"คีย์ วันนี้มีไปถ่ายละครต่อ ไหวไหม" แพรวพราวถามเมื่อนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน
"ไหวสิครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรนี่" คีตะตอบหน้าตาเฉยเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
"น้ำมนต์ล่ะพร้อมไหม"เธอหันไปถามมนต์ชญาด้วยเช่นกันเชิงบอกให้เตรียมตัวตั้งรับสถาณการณ์
"ไม่ไหวก็ต้องบอกไหวใช่ไหมคะ" น้ำมนต์ออกอาการเซ็ง
"งั้นกำปั่นต่อไปนี้เธอมาทำงานที่เดียวกับน้ำมนต์เลยนะ เดี๋ยวพี่โทรบอกคนที่บริษัทให้ว่าพี่ขอตัวมาช่วยที่กอง" แพรวพราวหาตัวช่วยให้มนต์ชญา
"ครับดีเลย จะได้ไม่เหงา" กำปั่นชอบใจได้มาอยู่ใกล้เพื่อน สองเพื่อนสนิทหันไปยิ้มดีใจต่อกัน
"ให้ไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว" คีตะแกล้งเบรค
"แล้วน้ำมนต์เคยไม่ทำงานหรือคะ แทบจะทำเกินราคาใช้อย่างกับทาส"
"ไม่เห็นจะทำคุ้ม" คีตะเถียงอีก
"ดะดะเดี๋ยวอย่าเพิ่งทะเลาะกันจ้ะ ช่วงนี้เราต้องสมานฉันท์กันเอาไว้นะ" แพรวพราวเตือนสติมนต์ชญาพร้อมห้ามทัพ
"กรรมเวรแท้ ปีนี้ฉันชงหรือเปล่าเนี่ย จบงานนี้คงต้องไปสะเดาะห์ตัวเองบ้างแล้ว ทั้งผีทั้งคนวุ่นไปหมด" แพรวพราวกุมขมับปวดหัว
......................
"มาแล้วพ่อพระเอกของช้านนนน" เดซี่หรืออัครเดชช่างแต่งหน้าสาวสองก๊วนเดี๋ยวกับแขไขเดินเข้ามาแกล้งซบที่ไหล่คีตะแบบหยอกล้อกันเล่น
"คิดถึงทุกคนเลยครับ" คีตะปากหวานใส่
"แหมพ่อเทพบุตรไม่เจอกันวันเดียวก็บอกคิดถึงแบบนี้จะไม่ให้หลงได้ยังไงคะ" แขไขหยอดบ้าง
"มาค่ะเจ๊ทำหน้าทำผมให้ก่อนนั่งเลยค่ะ" แขไขไปเอาเก้าอี้บริการคีตะ
"อ้าววันนี้มาทำงานกองนี้หรือคะลูกสาว" แขไขทักทายกำปั่น
"ค่ะคุณแม่" กำปั่นจีบปากจีบคอ
"อ๊ะแล้วมองหาอะไรคะคุณน้องน้ำมนต์" แขไขทักเมื่อเห็นมนต์ชญาไม่อยู่นิ่ง
"หาน้ำหวานค่ะ"
"อยู่ตรงโน้นจ้ะกองสวัสดิการข้างครัว" แขไขคิดว่าน้ำหวานที่มีไว้ดื่ม
"อ่อ เอ่อ ค่ะ" มนต์ชญารู้ตัวว่าหลุดพูดออกไปแกล้งเลยเออออตาม ที่จริงเธอมองหาน้ำหวานตัวต้นเรื่องน้ำมันพรายมากกว่า
"เจ๊แข เจ๊เดซี่ เห็นคนที่มาเล่นเป็นแสตนด์อินให้นางเอกบ้างไหม ป่านนี้ยังไม่มาเลย" ก้อยผู้ช่วยผู้กำกับเดินมาถามหานักแสดงตัวแทน
"ไม่มีนะคะ ยังไม่มีใครเดินมาทำผมทำหน้าเลยนอกจากเทพบุตรของแขไข" แขไขตอบพร้อมยิ้มหวาน
"น้อยๆหน่อยเจ๊แขเดี๋ยวคีย์ของฉันจะสึกหรอหมดเจอพวกเธอแทะโลมไม่พัก" แพรวพราวเบรค
"ซีนแรกเป็นของนางเอกเสียด้วยสิ อะเดี๋ยวลองรอดูก่อน" ก้อยเดินกลับไปหน้าหงิกหน้างอ
"เดี๋ยว น้องคนนี้ หน่วยก้านใช้ได้นะ" ก้อยเดินถอยหลังกลับมามองหน้ามนต์ชญา
"น้องผู้ช่วยพี่แพรวใช่ไหม" ก้อยถามขึ้น
"ใช่ค่ะ"
"พี่แพรวขอยืมเด็กพี่วันหนึ่งสิ มาเป็นสแตนด์อินให้นางเอกหน่อย วันนี้คงโดนเทพวกเด็กวัยรุ่นก็งี๊ไม่ค่อยรับผิดชอบนัดเช้าหน่อยก็เบี้ยว ก้อยให้เล่นฉากฝาแฝดคุยกันแค่หันหลังไม่มีบทพูด" ก้อยเว้าวอนขอความช่วยเหลือ
"แต่น้ำมนต์เขินกล้อง" มนต์ชญาปฏิเสธเพราะอาย
"ไม่มีอะไรยืนเฉยๆช่วยเขาหน่อย" แพรวพราวช่วยพูดให้
"ก็ได้ค่ะ"
"งั้นมานี่เลยค่ะเจ๊เดซี่ทำผมให้" เดซี่กวักมือเรียกให้มนต์ชญาเข้าไปนั่งแกะยางมัดผมเธอออกแล้วเอาแปรงหวีผมมาสางผมให้เธอ
น้ำหวานนั่งหลบมุมอยู่ไม่เข้าไปทักทายใคร ใส่หมวกแก๊ปก้มหน้าทำเป็นว่ายุ่งแต่ตาแอบมองมาทางกลุ่มที่คีตะและมนต์ชญานั่งกันอยู่
"ถือว่าเป็นดาราวันหนึ่งนะแก" กำปั่นแซวเพื่อน โดยบรรยากาศ ณ ตอนนั้นคุยกันสนุกสนานและซักซ้อมบทบาทที่ต้องแสดงไม่มีใครนึกถึงน้ำหวานอีกเลย
"เสร็จแล้วไปกันดีกว่า" ก้อยพาทุกคนเดินออกไปจากตรงนั้น
"ฉันตามไปดูด้วยดีกว่า" แขไขลุกตาม
"ตอนนี้ไม่มีงานแล้ว ไปด้วยสิ" เดซี่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแขไขไปเพราะอยากไปเกาะแกะคีตะ
น้ำหวานมองจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เธอก็รีบเข้าไปหยิบหวีที่เดซี่ใช้หวีผมให้น้ำมนต์แล้วดึงเอาเส้นผมวางใส่ห่อกระดาษเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อแล้วรีบกลับไปทำงานตามเดิมในจุดอื่น
"ได้มาแล้วนะคะ" น้ำหวานโทรหาผู้หญิงคนหนึ่ง
"ดีมาก ไม่เสียแรงที่จ้างแพง" ปลายสายเอ่ยปากชมพึงพอใจ
"แล้วเสื้อของคีตะ?" เธอหมายถึงเสื้อยืดที่คราวก่อนแกล้งทำน้ำหวานหกใส่เขา
"เอามาด้วยเลย คิดว่าต้องใช้แล้วล่ะ"
"คุณจะให้หนูเอาไปให้ที่ไหนคะ"
"มาเจอกันที่เดิมเย็นนี้" ปลายสายสั่งแล้วกดวางสายลง
.......................
"ไปหาอะไรกินกันก่อนกลับดีกว่าพี่เลี้ยงเอง" แพรวพราวออกปากเมื่อทั้งหมดทำงานเสร็จ
"ว้าวดีใจจังเลย"กำปั่นและน้ำมนต์ยิ้มร่า
"ต้องเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหนครับพี่พราว" คีตะพูดขึ้นเมื่อทุกคนอยู่ในรถพร้อมกัน
"เป็นแบบนี้คือเป็นแบบไหนจ๊ะ"
"ก็ยกโขยงไปไหนมาไหนแบบนี้ไงครับ"
"จนกว่าคุณจะหายไงคุณขี้ตา" มนต์ชญาตอบแทน
"แต่ฉันไม่ได้เป็นอะไร" คีตะที่นั่งหน้าคู่กับแพรวพราวผู้ทำหน้าที่เป็นคนขับรถหันหลังไปว่ามนต์ชญา
"ตุ๊บ! ตุุ๊บ ตุ๊บ"
"ว้ายยย กรี๊ดดดด" เสียงสาวแท้สาวเทียมกรีดร้องลั่นรถ รถที่ทั้งหมดโดยสารมาด้วยกันมีเสียงคล้ายวัตถุขนาดใหญ่หล่นใส่หลังคารถหลายครั้งจนรถเหวี่ยงเสียการทรงตัว
"เฮ้ยอะไรน่ะพี่แพรว" คีตะคือคนแรกที่ถามขึ้นหลังจากรถหมุนรอบอยู่สองสามครั้งแล้วเบรคจอดได้ในที่สุด
"เดี๋ยวน้ำมนต์ไปดูเองค่ะ" มนต์ชญาอาสา
"ฉันไปเป็นเพื่อน" กำปั่นเปิดประตูรถลงตาม
"แกไม่ต้องลงมันไม่ใช่คน"
"จิ๊ดริดจ้อยร่อยไปด้วยๆ" บอดี้การ์ดน้อยทะลุประตูรถออกมา
"น้ำมนต์ระวัง" เสียงรักยมเตือนมนต์ชญาเมื่อเห็นบางสิ่งกำลังจะจู่โจมเธอ
"ใครส่งพวกแกมา" มนต์ชญาถามสัมภเวสีสามร่างตรงหน้า
พวกมันไม่ตอบคำถามใดแต่ตั้งท่าจะพุ่งใส่มนต์ชญาท่าเดียวแต่แล้วก็ต้องกระเด็นกระดอนออกไปเมื่อชนเข้าไปที่ร่างเธอแล้วหายไปเป็นอากาศธาตุ
"มีอะไรไหมแก" กำปั่นกลัวและเป็นห่วงเพื่อน
"ไม่ ดีที่ฉันมีสร้อยพระองค์นี้ของหลวงปู่" มนต์ชญากำสร้อยคอไว้แน่น
"โอเคไหมน้ำมนต์" แพรวพราวเองก็เริ่มเป็นห่วง
"ไม่เป็นค่ะ แต่คราวนี้เหมือนมันตั้งใจจะมาเพื่อเล่นงานน้ำมนต์มากกว่า"
"พูดอะไรกันครับเนี่ยไม่เห็นจะเข้าใจ" คีตะคนเดียวที่คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง
"พี่ว่ากลับกันก่อนดีกว่า ท่าทางฤกษ์ไม่ดีแล้วล่ะ ไว้วันหลังค่อยไปกินกันเนอะ" แพรวพราวขับรถมองกระจกหลังอย่างระแวง
...........................
"คีตะ" เสียงเรียกเมื่อเขาลงจากรถจะเปิดประตูบ้าน
"ห๊ะ ว่าไง" เขาขานรับ
"จะเข้าก็รีบๆเข้ามา จะเรียกทำไม" คีตะบ่นเพราะคิดว่ามนต์ชญาเรียกแต่พอหันไป แพรวพราว กำปั่นแล้วก็มนต์ชญาเพิ่งจะลงมาจากรถ
"เมื่อกี้ใครเรียกผม"
"ใครเรียก?ไม่มีนะเพิ่งจะเดินลงจากรถกันมา" แพรวพราวตอบ
"เด็กๆหาอะไรทานกันเองนะจ๊ะในตู้เย็น วันนี้พี่ขอตัว" แพรวพราวมองซ้ายขวาระแวงหน้าหลังแล้วเข้าห้องที่อยู่ชั้นล่างไป
"ฝันดีผีหลอกนะยัยบ๊อง" คีตะพูดกับมนต์ชญาแล้วเดินขึ้นห้องตัวเองที่ชั้นสอง
"แบร่ รู้จักน้ำมนต์น้อยไปแล้ว" มนต์ชญาแลบลิ้นใส่เขา เธอใช่คนที่กลัวผีเสียที่ไหน โซฟาห้องรับแขกถูกจัดให้เป็นที่นอนประจำสำหรับกำปั่นและมนต์ชญา
"คุณคีตะนี่ก็ชอบหยอกล้อแกเหมือนกันนะ" กำปั่นแซวเพื่อน
"อะไรของแก ฉันไปอาบน้ำดีกว่า" มนต์ชญาแก้มแดงรีบหยิบของใช้ส่วนตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป
.......................