เมื่อพวกคินกลับมาถึงวัง พวกเขาถูกเชิญไปยังห้องโถงหลักที่เป็สถานที่ประชุมสำคัญของราชวงศ์ ราชินีซึ่งทรงมีอำนาจสูงสุดในอาณาจักร ยืนรอพวกเขาอยู่ในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
ราชินีทรงสวมชุดราชวงศ์ที่สวยงามและมีเครื่องประดับที่ประณีต ผมของทรงตกแต่งอย่างละเอียด และแววตาของทรงเต็มไปด้วยความเป็มิตรแต่ก็มีความเข้มแข็งแฝงอยู่
“ยินดีต้อนรับกลับ” ราชินีพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตร “ขอให้ทุกคนเข้ามาใกล้ๆ หน่อย”
พวกคินเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ราชินี ยิ้มให้พวกเขาด้วยความเป็มิตร
ราชินีพูด “ข้ามีบางเื่ที่สำคัญที่จะต้องให้พวกเ้าทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเื่ราวของดันเจียนส์ที่เกิดขึ้น”
ราชินีเดินไปที่โต๊ะใหญ่กลางห้อง และเริ่มเปิดเอกสารและหนังสือโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะ “ข้าได้ไปที่ห้องสมุดราชวังเพื่อค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเกิดดันเจียนส์ที่เคยเกิดขึ้นในโลกนี้”
ราชินีเริ่มเล่าให้พวกคินฟังเกี่ยวกับการค้นพบในห้องสมุด “ดันเจียนส์มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและซับซ้อน ซึ่งถูกบันทึกไว้ในเอกสารเก่าแก่ั้แ่ยุคโบราณ ตามบันทึกที่เราพบ ดันเจียนส์เคยปรากฏขึ้นก่อนภัยพิบัติใหญ่จะตามมา”
“ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ดันเจียนส์ถูกกล่าวถึงว่าเป็สิ่งที่เกิดจากพลังงานลึกลับที่สะสมอยู่ในโลกและได้รับการปลดปล่อยใน่เวลาที่มีความเครียดหรือวิกฤติ” ราชินีกล่าวต่อ “การเกิดดันเจียนส์เป็เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบต่อทุกมุมของโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันอาจจะเป็การปลดปล่อยพลังที่อาจจะมีอิทธิพลต่อโลกในระดับที่ไม่เคยคาดคิด”
“ในเอกสารยังได้ระบุถึงการมีอยู่ของดันเจียนส์หลายแห่งในอดีตที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีลักษณะและพลังที่แตกต่างกัน” ราชินีอธิบาย “และการเกิดดันเจียนส์เหล่านี้จะมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสภาพแวดล้อมและความสมดุลของโลก”
มินท์ถามด้วยความสนใจ “หมายความว่าดันเจียนส์อาจจะมีพลังหรืออิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในโลกหรือไม่คะ?”
“ใช่” ราชินีตอบ
ราชินีทรงเล่าต่อไปว่า“ในอดีตที่ผ่านมาการเกิดของดันเจียนส์หลายครั้งที่มีลักษณะคล้ายกัน ทุกครั้งที่ดันเจียนส์ปรากฏขึ้นในโลกมันจะเริ่มต้นจากระดับ F ซึ่งถือเป็ระดับเริ่มต้นที่มีความท้าทายต่ำและมอสเตอร์ที่ไม่ร้ายแรงนัก แต่สิ่งที่สำคัญคือการจัดการดันเจียนให้ดีั้แ่ต้น เพราะหากปล่อยไว้นานเกินไปโดยไม่มีการจัดการ ดันเจียนจะเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ”
“เมื่อดันเจียนพัฒนาไปเรื่อยๆ มันจะขยายขนาดและเพิ่มความท้าทายขึ้น ในระดับที่สูงขึ้นเช่น C หรือ B ดันเจียนจะมีมอสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นและกลไกที่ซับซ้อนมากขึ้น หากยังไม่มีการปิดมันไว้ ดันเจียนจะเข้าสู่ระดับ A ซึ่งมีความท้าทายสูงมาก และในที่สุด ดันเจียนจะสามารถพัฒนาไปสู่ระดับ SSS ได้”
“เมื่อดันเจียนถึงระดับ SSS มันจะเต็มไปด้วยพลังลึกลับและมีอุปสรรคที่ท้าทายที่สุด ดันเจียนในระดับนี้จะเริ่มแตกออก ซึ่งอาจปล่อยพลังอันตรายหรือผลกระทบที่สำคัญต่อสภาพแวดล้อมและโลกได้ การแตกของดันเจียนนั้นหมายถึงการปล่อยพลังที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดภัยพิบัติหรือความเสียหายที่ร้ายแรง”
“การปิดดันเจียนใน่ที่มันยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าจึงเป็สิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการพัฒนาและการแตกออกที่อาจเป็อันตรายต่อโลกของเรา”
ราชินีทรงมองไปยังพวกคินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“เราต้องระมัดระวังและจัดการดันเจียนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้มันพัฒนาไปถึงระดับที่อันตรายเกินไป ความสามารถในการปิดดันเจียนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็กุญแจสำคัญในการป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น”
การเล่าของราชินีทำให้พวกคินรับรู้ถึงความสำคัญของการจัดการดันเจียนอย่างรอบคอบและรู้ว่าพวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเผชิญกับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
พวกคินมีสีหน้าที่แสดงถึงความกังวลหลังจากได้ฟังข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาของดันเจียนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมัน พวกเขาจึงเริ่มสอบถามราชินีเกี่ยวกับวิธีการปิดดันเจียน
คินถามด้วยความวิตก “เราต้องทำอย่างไรเพื่อปิดดันเจียนให้ได้ครับ? มันมีขั้นตอนหรือวิธีการเฉพาะที่เราต้องทำหรือไม่?”
ราชินีทรงตอบด้วยความสงบและชัดเจน “การปิดดันเจียนไม่ใช่เื่ง่าย แต่เป็สิ่งที่จำเป็เพื่อป้องกันไม่ให้มันพัฒนาไปสู่ระดับที่อันตราย การปิดดันเจียนจำเป็ต้องตามหาและทำลายแกนกลางของมัน”
“แกนกลางของดันเจียนเป็ศูนย์กลางที่มีพลังอำนาจของมัน ซึ่งมักจะเป็แหล่งที่พลังงานทั้งหมดของดันเจียนมาจาก โดยปกติแกนกลางอาจมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของดันเจียน มันอาจปรากฏในรูปแบบของมอนสเตอร์ที่มีพลังมาก หรือในรูปแบบของอัญมณี, หินเวท หรือสิ่งของที่มีพลังเวทมนตร์”
“เมื่อค้นพบแกนกลางแล้ว ต้องทำลายมัน การทำลายแกนกลางจะทำให้ดันเจียนสูญเสียพลังและหายไป รวมถึงจะมอบข้อรางวัลบางอย่างให้แก่ผู้ที่ทำลายมันอีกด้วย”
“การทำลายแกนกลางจะมอบรางวัลให้กับผู้ที่ทำการปิดดันเจียน ซึ่งรางวัลนี้อาจเป็สิ่งของพิเศษหรือพลังเวทที่มีค่ามากมาย แต่การทำลายแกนกลางก็เป็เื่ที่อันตรายและต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง”
ราชินีทรงยิ้มให้กลุ่มคินและเสริมว่า “พวกเ้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ค้นหาและทำลายแกนกลางให้ได้เพื่อปิดดันเจียนอย่างมีประสิทธิภาพ”
การชี้แจงของราชินีทำให้พวกคินเข้าใจถึงขั้นตอนและความสำคัญของการปิดดันเจียนได้ชัดเจนขึ้น และพวกเขาก็รู้ว่าต้องเตรียมตัวและวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อให้การปิดดันเจียนประสบความสำเร็จ
คิดถามราชินีว่า“ระยะเวลาในการพัฒนาของดันเจียน จะใช้เวลานานหรือไม่”
“ระยะเวลาในการพัฒนาของดันเจียนนั้นขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะของดันเจียนแต่ละประเภท” ราชินีทรงอธิบาย “บางดันเจียนอาจใช้เวลาไม่นานในการพัฒนา แต่บางประเภทอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี”
ราชินีทรงเสริมข้อมูลเพิ่มเติม “ที่เคยพบการพัฒนาอย่างเร็วสุดคือดันเจียนประเภทหอคอย ซึ่งเป็ดันเจียนที่มีความซับซ้อนและมีหลายชั้น ปกติแล้วหอคอยจะเริ่มจากระดับ F และสามารถพัฒนาไปถึงระดับ SSS ได้ หากไม่มีการปิดดันเจียนในระหว่างทาง ดันเจียนประเภทนี้จะใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปีในการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว”
“การพัฒนาของหอคอยดันเจียนมักจะมีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มความยากลำบากไปตามแต่ละชั้น ทำให้มันเป็ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่้าจะปิดมัน”
ธีร์ยิ้มแย้มเล็กน้อยแต่ยังมีความกังวล “ถ้าเป็เช่นนั้น เราควรเริ่มต้นวางแผนและจัดการกับดันเจียนนี้ั้แ่ตอนนี้เลยไหม?”
“ใช่” ราชินีตอบ
มินท์ถามอย่างจริงจัง “หากเราไม่สามารถปิดดันเจียนได้ทันเวลา การพัฒนาของมันจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง?”
ราชินีทรงตอบ “หากดันเจียนเติบโตไปถึงระดับ SSS โดยไม่ได้รับการจัดการ มันอาจเกิดการะเิและสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับพื้นที่รอบๆ พร้อมกับการเปิดเผยของมอนสเตอร์และความท้าทายใหม่ๆ ที่ยากเกินกว่าจะรับมือ”
ก้องพยักหน้าเห็นด้วย “ดังนั้นเราต้องมีความเร็วและประสิทธิภาพในการดำเนินการ นอกจากนี้ เรายังต้องเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ที่อาจจะรุนแรงและไม่คาดคิด”
เมื่อการสนทนาเกี่ยวกับดันเจียนสิ้นสุดลง ราชินีทรงยิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวขึ้นว่า “ข้าขอเชิญพวกเ้าทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหารของวังเถอะ มันเป็โอกาสดีที่จะได้พูดคุยกันในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และเพื่อขอบคุณที่พวกเ้ามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือ”
คินและเพื่อนๆ แลกมองกันด้วยความรู้สึกดีใจและเหนื่อยล้า “ขอบพระคุณมากครับ”