หลังจากที่เลน่าจัดการเื่การจากไปของพ่อแม่ของเธอเรียบร้อยแล้ว วันนี้เธอก็ได้นัดพบกับคุณป้าแคลร์ หรือก็คือแคลร์ คาลอส ที่เป็เพื่อนของแม่ของเธอเพื่อพูดคุยกันด้วยความคิดถึงทันที
ด้วยความที่แม่ของเธอและแคลร์นั้นสนิทสนมกันมาั้แ่สมัยเรียน ดังนั้นหลังจากที่ทั้งคู่มีครอบครัวและลูกแล้ว ทั้งสองคนก็ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ๆ
ดังนั้นหลังจากงานศพของอีริคและโรเซลล่าจบลงเรียบร้อยแล้ว แคลร์จึงนัดพบกับเลน่าผู้เป็หลานสาวในเวลาต่อมาทันที เพราะเธอรู้ดีว่าการสูญเสียในครั้งนี้นั้นน่าจะเป็เื่ใหญ่สำหรับหลานสาวของเธอไม่น้อยเลย
**********
ณ คฤหาสน์คาลอส
บ้านหลังใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราในตอนนี้นั้นมีหญิงวัยกลางคนกำลังนั่งจิบชายามบ่ายอยู่อย่างสงบท่ามกลางธรรมชาติที่แสนร่มรื่นโดยมีเหล่าสาวใช้ทั้งหลายคอยยืนรอรับคำสั่งอยู่ใกล้ ๆ อย่างสบาย ๆ
“รถที่ส่งไปรับหนูเลน่ายังมาไม่ถึงอีกเหรอ” หญิงวัยกลางคนที่นั่งจิบชาไปครู่ใหญ่เอ่ยปากกับพ่อบ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“น่าจะใกล้ถึงแล้วครับ ผมจะส่งคนไปรอรับเธอเอาไว้เรียบร้อยแล้วครับ ตอนที่เธอมาถึงจะได้มาที่นี่เลย” พ่อบ้านรายงานขึ้นอย่างรู้ใจ
“แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน ฉันอยากเจอเธอจะแย่แล้ว” แคลร์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็กังวลเล็กน้อย
ผ่านไปเพียงครู่เดียวเลน่าก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์ตระกูลคาลอสเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
การต้อนรับของเหล่าสาวใช้ตรงหน้าของเธอยังคงไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่เธอมาที่นี่พร้อมกับแม่เมื่อหลายปีก่อนเลยสักนิด นั่นบ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าพวกเขานั้นให้ความสำคัญกับเธอที่เป็แขกในตอนนี้มากขนาดไหน
“เลน่า หลานมาแล้ว” แคลร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วรีบเดินไปรับลูกสาวของเพื่อนรักทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา
“ขอโทษนะคะ ที่เลน่าทำให้คุณป้ารอนานแบบนี้” เลน่าที่ถูกหญิงวัยกลางคนกำลังกอดอยู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“รอนานที่ไหนกัน มานี่มา ป้าเตรียมชากับของว่างที่หลานเคยชอบเอาไว้ให้หลานด้วยนะ” แคลร์รีบเอ่ยและจูงมือเลน่าไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาทันที
**********
สองป้าหลานสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันด้วยความรู้สึกคุ้นเคย ก่อนที่แคลร์จะเริ่มเข้าประเด็นเื่ที่เธอรู้สึกคาใจในเวลาต่อมา
“เลน่า ที่ป้าให้หลานมาหาวันนี้ความจริงแล้วมีเื่หนึ่งที่ป้าอยากจะบอกกับหลานน่ะ” แคลร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
“เื่อะไรงั้นเหรอคะ คุณป้าพูดมาได้เลยค่ะ” เลน่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ
“เื่ของอีริคกับโรส ป้าว่าเื่นี้มันแปลก ๆ”
“แปลก? แปลกยังไงเหรอคะ” เลน่าถามต่อด้วยสีหน้างุนงง
“ป้าก็ไม่ได้รู้เื่ธุรกิจของครอบครัวหลานมากเท่าไหร่หรอกนะ แต่ที่ป้ารู้แน่ ๆ นั่นก็คือเื่พ่อและลุงของหลานเป็หุ้นส่วนกัน นั่นหมายความว่าถ้าธุรกิจของอีริคได้รับผลกระทบร้ายแรงจริง ๆ จนบ้านของหลานถึงขั้นล้มละลายได้ ทำไมครอบครัวของอีธาน ลุงของหลานถึงไม่เห็นจะไดัรับความเสียหายในเื่นี้เลยล่ะ”
“หลานก็ไม่ค่อยรู้เื่นั้นเท่าไหร่เหมือนกันค่ะ เพราะพอหลานกลับมา คุณลุงก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว” เลน่าตอบตามความจริง
“ป้าไม่ได้อยากให้หลานระแวงอีธานหรอกนะ แต่ป้าคิดว่าเื่นี้ไม่ปกติ มองง่าย ๆ แค่เื่ล้มละลาย หลานและครอบครัวหมดตัว แต่พวกเขากลับยังมั่งคั่งและไม่ได้รับผลกระทบอะไรไปด้วยทั้งที่เป็หนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัทนี้เหมือนกัน แค่นี้ป้าก็รู้สึกว่าแปลกแล้ว” แคลร์พูดออกมาตามที่เธอได้คิดไตร่ตรองมาทั้งคืน
“งั้นคุณป้าคิดว่าอาจจะยังมีเื่บางอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่โดยที่หลานไม่รู้อยู่อีกใช่ไหมคะ” เลน่าถามเสียงเครียด
“ป้าก็ไม่รู้มากนัก ถ้าหลาน้าให้ป้าตามสืบเื่นี้เพิ่ม ป้าจะจัดการให้เอง”
“หลานไม่รบกวนคุณป้าในเื่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวหลานจะลองกลับไปคิดและจัดการเื่ทั้งหมดเองค่ะ” เลน่าปฏิเสธความหวังดีของแคลร์ด้วยความเกรงใจ
“งั้นหลังจากนี้ถ้าหลานมีเื่อะไรให้ป้าช่วย หลานบอกมาได้ตลอดเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“หลานทราบแล้วค่ะ ถ้าหลานมีเื่อะไรหลานจะมารบกวนคุณป้าเป็คนแรกแน่นอน” เลน่าตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวาน
“หลานจะไม่อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันกับป้าก่อนเหรอ หลานจะได้ทักทายพี่วินเทอร์ของหลานด้วย”
“ไว้โอกาสหน้าดีกว่าค่ะ ยังไงหลานก็ฝากคุณป้าทักทายพี่วินเทอร์ให้หลานด้วยนะคะ” เลน่าตอบกลับด้วยความเกรงใจ
“ใครจะฝากคุณแม่มาทักทายพี่งั้นเหรอ” เสียงทุ้มดูมีเสน่ห์ดังขึ้นแทรกการสนทนาของแคลร์และเลน่าจนทั้งสองคนถึงกลับต้องหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความใ
วินเทอร์ คาลอส คือลูกชายเพียงคนเดียวของแคลร์ เขาเป็เ้าของบริษัทที่ดูแลด้านความปลอดภัยครบวงจร อีกทั้งยังมีบริษัทที่ผลิตสื่อบันเทิงระดับแนวหน้าในอีกด้วย
นับว่าชายหนุ่มคนนี้ประสบความสำเร็จในด้านอาชีพการงานเสียจนใคร ๆ ต้องอิจฉาริษยาเขากันถ้วนหน้าเลยทีเดียว
“เ้าลูกคนนี้ มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง อยากให้แม่ใตายหรือไง” แคลร์ดุลูกชายของตัวเองอย่างไม่จริงจังนัก
“ใครจะกล้าทำให้คุณผู้หญิงใกันครับ ไม่เจอกันนานเลยนะเลน่า” วินเทอร์เอ่ยขึ้น
ชายหนุ่มร่างสูงดูสมส่วนเ้าของใบหน้าเ็าเสียจนใครเห็นก็อดที่จะยำเกรงไม่ได้ ในตอนนี้นั้นเขากำลังพูดจาหยอกล้อกับมารดาอย่างไม่ค่อยมีใครได้เห็นมาก่อนอย่างสบาย ๆ เสียจนเลน่าเองยังรู้สึกผ่อนคลายไปด้วยอย่างห้ามไม่อยู่
“ยินดีที่ได้พบค่ะ พี่วินเทอร์” ร่างบอบบางทักทายอีกฝ่ายอย่างคุ้นเคย
“พี่เสียใจกับการสูญเสียด้วยนะ” วินเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
“ขอบคุณค่ะ หลานมารบกวนคุณป้านานแล้ว งั้นหลานขอตัวกลับก่อนนะคะ” เลน่าเอ่ยลาอย่างรู้มารยาท
“ให้พี่ไปส่งไหม” วินเทอร์ถามขึ้น
“ไม่เป็ไรค่ะ แล้วพบกันใหม่นะคะ” เลน่าเอ่ยปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม แล้วหันไปลาแคลร์ก่อนที่จะตามเด็กรับใช้ของบ้านออกไปในเวลาต่อมา
ด้วยความที่เธอเพิ่งกลับมาและเพิ่งจะพบเจอกับคนทั้งคู่ในรอบหลายปี เลน่าจึงไม่อยากที่จะรบกวนเวลาส่วนตัวของพวกเขาไปมากกว่านี้
ดังนั้นการเอ่ยลาอย่างมีมารยาทจึงเป็สิ่งที่เธอเลือกที่จะทำโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
#เื่นี้ไม่ชอบมาพากลจริง ๆ ฮะ
(。•ˇ‸ˇ•。)
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
( ´͈ ᵕ `͈ )◞♡