ตอนที่ 4 หมดความอดทน
-บ่ายวันนั้น-
หลังจากมื้อเช้าจบลงด้วยความขุ่นเคือง ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง ริโอน่าเดินออกไปนอกคฤหาสน์เพื่อไปนั่งรับลมอยู่ที่ศาลาริมแม่น้ำ ส่วนเทรย์เวอร์กลับขึ้นไปบนห้องทำงานที่ชั้นเจ็ด ที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้หากไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อความคิดที่แตกต่างกันความรู้สึกที่อึดอัดทำให้ตอนนี้ทั้งคู่รู้สึกแปลกๆต่ออีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ยามเช้าที่เต็มไปด้วยเื่ราวต่างๆ ทำให้ยามบ่ายของวันนี้ดูวุ่นวายกันเป็พิเศษ เนื่องจากริโอน่าที่ได้หลุดคำพูดเื่การถอนหมั้นออกมากลางห้องอาหารใหญ่ที่มีคนอยู่ไม่น้อย ทำให้ตอนนี้ผู้คนในคฤหาสน์ต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าองค์หญิงก็แค่เรียกร้องความสนใจจากองค์ชายเท่านั้น และข่าวลือก็แพร่สะพัดไปไวยิ่งกว่าไฟป่า ทำให้ตอนนี้ทุกคนรู้เื่กันเกือบทั่วคฤหาสน์แล้ว
//ณ ศาลาริมน้ำ//
ริโอน่าแอบหลบมานั่งคนเดียวเพียงลำพังเพื่อที่จะได้พักผ่อนหย่อนใจ วันนี้เธอรู้สึกว่าเธอได้ใช้อารมณ์กับชายแปลกหน้ามากจนเกินไป เพราะจู่ๆก็ไปถอนหมั้นกับชายของคนอื่นโดยพลการ ซึ่งปกติแล้วเธอเป็คนที่คิดอ่านรอบคอบมากกว่านี้ และเธอไม่เคยคิดที่จะแสดงอารมณ์ความรู้สึกต่อหน้าคนอื่น เพราะเธอถูกสอนมาให้เก็บอารมณ์ความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ แต่วันนี้เธอกับตัดสินใจด้วยความรู้สึกโกรธเล็กน้อยที่เทรย์เวอร์พูดจากถากถางองค์หญิง
ซึ่งนั่นมันไม่ใช่เื่ที่เธอจะต้องเข้าไปยุ่งเลยสักนิด เพราะเธอมาที่นี่ด้วยความไม่เต็มใจ แล้วทำไมเธอจะต้องเข้าไปยุ่งกับคนพวกนั้นด้วย หรือเพราะว่าการมาอยู่ในร่างขององค์หญิงคนนี้ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเธออ่อนไหวมากขึ้น
เฮ้อ!
ริโอน่าถอนหายใจออกมาขณะที่นั่งคิดอะไรหลายๆอย่าง เมื่อก่อนสมัยที่เธอยังอยู่ที่โลกเดิมของเธอ งานที่เธอทำจำเป็จะต้องเก็บความรู้สึกทุกๆอย่างไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ เพราะการต่อสู้ถ้ารู้สึกโกรธหรือเ็ปแล้วแสดงสีหน้าท่าทางออกไป ศัตรูก็จะเจอจุดอ่อนของเราทันทีและการต่อสู้นั้นก็อาจจะจบลงโดยการที่เราเป็ฝ่ายแพ้
แต่ทว่า การที่จะเก็บอารมณ์ได้เก่งๆไม่ใช่ว่าเธอถูกฝึกมาเยอะอะไรหรอกนะ แต่เธอถูกปลูกฝั่งมาั้แ่เด็กมากกว่า เพราะตอนที่อาศัยอยู่กับแม่ เธอถูกแม่สั่งห้ามไว้ ทั้งห้ามร้องไห้ห้ามขออะไรที่อยากได้ ห้ามโกรธหรือโมโหและห้ามอื่นๆอีกมากมาย แม่ของเธอสั่งห้ามหลายอย่างและหากไม่ทำตามเธอจะถูกลงโทษอย่างหนักถึงขั้นบางครั้งถูกสั่งห้ามไม่ให้กินข้าวราวๆสองสามวันเลยทีเดียว
จึงทำให้ทุกวันนี้เธอไม่ค่อยอยากพูดหรือแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่มีภายในใจเท่าไหร่ เพราะยังรู้สึกกลัวว่าถ้าหากวันหนึ่ง เธอแสดงอารมณ์ความรู้สึกมากเกินไป ทุกคนอาจจะไม่ชอบเธอเหมือนที่แม่ของเธอไม่ชอบเธอก็ได้ เธอจึงได้แต่เก็บความรู้สึกต่างๆไว้
แต่แล้ววันนี้เธอกับพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด ยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง มันจึงทำให้เธอรู้สึกไม่เป็ตัวเองเลย ทั้งๆที่จิตใจมันเป็ของเธอ แต่ก็เท่านั้นแหละเพราะร่างกายมันก็เป็ของคนอื่น เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมร่างกายถึงพูดออกไปแบบนั้น
ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าเล็กๆที่ย้ำพื้นอย่างจงใจ เหมือนกำลังแบกอะไรบางอย่างเอาไว้ทำให้รู้สึกได้ถึงความหนักของฝีเท้าที่มีมากกว่าปกติ
ริโอน่าที่กำลังนั่งคิดเื่ต่างๆอยู่ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าอย่างรวดเร็วและจำเสียงฝีเท้านั้นได้ในทันที
"องค์หญิงคะ ลูซี่เอาอาหารมาให้ทานค่ะ เมื่อเช้าองค์หญิงไม่ได้แตะอาหารเลยแม้แต่คำเดียว ลูซี่เป็ห่วงนะคะ" น้ำเสียงนุ่มๆของหญิงสาวร่างเล็กเอ่ยทักทายริโอน่าอย่างสดใส
"ลูซี่หรอ..?" น้ำเสียงเรียบๆของริโอน่าตอบกลับทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มมาแต่ใกล้ของลูซี่
ที่ริโอน่าได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักขึ้นกว่าปกติ คงเป็เพราะลูซี่ถือของหนักๆมาด้วย ริโอน่าเห็นลูซี่ถือถาดที่ใส่อาหารมาให้อย่างทุลักทุเล เธอจึงรีบลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อไปช่วยลูซี่ถืออาหารทันที
"ไม่เห็นต้องลำบากเลยลูซี่" น้ำเสียงที่ดูเรียบๆแต่แฝงไปด้วยแววตาที่ค่อนข้างเป็กังวล
"แต่องค์หญิงยังไม่ได้ทานอะไรเลยั้แ่เช้านะคะ แถมเมื่อวานก็ด้วย ท่านหมดสติไปตั้งสามวันนะคะ ถ้าให้นับวันนี้ก็วันที่สี่แล้วนะคะที่ท่านยังไม่ได้ทานอะไร.." ลูซี่เอ่ยขึ้นพร้อมกับจัดวางอาหารที่โต๊ะให้เป็ระเบียบ
"นี่เราหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรอ?" ริโอน่าถามอย่างเรียบๆด้วยความสงสัย
"ใช่แล้วค่ะ ลูซี่เป็ห่วงแทบแย่ กลัวว่าองค์หญิงจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก" น้ำเสียงของเธออ่อนลงด้วยความทุกข์ใจ
"...." ริโอน่าเงียบไปชั่วครู่เมื่อเห็นใบหน้าที่จริงจังของนาง เธอรับรู้ได้ถึงความกังวลใจและความรู้สึกที่มีให้องค์หญิงนั้นเป็ของจริง
"ขอโทษนะ ลูซี่" ริโอน่าเอ่ยขึ้นด้วยความบังเอิญเพราะมัวแต่เหม่อลอยคิดเื่ของลูซี่
เอ๊ะ!
ลูซี่ทำสีหน้างงงวยเล็กน้อยเพราะจู่ๆริโอน่าก็พูดขอโทษออกมาแบบนั้น ทำให้ลูซี่แปลกใจ
"ขอโทษเื่อะไรหรอคะ" ลูซี่เอ่ยถามอย่างจริงจัง
"อ๋อ เปล่า... ไม่มีอะไรหรอก" ริโอน่ารีบบ่ายเบี่ยงทันทีเพราะรู้สึกตัวว่าตนนั้นเอ่ยคำที่ไม่ควรเอ่ยอีกแล้ว
ริโอน่าเผลอลืมตัวไปชั่วขณะ เพราะเธอบังเอิญสบสายตาของลูซี่ แล้วพบเข้ากับั์ตาของนางที่มีความโศกเศร้าอยู่ในดวงตาเต็มไปหมด ริโอน่าจึงรู้สึกเห็นใจที่ตอนนี้คนที่ฟื้นขึ้นมาไม่ใช่องค์หญิง แต่กับเป็คนอื่นที่ลูซี่ไม่เคยรู้จักเลยแม้แต่น้อยอย่างเธอ เธอจึงหลุดปากเอ่ยขอโทษออกไป เพราะเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้เื่มันเป็แบบนี้
เอ่อ!
ลูซี่มีความลังเลเล็กน้อยเพราะเธอเห็นริโอน่ามองเธออย่างตั้งอกตั้งใจ เธอจึงพยายามเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนเื่คุย
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นทานกันเถอะนะคะองค์หญิง เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด" ลูซี่พยักหน้าเบาๆและมองไปที่อาหารเพื่อบอกให้ริโอน่าทานอาหารที่เธอยกมา
อ๋อ!
ริโอน่าสะดุ้งเล็กน้อยเพราะมัวแต่คิดเื่ของลูซี่ ริโอน่าจึงรีบพยักหน้าตอบตกลงทันที
"ได้สิ งั้นเราทานแล้วนะ" ริโอน่าตอบด้วยความเกรงใจและเริ่มทานอาหารทันที
ริโอน่าหยิบช้อนขึ้นมาเพื่อตักอาหารอย่างตั้งใจ เพราะนี่เป็มื้อแรกของเธอหลังจากที่ได้หลุดเข้ามาอยู่ในโลกแห่งนี้ อาหารคำแรกที่ได้ััเข้ากับลิ้น มันทำให้ใจของเธอค่อยๆเริ่มสั่นไหว
เอ๊ะ!
ลูซี่อุทานขึ้นด้วยความใ ขณะที่เธอได้เห็นน้ำที่กำลังไหลออกจากดวงตาของริโอน่าอย่างช้าๆ
"องค์หญิง... ทำไมถึงร้องไห้ออกมาล่ะคะ หรือว่า... หรือว่าอาหารไม่อร่อยงั้นหรอคะ งะ... งั้นเดี๋ยวลูซี่รีบไปเปลี่ยนให้เลยนะคะ..." เสียงสั่นๆที่ดูกังวลใจของลูซี่เอ่ยออกมาขณะที่มือของเธอก็ค่อยๆเก็บจานอาหารอย่างลุกลี้ลุกลน
ฮึก!
ริโอน่าปาดน้ำตาที่กำลังไหลด้วยความไม่ตั้งใจออกทันที
"อาหารไม่ได้ไม่อร่อยหรอกนะ"
" .... " ลูซี่หยุดชะงักอย่างสงสัย
"มันอร่อยมากเลยตั้งหาก อร่อยจนน้ำตามันไหลออกมาเลย" รอยยิ้มที่เผยออกมาในขณะที่กำลังพูดไปด้วยและกลั้นน้ำตาไปด้วยของริโอน่าทำเอาลูซี่ต้องหยุดมือทันที
ลูซี่จัดวางอาหารไว้ที่เดิมและก็นั่งมองริโอน่าทานอาหารอย่างเรียบร้อย การที่ลูซี่ไม่ได้ตอบอะไรริโอน่าต่อเพราะลูซี่รู้สึกว่าเื่นี้อาจจะไม่ควรถามออกมาน่าจะดีกว่า
และเหตุผลภายในจิตใจของริโอน่า ที่ได้เผยน้ำตาออกมาต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ก็เพราะว่าเธอรู้สึกว่า มื้ออาหารนี้เป็มื้อที่อร่อยมากๆจากใจจริงของเธอ น้ำตามันก็เลยไหลออกมาเองโดยที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งตัวริโอน่าเองก็ใเช่นกันที่จู่ๆก็ร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นแบบนี้
อาจจะเป็เพราะลึกๆแล้วเธอรู้สึกดีใจที่ได้ทานอาหารของคนอื่น เพราะ่เวลาที่เคยอาศัยอยู่กับแม่ของเธอ เธอมักจะอดมื้อกินมื้ออยู่บ่อยๆ บางครั้งก็กินอาหารเหลือๆของพ่อเลี้ยงและน้องสาวต่างพ่อของเธอ ซึ่งการที่ได้กินอาหารดีๆสักครั้งแทบจะไม่มีในความทรงจำของเธอเลยแม้แต่น้อย
และแม้ว่าการที่เธอหนีออกจากบ้านและไปทำงานที่องค์กรลับแล้วก็ตาม เธอก็ยังไม่ค่อยได้รับอาหารดีๆสักเท่าไหร่ เพราะการฝึกบางครั้งก็หนักจนต้องอดอาหารไปด้วย และถึงจะออกไปทำภารกิจเธอก็ยังไม่ได้กินอาหารดีๆเหมือนเดิม เพราะหากไปสืบข้อมูลหรือต้องแฝงตัวเข้าไปนั้น เธอไม่สามารถกินของมั่วซั่วได้ เพราะไม่รู้เลยว่าของที่คนอื่นหยิบยื่นมาให้นั้นมียาพิษหรือยาอื่นๆใส่ลงไปหรือเปล่า
แต่ที่เธอยอมกินอาหารที่ลูซี่ยกมาให้แต่โดยดีเพราะว่าตอนนี้เธอไม่ใช่เซล่าเด็กน้อยผู้หิวโหยหรือซีโร่ที่ต้องหวาดระแวงพิษจากอาหาร แต่ตอนนี้เธอคือองค์หญิงแห่งอาณาจักรโอเรียนน่า ที่ใครๆก็ให้ความสำคัญ เธอจึงรู้สึกวางใจนิดหน่อยเพราะคงไม่มีใครกล้าวางยาพิษในอาหารของเธอแน่นอน
"นี่เป็มื้อแรกในชีวิตรึเปล่านะ ที่เรากินโดยไม่ต้องคิดอะไร" เสียงพูดเบาๆของริโอน่าเอ่ยขึ้น
"องค์หญิงพูดว่าอะไรนะคะ..?" ลูซี่ไม่ทันสังเกตว่าริโอน่าพูดอะไรออกมาเพราะเธอพูดเสียงเบาเกินไป
"เปล่า? ไม่มีอะไรหรอก เราอิ่มแล้วล่ะ" ริโอน่ารีบตัดบททันที
ลูซี่ทำหน้างงๆนิดหน่อยแต่ก็ไม่กล้าที่จะถามต่อ เธอจึงหยิบจานอาหารและของต่างๆกลับเข้าไปในถาดอาหารทันที "งั้นเดี๋ยวลูซี่เอาไปเก็บแล้วนะคะ"
"แล้วนี่... เ้ากินอะไรรึยัง" ริโอน่าถามเธอด้วยความเป็ห่วง
"เอ่อ... ยังเลยค่ะ" ลูซี่ตอบด้วยใบหน้าที่ดูหม่นหมองเล็กน้อย
หืม!
ริโอน่าอุทานเบาๆ พร้อมกับมองไปที่ลูซี่อย่างสงสัย
"ยังไม่ได้กินั้แ่ตอนเช้าน่ะหรอ" น้ำเสียงที่ดูสงสัยของเธอเอ่ยถามลูซี่
"....." ลูซี่มองสบตาของริโอน่าช้าๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ พลางหยิบข้าวของลงถาดจนเสร็จเรียบร้อยและเตรียมที่จะเดินเอาของไปเก็บอย่างร้อนรน
"ลูซี่... นี่เ้า ถูกสั่งห้ามไม่ให้กินข้าวด้วยงั้นหรอ" คำถามแปลกๆหลุดออกมาจากปากของริโอน่าทันทีเมื่อเห็นท่าทางที่ดูกระอักกระอ่วนของลูซี่ตอนนี้
"ปะ... เปล่านะคะ ลูซี่ไม่ได้ถูกสั่งห้ามหรอกนะคะ" เธอส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นๆของเธอ
"แล้วอะไรล่ะ ทำไมเ้าไม่กินข้าว"
"คะ... คือว่า"
"..." ริโอน่าทำหน้าสงสัยเป็อย่างมากเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเพื่อรอคำตอบ
"คือ... ที่นี่เขาค่อนข้างไม่ชอบลูซี่เท่าไหร่ค่ะองค์หญิง เวลาที่จะกินข้าวแต่ล่ะครั้ง ลูซี่จะต้องแอบไปทำกับข้าวใน่เวลาที่คนครัวเขาไม่ใช้ห้องครัวแล้วเท่านั้น เพราะฉะนั้นบางวันก็ต้องใช้เวลานิดหน่อยกว่าที่คนครัวจะออกไปพักกันค่ะ" ลูซี่พูดด้วยน้ำเสียงประหม่าเล็กน้อยขณะที่สายตาของเธอนั้นไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับริโอน่า
ริโอน่าเงียบไปชั่วครู่ เธอกำลังคิดว่าเด็กคนนี้ดูน่าเห็นใจมากๆ เพราะถึงแม้องค์หญิงจะทำตัวไม่ดียังไง แต่เด็กคนนี้ก็ยังพยายามเอาตัวรอดเพื่ออยู่คฤหาสน์หลังนี้กับองค์หญิงให้ได้ ซึ่งไม่รู้ว่า มันเรียกว่าไร้เดียงสาหรือโง่เขลากันแน่ ริโอน่านึกถึงตัวเองในอดีตที่พยายามอยู่กับแม่ด้วยความโง่เขลาที่ไม่รู้เลยว่าตอนนั้นเธอถูกแม่เกลียดขนาดไหน
ริโอน่ามองไปที่ลูซี่อย่างจงใจ "เ้าลำบากเพราะเราไม่น้อยเลยสินะลูซี่.." ริโอน่าเอ่ยถามอย่างเรียบๆ
"ไม่...ไม่เลยค่ะองค์หญิง ลูซี่ไม่เป็อะไรเลยค่ะ" เธอพยายามส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มจางๆที่เผยขึ้น
"ไม่เป็อะไรได้ไง... หิวแต่ก็กินไม่ได้ เรารู้ว่ามันทรมานแค่ไหน เวลาที่ท้องมันร้องออกมา แต่ไม่สามารถกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าได้ มันทรมานยิ่งกว่าการถูกมีดแทงเข้าที่ท้องซะอีก" ริโอน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เพราะเธอรู้ว่าการหิวโหยมันเป็เช่นไร เธอไม่อยากให้คนอื่นต้องเป็แบบเธอ
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละ พาเราไปที่ห้องครัวที เดี๋ยวเราจะทำอาหารให้เ้าทานเอง" ริโอน่าบอกลูซี่อย่างจริงจังพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย
เอ๊ะ!
ลูซี่เริ่มร้อนรนแปลกๆเพียงเพราะริโอน่าเอ่ยว่าจะไปห้องครัว
"ไม่ได้นะคะ องค์หญิงไม่ควรไปที่นั่น" น้ำเสียงที่ดูมุ่งมั่นแต่แฝงไปด้วยสีหน้าที่เป็กังวลสุดๆของลูซี่ทำให้ริโอน่าเริ่มสงสัยมากกว่าเดิม
"ทำไมหรอ?" ริโอน่าขมวดคิ้วจนคิ้วจะซ้อนกันอยู่แล้ว เพราะความสงสัยที่มีอยู่ภายในหัวเต็มไปหมด ว่าทำไมอันนั้นก็ไม่ได้อันนี้ก็ไม่ได้
"คือ... คือว่า... " ลูซี่ตะกุกตะกักขึ้นอีกครั้ง
ริโอน่าไม่ชอบความอึดอัดใจนี้เลย เธอจึงรีบคว้ามือของลูซี่มาทันทีและจูงมือเธอเดินตรงเข้าไปที่คฤหาสน์เพื่อไปที่ห้องครัวที่ว่านั่นทันที
"ดะ... เดี๋ยวค่ะองค์หญิง อย่าไปเลยนะคะ" ลูซี่พยายามดึงมือไว้เพื่อรั้งไม่ให้ริโอน่าไปที่นั่น
ริโอน่าไม่ได้หันกลับไปมองลูซี่ แต่ว่าเธอกับเร่งฝีเท้าขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อตรงไปที่คฤหาสน์ "ไม่ล่ะ... เราจะไปและเ้าก็ควรนำทางเราด้วยนะ"
"...." ลูซี่หยุดชะงักทันที
ริโอน่าเห็นสีหน้าของเธอดูไม่สู้ดีนักเธอจึงหยุดฝีเท้าลงและปล่อยมือลูซี่ทันที "เ้าจะไม่ทำตามที่เราบอกงั้นหรอ"
"เอ่อ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะองค์หญิง"
"งั้นก็นำไปสิ" ริโอน่าชี้นิ้วไปทางคฤหาสน์พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่เว้าวอนเล็กน้อยเพื่อสื่อให้เห็นว่าเธออยากช่วยจริงๆ
เฮ้อ!
ลูซี่เห็นสีหน้าของริโอน่าแล้วก็พูดไม่ออกได้แต่ถอนหายใจออกมา เธอแพ้สายตาขององค์หญิงมากๆและตอนนี้ก็ยังคงเป็ฝ่ายแพ้อยู่
สุดท้ายลูซี่ก็นำทางริโอน่าไปที่ห้องครัวแต่โดยดี ห้องครัวถูกทำขึ้นอยู่ภายในชั้นสองของคฤหาสน์ ซึ่งริโอน่าก็ได้เดินตามลูซี่ไปอย่างกระตือรือร้น
//ณ ห้องครัว//
ปัง!
ลูซี่เปิดประตูออก
ทันทีที่ประตูเปิดออก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ทั้งคู่ทันที ริโอน่าและลูซี่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องครัวเพียงไม่กี่ก้าว สายตาของพ่อครัวที่มีอยู่ราวๆห้าหกคน ได้จ้องเขม็งมาที่ริโอน่าอย่างจริงจังและทุกคนที่มองมานั้นต่างมีสายตาที่เหมือนกันหมด นั่นก็คือ สายตาที่เกลียดชัง
ริโอน่าลังเลเล็กน้อยว่าจะเดินเข้าไปอีกดีไหม เธอรู้สึกว่านี่อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่ ส่วนลูซี่ก็คงไม่ต้องพูดถึง นางเดินอ้อมมาอยู่ยืนอยู่ด้านหน้าของริโอน่า เหมือนประกาศว่าตนนั้นจะคอยปกป้ององค์หญิงอย่างเต็มที่
แต่ทว่าความสูงของลูซี่นั้นราวๆหนึ่งร้อยหกสิบเซน แต่ริโอน่าเธอมีความสูงราวๆหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซน ซึ่งแม้ลูซี่อยากจะบังไม่ให้ริโอน่าเห็นสายตาของพวกพ่อครัวแค่ไหน แต่นางก็ไม่สามารถทำได้เพราะความสูงไม่เอื้ออำนวยนัก
ริโอน่าเห็นการกระทำของลูซี่ก็รู้สึกประทับใจเล็กน้อย แม้ว่าลูซี่จะอยากปกป้ององค์หญิงที่ไม่ใช่เธอก็ตาม แต่การกระทำของลูซี่ก็นับว่าใจเด็ดไม่น้อย แต่ริโอน่าไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวพ่อครัวที่อยู่ด้านในเลยแม้แต่น้อย เธอจ้องเขม็งกลับไปที่พวกเขาเช่นกัน
ในหมู่พ่อครัวที่พากันยืนมองริโอน่าอย่างจริงจัง ได้มีพ่อครัวที่มีรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังค่อยๆปลีกตัวออกมาจากกลุ่ม เพื่อเดินมาหาริโอน่า ที่ยืนอยู่ห่างจากประตูทางเข้าราวๆสองสามก้าว
"เข้ามาทำอะไรที่นี่ครับองค์หญิง ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ท่านควรจะเข้ามานะครับ" น้ำเสียงทุ้มๆเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ
"เราจะเข้ามาทำอาหาร" ริโอน่าตอบเรียบๆ
"ทำอาหาร? ให้ใครงั้นหรอครับ ให้องค์ชายที่ท่านเพิ่งจะบอกถอนหมั้นไปเมื่อเช้างั้นหรอครับ" น้ำเสียงและสายตาของพ่อครัวคนนี้บ่งบอกถึงความประชดประชันและความเย่อหยิ่งอย่างถึงที่สุด
"เปล่านิ เราจะทำให้ลูซี่คนของเราต่างหาก"
ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!
เสียงทุ้มๆหัวเราะออกมาด้วยความไม่เกรงใจ
"ไม่มีเ้านายที่ไหนทำอาหารให้คนรับใช้ทานหรอกนะครับ ท่านกลับออกไปเถอะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของท่าน" น้ำเสียงของพ่อครัวที่กำลังเย้ยหยันต่อคนที่อยู่ด้านหน้าของเขา ทำเอาบรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงกลั้นหัวเราะจากพ่อครัวคนอื่นๆที่กำลังมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ
"แล้วถ้าเราไม่กลับล่ะ..?" เสียงเรียบๆของริโอน่าเอ่ยขึ้นขณะที่ตาก็มองไปรอบๆเพื่อดูสถานการณ์
เฮ้อ!
จากเสียงหัวเราะกลายเป็เสียงถอนหายใจของชายร่างใหญ่ที่ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
"ท่านไม่ควรสร้างปัญหาเพิ่มนะครับ แค่นี้ก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว ยิ่งทำตัวแบบนี้ท่านก็ยิ่งไม่เหมาะสมกับคฤหาสน์หลังนี้หรอกครับ"
"เราแค่จะทำข้าวสักจาน มันสร้างปัญหามากนักรึไง" ริโอน่าเอ่ยตอบอย่างไม่ลังเล เพราะเริ่มรู้สึกขัดใจสีหน้าและท่าทางของคนที่นี่อย่างมาก
"คนที่ทำได้แค่ยืนหลบอยู่หลังคนรับใช้ ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรหรอกนะครับองค์หญิง" พ่อครัวยังคงดูิ่ดูแคลนด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
ริโอน่าเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้เธอต้องออกมาเผชิญหน้ากับเขา เพราะไม่อย่างงั้น ใจของเธอคงไม่สงบลงแน่ๆ ริโอน่าเดินอ้อมออกมาเพื่อมายืนอยู่ต่อหน้าพ่อครัวร่างใหญ่คนนั้น
เมื่อริโอน่าเห็นใบหน้าชัดๆของชายคนนี้ ความทรงจำขององค์หญิงก็ได้ผุดขึ้นมาทันที ชายคนนี้เป็หัวหน้าพ่อครัว ซึ่งก่อนหน้านี้องค์หญิงได้เคยเข้ามาที่นี่และอาละวาดจนข้าวของเสียหาย เหตุเพียงเพราะว่าเธอทำอาหารไปให้องค์ชาย แล้วองค์ชายไม่สนใจอาหารที่เธอทำเลยแม้แต่น้อย รวมถึงไม่สนใจตัวเธอด้วย เธอจึงโกรธและมาลงที่ห้องครัวห้องนี้ทันที
เฮ้อ!
ริโอน่าถอนหายใจออกมาทันทีที่ได้รู้เื่ราวของความทรงจำ แม้ว่าองค์หญิงจะดูน่าเห็นใจที่องค์ชายเ็าใส่ก็ตาม แต่องค์หญิงก็ไม่ควรอาละวาดตามใจชอบแบบนี้ ตอนนี้ริโอน่าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่นี่ถึงทำท่าทางไม่พอใจเธอ
"เราเดินออกมาแล้ว ทีนี้ให้เราทำอาหารสักมื้อได้รึยัง" ริโอน่าตอบเขาอย่างเรียบๆ เพราะเธอก็ไม่อยากมีปากเสียงกับเขาอีกแล้ว เพราะในใจก็รู้สึกเข้าใจเขาที่ตอนนี้จะไม่ชอบขี้หน้าเธอ แต่อีกใจก็สงสารลูซี่ที่ตอนนี้อาจจะกำลังหิวก็ได้ เธอสองจิตสองใจที่จะจัดการกับสถานการณ์แบบนี้
"ไม่ได้ครับ ผมเป็พ่อครัว มีหน้าที่ทำอาหาร ส่วนท่านก็แค่มีหน้าที่รับประทานอาหารที่ผมทำ เพราะฉะนั้นท่านไม่ควรมายุ่งกับหน้าที่ของคนอื่นนะครับ" เขาเชิดหน้าตอบอย่างเย่อหยิ่ง
"ไม่ว่าเราจะพูดยังไง เ้าก็ไม่คิดจะให้เราทำอาหารอยู่แล้วใช่ไหม"
"ถ้าเข้าใจก็ดีแล้วครับ เชิญท่านออกไปได้แล้วครับ" เขาผายมือไปที่ประตูทางออกเพื่อบอกให้เธอออกไป
เฮ้อ!
ริโอน่าถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอคิดว่าหากพูดดีๆคงไม่สามารถเข้าไปใช้ครัวได้แน่นอน เธอหันไปมองลูซี่อีกครั้ง เธอเห็นลูซี่พยักหน้าเบาๆ เพื่อบอกเป็นัยๆว่าให้รีบถอยออกมาก่อน
ริโอน่าหันกลับมามองที่พ่อครัวอีกครั้ง เธอรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์มีปากมีเสียงเพราะองค์หญิงก่อเื่เอาไว้เยอะ เธอจึงได้แต่จำใจยอมเดินกลับหลังหันเพื่อไปหาลูซี่ที่ยืนรออยู่ที่ประตูทางออก เธอถอดใจที่จะทำอาหารเรียบร้อย เธอคิดว่าเอาไว้ค่อยหาทางอีกที เพราะตอนนี้ไม่ควรมีเื่กับคนพวกนี้ไปมากกว่านี้แล้ว
"ก็นึกว่าจะแน่" เสียงแข็งๆของชายคนหนึ่งดังขึ้น
ริโอน่าหยุดชะงักทันที เธอหันกลับไปเพื่อตามหาเ้าของเสียงที่พูดออกมาเมื่อกี้ แต่ขณะเดียวกันลูซี่ก็ได้ดึงมือของเธอเอาไว้ เพื่อขอร้องให้เธอออกไปพร้อมกันตอนนี้
"ทำไม ท่านมีปัญหาในคำพูดของผมหรอครับ" น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่ชอบขี้หน้าของเขามันออกมาอย่างชัดเจน
"...." ริโอน่าเงียบและจ้องมองเขาอย่างเฉยชา
ใบหน้าที่สะท้อนเข้ามาในสายตาของริโอน่าเป็ใบหน้าของชายร่างเล็กที่ดูแล้วน่าจะสูงราวๆร้อยเจ็ดสิบเซนเท่านั้น เขาเดินออกมาจากกลุ่มพ่อครัวที่ยืนออกันอยู่ทางด้านหลังของหัวหน้าพ่อครัว เขาเดินตรงมาที่ริโอน่าอย่างไม่เกรงกลัว
และความทรงจำของพ่อครัวคนนี้ก็ผุดเข้ามาในหัวของเธอทันที เขาเป็คนที่คอยกลั่นแกล้งลูซี่มาโดยตลอด เขาชอบเอาอาหารดีๆที่พ่อครัวคนอื่นทำไปซ่อน เพื่อไม่ให้ลูซี่ได้กินอาหารที่เป็ส่วนของเธอ ซึ่งที่นี่จะทำอาหารหม้อใหญ่เพื่อมีไว้สำหรับสาวใช้หรือพ่อบ้านคนงานต่างๆที่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ เพื่อให้ทุกคนได้กินอาหารดีๆทุกมื้อ
แต่ลูซี่ก็ไม่ค่อยได้กินอาหารดีๆเท่าไหร่ เพราะกว่าจะเข้ามาในครัวได้ก็ต้องรอคนอื่นไปข้างนอกหมดเสียก่อน และบางครั้งเข้ามาก็ไม่เจออาหาร เธอจึงทำได้เพียงทำกับข้าวเล็กๆน้อยๆเพื่อกินไปพลางๆหรือในบางครั้งเธอก็ถูกชายคนนี้ซ่อนวัตถุดิบที่เอาไว้สำหรับทำอาหารในมื้อนั้น เธอจึงกินเพียงข้าวเปล่าเพื่อคลายความหิวไปก่อน
ริโอน่าที่เห็นความทรงจำก็ทำให้รู้สึกโกรธที่พ่อครัวคนนี้ทำกับลูซี่ และก็โกรธที่องค์หญิงรู้เห็นทุกอย่างแต่ไม่เคยคิดจะช่วยนาง เพราะความทรงจำจะเผยแค่เื่ที่เราเคยเห็นและเคยััมันเท่านั้น เธอจึงรู้สึกว่าองค์หญิงใจร้ายกับลูซี่มากเกินไป
ริโอน่ามองไปที่พ่อครัวร่างเล็กคนนั้น เธอเห็นเขาจ้องมาที่เธอด้วยความอวดดี เธอจึงเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆทันที
"เ้าชื่ออะไร..?"
เหอะ!
เขาสบถออกมาต่อหน้าต่อหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"ชื่อหรอครับ ผมชื่อลาโน่" น้ำเสียงที่ดูมั่นอกมั่นใจของเขาเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
"ลาโน่งั้นหรอ?" ริโอน่าทวนชื่อของเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เ็า
"ทำไมหรอครับ ท่านอยากรู้ชื่อผมไปทำไม หรือว่า... อยากจะเอาชื่อผมไปฟ้ององค์ชาย"
ริโอน่าเงยหน้าปรายตามองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเล็กน้อย
"เปล่า เราไม่บอกองค์ชายหรอก ก็แค่อยากรู้ชื่อเอาไว้"
"รู้ชื่อผมไปแล้วจะได้อะไรล่ะครับ มันไม่ช่วยให้ท่านดีขึ้นมาได้หรอก แต่ถ้ารู้ชื่อผมแล้วท่านทำตัวดีขึ้นก็คงดีมากเลยนะครับ"
ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเขาดังลั่นไปทั่วห้องและพ่อครัวที่อยู่ภายในห้อง บ้างก็หัวเราะไปพร้อมกับเขาบ้างก็กลั้นขำเอาไว้
ริโอน่าปรายตามองอย่างเยือกเย็น
และสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เสียงหัวเราะเมื่อครู่ได้หยุดชะงักลงทันทีเมื่อเหตุการณ์ที่อยู่ต่อหน้าทุกคนทำเอาทั่วทั้งห้องต่างตกตะลึง
ตุบ!
เท้าขวาย้อนไปทางด้านหลังหว่างหัวเข่าซ้าย เธอใช้แรงตอกส้นเท้าลงอย่างเต็มแรงจนเขาเสียหลัก
ฟึบ!
เธอกระชากแขนขวาของเขาเหวี่ยงไปทางด้านหลังและกดเขาลงกับพื้น
อึก!
เธอใช้หัวเข่าข้างขวากระแทกลงที่หลังของเขาอย่างเต็มแรงจนทำให้เขาทรุดลงโดยไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย
อึก!
เสียงอุทานออกมาด้วยความเจ็บ
"ปะ... ปล่อยผมนะครับ ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่" เขาเอ่ยด้วยความสั่นกลัวและพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดออกจากเงื้อมมือของเธอ
"ก็สั่งสอนเ้าไง" เสียงเ็าที่ไร้ความปรานีของเธอเอ่ยออกมาอย่างนิ่งสงบ
"สะ... สั่งสอนอะไรกันครับ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ผมพูดผิดที่ไหนกันล่ะครับ ก็ท่านเป็คนไม่ดีจริงๆ" เขาดิ้นรนจนตัวสั่นเพื่อให้ได้หลุดพ้น แต่น้ำเสียงวาจาของเขาก็ยังไม่หยุดพูดในสิ่งที่ควรหยุด
"เป็สามัญชนเหตุใดจึงพูดกับเชื้อพระวงศ์เช่นนี้" น้ำเสียงเ็าสะท้อนไปด้วยแววตาไร้อารมณ์
น้ำเสียงที่ออกมาทำเอาทุกคนที่มองดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ชักสีหน้ากันหมด ทุกคนต่างตกตะลึงที่จู่ๆริโอน่าก็ทำเื่ไม่คาดคิดขึ้น และตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้ามาช่วยเขาเลยแม้แต่คนเดียว
"ผมไม่สนหรอกครับ ตอนนี้ท่านไม่ใช่เ้านายของผมสักหน่อย ทำไมผมต้องสนด้วยว่าท่านจะเป็ใคร" เสียงที่ยังดูไม่มีความเกรงกลัวของเขาเอ่ยออกมาขณะที่ร่างกายของเขาก็ยังคงคุกเข่าอยู่ที่พื้น
ริโอน่าเห็นท่าทีที่ไม่มีความสลดเลยแม้แต่น้อยของเขา เธอจึงก้มศีรษะลงไปที่ข้างหูซ้ายของเขา แล้วกระซิบบอกเขาอย่างเบาๆ
"ถ้าพูดจาเคารพกันดีๆไม่ได้ ข้าจะลากลิ้นของเ้าออกมาตัดซะ!" ริโอน่ากระซิบด้วยน้ำเสียงเืเย็นพร้อมกับผละมือออกจากเขาทันที
ตุบ!
เสียงร่างกายที่กระทบพื้นอย่างแรง ริโอน่าใช้มือผลักหัวของชายคนนั้นลงพื้นจนหน้าทิ่มลงไปแนบกับพื้นทันที
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องต่างพากันโห่ร้องต่อว่าองค์หญิงอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ท่านทำแบบนี้หมายความว่าไงองค์หญิง"
"นั่นนะสิครับ ท่านทำรุนแรงเกินไปแรงนะครับ"
"เห็นด้วยเลย"
"นั่นนะสิครับ"
ริโอน่ามองชายที่นอนไร้สติอยู่ที่พื้นด้วยสีหน้าเ็า และเธอกวาดตามองไปที่กลุ่มคนที่ยืนส่งเสียงโวยวายเธออยู่ด้วยสายตาที่จ้องเขม็ง ทุกคนที่เห็นเธอเริ่มจ้องมองอย่างจริงจังตอนนี้เริ่มพากันเงียบอย่างพร้อมเพรียง
ริโอน่ารู้ดีว่าถ้าแสดงออกแบบนี้อาจจะยิ่งทำให้ทุกคนเกลียดเธอมากยิ่งกว่าเดิม แต่ด้วยท่าทีที่หยิ่งยโสของชายคนนั้นทำให้เธอหมดความอดทนและก็ไม่คิดที่จะใส่ใจกับคำพูดของคนกลุ่มนั้นด้วย
เธอรู้ว่าตอนนี้กำลังทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องพากันเหยียดหยามองค์หญิงขนาดนี้ด้วย แม้ว่าองค์หญิงจะร้ายกาจแค่ไหน แต่พวกเขาก็ไม่ควรทำอะไรแบบนี้กันเลย
ตอนแรกริโอน่าว่าจะสั่งสอนเล็กๆน้อยๆแต่พอเห็นเขาไม่มีความสลดเลยแม้แต่น้อย เธอจึงใส่แรงเต็มที่จนเกินพอดี ทำให้ชายคนนั้นถึงกับสลบไปเลย และตอนนี้ก็ไม่รู้ชะตากรรมของเขาเลยด้วย
ริโอน่าที่มองดูเขาด้วยความเ็าก็จริงแต่เธอรู้สึกว่าเธอทำเกินไปนิดหน่อยเพราะตอนนี้เขาไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นเร็วๆนี้เลย เธอจึงบอกให้พวกพ่อครัวรีบมาพาเขาไปห้องพยาบาลซะ และทุกคนต่างก็พากันทำตามที่เธอบอกอย่างกระตือรือร้น
เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้ริโอน่าจึงกลับออกมาจากห้องครัวทันที ลูซี่ที่ยืนรออยู่จึงรีบตามเธอกลับไปทันที ริโอน่าที่รู้สึกไม่ดีนิดหน่อยขอลูซี่กลับเข้าไปในห้องนอนของเธอเพียงลำพังและลูซี่ก็เข้าใจเธอแต่โดยดี ตอนนี้ทั้งคู่จึงแยกย้ายกัน
//ห้องนอนขององค์หญิง//
เฮ้อ!
ริโอน่าถอนหายใจออกมายาวๆ เธอรู้สึกไม่ดีกับตัวเองนิดหน่อยเพราะวันนี้เธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวตัวเองได้เลย เธอรู้สึกว่ายิ่งอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเสียการควบมากเท่านั้น อนาคตไม่รู้ว่าเธอจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เธอจึงรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก
"เมื่อไหร่จะได้กลับ..." ริโอน่าพูดออกมาอย่างเบาๆกับตัวเอง เธอรู้ว่าตอนนี้ไม่มีที่ให้เธอกลับไปได้อีกแล้ว แต่ก็ยังทำใจที่จะยอมรับไม่ได้ว่าโลกเดิมของเธอ เธอนั้นไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว
แม้ว่าเธอจะไม่ชอบโลกเดิมที่เคยอยู่เท่าไหร่ แต่มันก็คงดีกว่าที่นี่ที่เธอไม่รู้จักอะไรเลย และที่นี่ก็ไม่มีใครชอบเธอด้วย เธอจึงไม่อยากอยู่ในที่ที่อึดอัดแบบนี้
ความรู้สึกหลากหลายของวันแรกที่ได้มาอยู่ที่มิติใหม่แห่งนี้ ทำให้เธอเกิดความคิดความอ่านที่แตกต่างออกไปหลายอย่างจนเธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอจะทำยังไงกับสถานการณ์เช่นนี้ดี มิติที่ไม่รู้จักกับคนที่ไม่รู้จัก มันช่างน่าอึดอัดทั้งสองอย่าง