เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    ภาค 1 ตอนที่ 45 ผู้ใช้เวทย์มิติ

            "เจ้าเด็กสารเลวเจ้ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร หรือเจ้าคิดจะมีเรื่องกับพวกข้าอย่างนั้นหรือ"ผู้เฝ้ายามเริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียว พวกเขาเริ่มที่จะเดินเข้าไปหาเรื่องกับเมอร์ลิน

            แต่ทว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะถึงตัวเด็กน้อยแรงกดดันพลังที่ลี้ลับก็พุ่งเข้าจู่โจมโดยปราศจากคำเตือน

            พลังที่ไร้รูปที่ทรงพลังจู่โจมจนทั้งสองร่างกระเด็นออกไป

            ฮ่อง!

            เมอร์ลินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เพียงการยืนอยู่กับที่ของเขาก็สามารถสร้างแรงกดดันที่ทำร้ายผู้คนได้

            เมอร์ลินเหลือบตามองคนทั้งสองด้วยสายตาที่เย็นชาแววตาของเขาแสดงออกซึ่งความลี้ลับยากที่จะคาดเดาการกระทำได้

            เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้เกิดการสังหารและพูดออกมาอย่างเยือกเย็นว่า

            "อย่าคิดแม้แต่จะแตะต้องตัวข้า" เสียงคำรามต่ำๆ ของเด็กน้อยนั้นทำให้ผู้เฝ้ายามทั้งสองสะท้านไปทั้งร่าง

            วูบหนึ่งของจิตสังหารทำให้ผู้ฟังหวาดกลัวแม้คำกล่าวของเด็กน้อยจะดูเย่อหยิ่ง แต่เขานั้นมีคุณสมบัติที่จะกล่าวมันออกมา

            เมอร์ลินไม่ถึงกับเปิดเผยเจตนาฆ่าแต่กลิ่นอายและบรรยากาศรอบๆ ตัวของเขานั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้คนทั้งสองรู้สึกหวาดกลัว

            วึง!

            ทันใดนั้นเองบรรยากาศบริเวณนั้นก็เกิดผิดปกติไม่ไกลจากผู้เฝ้ายามทั้งสองมีอากาศที่เกิดการบิดเบี้ยว

            วูบหนึ่งหญิงสาวสวมชุดคลุมสีน้ำตาลก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า

            คาดคะเนจากสายตาอายุของเธอน่าจะประมาณ30 ต้นๆ แม้ว่าเธอจะมีอายุไม่น้อยแต่รูปร่างของเธอนั้นเต็มไปด้วยความอวบอิ่มสัดส่วนโค้งเว้าของสตรีเพศถูกแสดงออกซึ่งรูปลักษณ์อย่างชัดเจน

            เมอร์ลินที่มีดวงตาเลเมเกทันนั้นสามารถมองทะลุไปได้ถึงเนื้อหนังและกระดูกภายในใจของเขานอกจากภรรยาในอดีต สตรีเพศคนอื่นๆ ล้วนไม่อยู่ในสายตา

            เมอร์ลินมองเห็นเคลื่อนไหวของเธอที่เป็นไปอย่างรวดเร็วราวกับว่าเธอสามารถหายตัวอย่างฉับพลันภายในระยะ 20 ก้าวอย่างรวดเร็ว

            ด้วยความสามารถของดวงตาเลเมเกทันนั้นทำให้เมอร์ลินสามารถวิเคราะห์และจำแนกบ่งบอกถึงทักษะนี้ได้

            เมอร์ลินกำลังทำความเข้าใจกับการใช้พลังเวทย์ของเธอ

            นั่นจึงทำให้เมอร์ลินรู้ว่าทักษะที่เธอใช้นี้คือการใช้เวทย์เคลื่อนย้ายมิติ

            เธอคนนี้ใช้พลังเวทย์ของเธอเคลื่อนย้ายร่างกายในระยะเวลาสั้นๆเป็นระยะทาง 20 ก้าว

            การที่เธอสามารถปรากฏอยู่ตรงหน้าของเมอร์ลินได้อย่างรวดเร็วนั้นไม่ใช่เพราะเธอใช้การเคลื่อนที่เร็วจนติดตาอย่างที่เมอร์ลินเคยทำแต่เธอใช้พลังเวทย์ในการหายตัวโดยตรงอย่างไม่อ้อมค้อม

            สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจแก่เมอร์ลินเป็นอย่างมาก

            การหายตัวนั้นแม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นร่วงโรยเองก็ไม่สามารถทำได้แต่ในดินแดนแห่งนี้มันกลับสามารถทำได้

            เดิมทีเมอร์ลินคิดว่านอกจากเซียนไม่มีใครที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้แต่นั้นเป็นความคิดที่จำกัด ขอบเขตความรู้ของเขายังตื้นเขิน ทำให้เขาต้องสำนึกว่าตนเองจำเป็นต้องเปิดรับกับสิ่งใหม่ๆ

            หญิงสาวในรูปร่างสง่างามมองผู้เฝ้ายามที่นอนล้มกองอยู่กับพื้นด้วยสายตาที่เย็นชาสายตาและการแสดงออกของเธอทำให้รู้ว่าเธอนั้นไม่ได้มีฐานะธรรมดาในโรงเรียนแห่งนี้

            "เกิดเรื่องอะไรขึ้น"หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำราวกับว่ากำลังไม่พอใจเล็กน้อย

            ผู้เฝ้ายามเมื่อเห็นหญิงสาว พวกเขาก็รีบลุกขึ้นและปัดเศษฝุ่นออกจากตัวและเอ่ยว่า

            “ท่านอาจารย์เมลดี้ เจ้าเด็กนี่มันทำร้ายพวกข้า มิหนำซ้ำมันยังแอบอ้างชื่อของท่านเอริกเพื่อขอเข้าพบท่านอัสลานอีกด้วย"พวกเขาทำการฟ้องหญิงสาวผู้เป็นอาจารย์ของโรงเรียนแห่งนี้โดยทันที

            เมลดี้หันกลับมามองเด็กน้อยและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

            "จริงหรือเด็กน้อย" 

            เมอร์ลินไม่ได้แยแสต่อการแสดงออกของเธอเขาคำรามเสียงต่ำและเอ่ย

            "หึ ...จริงหรือไม่ ท่านสามารถตรวจสอบดูด้วยตาของท่านเอง" น้ำเสียงของเมอร์ลินนั้นติดขุ่นเคืองเขาทำการสะบัดมือเพียงเล็กน้อย จดหมายแนะนำตัวที่ตกอยู่กับพื้นก็ถูกทำพัดลอยไปยังเบื้องหน้าของเมลดี้

            เมลดี้มองด้วยสายตาที่ตกตะลึง

            ‘บทลัดเวทย์ธาตุลม!’

            เมลดี้หรี่ตาลงและมองเด็กน้อยความสงสัยสิ่งที่เด็กน้อยทำเมื่อครู่นั้นคือ การใช้บทลัดเวทย์ของธาตุลม 

            เธอสังเกตเห็นว่าเมื่อครู่เด็กคนนี้ไม่ได้ทำการร่ายเวทย์เลยแม้แต่น้อยริมฝีปากของเขานั้นไม่ได้ขยับร่ายบทเวทย์ แต่เขากลับสามารถบังคับให้จดหมายพัดลอยมาหาเธอได้

            สิ่งนี้จะต้องเป็นการใช้บทลัดเวทย์

            เมลดี้คะเนอายุของเด็กน้อยจากสายตาเด็กน้อยคนนี้ไม่น่าจะอายุเกิน 10 ขวบ แต่เด็ก 10 ขวบผู้หนึ่งจะสามารถใช้บทลัดเวทย์อย่างนี้ได้อย่างไรแม้แต่นักรบเวทย์บางคนยังไม่สามารถใช้มันได้คล่องแคล่วเช่นนี้

            สายตาของเมลดี้มองเมอร์ลินด้วยความสงสัย

            เมลดี้ตัดสินใจละความสนใจจากเด็กน้อยแล้วเริ่มกวาดสายตาดูจดหมายที่อยู่ในของมือเธอ 

            นี่มัน!

            ตราประจำตัวของท่านเอริก

            จดหมายนี้ถูกผนึกด้วยตราประจำตัวที่เป็นเอกลักษณ์แม้ว่าคนทั่วไปจะสามารถปลอมแปลงตราได้ แต่สำหรับจอมเวทย์ผู้หนึ่งอย่างท่านเอริกตราสัญลักษณ์นี้ย่อมไม่สามารถปลอมมันได้อย่างแน่นอน

            เรื่องทั้งหมดที่เด็กคนนี้พูดเป็นความจริง

            “จดหมายฉบับนี้คือของจริงมันเป็นของท่านเอริก” เมลดี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

            คำกล่าวของเมลดี้ทำให้ผู้เฝ้ายามทั้งสองถึงกับสั่นอย่างหวาดกลัวพวกเขานั้นดันไปจุ่มเท้าเข้ากับบ่อน้ำเดือดเสียแล้ว

            ใครจะคิดว่าคำพูดของเด็กน้อยคนนี้เป็นความจริงมันเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะอย่างมากหากจะเชื่อคำพูดของเด็กที่อยู่ในวัยเท่านี้แต่สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นผิดทั้งหมด เมื่อสิ่งที่เด็กคนนี้พูดล้วนเป็นความจริง

            พวกเขาได้ล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินเสียแล้วจากการลงมือเมื่อครู่ทำให้เห็นถึงฝีมือของเด็กคนนี้

            หากเด็กคนนี้เป็นคนที่ท่านเอริกส่งมาฝีมือของเด็กน้อยนั้นก็ย่อมไม่สามัญอย่างแน่นอน

            เมลดี้ปลายตากลับมามองเมอร์ลินอีกครั้งหนึ่งและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

            "ตามข้ามา"

            ผู้เฝ้ายามทั้งสองนั้นกลายเป็นไร้คำพูดเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้พวกเขาก็ได้แต่สงบปากอย่างเงียบงัน

            เมลดี้ย้ายร่างของเธอเคลื่อนตัวกลับเข้าไปในโรงเรียน

            เมอร์ลินเดินตามเมลดี้ไปอย่างไม่รีบเร่งเขาเดินผ่านผู้เฝ้ายามทั้งสองที่กำลังพยายามก้มหน้าอย่างไม่แยแส

            เมื่อเดินไปได้สักพักจู่ๆ เมลดี้ก็เร่งความเร็วขึ้นการเร่งความเร็วของเธอนั้นไม่ได้หมายถึงการวิ่ง เพียงแต่ทุกๆ ย่างก้าวของเธอนั้น แม้มันจะเป็นไปอย่างช้าๆและสง่างาม แต่มันกลับเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วได้อย่างน่าอัศจรรย์

            หากเทียบการย่างก้าวของเธอแล้วมันสามารถเปรียบได้กับคนธรรมดาที่กำลังวิ่งอย่างสุดกำลัง

            เธอนั้นต้องการทดสอบคนที่เอริกส่งมา รอยยิ้มตรงมุมปากถูกยกขึ้น

            น้อยครั้งนักที่ท่านเอริกจะทำการใช้งานคนคนหนึ่งเธอจึงอยากรู้ว่าคนที่เอริกส่งมานั้นมีฝีมือมากเพียงใด 

            เพียงไม่ถึง 3 นาที เมลดี้ก็สามารถเคลื่อนที่ไปได้กว่า 1 กิโลเมตร เธอไม่ได้หันกลับไปมองเด็กน้อยเลยแม้แต่น้อย แต่เธอกลับรู้สึกว่าเด็กคนนั้นกำลังตามเธอมาอย่างติดๆ

            เมื่อเธอหันกลับไปมอง เธอก็ตกตะลึง

            เธอได้พบว่าเด็กคนนั้นกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศเด็กคนนี้สามารถเคลื่อนไหวได้โดยที่เท้าไม่แตะพื้น 

            นี่มัน! หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญธาตุลม

            เขาสามารถสร้างต้นอ่อนธาตุลมได้!

            แม้ว่าเธอจะรู้ว่าเด็กคนนี้เชี่ยวชาญธาตุลมจากการบังคับจดหมายให้ลอยได้แต่เธอก็ไม่คิดว่าเมอร์ลินจะมีความสามารถขนาดนี้

            คนคนหนึ่งที่สามารถลอยได้หากไม่นับระดับจอมเวทย์ขึ้นไปแล้วก็มีแต่ผู้เชี่ยวชาญธาตุลมเท่านั้นที่สามารถทำอย่างนี้ได้

            เมลดี้สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปล่อยวางสิ่งที่เห็นเธอได้ดำเนินการนำทางเด็กน้อยต่อไป

            ในที่สุดทั้งสองก็ได้มาถึงหอคอยแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างห่างไกลจากตึกเรียนที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนโดยเฉพาะ และห้องทำงานของผู้อำนวยการก็อาศัยอยู่บนยอดสุดของหอคอย

            ระยะทางจากหน้าประตูจนมาถึงที่นี่แม้เมลดี้จะอยู่ในระดับ 4 ของขั้นนักรบเวทย์แต่การเดินทางอย่างรีบเร่งนั้นก็สามารถทำให้เธอแสดงอาการเหนื่อยหอบออกมาเล็กน้อย

            เมื่อเธอมองไปยังเด็กน้อยเมลดี้ก็เกิดการประหลาดใจขึ้นอีกครั้ง

            เธอพบว่าเด็กที่อยู่เบื้องหน้านี้เขาไม่มีอาการเหนื่อยหอบเลยแม้แต่น้อย

            นี่เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากเมื่อมองจากกลิ่นไอเวทย์เด็กน้อยเบื้องหน้านี้เป็นเพียงผู้ใช้เวทย์เท่านั้นเขาไม่แม้แต่จะเป็นนักเวทย์หรือนักรบเวทย์

            การเดินทางด้วยระยะทางที่เท่านั้นและในระยะเวลาเดียวกันการที่เธอเหนื่อยหอบแต่เด็กคนนี้ไม่ ทำให้เธอผู้ที่ซึ่งเป็นอาจารย์ของโรงเรียนแห่งนี้รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก

            "เอาล่ะ พวกเขาต้องขึ้นไปข้างบนกัน" เมลดี้พักเหนื่อยครู่หนึ่งและเอ่ยออกมา

            เมอร์ลินนั้นยังคงเย็นชาและเงียบงัน เขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเพียงตอบรับด้วยการพยักหน้ารับคำเท่านั้น

            “เด็กคนนี้ทั้งสงบและเยือกเย็น สิ่งนี้ทำให้เขายิ่งลึกลับมากยิ่งขึ้น”เมลดี้คิดในใจ

            เมื่อเข้าไปด้านในของหอคอยแล้วเมอร์ลินก็ได้พบบันไดทางขึ้นที่มีรูปร่างเป็นบันไดวนที่ขึ้นสู่ด้านบนไปเรื่อยๆ

            เมลดี้ออกตัวก่อนในทันทีและแน่นอนว่าเธอย่อมไม่ยอมที่จะใช้การเดินทางในแบบธรรมดาตัวเธอเป็นผู้ใช้เวทย์มิติดังนั้นแล้วสิ่งที่เธอถนัดมากที่สุดก็คือการใช้เวทย์มิติ 

            "ข้าจะไปรอเจ้าที่ด้านบนสุดของหอคอย" เมลดี้พูดพลางยิ้มและมองไปยังเมอร์ลิน

            ก่อนหน้านี้การที่เธอมีอาการเหนื่อยหอบทำให้เธอรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากดังนั้นแล้วการขึ้นบันไดวนโดยการใช้เวทย์มิติอาจทำให้เธอนั้นกู้หน้าคืนมาได้บ้าง

            เวทย์มิติของเมลดี้คือการหายตัวเหมือนก่อนหน้านี้เธอนั้นสามารถใช้เวทย์มิติหายตัวไปในระยะ 20 ก้าวได้ ด้วยการใช้เวทย์นี้จึงทำให้เธอเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก

            ร่างของเมลดี้หายไปต่อหน้าเมอร์ลินในทันที

            วูบ วูบ วูบ!

            เมลดี้หายตัวต่อไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องร่างของเธอขึ้นไปแต่ละชั้นของหอคอยอย่างรวดเร็ว

            เมอร์ลินมองบันไดวนที่อยู่ตรงหน้า ใจกลางของบันไดวนนี้มีช่องว่างเป็นวงกลมอยู่กึ่งกลางวงกลมนี้ประดับด้วยลวดลายอันวิจิตร มันถูกสร้างไว้เพื่อความสวยงามของหอคอย หากยืนอยู่ชั้นบนสุดผู้คนสามารถมองลงมายังเบื้องล่างนี้ได้อย่างสวยงาม

            เมื่อเมอร์ลินได้เปิดเผยความสามารถในการบินของเขาต่อหน้าเมลดี้แล้วเขาจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังพลังในด้านนี้อีกต่อไป

            เมอร์ลินทะยานตัวเหาะขึ้นไปทะลวงลอดช่องว่างของบันไดวนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

            ด้วยความสูง 30 ชั้นของหอคอยทำให้ไม่นานนักเมอร์ลินก็สามารถขึ้นไปถึงชั้นบนสุดเขาสามารถเหาะขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว

            เมื่อมายังชั้นบนสุด เมอร์ลินก็พบกับบานประตูรูปร่างประหลาด

            ประตูนั้นถูกสลักด้วยรูปนกฮูกจำนวนนับร้อยๆตัวไล่เรียงกัน

            ประตูอันแปลกประหลาดนี้ดูเหมือนไม่สามารถเข้าไปได้ง่ายๆมันเป็นประตูที่ไม่มีที่จับหรือบานผลักใดๆ

            แต่เมื่อเมอร์ลินใช้ดวงตาเลเมเกทันมองลึกเข้าไปเขาก็พบว่าประตูบานนี้ถูกสร้างด้วยอักขระจำนวนนับร้อยๆ และภายในยังมีวงเวทย์ซับซ้อนอีกมากมายซ่อนอยู่

            ประตูบานนี้ไม่ใช่ประตูที่ธรรมดามันคืออุปกรณ์เวทย์ชนิดหนึ่ง

            เมอร์ลินละความสนใจไปจากประตูเมื่อเขาได้ยินเสียงของเมลดี้

            "นี่เจ้า! เป็นไปได้ยังไง?"เมลดี้พูดออกมาอย่างตกตะลึง

            ในวันนี้เธอนั้นตกตะลึงกับเด็กคนนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

            เมลดี้ก็ใช้เวทย์มิติหายตัวมาถึงชั้นสูงสุดได้อย่างรวดเร็วแต่ความเร็วของเธอนั้นก็ยังไม่พอเมื่อเทียบกับความเร็วของเมอร์ลินนี่เป็นอีกครั้งที่เธอได้แพ้ให้กับเด็กคนนี้

             ใบหน้าของเธอในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจเธอนั้นรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากกับการพ่ายแพ้ในการแข่งขันที่เธอตั้งมันขึ้นมาอย่างเงียบๆคนเดียว

            เมลดี้กำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองเธอสูดลมหายใจเข้าลึกและก้าวไปที่บานประตูรูปร่างประหลาด  เธอกระทำการบางอย่างกับประตูบานนั้น

            เมลดี้ยกมือขวาของเธอขึ้นและวาดมันไปยังรูปสลักนกฮูกตัวหนึ่ง

            ทันใดนั้นเองแหวนที่เธอสวมใส่ก็เปล่งแสงสีฟ้าออกมารูปสลักนกฮูกตัวนั้นเหมือนกำลังขานรับกับแหวนของเธอ

            ดวงตาของนกฮูกตัวนั้นส่องแสงสีฟ้าออกมาอย่างเรืองรอง

            เมลดี้ทำเช่นนี้กับนกฮูกอีกหลายๆ ตัวไล่เรียงกันไปอย่างมีระเบียบและแบบแผน

            เมื่อสัมผัสกับรูปสลักนกฮูกตัวสุดท้ายกระบวนการก็เสร็จสิ้น

            พลันรูปสลักนกฮูกที่สลักไว้ในบานประตูเหล่านั้นก็คล้ายกับมีชีวิตขึ้นมา

            นกฮูกนับร้อยๆ ตัวเริ่มค่อยๆ ขยับเขยื้อน

            ไม่นานพวกมันก็เริ่มที่จะบินออกจากประตูและเลือนหายไปกับอากาศราวกับไม่เคยมีอยู่

            เมื่อนกฮูกทั้งหมดหายไป เบื้องหน้าของเมลดี้จึงปรากฏประตูที่แท้จริงเผยให้เห็น

            เมลดี้เคาะประตูอย่างมีมารยาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

            “ท่านผู้อำนวยการ ข้าเมลดี้ ... ขออภัยที่รบกวนท่านในตอนนี้... มีผู้นำสารจากท่านเอริกต้องการเข้าพบท่านข้าขออนุญาตนำเขาเข้าไปเลยได้หรือไม่”

            ครู่หนึ่งก็มีเสียงที่ชราดังออกมาจากอีกฝั่งหนึ่งของประตู

            “เชิญเข้ามาได้”

            ได้ยินดังนั้นเมลดี้จึงใช้มือของเธอผลักบานประตูเข้าไป

            เมื่อประตูเปิดออกพวกเขาทั้งสองก็ได้พบกับร่างของชายชราที่มีผมและหนวดเครายาวสีขาวชายชรานั้นแต่งกายด้วยชุดนักเวทย์ผ้าไหมสีฟ้าอ่อน และสวมใส่หมวกทรงยาวสีฟ้าหม่นๆใบหนึ่ง

            ร่างของเขาถูกปกคลุมไปกลิ่นอายของพลังเวทย์ที่ทรงพลัง

            เขาคนนี้คือตัวตนผู้สูงส่ง พลังที่เผยออกมาทำให้เมอร์ลินรู้สึกกดดัน

            คนผู้นี้คือนกฮูกสีฟ้า อัสลานผู้อำนวยการโรงเรียนเวทย์อารากอน เขาเป็นหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลมของอาณาจักรอารากอน

    คล้ายกับเรื่องเซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard ที่คุณอ่าน