ตอนนี้ในหัวเล็กๆนี่มีหลายคำถาม
ฉันอยู่ที่ไหน ทำไมหน้าตาของตัวเองจึงแปลกไป ทำไมฉันถึงมีทั้งสีตาและผมผิดธรรมชาติอย่างนี้ ทำไมฉันกลายเป็เด็ก ฉันลองเรียบเรียงเหตุการณ์ตรงหน้าแต่ก็ไม่สามารถตอบประเด็นไหนในหัวได้เลย ถ้าคิดแบบไร้เหตุผลคือฉันตายแล้วและมาสิงอยู่ในร่างของเด็กน้อยหัวชมพูคนนี้ แต่มันเป็ไปได้อย่าไรกันแล้วเด็กคนนี้เป็ใคร
การที่สภาพที่อยู่อาศัยของเด็กคนนี้ก็แปลกๆมันดูไม่ใช่ที่ที่เหมาะสำหรับเด็กที่อายุเท่านี้เลย เื่น่าแปลกอีกอย่างคือรอยแผลฟกช้ำและรอยขีดข่วนที่อยู่ตามร่างกายของเด็กคนนี้ดูเหมือนราวกับถูกตบตีทารุณเป็ประจำ บางทีที่เข้ามาสิงในร่างของเด็กผมชมพูคนนี้ได้เพราะเธออาจจะถูกทำร้ายจนตาย
ในขณะที่ฉันกำลังใช้ความคิดอยู่นั้นประตูห้องก็ถูกเปิดโดยผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาของเธอคนนั้นดูงดงามและดุดันเธอมีดวงตาสีเขียวมรกตและเส้นผมสีเดียวกันกับเด็กคนนี้บางทีอาจเป็แม่ของเด็กผมชมพู ผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้ามาและจับแขนฉันอย่างแรง
"มากับฉันเดี๋ยวนี้ยัยเด็กโง่!"
คำพูดที่คาดว่ามาจากปากผู้เป็มารดาของเด็กน้อยพูดราวกับเธอเป็สัตว์
"ฉันเจ็บ"
ฉันพูดออกมาด้วยนำ้เสียงราวสะอื้นราวกับร่างกายนี้กำลังตอบเสนอต่อผู้หญิงคนนี้ด้วยความเคยชิน ร่างกายมันสั่นไปหมด
"หุบปากของแกได้แล้วฉันไม่อยากฟัง!"
ผู้หญิงคนนี้ยังคงบีบแขนของฉันและลากออกไปข้างนอกก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่อายุราวๆ30กว่าๆมีใบหน้าที่หล่อเหลา ในตาสีนำ้เงินเข้มและเส้นผมสีดำ ช่างราวกับภาพวาดก็ไม่ปาน
รอบๆตัวของเขาเต็มไปด้วยเหล่าอัศวิน สวมชุดเกราะ ฉันรู้สึกสับสนว่าตนเองมาอยู่ที่ไหนกันแน่ที่นี่ราวกับว่าอยู่ในยุคกลาง สิ่งต่างๆดูแปลกตาไปหมดทั้งชายที่ดูเหมือนพวกขุนนางที่ยืนอยู่ตรงหน้า และผู้คนรอบตัวที่สวมชุดยังกับว่าอยู่ในยุคกลาง
"เ้าชื่ออะไร เด็กน้อย"
ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอ่ยถามฉันด้วยนำ้เสียงที่อ่อนโยน เเต่ว่าแล้วฉันจะตอบอะไรได้ยังไง ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา ฉันคิดถึงพ่อ แม่ของฉัน ฉันเกลียดที่นี่ ทุกอย่างที่น่าสับสนทำไมต้องมาสิงร่างเด็กน้อยชีวิตอาภัพอย่างด้วย ตัวฉันที่ตอนนี้ทั้งหวาดกลัวและเศร้าในเวลาเดียวกันได้ร้องไห้ออกมา
"!!!"
ผู้ชายตรงหน้าของฉันดูใเป็อย่างมากที่ฉันร้องไห้ เค้ามองสำรวจร่างกายของฉัน มันช่างดูมอมแมมและเต็มไปด้วยาแ ทันใดนั้นเค้าก็มองกลับไปที่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างฉันด้วยสายตาที่โหดร้าย
"อะไร! ถ้าท่านจะมาเพื่อเอาตัวเด็กคนนี้ไปก็เอาไปเลยสิ แค่ส่งเงินตามที่เราตกลงกันไว้ก็พอ"
เธอพูดแล้วเหวี่ยงแขนฉันไปหาทางผู้ชายคนนั้น
เขารับตัวฉันไว้และอุ้มฉันขึ้นมา ตัวเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวสะอาดสะอ้านมาเช็คนำ้ตาให้ฉันอย่างอ่อนโยน ผู้ชายที่อุ้มฉันไว้หันไปพูดกับอัศวินนายหนึ่ง จากนั้นอัศวินก็ไปหยิบถุงเงินแล้วนำไปให้ผู้หญิงคนนั้น
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความยินดีที่ได้รับเงินและเดินหายไป
‘มันเกิดอะไรขึ้น นี่ผู้หญิงคนนั้นขายลูกตนเองให้ขุนนางอย่างนั้นหรือ’
จิตใจทำด้วยอะไรถ้าเป็เด็กผมชมพูตัวจริงเธอจะต้องเ็ปขนาดไหนกันนะเด็กน้อย
"!!!"
อยู่ๆฉันก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นความทรงจำต่างๆของเด็กคนนี้ก็ไหลเข้ามาเป็ฉากๆ ชีวิตของเด็กสาวคนนี้ เธอชื่อว่าเมโลดี้
ทุกวันเธอมักเอาชีวิตรอดด้วยการกินเศษขนมปังเย็นชืดที่ผู้หญิงคนเมื่อที่เป็แม่แท้ๆของเธอมักจะทิ้งมาให้เธอกิน แม่ของเธอเมโลดี้ชื่อ เมลเซน่าเป็ผู้หญิงที่ทำงานในบาร์เหล้าเธอมักมีผู้ชายมาชอบเสมอเพราะเธอมีหน้าตาที่งดงาม เมโลดี้เป็เด็กที่เกิดมาจากผู้หญิงคนนั้นและผู้ชายคนหนึ่งที่มามีความสัมพันธ์่ข้ามคืนกับเมลเซล่า จนเธอเกิดมาผู้คนนั้นไม่ใช่แม่ที่ดี เธอมักจะหงุดหงิดและทำร้ายเเสมอ นั้นคือความทรงจำทั้งหมดของเมโลดี้
"เด็กน้อย จากนี้ไปเ้าจะมาเป็ลูกของข้า ดยุคเฮลิโอ แม็คโนเลีย ข้าอยากรู้นามของเ้า"
ชายตรงหน้าฉันบอกว่าตัวเองชื่ออะไรนะ 'เฮลิโอ แม็คโนเลีย' นั้นมันชื่อดยุคที่เป็พ่อของนายเอกในนิยายที่ชั้นอ่านก่อนตายนี่!!
"...หนูชื่อ เมโลดี้"
แม้จะสับสนแต่ฉันก็บอกชื่อไป เดี๋ยวนะ เมโลดี้ตอนแรกแค่คิดว่าชื่อมันแค่คล้ายกันแต่ไม่ผิดแน่ เมโลดี้ แม็คโนเลีย ยัยพี่สาวนางร้าย!!ในนิยายนี้น่า แม้ในนิยายจะจะมีภาพประกอบของโมโลดี้ตอนโตเท่านั้นแต่ว่า สีผมเป็สีที่มีเอกลักษณ์และในตาสีฟ้าของนางร้ายเป็สิ่งที่ชั้นไม่เคยลืม รูปลักษณ์ที่เหมือนนางฟ้าแต่นิสัยราวกับไฮยีน่าเ้าเล่ห์ของนาง
"นับจากนี้ไปเ้าคือ เมโลดี้ แม็คโนเลีย ลูกสาวที่น่ารักของข้า"
ดยุค คาร์มิลพูดด้วยรอยยิ้ม เค้าช่างดูราวกับแสงสว่างท่ามกลางโลกที่มืดมิดของเมโลดี้ในวัยเด็กเสียจริง ว่าไปในนิยายมักบอกว่าเมโลดี้เชื่อฟังและเคารพรักท่านดยุคที่เป็พ่อเลี้ยงของตนเป็อย่างมาก ฉันว่าฉันรู้เหตุผลแล้วล่ะ
"ท่านจะมาเป็พ่อของหนูหรอ"
"ใช่แล้วเด็กน้อย"
มือใหญ่ของท่านดยุคลูกหัวของฉันอย่างแ่เบาราวกับว่าฉันเป็ตุ๊กตาแก้วที่เปราะบางพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"ท่านพ่อ"
ฉันกอดคอท่านดยุค เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ั้แ่มาอยู่ที่นี่เขาเป็คนเดียวที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่เมโลดี้อย่างแท้จริง
ท่านดยุคพาฉันมานั่งรถม้ามาที่คฤหาสน์ของ ดยุค แม็คโนเลีย เป็สถานที่ที่สวยงามเหมือนในนิยายบรรยายเอาไว้ไม่มีผิด ตลอดทางฉันนั่งวางแผนชีวิตของตนเองมาและได้ข้อสรุปว่า จากนี้ไปฉันจะใช้ชีวิตเป็ เมโลดี้ที่ไม่ใช่นางร้ายในนิยายแต่เป็ชีวิตฉันที่จะกำหนดเอง หลังจากตัวเองตายไปรอบนึงทำให้รู้ชีวิตมันสั้น ฉันใช้เวลาไปกับการเรียนเป็ส่วนใหญ่ฉันเรียนอย่างหนักเพื่อที่จะ เข้ามหาวิทยาลัยที่ดีๆ แต่สุดท้ายก็มาตายโดยที่อุตส่าห์สอบเข้าไปได้แล้วแท้ๆแต่ยังเข้าเรียนได้ไม่ถึงมีก็ตายเสียแล้ว
เมโลดี้ฉันไม่อยากให้ชีวิตของเธอมันทั้งสั้นและอาภัพ ถ้าเลือกเดินตามบทในนิยายก็จะมีจุดจบคือถูกเนรเทศไปนออกอาณาจักรแน่ๆ ถึงแม้จะเป็ความใจดีของนายเอกที่ไม่ฆ่าเมโลดี้ให้ตายแต่ว่าการที่ลูกสาวขุนนางโดยยึดทรัพย์สินและถูกเนรเทศจากอาณาจักรก็เหมือนกับถูกส่งให้ไปตายแบบอ้อมๆอยู่ดี
แล้วก็ไม่อยากไปแกล้งนายเองด้วย แต่มันจะเป็ไรไหมนะเพราะนิสัยของนายเอกมันออกมามีคาเรกเตอร์ที่ดูอ่อนแอน่าปกป้องเพราะว่าเมโลดี้ไม่แกล้งเรนเดลั้แ่เด็กนั้นแหละ
"ท่านพ่อ"
ฉันหันไปเรียกท่านดยุคที่นั่งอยู่บนรถม้าข้างๆกัน
"ว่าไงเด็กน้อย"
"ทำไมท่านถึง รับข้ามาเป็ลูกสาวล่ะคะ"
"..."
เขาเพียงแค่ยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนไม่ยอมตอบคำถามฉัน
"ทำไมล่ะคะ"
ฉันถามเขาอีกรอบแต่มันก็ยังเหมือนเดิมไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของเขา
เรามาถึงที่หมายเเล้วท่านดยุคจึงอุ้มฉันไว้และพาลงมาจากรถม้า เขาพาฉันไปที่ห้องขนาดใหญ่และสั่งให้เมดอาบนำ้ทำแผลและเปลี่ยนชุดให้ฉัน
"ตายจริง คุณหนูช่างงดงามเสียเหลือเกิน"
เมดสองสามคนช่วยกันแต่งตัวให้ฉันและยื่นกระจกมาให้ส่อง ใช่น่ารักและงดงาม คือคำนิยายที่เหมาะกับเด็กน้อยในกระจกที่ฉันส่องเสียจริง ตอนอยู่กับเมลเซน่าเธอทำให้สภาพของเมโลดี้ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้ง ถึงจะดูมอมแมมแต่ก็ยังมีเค้าโครงความน่ารักอยู่ พอจับมาทำความสะอาดก็สวยอย่างไม่น่าเชื่อ
"คุณหนูเ้าคะ ดิฉันจะนำทางไปพบนายท่านและคุณชายน้อยนะเ้าคะ"
เมดคนนึงพูดด้วยสีหน้าจริงจังฉันคิดว่าเธอคือหัวหน้าเมดจะที่เคยอ่านในนิยาย
ฉันเดินตามเธอคนนั้นไปที่ห้องอาหาร คนแรกที่สายตาชั้นพบคือ ท่านดยุคที่อยู่หัวโต๊ะ และอีกคนที่จะลืมไม่ได้คือน้องชายของฉันเรนเดล แม็คโนเลีย รู้สึกว่าชีวิตของนางร้ายมันเริ่มจากตรงนี้นี่แหละ
----------------------------------------
ไรท์ : ขอบคุณที่เข้ามารับชมน้องเมโลดี้ของไรท์นะคะ เป็กำลังใจให้น้องเมลด้วยนะคะ รักนักอ่านที่น่ารักทุกนะคะ