ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยามนี้ไร้ความเศร้าหมอง กระนั้นเขาก็มิอาจลืมเลือนเื่ราวในอดีต เขี้ยวขาวคมตรงมุมปากปรากฏขึ้น ราวกับว่าเขาจะสังหารนางเสียตรงนี้
“ยิ่งคิด... ก็ยิ่งแค้นเ้า จินเยว่ ข้าอยากถลกหนังเ้ากับน้องสาวของเ้าออกมาถักเสื้อตัวหนึ่งทีเดียว”
“ข้าขออภัย! น้องเขย... เอ้อ... ท่านหวังเฟย... ถะ... เถ้าแก่!” เสียงะโละล่ำละลักขอโทษเป็ใหญ่โต หันไปดึงแขนบุตรสาวให้ก้มหน้าขอขมาท่านอาด้วยอีกคน
หวังเฟยไม่ยอมให้เจียลี่ขอโทษเขา ในเมื่อนางไม่ได้กระทำความผิด นางแสนดีปานฉะนี้ นางมอบความจริงใจให้กับเขาโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน จึงเข้าไปจับชายเสื้อสีสันสดใสราวสีของดอกบ๊วย ดึงเข้าหาตนด้วยท่าทางไม่พอใจ เป็จินเยว่มีสีหน้าแปลกใจ หวังเฟยเอ่ยขอนางไปตามตรง
“วันนี้เป็วันหยุดของเจียลี่หรือเปล่า ข้าว่าจะชวนนางไปร่ำสุรากับข้าในเมือง นางทำงานหนักมาโดยตลอด สมควรได้ไปเปิดหูเปิดตาอย่างผู้อื่น”
“นาง เอ่อ... ต้องเอาผ้าไปส่งที่จวนท่านแม่ทัพหยาง...”
จินเยว่ไม่อยากผิดใจกับคนใหญ่คนโต เื่นี้เป็ความลับที่แม่ทัพไม่ให้นางบอกกับใคร
เจียลี่หันไปพูดกับท่านอาซึ่งไม่ยอมปล่อยชายเสื้อของนาง
“ข้าขอทำธุระให้ทางบ้านก่อนได้หรือไม่ ข้าไปส่งผ้าเสร็จแล้วค่อยไปกับท่านอา”
“ทำไมไม่ให้บ่าวรับใช้ไป ท่านแม่ของเ้าไม่ว่างหรือ ลูกหลานคนอื่นเล่า? ทำไมเ้าต้องไป” ใบหน้าเข้มเครียดกดดันทั้งสอง มองหน้ากันอ้ำอึ้ง หวังเฟยนึกขึ้นได้ว่าเขาอาจเสียมารยาท จึงชี้แจง “ข้าเพียงสงสัย ไม่ได้จะขัดขวางการเดินทางไปทำงานของเ้า ข้าไม่เข้าใจว่าของเ่าั้มีค่ามากหรืออย่างไร หากเป็เช่นนั้น เ้าเป็หญิง จะไปลำพังได้ยังไง ไม่กลัวโจรปล้นเหมือนครั้งก่อนนั้นรึ ข้าเคยบอกกับเ้าว่ามีปัญหาอะไรให้บอกข้า”
“ท่านแม่ทัพกำชับให้นางไปส่งผ้าคนเดียว คนของเขาจะรอรับนางด้วยตนเอง” ด้วยเสียงกระซิบแ่เบา อีกฝ่ายจึงรู้ความหมาย หวังเฟยมองซ้ายขวาว่าไม่มีใคร ลดน้ำเสียงลงถาม
“ท่านแม่ทัพหยาง... เ้าหมายถึงแม่ทัพยี่คุนหรือ?”
จินเยว่พยักหน้า บอกเล่าเื่ราวโดยคร่าว ๆ ว่าห่อผ้านี้คงสำคัญเป็อย่างมาก แม่ทัพหยางให้คนมาลอบซื้อผ้าเป็ความลับ บุตรสาวนางเป็ผู้จัดการทุกอย่าง ขอให้นางเป็ผู้ไปส่งผ้าด้วยตนเองลำพัง ไม่ให้ใครล่วงรู้
‘ให้นางผู้รู้ล่วงความลับไปส่งผ้าลำพัง แล้วนางจะถูกฆ่าปิดปากหรือเปล่า!’
หวังเฟยส่ายหน้าไปมา ด้วยความไม่เข้าใจความคิดของพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งมีความคิดอย่างประชาชนทั่วไป หาได้ล่วงรู้เื่การเมือง บ้านเมืองแตกแยกเป็แว่นแคว้นหาได้สงบสุขแม้สักวัน ถึงแม้ว่าตัวเขามิอาจใส่ร้ายป้ายสีท่านแม่ทัพหยางยี่คุน ผู้เป็ที่เคารพนับถืออย่างปัญญาชน เขาหวาดกลัวอีกประเด็นสำคัญ เลยเสนอตัวให้ความช่วยเหลือทั้งสอง
“ลูกสาวของเ้าเสียสละมาดูแลไอ้ขี้เมาอย่างข้าทุกวัน ข้าย่อมดูแลนางเป็การตอบแทน ยามนี้นางอยู่ในวัยออกเรือน ชายมากหน้าหลายตาหวังจะเข้าหานาง ข้าเองก็กลัวว่าจะไม่มีข้าวกิน มิได้ดื่มสุราชั้นเลิศจากนางนำมาปรนเปรอข้าอยู่เสมอ เื่ปากท้องสำคัญเท่าฟ้า[1]”
ข้ออ้างเื่ปากท้องฟังดูไม่สมเหตุสมผล ด้วยความเป็เ้าโรงงานถลุงแร่ภายใต้การดูแลผูกขาดของราชสำนัก ทำการค้าขายกับต่างแคว้นมากมาย ส่งบรรณาการให้กับกษัตริย์ราชวงศ์โจว
หวังเฟยนั้นร่ำรวยมากพอสรรหาอาหารดี ๆ สุราชั้นเลิศเขาก็ฝากให้บ่าวไปเป็ธุระได้ เขาอาจเลี้ยงข้าวประชาชนทั้งหมู่บ้านสักสิบมื้อก็ยังมีเงินเหลือใช้ ไม่จำเป็ต้องมารอรับประทังปากท้องจากหลานสาวสกุลเยี่ย
เจียลี่สงสัยว่าท่านอามีความคิดอย่างไรกันแน่ ถึงเป็ห่วงนางขึ้นมา กระทั่งเขานั่งรถม้าไปส่งนางถึงหน้าจวน แม่ทัพหยางออกมารับห่อผ้าด้วยตนเอง เขาถือโอกาสทักทายท่านแม่ทัพ ประสามิตรสหายผู้เคยร่วมวงสุรานารี ก่อนจะขอตัวลาไปพร้อมเด็กสาวส่งผ้าผู้กลายเป็คนสำคัญ
รถม้าที่ออกเดินทางไปพร้อมบ่าว นำพาความรู้สึกประหลาดในอกของหญิงสาว นางเป็ผู้เฝ้ามองเขามาโดยตลอด แม้ในยามหลับใหล ขนตางามงอนเป็แพยาว ถึงมองไม่เห็นหยาดน้ำตา นางััได้ถึงความทุกข์สาหัส
เมื่อครู่นี้เขาเอ่ยกับแม่ทัพหยางว่าไม่อาจให้ใครมาทำอันตรายนาง แม้แต่การให้นางไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือเป็การสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตนาง เขาจะปกป้องเจียลี่อย่างสุดกำลังความสามารถ เขาเป็ห่วงนางจึงตามนางมาด้วย เื่ความลับของผู้อื่นนั้นเขาคงไม่เก็บมาใส่ใจ เขาและนางไม่เคยมาที่นี่ ไม่รู้เห็นสิ่งใด วันนี้เขาจะพานางไปร่ำสุราในเมือง
“ผู้คนเรียกเขาว่าแม่ทัพปีศาจ เ้าไม่กลัวหรือ?”
ดวงตาสว่างใสฉายประกายอ่อนลง จ้องมองเขาอย่างไม่ละวาง เจียลี่กำมือแน่นบนหน้าตัก นางได้ยินเื่แม่ทัพหยางยี่คุนมีความรู้เื่ปีศาจเป็อย่างมาก ปีศาจอสูรล้วนสยบต่อเขาโดยไร้สาเหตุ ผู้คนจึงเรียกเขาแม่ทัพปีศาจ เ้าผู้ครองแคว้นต่าง ๆ พยายามเข้าหาเขาไว้ใช้เป็เครื่องมือของกองทัพ ทว่าตัวเขาสวามิภักดิ์ต่อแคว้นฉิน
“กลัวเ้าค่ะ เพียงแต่ข้าไม่มีทางเลือก ข้าเป็ลูกจ้าง ทำงานให้คนที่บ้าน”
“แปลว่าเื่เงินสำคัญ”
“สำคัญที่สุด ไม่มีเงินก็ซื้ออะไรไม่ได้ ไม่มีข้าวปลาประทังปากท้อง ข้าโชคดีกว่าอีกหลายคน ชาวนาต่างแคว้นลำบากตรากตรำ คนยากจนไร้อาชีพ ไร้ความรู้ทำมาหากิน”
“ต่อไปนี้มีเื่ใดให้บอกข้า เ้าอย่าได้ไปเผชิญหน้าลำพังผู้เดียว เ้าเป็เด็กสาว ลูกหลานพ่อค้าแม่ค้า คนในครอบครัวก็ไม่ได้ใส่ใจเ้า อาจเกิดอะไรขึ้นกับเ้าก็ได้”
“ข้าซาบซึ้งในน้ำใจยิ่งใหญ่ของท่าน ข้าเป็หนี้ชีวิตท่านไม่รู้ต่อกี่ครั้งกี่หน ชั่วชีวิตนี้ข้าคงชดใช้ไม่หมด”
“หมดสิ ข้าไม่คิดดอกเบี้ยเ้าแพงด้วย เ้าควรจ่ายข้ามา ทยอยจ่ายได้ ไม่เป็ไร”
“ท่านอาว่าอย่างไรนะเ้าคะ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ แปลกที่ท่านอาพูดจาประหลาดกับนางตั้งหลายครั้ง จากนั้นเขาก็ทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราว
เจียลี่เมินหน้าหนีท่านอาที่ลอบยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ในฝั่งตรงกันข้ามนาง หันมองไปทางหน้าต่างรถม้าที่ปิดทึบ นางลอบมองเขาอย่างสงสัย พอนึกขึ้นได้เื่ปรนนิบัติเขาเพื่อทดแทนบุญคุณ อีกครั้งหนึ่งเขาพูดถึงเื่น้ำใจอะไรสักอย่าง
นางเกิดคิดขึ้นมาจริง ๆ ว่าท่านอาน่ะ ตั้งใจเกี้ยวนาง!
[1] 民以食為天 ราษฎรถือเื่ปากท้องสำคัญเท่าฟ้า : สำนวนจีน