนั้นเ้าก็ระวังตัวด้วยนะน้องสาว”ปู้ต้านไม่อยากเซ้าซี้น้องสาวคนเดียวของบ้านพวกเขารีบเตรียมของก่อนจะออกเดินทางด้วยกลัวว่าน้องชายตัวป่วนอย่างปู้จื่อจะวิ่งตามไปจนเป็ภาระพวกเขาเสียก่อนหลายครั้งแล้วที่ทั้งสองไม่ได้สัตว์กลับบ้านเพราะน้องชายคนนี้
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะพวกท่านก็ระวังด้วยนะเ้าคะ”ปู้จิงยิ้มบอกนางแค่จะไปหาสมุนไพรเท่านั้นเองในสมองนางตอนนี้จดจำรูปร่างและลักษณะพิเศษของสมุนไพรได้ไม่น้อยแล้วปู้จิงคาดหวังว่าวันนี้นางจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในการขึ้นเขา
ปู้จื่อที่อายุน้อยที่สุดในบ้านพอรู้ว่าพวกพี่ชายพี่สาวจะขึ้นเขาก็อยากไปด้วยน่าเสียดายที่เหมยซื่อดึงคอเสื้อเ้าเด็กแสบเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นลูกชายนางต้องวิ่งตามหลานๆ ไปอีกเป็แน่ลูกชายของนางยังเด็กนักและการฝึกฝนวรยุทธ์ก็ไม่เอาไหนที่สุดในครอบครัวทำให้เหมยซื่อไม่วางใจให้เขาออกไปล่าสัตว์กับเหล่าลูกพี่ลูกน้อง
“หยุดเลยเ้าตัวแสบ!อยู่บ้านแล้วฝึกฝนให้ดีหากเ้าฝีมือไม่ได้เื่อีกก็ไม่ต้องตามพวกพี่ๆ ไปวุ่นวายบนูเาหลายครั้งแล้วที่เ้าทำให้พวกเขาล่าสิ่งใดไม่ได้เลยอย่าไปป่วนพวกพี่ ๆอีกเข้าใจหรือไม่”เหมยซื่อที่ดึงคอเสื้อลูกชายจนเขาดิ้นแด่วๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงดุ
“โธ่ท่านแม่ข้าแค่อยากช่วยพวกเขานะขอรับข้าไม่ได้ป่วนเสียหน่อย”ปู้จื่อไม่รู้ตัวเลยว่าการช่วยของเขาทำให้เหยื่อที่น่าจะล่าได้วิ่งหนีไปเสียหมด
“เงียบเลย!ไปช่วยพ่อเ้าทำกับดักเลยนะวันนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาดไม่อย่างนั้นแม่จะตีก้นเ้าให้ลายเลยคอยดู”เหมยซื่อขู่เ้าเด็กแสบของบ้าน
ปู้จื่อได้แต่ต้องพยักหน้ารับคำแม่ของเขาเขารู้ดีว่าไม้เรียวท่านแม่นั้นรุนแรงแค่ไหนตอนนี้เขายังไม่อยากก้นลายอีกปู้จื่อจึงทำได้แค่ขอให้แม่ปล่อยเขาลงแล้วเดินไปทางหลังบ้านซึ่งพ่อจอมี้เีของเขาน่าจะกำลังนอนมากกว่าจะทำกับดักอย่างที่แม่บอก
ปู้จิงเลือกไปูเาฝั่งตะวันตกห่างออกไปจากหมู่บ้านประมาณสิบห้าลี้นางใช้วิชาตัวเบาที่ร่ำเรียนมาอย่างสุดกำลังทำให้ปู้จิงไปถึงตีนเขาได้ในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
“อืม…ไปทางไหนก่อนดีนะ”ปู้จิงยืนหันรีหันขวางอยู่ตีนเขาคนเดียวนางใช่ว่าจะไม่เห็นชาวบ้านคนอื่นขึ้นเขาแห่่งนี้เพียงแต่ปู้จิงไม่อยากเดินตามหลังพวกเขาไปเพราะกลัวจะไม่ได้ของดีกลับมานางรู้ดีว่าคนอื่นเองก็ต้องหาของมีค่าออกไปขายไม่ต่างจากนางเอง
หลังจากยืนมองดูอยู่นานเกือบสองเค่อปู้จิงตัดสินใจเดินอ้อมไปอีกทางซึ่งไม่มีชาวบ้านเดินเข้าไปนางคิดว่าทางที่ไม่เคยมีคนไปจะต้องมีสมุนไพรมากมายให้นางเก็บเป็แน่
ปู้จิงวิ่งเข้าไปในป่าลึกพอสมควรนางเห็นว่าแถวนี้มีป่ารกทึบอยู่จึงได้หยุดวิ่งและกวาดสายตาราวกับเรดาร์ไปทั่วบริเวณทันที
“เอ๊ะ!นั่นไม่ใช่ใบของต้นโสมหรอกหรือ”ปู้จิงเอียงศรีษะคิดไปมาอย่างน่ารักนางจำได้ลาง ๆว่าใบของต้นโสมในหนังสือมีลักษณะอย่างที่กำลังเห็นอยู่
ปู้จิงคิดอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจเดินไปนั่งข้างต้นไม้ที่น่าจะเป็โสมจากนั้นปู้จิงนำเสียมอันเล็กที่พกมาด้วยขุดไปรอบๆ พื้นที่ของมันทันที
“หืม?ดูท่าทางจะหัวใหญ่ไม่น้อยเลยนะเนี่ย”ปู้จิงพึมพำขึ้นมาเบา ๆเมื่อนางรู้สึกว่าใต้ดินน่าจะมีโสมหัวใหญ่ฝังอยู่
หลังจากขุดอย่างเบามือจนดินร่วนดีแล้วปู้จิงก็ใช้นิ้วเล็ก ๆของนางค่อย ๆ เขี่ยดินออกให้เบาที่สุดด้วยนางกลัวว่าแรงมหาศาลของนางจะทำลายต้นโสมมีค่าไปเสียก่อน
ปู้จิงใช้เวลาเขี่ยดินออกอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยามในที่สุดนางก็ตัดสินใจใช้สองนิ้วดึงต้นโสมขึ้นมาอย่างระมัดระวังตรงหน้าของปู้จิงกลับเป็โสมอย่างในหนังสือจริงๆรอยยิ้มของนางปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าทันทีที่ได้สมุนไพรล้ำค่าอย่างไม่คาดคิดปู้จิงไม่กล้าแตะต้องต้นโสมมากนักนางกลัวว่าจะพลั้งเผลอจนทำให้โสมกระจุยไปเสียก่อน
“เฮ้อ!ในที่สุดก็ได้สมุนไพรมาหนึ่งอย่างแล้วท่าทางแถวนี้จะมีสมุนไพรดีๆ อยู่ไม่น้อยเลยนะเนี่ยข้าลองเดินดูสักหน่อยดีกว่า”ปู้จิงเอ่ยขึ้นหลังจากวางโสมลงในตะกร้าอย่างทะนุถนอม
กว่าหนึ่งชั่วยามที่ปู้จิงเดินไปมานางพบสมุนไพรอีกสองสามอย่างซึ่งไม่ได้สำคัญอะไรนักแต่ก็พอจะขายได้ราคาอยู่บ้างเมื่อเห็นว่าแถวนี้ไม่น่าจะมีสมุนไพรดีๆ อีกปู้จิงตัดสินใจเดินลึกเข้าไปอีกทางซึ่งมืดมิดยิ่งกว่าตรงที่นางอยู่ตอนนี้ในใจของนางหวังแค่ว่าจะได้พบกับสมุนไพรล้ำค่ามากกว่าโสมั์ต้นก่อนหน้านี้
“เอ๊ะ!ตรงนั้นเหมือนเป็หน้าผาเลยไม่รู้ว่าจะมีสมุนไพรดี ๆบ้างไหมนะ” ปู้จิงได้ยินเสียงลมพัดแรงไม่ไกลนักนางจำได้ว่าในหนังสือมีสมุนไพรดีๆ ที่เกิดตามหน้าผาไม่น้อยปู้จิงจึงคิดอยากเสี่ยงดวงดูสักครั้งอย่างไรวิชาตัวเบานางก็เรียนรู้มาเป็อย่างดีการปีนหน้าผาจึงไม่ยากสำหรับปู้จิงเลยแม้แต่นิดเดียว