ปกร หลับไปนานเท่าไหร่ ไม่รู้ มารู้ตัวอีกครั้งก็ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงคนนึงที่ร้องไห้ปานจะขาดใจ
“ฮือๆๆๆๆคูณหนูเ้าขาทำไมคุณหนูรีบจากบ่าวไปไวจังเลยเ้าค่ะ แล้วบ่าวจะอยู่อย่างไร ั้แ่เด็กจนโตบ่าวก็มีแต่คุณหนู คนเดียว แล้วบ่าวจะไปอยู่ที่ไหน บ่าวจะตามคุณหนูไปนะเ้าคะฮือๆๆๆๆ“
เสียงหญิงสาวร้องไห้สะอึก สะอื้น พูดวนแต่ประโยคเดิมๆซ้ำๆตลอด ทำให้ปกร สงสัยว่าใครมาร้องอะไรใกล้ๆแล้วรู้สึกว่าตัวเองอึดอัดเหมือนโดน อะไรบางอย่างมาห่อมามัดเอาไว้ ปกร พยายามที่จะดิ้นเพื่อให้หลุด
เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองถูกห่ออยู่ใน ไอ้ที่เค้าเรียกกันว่าเสื่อแถมถูกมัดอย่างกับคนที่ตายสมัยก่อน เอ๊ะหรือว่าใครแอบมาแกล้งเราเล่น ปกร พยายามดิ้น ร้องะโอกไป
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยฉันอยู่ในนี้ พี่แนนซี่ ผมไม่เล่นนะครับ“
เอ๊ะเสียงที่ได้ยินมันเสียงผู้หญิง คืออะไรกันนะ ปกร พยายาม ะโอยู่หลายประโยคแต่เสียงที่เปล่งออกจากปกรเป็เสียงผู้ชายแต่เสียงที่ได้ยินภายนอกคือผู้หญิงยิ่งทำให้ปกร สงสัยเป็การใหญ่
ส่วนด้านนอกบ่าวที่นั่งร้องไห้อยู่ เห็นศพกำลังดิ้น และมีเสียงร้องของคุณหนูตัวเองดังออกมาก็รีบวิ่งหนีอย่างรวดเร็วไปหลบหลังต้นไม้พร้อมกับมองจ้องกลับมาที่ศพคุณหนูที่ยังนอนดิ้นพร้อมเสียงร้องะโ
“ตายห่าแล้วนั่นคนหรือผี เอาไงดีว่ะ อีสาย ถ้าเป็ผีมันจะหลอกกลางวันเหรอ คุณหนูเพิ่งสิ้นไปเมื่อคืนนี้เอง เอาเยี่ยงไรดีว่ะ “
ในขณะที่นังสายกำลังคิดอย่างหนักทางด้านปกร ก็ดิ้นไม่หยุด ทำให้ ร่วงลงมาจากกองฟืนที่เตรียมไว้สำหรับเผาศพร่วงลงพื้น
ยิ่งทำให้นังสายใเป็การใหญ่ตาเบิกโพลง พร้อมจะเป็ลมได้ทุกเมื่อ ปกรทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองหลุดแต่เหมือนตัวเองไม่ค่อยมีแรงเหมือนเดิม แถมการมัด ก็ช่างแน่นเสียเหลือเกิน ในนี้ก็ร้อนทั้งร้อนหายใจไม่ออกจน ปกรตัดสินใจะโครั้งสุดท้ายออกไปว่า
“ใครที่อยู่ตรงนั้นหน่ะฉันเป็คน มาช่วยแก้มัดหน่อย ฉันไม่ใช่ผี ถ้าใครแกล้งผมอยู่เลิกแกล้งผมได้แล้วครับผมยอมแล้ว พี่แนนซี่ แม่แจ๋ว มาช่วยผมด้วยผมจะขาดใจอยู่แล้ว”
เมื่อนังสายได้ยินเสียงนายตัวเองร้องเรียกแบบนั้นจึงรีบวิ่งออกจากหลังต้นไม้เพื่อเข้าไปดู ใกล้ๆ
“คุณหนูคุณหนูของบ่าว ยังไม่ตาย คุณหนูเดี๋ยวบ่าวแก้มัดให้นะเ้าคะ”
นังสายรีบทำการแก้มัดให้ปกร จนออกหมด ทำให้ร่างปกร หลุดออกจากการมัด กลับมาสูด อากาศหายใจ ดัง เฮือก!!!เข้าปอดอีกครั้ง
“เฮ้อค่อยยังชั่วนึกว่าตายซะแล้ว” พูดไปพลางหายใจหอบไป แฮ่กๆๆๆๆๆๆ
“คุณหนูคูณหนูของบ่าวจริงด้วย บ่าวดีใจเหลือเกิน คุณยังไม่ตาย “นังสายทั้งร้องไห้ทั้งดีใจโผเข้ากอดผู้เป็นายตัวเอง
“คุณหนูอะไรกันครับ น้อง แล้วนี่กำลังทำรายการอะไรกันอยู่ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เื่ แหมน้องแต่งเป็คนโบราณเหมือนนะ ว่าแต่ พี่แนนซี่อยู่ไหนนี่ ผมร้อน หิวน้ำด้วยผมไม่ถ่ายต่อนะเลิกกองกันได้แล้ว ทีมงง ทีงานไปซ่อนกันที่ไหนหมดนี่ “ ปกรบ่นไม่หยุดปากพร้อมกับเรียกหาแนนซี่
ส่วนนังสายบ่าวก็ได้แต่ฟังแล้ว ก็งงกับภาษาแปลกๆที่นายของตนเองพูดออกมา
“คุณหนูหิวน้ำเหรอเ้าคะ เดี๋ยวบ่าวไปเอามาให้เ้าคะ รอประเดี๋ยว”ว่าแล้วนังสายก็รีบวิ่งไปที่เรือนเพื่อเอาน้ำมาให้ผู้เป็นายของตน
อะไรกันว่ะนี่คุณหนูอะไร บ่าวอะไร กูงงไปหมดแล้ว เล่นอะไรกันว่ะ
“พี่ซี่ออกมาได้แล้วเลิกเล่นได้แล้ว ผมไม่โอเคนะครับ ผมจะกลับห้องแล้วรีบออกมาเร็วๆด้วยไม่งั้นผมจะบอกแม่ให้เปลี่ยนผู้จัดการคนใหม่ “ปกร ะโเรียกจนเสียงแห้งแต่ก็ไร้วี่แววของแนนซี่หรือทีมงานคนอื่นๆที่ ปกร คิดว่าจัดฉากถ่ายทำแกล้งตนอยู่
“มาแล้วเ้าค่ะคุณหนูน้ำเย็นชื่นใจ “นังสายรีบวิ่งอย่างรวดเร็วรีบเอาน้ำมาให้นายของตนเอง
“นี่น้องยังไม่เลิกเล่นกันอีกเหรอ พี่รู้หมดแล้วนะว่าเป็การแกล้งพี่ไปบอกให้ทีมงานเลิกแกล้งพี่ได้แล้วออกมาเถอะ ไม่งั้นพี่จะเดินกลับบ้านตอนนี้นะแล้วกองนี้พี่ก็จะไม่ร่วมงานด้วยอีกเป็อันขาด” ปกรพูดด้วยความโมโหจนเหลืออด
นังสายผู้เป็บ่าวได้แต่นั่งฟังตาปริบๆเพราะไม่เข้าใจภาษาที่นายหญิงตัวเองพูดออกมาสักคำ
ขณะที่ปกรกำลังยกขันน้ำเพื่อจะดื่มก็ต้องพลันใเพราะว่าเงาในขันน้ำที่ตนเห็นเป็หญิงอ้วนหน้าตาขี้เหร่คนนึง ทำให้เค้าใ โยนขันน้ำทิ้ง
“เฮ้ยนี่มันอะไรกันว่ะ ผู้หญิงขี้เหร่เมื่อกี้เป็ใคร “ ปกรพูดพร้อมกับเอามือมาััไปทั่วร่างกายตัวเองแล้วมองสำรวจดูร่างกายตัวเองก็ต้องใเพราะสิ่งที่ััและเห็นไม่ใช่ร่างของเค้าเองแต่เป็ร่างของหญิงอ้วนที่ใส่ชุดไทย
ปกรคิดว่าตัวเองกำลังฝันจึง เอามือตบหน้าตัวเองให้ตื่น
“ตื่นๆๆกรตื่นๆๆนี่มันความฝันไม่ใช่ความจริง ตื่นๆๆ เดี๋ยวนับ ถึงสามแล้วลืมตานะ เริ่มหนึ่ง สอง สาม “
พอปกรลืมตามาก็สบตากับนังสายผู้เป็บ่าว ที่นั่งทำหน้างง อยู่
“เฮ้ยอะไรกันว่ะ ทำไมทุกอย่างไม่เปลี่ยนเลยมันเกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าเรามาอยู่ในร่างผู้หญิงคนนี้ แล้ว ร่างเราล่ะอยู่ไหนแล้วที่นี่ที่ไหน “
ปกรวิ่งวนหาทางออกจนเหนื่อย ในที่สุดก็ยอมสงบ นั่งพักแล้วทำความเข้าใจกับเื่ที่เกิดขึ้น
ส่วนนังสายผู้เป็ บ่าวได้แต่นั่งมองนายตัวเอง วิ่งร้องโวยวายไปมา ไม่เป็ภาษา เพราะไม่กล้าเข้าไปขัดจนเห็นว่านายตนเองหมดแรงวิ่งนั่งลงกับพื้นแล้วจึง ค่อยๆคลานเข้าไปช้าๆๆหานายหญิงตนเอง
“คุณหนู เป็เยี่ยงไรบ้างเ้าค่ะบ่าวเห็นคุณหนูวิ่งไป วิ่งมา ร้องไม่เป็ประสาเลยเ้าคะ “
ปกร เห็นหญิงสาวคนดังกล่าวเข้ามาใกล้ๆเลยตัดสินใจถามถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นว่าตนเป็ใคร แล้วเกิดอะไรขึ้น
“นี่เธอ ขยับไปออกไกลๆไม่ต้องเอาหน้ามาใกล้ ฉัน”
ปกรยังเหมือนเดิมไม่ชอบคนขี้เหร่เหมือนเดิมจึงไล่ให้นังสายขยับไปนั่งไกลๆตน
ส่วนนังสายเมื่อเห็นนายตัวเองไล่ก็รีบขยับตัวถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว
“นี่ เราหน่ะ ชื่ออะไร เป็ใครแล้วที่นี่ที่ไหน แล้วฉันเป็ใคร ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ เล่ามาสิ”
นังสายใที่นายหญิงตนเองถามคำถามแบบนี้พร้อมกับท่าทางที่ไม่เรียบร้อย นั่งชันเข่าแบบผู้ชาย ทำท่าทางคล้ายผู้ชายพูดจาเสียงแข็ง ไม่อ่อนหวานเหมือนแต่ก่อน
“เอ่อคุณหนูลืมหมดสิ้นแล้วเหรอเ้าค่ะ เื่ของคุณหนู ว่าเกิดกะไรขึ้นเมื่อคืน”
“ก็เล่ามาสิ ฉันจำไม่ได้หรอกตอนนี้ฉันงง ไปหมดแล้ว คิดจนจะประสาทจะแตกอยู่แล้ว”
“งั้นบ่าวจะเล่าให้ฟังประเดี๋ยวนี้เ้าค่ะคุณหนูมีชื่อว่า สไบ เ้าค่ะ เป็ลูกสาวท่านพระยา พัฒนศักดิ์เ้าค่ะ เป็เ้าเมืองพัฒนานี่แหล่ะเ้าค่ะแต่วันนึงคุณพ่อของคุณหนูสิ้น ก่อนท่านสิ้นท่านได้ จัดการให้คุณหนูได้แต่งงานกับบุตรชายของเพื่อนเก่าของท่านพ่อคุณหนูเ้าค่ะ ซึ่งท่านก็คือเ้าเมืองคนใหม่นี่แหละเ้าค่ะแต่ว่าแต่งงานกันด้วยการคลุมถุงชนนะเ้าค่ะ เพราะว่าฝ่ายโน้นไม่ได้เต็มใจจะแต่งกับคุณหนู
“ใช่สิ อ้วนก็อ้วนหน้าตาก็ขี้เหร่ใครจะไปแต่งด้วยว่ะ เป็ฉัน ฉันก็ไม่เอา” ปกร บ่นพึมพำเบาๆ
“หลังจากแต่งเข้าบ้านท่านเ้าเมืองคนใหม่แล้ว ท่านก็ไม่เคยเข้าหอกับคุณหนูหรือว่า มาหาคุณหนูแม้แต่ครั้งเดียวเ้าค่ะ
“ส่วนบ่าวเป็บ่าวรับใช้คุณหนูมาั้แ่ยังเล็ก บ่าวอายุน้อยกว่าคุณหนูเ้าค่ะ คุณหนูใจดีดูแลบ่าวอย่างดี บ่าวก็ตามมารับใช้คุณหนูที่นี่ต่อเ้าค่ะ “
“แล้วเ้าสองคน เอ้ยเราสองคนพักที่ไหน”
นังสายชี้ไปที่กระท่อมเล็กๆปลายเขตบ้านท่านเ้าเมืองนี่ถ้าต้นไม้เยอะกว่านี้ก็ป่าดีๆนี่แหละ
“โน่นเ้าค่ะคุณหนูกับบ่าวอาศัยอยู่ที่นั่น “
“แล้วทำไมไม่กลับไปอยู่บ้านพ่อตัวเองบ้านตัวเองก็มีสมบัติก็มีนี่” ปกร ถามด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องมาทนอยู่ที่นี่ในบ้านหลังเก่าแบบนี้
“มิได้เ้าค่ะ ที่นั่นหลังจากคุณพระท่านสิ้นทางหลวงก็ทำการรื้อถอน และยึดพวกไม้ เสา เข้าหลวงหมดเ้าค่ะ ส่วนสมบัติเงินทองที่มีถ้าหญิงแต่งงานออกเรือนแล้ว สมบัติทุกอย่างจะต้องตกเป็ของผู้เป็ผัวเ้าค่ะและหญิงที่แต่งงานแล้วจะต้องอยู่บ้านผัวเท่านั้นเ้าค่ะ “
“งั้นก็เลิกสิเอาสมบัติเราคืนแล้วก็ไปสร้างบ้านใหม่แค่นี้ก็จบแล้ว ทำอะไรให้ยุ่งยาก”
นังสายถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจภาษาที่นายหญิงตนเองพูดสักเท่าไหร่แต่ก็พอจะรวมๆๆความแล้วตอบกลับได้
“มิได้เ้าค่ะ กฎของเมืองนี้ถ้าหญิงออกเรือนแล้ว ไม่ว่าจะเป็อย่างไร ก็ไม่มีสิทธิ์เลิกกับผัวเป็อันขาดเ้าค่ะผัวก็เหมือนกัน เว้นแต่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายจากกันไปก่อน เ้าค่ะ “
“แต่ก็ไม่ดีอีกเ้าค่ะหญิงที่ผัวตายมิมีใครจักเอาเข้าเรือนเท่าใดเ้าค่ะ “
ปกรฟังมาถึงประโยคนี้เริ่มเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้แล้ว
“แปลว่า ที่ฉันโดนห่อเมื่อกี้ก็เพราะฉันตายแล้วสิใช่มั้ย” ปกรถาม
“คุณหนูจำมิได้รึเ้าค่ะว่าเกิดเหตุอันใดกับคุณหนูเมื่อคืนนี้”
“ข้าจำได้จะถามเ้าเหรอ รีบเล่ามา “
“บ่าวก็จำอะไรไม่ได้มากเ้าค่ะรู้แต่เพียงเมื่อเย็นวานมีคนแปลกหน้านำจดหมายมาให้คุณหนู เมื่อคุณหนูเปิดอ่านจึงบอกกับบ่าวว่าท่านเ้าเมืองนัดพบที่ศาลาริมสระ ตอนพลบค่ำคุณก็ให้บ่าวจัดแจงแต่งกายด้วยชุดที่สวยที่สุด เพื่อไปพบท่านเ้าเมืองเ้าค่ะ “
“ด้วยความที่บ่าวเป็ห่วงรู้สึใจคอไม่ดีบ่าวจึงแอบตามไปห่างๆ และบ่าวก็เห็นเงาดำๆบ่าวไม่รู้ว่าเป็หญิงหรือชาย ยกมีดแทงไปที่หน้าอกคุณหนูเ้าค่ะแล้วคุณหนูก็ล้มลง บ่าว วิ่งร้องให้คนช่วย ก็มีพวกผู้ชายทาสเรือนใหญ่มาดู พร้อมกับแม่เลี้ยงเ้าค่ะ “
“แม่เลี้ยง คือใครเป็ตำแหน่งเหรอ”
“เ้าค่ะ แม่เลี้ยงคือ หญิงที่แต่งงานใหม่กับพ่อของท่านเ้าเมืองเ้าค่ะ“
“ออ เข้าใจล่ะ เล่าต่อสิ”
“หลังจากนั้นบ่าวก็บอกแม่เลี้ยงว่ามีคนร้ายมาแทงคุณหนู แม่เลี้ยงก็ให้ทาสผู้ชายออกวิ่งตามหาแต่ก็ไม่พบ แม่เลี้ยงมาจับที่ตัวคุณหนู พร้อมบอกว่าคุณหนูสิ้นแล้วให้เอาตัวไปเผาทิ้งซะเ้าค่ะ”
“ห๊ะ” ปกรร้องอุทานออกมาอย่างใกับประโยคที่นังสายเล่า
“ตายปุ๊ป เผาเลยรึ ไม่มีสวดสามวันเจ็ดวันรึ”
“มีเ้าค่ะส่วนใหญ่เ้าขุนมูลนายก็จะมีการตั้งศพสวดเ้าค่ะยกเว้นแต่พวกชาวบ้านหรือบ่าวไพร่ในเรือน ที่ตายแล้วจะเผาเลยเ้าค่ะ”
“โหทำกันแบบนี้มันแรงเกินไปเปล่าว่ะนี่รังเกียจกันขนาดนี้เลยเหรอไม่มีใครมาดูดำดูดีสักคน ชีวิตเธอมันช่างน่าสงสารแท้ นี่แหละนะคนขี้เหร่ถ้าเป็คนสวยๆคงไม่โดนแบบนี้ “
“พวกบ่าวผู้ชายมันจะเผาคุณหนูเลยแต่บ่าวทำใจไม่ได้เ้าค่ะบ่าวเลยขอพวกมันว่าบ่าวจะจัดการเผาเองให้เรียบร้อย แต่บ่าวเองก็ทำไม่ได้เ้าค่ะ”
“เ้าก็เลยนั่งร้องไห้มายันเช้าจนข้าฟื้น”
“ใช่ๆเ้าค่ะ บ่าวดีใจเหลือเกินที่คุณหนูฟื้นมาแต่ก็เสียใจที่คุณหนูลืมสิ้นหมดทุกอย่างเ้าค่ะ”
“เอางี้ ไหนๆๆฉันก็ต้องติดในร่างนี้แล้วไปไหนไม่ได้ ลองเล่าเื่ราวของแม่นี่ เอ้ยเื่ราวของฉันั้แ่เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ทีสิ เผื่อข้าจะรู้เหตุผลว่าทำไมข้าถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้และจะได้หาทางกลับร่างเดิมข้า”
“ได้เ้าค่ะ โถ คุณหนูของบ่าวลืมหมดสิ้นแล้วจริงๆเหรอเ้าค่ะ เื่มันเริ่มขึ้นั้แ่คุณหนูต้องแต่งงานเข้าบ้านท่านเ้าเมืองเื่มันมีอยู่ว่า...................”
...เื่ราวของปกรในร่างสไบจะเป็อย่างไรนั้น แล้ว ก่อนที่สไบจะตายโดนอะไรมาก่อนบ้างติดตามกันตอนหน้านะครับ........