"เฮ้! พวกแกช่วยเห็นใจกันหน่อยได้ไหม ขอร้องล่ะ เลิกตามฉันสักที!"
บนทุ่งหญ้าที่กลายสภาพเป็ทะเลทราย ภายใต้แสงแดดที่แผดเผาลงมา
เจไดแบกถุงผ้าใบใหญ่พร้อมร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อ เดินและสลับกับวิ่งบนท้องถนนที่ว่างเปล่า เสียงหอบอย่างเหนื่อยๆดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
ที่ด้านหลังเขาไม่ไกลนัก มีกลุ่มซอมบี้ 3 ตัวที่มีิัแห้งกรัง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งในอากาศ พวกมันวิ่งพร้อมแกว่งหัวไปมา และส่งเสียงครวญครางในลำคอ วิ่งไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละ
พอเหลือบตามองซอมบี้ทั้ง 3 ตัวที่ตามเขามานานกว่าครึ่งชั่วโมง เจไดก็รู้สึกว่าขาของตัวเองเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆราวกับผูกถุงตะกั่วถ่วงไว้ แทบจะยกขาไม่ขึ้นอยู่แล้ว
"เฮ้พวก! ใจเย็นๆหน่อยสิ ฉันจะวิ่งไม่ไหวแล้วนะ พวกนายดูฉันดีๆสิ หน้าตาฉันก็ไม่ได้หล่อ หุ่นก็ไม่ได้สูงใหญ่ แถมเนื้อยังแทบไม่มี หนังติดกระดูก ต่อให้พวกนายจับฉันกินลงท้องไป ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลยไม่ใช่เหรอ? อีกอย่างนะ...พวกนายสภาพย่ำแย่กันขนาดนี้แล้วยังจะมาดึงฉันไปลงนรกด้วยทำไม? เอาเป็ว่าทำบุญสักหน่อยเถอะพวก จะได้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี ไปเกิดเป็มนุษย์อีกชาตินึง...ดีไหม?"
เขานี่ดวงซวยจริงๆ ดันถูกส่งวาร์ปมาในที่ที่ไม่น่ามาสุดๆ จุดที่ส่งวาร์ปเขามาดันกลายเป็บนถนนซะอย่างนั้น!
คุณลองคิดดูสิ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้นับร้อยตัวที่วิ่งไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง คนไร้อาวุธอย่างเขาจะทำอะไรได้ นอกจากแบกถุงฝ้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสบียงวิ่งหนีตายหัวซุกหัวซุน
ของในถุงผ้าใบนี้หนักรวมๆกัน 10-20 กิโล ข้างในเต็มไปด้วยอาหารกระป๋องหลากหลายชนิด
แต่ด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วของเขา แน่นอนว่าการวิ่งหนีซอมบี้ ยังไงเขาก็สู้ความเร็วของพวกมันไม่ได้อยู่แล้ว ข้างหลังเขาตอนนี้เรียกได้ว่าเป็ทะเลซอมบี้ดำทะมึน และยังมีพวกซอมบี้ที่เร่ร่อนอยู่ใกล้เคียงที่ถูกเสียงฝีเท้าดึงดูดเข้ามาร่วมขบวนไปด้วย ฝูงซอมบี้จึงเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ชีวิตคนเรา...ถ้าเพื่อเงินแล้ว...ตายแทนก็ยอม แต่เพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ เจไดจึงกัดฟันหยิบเอาอาหารกระป๋องออกมา เปิดฝากระป๋องทีละอันๆ แล้วโยนเนื้อข้างในกระป๋องลงบนถนน หวังใช้กลิ่นหอมของมันดึงดูดฝูงซอมบี้ให้หยุดตามเขามา
ซึ่งแผนนี้ก็เห็นผลทันตา ซอมบี้ที่ไวต่อกลิ่นอยู่แล้ว แค่ได้กลิ่นเนื้อลอยออกไป ก็มีซอมบี้สิบกว่าตัวหยุดวิ่งตามมาและพุ่งเข้าตะครุบชิ้นเนื้อที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นทันที ไม่สนว่ามันจะเต็มไปด้วยดินหรือโคลนสกปรกก็ตาม พวกมันพยายามยัดเข้าปากอย่างไม่รีรอ แต่เนื้อกระป๋องแค่กระป๋องเดียวมีเนื้อไม่กี่ชิ้น ไม่นานเมื่อมันหมดลง ซอมบี้กลุ่มนั้นก็รีบวิ่งตามฝูงใหญ่ต่อไป
เมื่อเห็นว่าแผนนี้ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เจไดเลยเปลี่ยนวิธี เขาขว้างอาหารกระป๋องที่เปิดแล้วออกไปไกลๆ เพื่อให้ซอมบี้หลายๆตัวที่วิ่งนำหน้าฝูงหันไปแย่งอาหารกระป๋องกัน แทนที่จะวิ่งไล่ตามเขามา
และมันก็ได้ผล! กว่าพวกมันจะแย่งกันเสร็จ ฝูงซอมบี้หลักก็วิ่งทิ้งระยะห่างไปไกลแล้ว ซอมบี้พวกนั้นจึงหยุดวิ่งไล่ตาม แล้วกลับไปเดินเร่ร่อนไร้จุดหมายอย่างเคย
ด้วยวิธีนี้ ในที่สุดเขาก็ค่อยๆสลายฝูงซอมบี้ลงได้ทีละนิด จนเมื่ออาหารกระป๋องลดลงไปครึ่งนึง ตอนนี้ก็เหลือเพียงซอมบี้ 3 ตัวที่ยังคงไล่ตามเขาอยู่
แต่เื่มันไม่ง่ายขนาดนั้น... สิ่งที่ทำให้เจไดเซ็งที่สุดคือซอมบี้สามตัวสุดท้ายนี่แหละ ไม่รู้มันไปกินเอ็มร้อยมาจากไหน ไม่ว่าเขาจะโยนอาหารกระป๋องบนถนน หรือจะขว้างมันออกไปไกลๆ พวกมันก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง เหมือนถูกตั้งโปรแกรมไว้ว่าต้องตามเขาอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไม่ขย้ำเขาจนจมเขี้ยว พวกมันก็จะไม่หยุดตาม!
งานนี้ทำเอาเขาจนปัญญา จะสู้กับพวกมันก็สู้ไม่ได้ ตัวเขาไม่มีปืนสักกระบอก มีแค่มีดปอกผลไม้อันเล็กๆที่พกเอาไว้ปอกมะม่วงเท่านั้น
ซอมบี้พวกนี้เต็มไปด้วยไวรัส ถ้าถูกข่วนหรือกัดขึ้นมาล่ะก็... ไม่อยากจะคิดถึงตอนจบเลยจริงๆ เพื่อรักษาชีวิตไว้ เขาจึงทำได้แค่วิ่งหนีสุดชีวิต พร้อมกับสาปแช่งตัวเองในใจ
"เวรเอ้ย! ฉันมันโง่อะไรขนาดนั้นนี้? ถ้ามีปืนสักกระบอกคงไม่ต้องลำบากแบบนี้แล้ว! ฉันคงยิงพวกซอมบี้เน่าๆสามตัวนี่ร่วงไปนานแล้ว!"
แต่เสียใจไปก็เท่านั้น ยังไงตอนนี้ต้องเอาตัวรอดก่อน!
เมื่อเขาคิดถึงอาหารกระป๋อง 30 กว่ากระป๋องที่โยนทิ้งไป เจไดก็รู้สึกเจ็บใจจนหายใจไม่ทั่วท้อง
"ของพรรค์นี้ในโลกปัจจุบัน กระป๋องนึงก็แค่ไม่กี่บาท แต่ในวันสิ้นโลกแห่งนี้ มันคือของหายากโคตรๆ! ให้ตายสิ เงินมากกว่า 1 หมื่นหายวับไปกับตา!"
เจไดในโลกเดิมเป็แค่ชายหนุ่มที่พึ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ทำงานเป็หัวหน้าทีมช่างในโรงงาน เงินเดือนแค่เดือนละ 20,000 บาท เพราะฉันนั้นเงินกว่าหมื่นบาทก็เรียกได้ว่าเป็เงินก้อนโตที่สุดในชีวิตเขาเลย แต่ตอนนี้มันกลับหายวับไปต่อหน้า ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ เขาเลยหันไปะเิอารมณ์ใส่ซอมบี้ทั้ง 3 ตัวที่ยังตามมาไม่เลิกอีก
"พวกแกจะเอาให้ได้เลยใช่ไหม? ฉันแค่วาร์ปมาโลกนี้เพื่อมาหาเงินเท่านั้น พวกแกจะไม่ปล่อยให้ฉันตั้งตัวได้เลยเหรอ! รู้จักคำว่าหัวแถวไหม? เฮ้อ... โลกนี้มันโหดร้ายจริงๆ!"
คิดถึงคำอธิบายของความสามารถวาร์ปของแหวนข้ามมิติ เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าะโขึ้นฟ้า
"บ้าบอสิ้นดี! ขอบเขตการวาร์ปจะเป็แบบสุ่มในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบนี้ฉันซวยจริงๆ ดันถูกส่งตรงเข้ารังซอมบี้ซะงั้น แบบนี้จะให้ฉันรอดตายได้ยังไงฟะ?!"
ตอนนี้เจไดแทบจะคุกเข่าลงก้มกราบซอมบี้ทั้ง 3 ตัวอยู่แล้ว
"พวกท่านทั้งสาม! ได้โปรดเถอะ ขอชีวิตผมเถอะ! ผมสัญญาเลยนะว่าถ้าขายพวกอาหารกระป๋องนี้ได้เมื่อไหร่ จะซื้อของดีๆมาถวายให้ท่านทั้งสามแน่นอน! สาบานได้เลย! ผมรู้ว่าผมมันเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ผมก็แค่จะขายอาหารกระป๋องราคากระป๋องละทอง 10 กรัมเท่านั้นเอง โลกนี้มันผ่านวันสิ้นโลกมาหลายปีแล้ว ของมันก็ต้องแพงขึ้นสิจริงไหม? ที่ผมขายแพงมันก็ถูกต้องตามกลไกตลาดอยู่แล้ว! อีกอย่างนะ... มันก็เป็ความสมัครใจทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เหรอ? ผมไม่ผิดจริงๆนะ! เห็นใจผมหน่อยเถอะ นี่พึ่งมาแค่รอบสองเองนะที่ผมเริ่มมาเดินสายค้าขาย ขอเถอะนะ... อย่าตามผมเลย!"
ไม่ว่าจะพร่ำบ่นออกไปยังไง ซอมบี้ทั้ง 3 ตัวก็ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาว แสยะยิ้มเผยฟันสีดำเหลืองกับลิ้นเน่าเปื่อยสีดำคล้ำ ของเหลวสีดำสนิทหยดย้อยลงมาจากปากเหม็นคลุ้ง พวกมันยืนกรานตามล่าชีวิตเขาไม่หยุดไม่หย่อน พวกมันแทบกลืนกินด้วยสายตา
"โอ๊ยยย! ดื้อด้านนักใช่ไหม?! เดี๋ยวฉันจะหาปืน MP 5 สักกระบอก แล้วกลับมายิงพวกแกให้เป็ชิ้นๆเลย! จะได้รู้ซึ้งกันบ้าง!"
เจไดแค่พูดระบายความอึดอัดในใจเท่านั้น ตอนนี้เขาก็ยังคงวิ่งหนีสุดกำลัง ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายทิ้งระยะห่างจากซอมบี้
เขาเงยหน้าขึ้นมองเบื้องหน้า ที่ยังเป็ที่โล่งกว้างสุดสายตา ดูแล้วอย่างน้อยก็อีก 2-3 กิโลเมตร กว่าจะเจอพื้นที่ที่อาจมีมนุษย์อยู่
"ซวยบรม!"
เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ในเวลานั้นเองที่เขาร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง
"โอ๊ยยยย... แย่แล้ว! เหลืออีกตั้ง 25 นาทีถึงจะใช้วาร์ปอีกครั้งได้ คราวนี้ฉันตายแน่! ใครก็ได้ ช่วยชีวิตฉันที!"