บทที่ 11 ลูกค้าที่ดีต้องสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น
หยางลี่ฮวาพูดว่า "ท่านพ่อ บ้านเราไม่ได้กินข้าวขาวมานานแล้ว จะเอาไปต้มโจ๊กพรุ่งนี้เช้าดีไหม..."
"เอาข้าวขาวหนึ่งจินไปต้มโจ๊ก ที่เหลือเก็บไว้ให้จูจูทั้งหมด" ท่านปู่แสดงความลำเอียงอย่างไม่ปิดบัง "เด็กเล็ก ลำคอบอบบาง กินของหยาบไม่ได้"
หยางลี่ฮวาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย นางกอดลูกสาวตัวอ้วนกลม กลืนคำพูดนั้นกลับเข้าไป
หลิวตงเหนียงตื่นเต้นจนขยำมือ พูดเสียงเบา "พี่สะใภ้ใหญ่ ฝีมืองานเย็บปักของข้าไม่ค่อยดี เื่การซ่อมเสื้อกางเกง พี่ว่ายังไงก็ว่าตามนั้น ข้าจะช่วยเป็ลูกมือ แต่ของกินพวกนี้ ข้าขอเอาไปจัดการก่อนนะ"
หยางลี่ฮวายิ้ม เอ่ยชมน้องสะใภ้ "แน่นอนอยู่แล้ว มือของน้องสะใภ้เก่งจริง ๆ ทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น"
"งั้นงานเย็บปักถักร้อยมอบให้ข้า ส่วนงานครัวมอบให้เ้า พวกเราสองคนช่วยกันดูแลให้ทุกคนในบ้านได้กินอิ่มนุ่งอุ่นกัน"
คำพูดนั้นทำให้หลิวตงเหนียงหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม นางอุ้มอาหารแล้วเดินไปที่ห้องครัว
จูจูร้อนใจที่ท่านแม่พูดคุยอยู่ตลอด ไม่ยอมเย็บเสื้อกั๊กให้ตน เด็กน้อยจึงยื่นก้นไปดึงผ้าห่ม
แน่นอนว่า นางยังคงดึงไม่ไหวอยู่ดี
สุดท้ายได้แต่นอนกลิ้งไปมาบนที่นอน เท้าเล็ก ๆ ทั้งสองข้างที่ขาวนวลเตะไปมาไม่หยุด คนในบ้านมองแล้วพากันหัวเราะ พูดคุยกันเล็กน้อยแล้วก็แยกย้ายกันไป
หยางลี่ฮวาเปิดกล่องขนม แจกขนมให้เด็ก ๆ คนละหนึ่งชิ้น
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ยัดขนมเข้าปากทันที ส่วนไท่หย่งอันกัดไปครึ่งหนึ่ง ที่เหลืออีกครึ่งยัดเข้าปากมารดา
หยางลี่ฮวาหลบไม่พ้น ได้ลิ้มรสความกตัญญูจากลูกชายคนโต
พอเห็นลูกชายคนรองหย่งหนิงกำลังจะใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อขนมเอาไว้ จึงกล่าวว่า "หย่งหนิง กินขนมเถอะ ไม่ต้องเก็บไว้ให้จูจูหรอก ยังมีอีกกล่องนะ น้องไม่อดกินแน่"
ไท่หย่งหนิงจึงกินขนมไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งก็ยังคงให้จูจูอยู่ดี
จูจูแทะกินไปหนึ่งคำ แล้วยิ่งรู้สึกมีความสุขจนกลิ้งไปมาบนเตียงเตา
มีพี่ชายช่างดีจริง ๆ !
โดยเฉพาะพี่ชายที่เงียบขรึมและอ่อนโยนคนนี้ จูจูรักมากเลย!
ไท่หย่งลู่กับไท่หย่งเยว่มองด้วยความอิจฉา รีบถอดรองเท้าแล้วะโขึ้นเตียง ตามน้องสาวไปกลิ้งเกลือกด้วยกัน
สุดท้ายหยางลี่ฮวาก็ทนไม่ไหวเพราะกลัวพวกเขาจะทำให้ผ้าปูที่นอนสกปรก จึงตบเบา ๆ คนละทีถึงได้สงบลงเสียที!
เช้าวันที่สอง คนในครอบครัวไท่ตื่นแต่เช้าตรู่เหมือนเคย
หนึ่งคือความเคยชิน แม้ว่าในฤดูหนาวจะไม่มีงานอะไรให้ทำมาก แต่ก็ไม่ควรสร้างนิสัยี้เีนอนตื่นสายด้วย
สองคือ... หิวน่ะสิ!
ฝีมือของหลิวตงเหนียงไม่ได้พูดเล่น ๆ เพื่อโจ๊กข้าวขาวที่หากินได้ยาก นางจึงตื่นขึ้นมาั้แ่ดึก เสียงดังกรุ๊งกริ๊งวุ่นวายจนฟ้าสาง
ข้าวขาวหนึ่งจินไม่มากนัก แต่ใส่ผักกาดขาวหั่นละเอียดเพิ่มเข้าไปไม่น้อยพร้อมต้นหอม โรยเกลือลงไปหนึ่งกำมือ หลังจากเคี่ยวเสร็จก็ได้โจ๊กเต็มหม้อใหญ่
เมื่อยกขึ้นโต๊ะ แม้แต่ท่านผู้เฒ่าไท่ก็ยังวางกล้องยาสูบในมือลง
จูจูอ้าปากน้อย ๆ น้ำลายไหลยาวถึงสองฉื่อ ดวงตากลมโตจ้องมองชามข้าว ในสายตาเต็มไปด้วยความยินดีและความปรารถนา
"กิน กิน!"
เพื่อที่จะได้กิน ก้อนแป้งตัวน้อยได้พยายามอย่างมาก แม้กระทั่งการออกเสียงก็ถูกต้อง
หลิวตงเหนียงรีบตักอาหารใส่ชามให้หลานสาวตัวน้อยทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
จูจูดิ้นออกจากอ้อมกอดของท่านแม่ แล้วจุ๊บแก้มอาสะใภ้ไปหนึ่งที
ริมฝีปากเล็ก ๆ ที่นุ่มนิ่มหวาน ๆ นั้น ทำให้หลิวตงเหนียงอยากจะมอบโจ๊กทั้งหม้อให้กับหลานสาว
หยางลี่ฮวาตีลูกสาวเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างหยอกเย้า "เ้าตัวแสบเอ๊ย รู้สินะว่าอาหารที่อาสะใภ้ทำอร่อย เลยเริ่มประจบเอาใจซะแล้ว"
จูจูหัวเราะจนตาหยีลง ฟันขาว ๆ เรียงเป็แถวออกมารับลม
อาสะใภ้รองเท่ากับของอร่อย
ต้องประจบให้ถึงที่สุด!
ไม่นาน ทุกคนในครอบครัวก็กอดชามโจ๊กเริ่มกินกันแล้ว โจ๊กผักที่หอมกรุ่นเข้มข้นร้อน ๆ ไหลลงท้อง ทำให้ทุกคนมีความสุขจนอยากจะถอนหายใจ
จูจูกินอิ่มได้ครึ่งหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมองคนในครอบครัว
กลุ่มพลังงานสีดำบนศีรษะของท่านปู่จางลงแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ ท่านอาและพี่ชายทั้งหลายก็เช่นกัน
ฮือ ๆ ดีจังเลย!
ในบ้านใหม่นี้ ตอนนี้คงไม่มีใครต้องตายแล้ว!
จูจูนั่งอยู่ในอ้อมอกของมารดา ส่ายหัวไปมา เปียเล็ก ๆ สะบัดไปมาอย่างมีความสุข
หลังจากกินข้าวเสร็จ ไท่จี้เย่ก็ร้อนใจอยากออกเดินทาง
"ตอนนี้รีบเดินทางกันเถอะ จะได้ไม่เสียเวลาหาคนซื้อในเมือง บางทีพอฟ้ามืดก็จะได้กลับมาแล้ว"
ไท่หย่งอันะโขึ้นทันที "ข้าจะไปกับท่านอาสาม ข้าจะช่วยท่านอาสามลากเลื่อน!"
หยางลี่ฮวารีบกลับเข้าบ้าน หยิบเสื้อคลุมที่ตัดเย็บตลอดทั้งคืนออกมา
ผ้าอย่างดีที่ใหม่ราวแปดส่วนถูกนำมาเปลี่ยนแทนผ้าเก่า แล้วยังยัดนุ่นใหม่เพิ่มเข้าไป ทำให้เสื้อคลุมดูอ้วนขึ้นอีกเท่าตัว ใส่แล้วต้องอุ่นแน่นอน
"น้องสามรีบใส่เร็ว ลองดูว่าอุ่นขึ้นหรือไม่"
ไท่จี้เย่เห็นพี่สะใภ้เป็ห่วงตนเองมากที่สุด ในใจรู้สึกทั้งอบอุ่นและดีใจ เขารีบสวมเสื้อและชมไม่หยุดปาก ทำให้ท่านผู้เฒ่าไท่อดไม่ได้ที่จะด่าว่าเขาปากหวาน จากนั้นจึงหยิบเสื้อคลุมหนังแกะตัวเก่าของตนออกมาให้หลานชายคนโต
ไม่นานนัก อากับหลานชายก็เตรียมตัวเรียบร้อย ก่อนจะลากเลื่อนไม้ของครอบครัวออกจากบ้าน
เมื่อคืนหิมะตกทั้งคืน แม้จะไม่หนักมาก แต่อากาศก็หนาวกว่าเดิมมาก คนในหมู่บ้านเกือบทั้งหมดหลบอยู่แต่ในบ้าน
สองคนอาหลานลากเตาทองแดงอันใหญ่กับตะกร้าถ่านเงินที่ยังเหลือกว่าครึ่งเข้าเมืองไปโดยไม่รบกวนใคร
ส่วนหยางลี่ฮวาเร่งซ่อมแซมเสื้อกางเกงของคนในบ้านต่อไป โดยมีหลิวตงเหนียงคอยช่วยเป็ลูกมือ
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ก็ถูกไล่ออกไปข้างนอก ไม่ยอมให้พวกเขาอยู่ข้าง ๆ ทำตัววุ่นวาย
แต่จูจู ก้อนแป้งสุดที่รักนั้นได้รับการปฏิบัติเป็พิเศษ กลิ้งไปมาบนเตียงใหญ่ แล้วสุดท้ายก็มุดเข้าไปในผ้าห่มและหลับไป
เด็กหญิงตัวอวบกลม ใบหน้าเล็ก ๆ แดงระเรื่อพร้อมแก้มอวบอิ่มนั้น ทำให้หัวใจของคนที่มองละลายเหมือนน้ำผึ้งแอ่งหนึ่ง
หยางลี่ฮวาย้ายลูกสาวออกมาวางไว้กลางเตียงตรงตำแหน่งที่ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป แล้วคลุมด้วยผ้าห่มบาง
จากนั้นสะใภ้ทั้งสองก็นึกถึงไท่จี้เย่และไท่หย่งอัน ไม่รู้ว่าพวกเขาขายของเป็อย่างไรบ้าง
ไท่จี้เย่และไท่หย่งอันเพิ่งลากเลื่อนไม้เข้าประตูเมืองมา
ไท่จี้เย่เป็คนฉลาดหัวไว เขาดึงผ้าป่านเก่า ๆ ที่คลุมเตาทองแดงออก แล้วลากเตาทองแดงเปลือย ๆ นั้นเดินไปตามถนน
เตาทองแดงแกะสลักดูดีมาก ประณีตและสวยงาม บ่อยครั้งที่มีคนเดินผ่านไปมาถามและชื่นชมสองสามคำ
น่าเสียดายที่ไม่มีใครยอมจ่ายเงินซื้อ
ไท่หย่งอันรู้สึกร้อนใจเล็กน้อย "ท่านอาสาม พวกเราไปถามที่โรงรับจำนำดูดีไหม?"
ไท่จี้เย่ไม่มีทางเลือก จึงได้แต่พยักหน้า "ไปกันเถอะ ไปลองเสี่ยงดวงดู"
อาหลานคู่นี้ลากเลื่อนหิมะไปตลอดทาง จนกระทั่งพบโรงรับจำนำที่ใหญ่ที่สุด แต่ก่อนที่จะได้เข้าไปด้านในก็เกือบชนกับผู้ช่วยผู้ดูแลคนหนึ่งที่เดินออกมา
ไท่จี้เย่รีบขออภัย ชายคนนั้นดูรำคาญเล็กน้อย เปิดปากจะด่า แต่กลับเหลือบไปเห็นเตาทองแดงเข้าพอดี
เขาตรงไปที่เลื่อนหิมะทันที แล้วถามว่า "เตานี่ดีจริง ๆ เ้า้าจำนำมันหรือ? จำนำขาดหรือจำนำมีกำหนดเวลา?"
ไท่หย่งอันดีใจมาก กำลังจะพูดก็ถูกไท่จี้เย่แย่งพูดเสียก่อน
"พี่ชายคนนี้สายตาดีจริง ๆ ดูลายแกะสลักนี่สิ ช่างประณีตอะไรอย่างนี้ ทองแดงก็หนา นี่เป็ของดีชั้นเยี่ยมทีเดียว!"
"พูดตามตรง นี่เป็ของที่พี่สาวของข้านำมาจากทางใต้ตอนมาเยี่ยมญาติ ตอนกลับนางบ่นว่ามันหนักเกินไป ก็เลยทิ้งไว้"
"ถ้าไม่ใช่เพราะที่บ้านจำเป็ต้องใช้เงิน ข้าก็คงไม่อยากเอาออกมาขายเช่นกัน"
ผู้ช่วยผู้ดูแลคนนั้นลูบััดูหลายรอบ ในดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อเอ่ยปากกลับไม่มีคำพูดดี ๆ "จะคุยโวไปไหน มันก็แค่เตาถ่านธรรมดา ไม่ใช่หม้อวิเศษรวมทรัพย์เสียหน่อย!"
ไท่จี้เย่ยิ้มเล็กน้อย ไม่โต้เถียงอะไร เขาหันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปในโรงรับจำนำ พลางร้องเรียก "เถ้าแก่ มีลูกค้ามาแล้ว!"