หนึ่งเดือนผ่านไป
ดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ ทอแสงส่องกระทบหยดน้ำค้างใสไหลลงสู่พื้นดิน หมอกหนาปกคลุมยอดเขาสูง ยามเช้าตรู่เช่นนี้กลับมีคนผู้หนึ่งกำลังยืนเป่าขลุ่ยอยู่บนแพเล็กที่ไหลตามกระแสน้ำช้าๆ ท่ามกลางแม่น้ำผืนใหญ่ที่คดเคี้ยว เสียงจากเครื่องดนตรีไม้ท่วงทำนองไพเราะชวนให้จิตใจสงบ คนผู้นั้นสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตลอดทั้งตัว รูปกายสูงโปร่งดูสง่างาม เขาคือบุรุษอย่างมิต้องสงสัยแต่กลับมีใบหน้างดงามเยี่ยงสตรี ระหว่างคิ้วหนาปรากฏรูปวาดเล็กๆสีแดงคล้ายหยดน้ำ ดวงตาคมมีสเน่ห์น่าหลงไหล มิว่าเป็สตรีหรือบุรุษด้วยกันคงยากที่จะต้านทานสายตานี้ได้ แพเล็กๆค่อยๆเทียบท่าช้าๆ ที่ริมแม่น้ำปรากฏคนสองคนที่มาเฝ้ารอเขาอยู่นานแล้ว
“รัชทายาทคงเดินทางถึงทางเข้าอำเภอแล้วกระมัง เหตุใดเ้ามาอยู่ที่นี่ได้”
อี้หนิงหลง องค์ชายสี่แห่งแคว้นเป่ยเทียนเอ่ยทักทายจ้าวเทียนหยางที่มารออยู่ที่นี่ไม่นานหนัก
“องค์ชายสี่”
จ้าวเทียนหยางเอ่ยพลางทำท่าคารวะก่อน อี้หนิงหลงเองก็ทำท่าคารวะตอบกลับเช่นกัน
“เชิญ”
จ้าวเทียนหยางเอ่ยเพียงสั่นๆ พร้อมพ่ายมือให้และเดินนำไปก่อน
……
ณ บริเวณทางเข้าเมืองหย่าฝู้
นายอำเภอรวมถึงขุนนางทุกตำแหน่ง ชาวบ้าน ต่างมายืนรอต้อนรับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยเทียนอย่างพร้อมเพรียงด้วยความตื่นเต้น ไม่นานคณะเดินทางจากวังหลวงก็มาถึง
“คารวะองค์รัชทายาท”
ห่าวหลาน นายอำเภอเมืองหย่าฝู้รีบเข้าไปต้อนรับด้วยความนอบน้อม ชายในชุดหรูหราที่อยู่บนหลังม้าพยักหน้า กริยาดูเหย่อหยิ่งอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มเป็ถึงผู้ใดกัน แค่นายอำเภอตำแหน่งต่ำต้อยไม่มีค่าให้เขาต้องใส่ใจ
“เชิญด้านในเรือนรับรองขอรับ”
ห่าวหลานเอ่ยด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เหวินเย่วเสียง กวาดสายตาดูเหล่าขุนนางที่บ้างก็คุ้นหน้าเป็อย่างดีคราที่อยู่เมืองหลวง แต่ผู้คนเหล่านี้มิได้จงรักภักดีกับเขา หรือไม่ใช่คนของเขาเช่นกัน ขณะที่ม้าค่อยๆเดินเข้าไปยังเรือนรับรองที่ถูกเตรียมไว้เป็อย่างดี เยี่ยนฝางเองก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน นางถูกทุกคนลากตัวมาที่นี่และก็ไม่เคยเห็นหน้ารัชทายาทมาก่อน หญิงสาวธรรมดาเช่นนางจะรู้จักเขาได้เช่นไรกัน
ดวงตางามเหงยหน้ามองคนที่อยู่บนหลังม้า ก็ได้คำตอบในใจ ถึงแม้บนร่างกายจะสวมอาภรณ์หรูหราเพียงใด แต่กลับดูไม่สง่างามเหมือนแม่ทัพเ้าที่สวมเพียงชุดธรรมดาหรือชุดแม่ทัพยามออกรบที่เต็มไปด้วยรอยขาดจากการสู้รบเลยแม้แต่น้อย แต่ขณะนั้นเองดวงตาคมที่อยู่บนหลังม้ากลับสบตาเข้ากับนางอย่างจัง เยี่ยนฝางรีบหลบตาเขาทันที
“จื่อหาวเหล่า”
ซีอันเดินเข้ามาถามในกลุ่มผู้ช่วยอีกสามคนที่นั่งอยู่ ขณะดูเหตุการณ์คณะเดินทางขององค์รัชทายาทอยู่ไกลๆ
“รายนั้นห่างกายท่านแม่ทัพได้กี่ก้าวกัน”
ห่าวอู๋เอ่ยตอบหญิงสาว ขณะที่สายตายังคงมองคณะเดินทางที่ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านหน้าไป โดยไม่คิดว่าจะเข้าไปตอนรับเหมือนคนอื่นๆ
“ไปกันเถิด ข้ามิอยากให้ท่านแม่ทัพต้องดูมิดี”
ซีอันเอ่ยขึ้นเหมือนเป็กังวล แต่ใบหน้ากลับไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“เ้ายังกังวลเื่นั้นอีกหรือ”
“ก็จริงของเ้า มิเช่นนั้นคงเห็นท่านแม่ทัพอยู่ที่นี่วันนี้”
เอ่ยจบทั้งสี่คนก็เดินเข้าไป
…
ภายในห้องรับรอง เหวินเย่วเสียงนั่งที่หน้าสุดของห้องโถงรับรอง รองลงมาคือ ลู่จื่อหาร ห่าวหลาน และคนที่มีตำแหน่งอื่นๆอย่างพร้อมเพียง เยี่ยนฝางยืนอยู่กับผู้ช่วยของจ้าวเทียนหยาง ท้ายสุดจนเกือบถึงหน้าประตูทางเข้าเลยด้วยซ้ำ
แป๊ะๆ
เสียงปรบมือของห่าวหลานดังขึ้น ไม่นานก็มีสตรีงดงามแต่งกายน้อยชิ้นเดินเข้ามาเป็แถว ใบหน้าของพวกนางประดับด้วยรอยยิ้มหวาน นำอาหารและสุราเข้ามา
“มิคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้ ห่าวหลานจะมีกระจิตกระใจสำราญ ชาวบ้านพึ่งผ่านเหตุการณ์น้ำท่วงมาได้ อีกอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทางเลยด้วยซ้ำ”
หยุนไฉเอ่ยขึ้น
“เ้าเบาเสียงหน่อย”
ซีซวนที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยเตือน เนื่องจากที่นี่ยังมีคนผู้หนึ่งที่อำนาจไม่ธรรมดาอยู่ด้วย
มือเรียวยาวถือจอกสุรา จากนั้นค่อยๆเดินอ้อนแอ้นไปทางเหวินเย่วเสียงพร้อมใบหน้าที่ยิ้มหวาน ดวงตานางคมเฉี่ยวที่หางตาแต่งแต้มคล้ายกรีบดอกไม้เล็กๆ แต่จังหวะที่นางกำลังจะรินสุรา มือหนาของชายผู้นั้นก็ยกขึ้นห้ามเอาไว้
“ไม่ทราบว่านางทำอันใดให้องค์รัชทายาทไม่พอใจหรือไม่ขอรับ”
ห่าวหลานรีบเอ่ยถามด้วยความเป็กังวลทันที แม่นางคนนี้นับว่าเป็บ่าวรับใช้สตรีที่งดงามที่สุดในอำเภอของเขาเลยก็ว่าได้
“นั้นสิเ้าคะ ซินเออร์ทำอันใดให้องค์รัชทายาทไม่พอใจกันเ้าคะ”
นางจีบปากจีบคอพูด ความงามของนางไม่เคยมีบุรุษผู้ใดกล้าปฏิเสธ และทำท่าจะรินสุราที่ตั้งใจไว้ต่อ แต่กลับถูกมือหนาคว้าถ้วยสุราออก จนน้ำสุราใสหกลงที่โต๊ะไม้แทน
“บังอาจ!”
ตุ๊บ!
องครักษ์ส่วนตัวของเหวินเย่วเสียงรีบเข้ามาขวางทันที ตามด้วยร่างของสตรีนางนั้นล้มลงไปที่พื้น ห่าวหลานรีบส่งสายตาให้นางรีบถอยไปให้ไวที่สุด
“ขออภัยที่ข้าอบรมนางไม่ดี ลากนางไปโบยจนตาย”
“ท่านห่าวหลานชั่งใจร้ายนัก หากทำเช่นนั้นชาวบ้านจะมองข้าเป็คนเช่นไรกัน”
“เช่นนั้น ท่านเห็นควรว่าจัดการนางเช่นไรกัน
“หากนางทำให้ คนผู้นั้นมารินสุราให้ข้าได้”
เหวินเย่วเสียงไม่เอ่ยเปล่า แต่ยังชี้ไปทางเยี่ยนฝางที่อยู่ท้ายสุดของห้องโถงอีกด้วย
“เรียนองค์รัชทายาท แม่ทางท่านนั้นเป็คนของท่านแม่ทัพจ้าวขอรับ มิใช่บ่าวรับใช้”
นายอำเภอเอ่ยเสียงติดๆขัดๆ พร้อมกับเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ผู้ใดจะไม่รู้บ้างว่าคนที่มิควรไปยุ่งด้วย นองจากองค์รัชทายาทแล้ว ยังมีอีกคนผู้หนึ่ง ขณะวันนี้ที่ทุกคนมาต้อนรับ เขายังไม่มาเสียด้วยซ้ำ
“อ้อ…เช่นนั้นหรือ”
“…… “
"เช่นนั้น นางมีตำแหน่งอันใดเหล่า สตรีของแม่ทัพจ้าว คนรักอย่างนั้นหรือ"
"เรียนองค์รัชทายาท นางมีใช่คนรักเ้าค่ะ นางติดตามมาครั้งนี้เพื่อช่วยงานเ้าค่ะ"
ซีอันที่ทนไม่ได้เอ่ยตอบกลับไป เนื่องจากนางได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพั้แ่เดินทางมาที่อำเภอเมื่อสองเดือนก่อนแล้วว่าให้คอยดูแลนางให้ดี เพราะฉะนั้นไม่ว่าเื่อันใด นางก็จะไม่ให้หญิงสาวดูไม่ดีในสายตาคนอื่น
” ช่วยงาน…หึ! ซีอัน เ้าว่ามีสตรีกี่คนที่จะเก่งกาจเท่าเ้า ทั้งเื่บู้และบุ๋น สตรีเช่นนางคงมิพ้นมารับใช้ แล้วมันต่างอย่างไรกับบ่าวรับใช้ หรือนางมีหน้าที่แค่คอยรินชาให้แม่ทัพจ้าวผู้เดียว ข้ามิคู่ควรหรือ”
“นางมิได้เป็บะ…”
ซีอันจะเอ่ยเถียง แต่กลับถูกซีซวนผู้เป็พี่ชายห้ามไว้ เนื่องจากไม่อยากให้เกิดเื่ ผู้เป็นายของเขากับองค์รัชทายาทยืนกันคนละฝั่งผู้คนต่างรู้ดี หากพวกเขาที่เป็ผู้ช่วยกล้ามีเื่กับคนผู้นี้ เกรงว่าผู้เป็นายจะถูกมองว่าไม่ดี แต่อีกใจหนึ่งพวกเขาก็ไม่อยากให้เยี่ยนฝางต้องทำเช่นนั้น เยี่ยนฝางส่ายหน้าเพื่อบอกว่าตนมิเป็ไร
” คารวะองค์รัชทายาท ข้านามว่าเยี่ยนฝางเ้าคะ “
“เยี่ยฝางหรือ……ความสงบที่หอมหวน แต่ใบหน้าของเ้าเหมือนกลับจะทำให้ทั่วแคว้นต้องวุ่นวายนะ “
” …… “
เยี่ยนฝางไม่ได้เอ่ยอันใดตอบกลับชายหนุ่ม เพราะคำพูดที่พ่นออกมาจากปากของเขา ล้วนเต็มไปด้วยความดูถูกและไม่ให้เกียติผู้อื่น
“เ้าเต็มใจจะรินสุราให้ข้าหรือไม่”
“ข้าเป็เพียงสตรีธรรมดา ไหนเลยจะกล้าปฏิเสธ”
“เช่นนั้นหากเ้ามิใช้สตรีธรรดา ก็จะปฏิเสธข้าหรือ”
เหวินเย่วเสียงยังคงควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ แต่มือหนาที่อยู่ใต้แขนเสื้อกลับกำแน่นยากที่จะควบคุม บุรุษเช่นเขานอกจากฐานะที่สูงศักดิ์อีกทั้งยังรูปงามไม่แพ้บุรุษผู้ใดในแคว้น สตรีนางนี้ถืออะไรถึงได้กล้าอ้อมค้อม และเลือกปฏิเสธเขาเช่นนี้กัน
“มิได้เ้าคะ ข้าเพียงกลัวจะทำให้องค์รัชทายาทต้องรำคาญใจ เดิมทีการเดินมาครั้งนี้เพื่อนช่วยแบ่งเบางานที่มากมายของท่านแม่ทัพ อีกทั้งข้ามิเคยรับใช้อย่างดช่นรินชารินสุรา งานสตรีก็มิเคยได้แตะ “
” …… “
” ขายหน้าแล้ว เดิมทีสตรีฐานะเช่นข้าควรต้องทำเป็ แต่ข้าชินกับการที่จวนจ้าวบอกว่าหน้าที่เหล่านี้ควรเป็ของบ่าวรับใช้ เพราะงั้นั้แ่เด็กจึงทำตัวไม่เหมือนสตรี เอาแต่ท่องตำรา ร่ำเรียนกลยุทธในสำนักศึกษา หวังใช้ความรู้ช่วยเหลือประชาชนชาวแคว้นเป่ยเทียนให้มากที่สุด เลยเป็ความสับเพราที่โอกาสครานี้คงไม่สามารถรับใช้ท่านให้ดี “
คำพูดของเยี่ยนฝางเอ่ยอธิบายด้วยใบหน้าเศร้า แต่คนที่ฟังกลับทำให้รู้สึกไม่พอใจ เหวินเย่อเสียงมีสีหน้าดำทมึน คำพูดของนางกำลังเตือนเขาว่านางมิใช่สตรีที่คอยรับใช้บุรุษ แต่เป็สตรีที่มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังทำคุณแก่แคว้นเป่นเทียนในครานี้ การที่เขาใช้นางรินสุราเหมือนกับบ่าวรับใช้นั้นก็เหมือนดูถูกชาวบ้านที่ต่างชื่นชมและยกย่อนางมาตลอด ผู้ช่วยสี่คนของจ้าวเทียนหยางหลุดขำออกมากับคำพูดของเยี่ยนฝาง ใครบอกสตรีผู้นี้อ่อนแอกัน มิเช่นนั้นจะรับมือ นั่งทำงานในห้องกับท่านแม่ทัพเป็แรมเดือนได้เช่นไรกัน
“แม่นางมิต้องเป็กังวล ข้าย่อมยินดีทำ “
เยี่ยนฝางหันมาเอ่ยกับบ่าวนรับใช้สตรีที่กำลังจะถูกทำโทษ พร้อมเตรียมตัวจะเดินไปทาง แต่ขณะนั้นกลับมีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาใหม่เสียก่อน สาสตาจับจ้องไปที่เขาเป็ตาเดียว
“นั้นเ้าจะทำอันใด”
เสียงเข้มเอ่ยถามร่างบาง ใบหน้างามหันมาหาเขาตามเสียง
“ท่านแม่ทัพ”
เยี่ยนฝางเอ่ยพลางทำมือคารวะ คนอื่นๆ ที่เหลือก็ทำตามเช่นกัน
“คารวะองค์รัชทายาท”
จ้าวเทียนหยางเดินไปที่ตรงหน้า ก่อนที่จะทำความเคารพ
” ข้าก็นึกว่าผู้ใด เป็อม่ทัพจ้าวนั้นเอง “
” เสียมารยาทแล้วที่ไม่ได้มาตอนรับได้ทัน นั้นเป็เพราะว่ามีเหตุด่วนกระทันหัน “
” ชาวบ้านย่อมสำคัญกว่า แม่ทัพจ้าวอย่าได้เป็กังวล มาเถิด “
เหวินเย่วเสียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง แต่นั้นก็แค่ฉากหน้าเท่านั้น ทุกคนต่างรู้ความขัดแย้งของเขาสองคนดี จ้าวเทียนหยางเดินไปนั่งข้างๆ ในตำแหน่งเดียวกัน บ่าวรับใช้ชายรู้หน้าที่ของคนดี รีบจัดที่นั่งให้ชายหนุ่ม
” มา แม่ทัพจ้าว หลายวันมานี้เหนื่อยท่านแล้วที่ช่วยชาวบ้าน ดื่มสุราเสียหน่อย “
เหวินเย่วเสียงเอ่เยี่ยนยพลางยืนถ้วยสุราให้เขา เยี่ยนฝางที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเข้าไปรินชาให้กับจ้าวเทียนหยางทันทีโดยที่เขามิต้องเอ่ยปากอันใด การกระทำของหญิงสาวดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้คนผู้หนึ่ง เหวินเย่วเสียงกำชาในมือแน่น เขาแค่ให้นางรินชาให้เหตุใดมันถึงได้ยุ่งยากหนัก แต่กลับชายผู้นี้นางถึงเต็มใจ คนเช่นเขากลับมีคนเลือกปฏิบัติ ยิ่งทำให้เขาโมโหจนแทบเก็บอารมณ์ตนเองไม่ได้ จ้าวเทียนหยางยกยิ้มที่มัมปากด้วยความพอใจ
“หลายเดือน”
“……”
“มิใช่หลายวัน แต่เป็หลายเดือน”
จ้าวเทียนหยางเอ่ยพลางหันไปมองเหวินเย่วเสียง เพื่อสื่อความความหมายบางอย่าง
“อ่อ ดูสิสมองข้าเนี้ย มักหลงลืมอยู่บ่อยๆฮ่าๆ”
ชายหนุ่มเอ่ยพลางยื่นถ้วยสุราไปชนกับจ้าวเทียนหยาง และยกขึ้นดื่ม
“เอ๊ะ! เหตุใดถึงดื่มเพียงชาล่ะ สุราที่นายอำเภอห่าวเป็สุราชั่นเลิศเชี่ยวหนา ใช่หรือไม่ท่านห่าวหลาน"
"ขอรับ"
เขาไม่เอ่ยเปล่าพลางยกจอกสุราจะรินให้จ้าวเทียนหยาง แต่กลับถูกมือหนาเลื่อนถ้วยชาออกห่าง จอกสุราแข็งข้างอยู๋กับที่ มือของเหวินเย่วเสียงกำที่จอกแน่นจนเห็นเส้นเืที่มือใหญ่อย่างชัดเจน ชายหนุ่มกล้าดีอย่างไรถึงขนาดทำให้เขาเสียหน้าต่อผู้คนมากมาย
” ขออภัย กฏของกองทัพ ไม่ดื่มสุรายามปฏิบัติหน้าที่ อีกเดี๋ยวข้าต้องไปหมู่บ้านเซิงหยูต่อ “
” ได้! “
"เ้าติดค้างข้าอยู่สองเื่นะ ไว้เสร็จงานนี้ข้าค่อยทวงเ้าทีหลัง"
"ข้าขอตัวก่อน"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยพลางลุกทำท่าคารวะ
"ไปเถิด"
ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยกับร่างบางที่ยืนอยู่หลังเขาให้ตามไปด้วย เยี่ยนฝางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำท่าคารวะองค์รัชทายาทและรีบวิ่งตามหลังคนตัวโตออกไป เหวินเย่วเสียงมองตามแผ่นหลังบาง พร้อมลี่ตาอย่างใช้ความคิด เขาไม่เคยเห็นชายผู้นี้สนใจสตรีนางใดมาก่อน นอกจากซีอันที่เป็ลูกน้อง ถึงอย่างนั้นก็แค่ปกป้องคนของตน แต่เขารู้สึกว่าเยี่ยงฝาง แม่นางคนนี้ความรู้สึกที่มีกลับต่างออกไป
เยี่ยนฝางเดินก้มหน้าก้มตาตามหลังชายหนุ่มระยะประชิด ในหัวน้อยๆของนางกำลังเรียงลำดับเหตุการณ์ และคำพูดที่องค์รัชทายาทเอ่ยเมื่ออยู่ในเรือนรับรอง ท่านแม่ทัพติดชายผู้นั้นอยู่สองเื่ เื่หนึ่งคือเื่สุราไม่ผิดแน่ ส่วนอีกเื่คือเื่อันใดกันนะ แล้วเื่นี้เกี่ยวกับนางหรือไม่ ดูเหมือนเมื่อสักครู่สายตาของเหวินเย่วเสียงจะไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
ปัก! ซี๊ด~~~
หน้าผากเนียนชนเข้ากับแผ่นหน้าหนาของคนตัวโตที่จู่ๆก็หยุดกระทันหัน
"เหม่ออันใดของเ้ากัน"
"ไม่มีอันใดเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางถึงแม้จะอยากถามเื่ที่อยู่ในใจมากเพียงใด แต่เขาก็ยังรู็ขอบเขต ว่ามิควรทำตัวสนิทสนมกับท่านแม่ทัพเกินไป หากเื่นั้นมีผลกับนาง ท่านแม่ทัพจะต้องบอกนางเป็แน่ ใบหน้าคมมองร่างเล็กที่เอาแต่ถูหน้าผากตน พร้อมทำหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บก็ได้แต่ส่ายหน้า คำพูดของนางในเรือนรับรองเขาได้ยินทั้งหมด
"อยู๋ให้ห่างรัชทายาทร่วมถึงคนของพระองค์ด้วย"
"เ้าค่ะ"
"เ้าไม่ถามเหตุผลเลยหรือ"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย คราที่อยู่ในห้องโถ่งดูเหมือนนางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาสั่งการ หรือให้นางทำอันใดโดยที่ไม่ได้เต็มใจ
"หากเป็ท่าน มิว่าเื่อันใดข้าล้วนยินดีทำตามเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยตอบไปตามตรง แต่คนที่ได้ฟังกลับรู้สึกว่าคำพูดของนางทำให้เข้าพอใจไม่น้อย ดวงตางามมองใบหน้าคมที่กำลังจ้องมาที่นางอยู่อย่างไม่หลบเหมือนทุกครา
"เอ่อ...ท่านแม่ทัพมีอันใดจะสั่งอีกหรือไม่เ้าคะ"
หญิงสาวที่รอคำพูดจากชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่ แต่เขาไม่เอ่ยอันใดเสียที
"ไม่มีแล้วล่ะ เ้ากลับไปทำงานที่ค้าง"
"ท่านจะไปหมู่บ้านเซิงหยูหรือเ้าคะ"
"อื้ม"
จ้าวเทียนหยางเพียงส่งเสียงในลำคอและพยักหน้าให้หญิงสาว ก่อนที่จะเดินจากไป ปล่อยให้หญิสาวมองตามหลังด้วยสายตาละห้อย มือเรียวยกขึ้นจับที่อกด้านซ้ายที่กำลังเต้นรั่วเป็กลอง ยามที่ท่านแม่ทัพคุยกับนาง หัวใจไม่รักดีมักควบคุมไม่อยู่เช่นนี้ทุกครา
……
ไรท์ขอโทษนักอ่านทุกคนด้วยน๊าที่หายไปนาน มั่วแต่อพยพวิ่งหนีลูกะเิ5555 ไรท์จะกลับมาลงทุกวันเวลาเดิมน๊า รี๊ดท่านใดที่บ้านอยู่ใกล้ชายแดนเหมือนไรท์ก็ดูแลตัวเอง คอยระวังความปลอดภัยด้วยน๊าาาา ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————