ตอนที่ 18 ผู้ปลุกพลัง
บุปผาสองดอกเบ่งบานร่วมกิ่ง[1] ด้านหนึ่งเ้าสัตว์น้อยยังวางแผนว่าจะแทรกซึมเข้าใกล้ถังเหอได้อย่างไร ขณะที่อีกด้านหนึ่งถังเหอเอาแต่จ้องมองภาพของเ้าสัตว์น้อยที่กล้องวงจรปิดจับไว้ได้เหมือนคนคลั่งรักไม่มีผิด ทั้งยังยิ้มแหะๆ อย่างซื่อบื้อ
“น่ารักจริงๆ เลยน้า การเคลื่อนไหวก็ว่องไว ความเร็วไม่ด้อยไปกว่าสัตว์ภูตเลย ไม่รู้ว่ามันเป็สัตว์ตามธรรมชาติในโลกนี้หรือเป็สัตว์พันธะ” ถังเหอมองภาพของเ้าสัตว์น้อยพลางพึมพำกับตัวเอง
ระบบของโลกใบนี้แตกต่างกับโลกใบนั้นของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง มนุษย์สามารถแบ่งได้คร่าวๆ เป็สองจำพวก หนึ่งคือคนธรรมดาที่มีจำนวนมากที่สุด พลังกายพลังยุทธ์ค่อนข้างต่ำ อายุขัยก็ค่อนข้างสั้น มีชีวิตได้ประมาณสองร้อยปี อีกจำพวกคือผู้ปลุกพลังซึ่งมีอายุขัยยืดยาวถึงห้าร้อยปี
โดยส่วนใหญ่แล้วมนุษย์จะเริ่มปลุกพลังกันเมื่ออายุครบสิบปี และแบ่งผู้ปลุกพลังออกเป็สองประเภท
ประเภทหนึ่งคือผู้เสริมความแข็งแกร่งทางกาย สามารถทำสัญญากับสัตว์พันธะในระดับแรงก์เดียวกันและร่วมต่อสู้ด้วยกันได้ คนเหล่านี้ถูกเรียกรวมกันว่าผู้ทำสัญญา
ขณะที่อีกประเภทคือผู้พัฒนาทางพลังจิต สามารถกำราบสัตว์พันธะได้ ทำให้ผู้ทำสัญญาทำสัญญาได้ง่ายขึ้น ถูกเรียกว่านักฝึกสัตว์
ทั่วไปแล้วเมื่อผู้ทำสัญญาพบสัตว์พันธะที่เหมาะสม ก็ต้องสู้กับมันและสยบอีกฝ่ายอย่างราบคาบให้ได้ พวกมันถึงจะเต็มใจยอมทำสัญญาด้วยและกลายเป็คู่หูร่วมรบที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่
การทำสัญญาที่สมบูรณ์ในลักษณะนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ทำสัญญาและสัตว์พันธะแน่นแฟ้นขึ้น เวลาต่อสู้ก็จะเข้าขากันมากกว่าเช่นกัน
หากมองในแง่นี้นักฝึกสัตว์ก็ดูเหมือนเป็ตัวตนไร้ประโยชน์พวกหนึ่ง แต่แท้จริงไม่ใช่อย่างนั้น
ยิ่งสัตว์พันธะระดับสูง คิดจะทำสัญญากับมันยิ่งทำได้ยากเย็น ต่อให้คนที่มาทำสัญญากับมันจะเป็ผู้ทำสัญญาระดับสูงมากเหมือนกันก็ตาม แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็ยังสูงมากอยู่ดี กระทั่งมีโอกาสาเ็หนัก ส่งผลให้กระบวนการทำสัญญาไม่ลุล่วงสมบูรณ์ได้เช่นกัน
การมีอยู่ของนักฝึกสัตว์จึงทำให้การทำสัญญาง่ายขึ้น
ดังนั้นนักฝึกสัตว์ระดับสูงจึงเป็ตัวตนที่ล้ำค่ามากในจักรวรรดิ มีสถานะสูงส่งและเป็ที่เคารพ
สิ่งเหล่านี้ต่างเป็ความรู้พื้นฐานที่ถังเหอได้เรียนรู้จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิมและบนสตาร์เน็ตหลังจากข้ามมิติมา จากมุมมองของเขา ผู้ทำสัญญาในโลกนี้ก็เรียกง่ายๆ ว่าเหมือนผู้ใช้ิญญาแบบลดเกรดในโลกเขานั่นละ
ระดับแรงก์ของผู้ทำสัญญาถูกกำหนดตายตัวนับแต่วินาทีที่ปลุกพลัง มีคนน้อยมากๆ ที่สามารถทะลวงขีดจำกัดศักยภาพของตนเองและพัฒนาระดับได้
นับแต่การปรากฏครั้งแรกของผู้ปลุกพลังจนปัจจุบัน ผู้ที่สามารถทะลวงขีดจำกัดของตัวเองได้นั้นมีน้อยจนนับนิ้วมือได้ ทว่าพวกเขาแต่ละคนต่างก็เป็ผู้มีโชควาสนายิ่งใหญ่ เป็วีรชนที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์กันทั้งนั้น
และในบรรดาคนที่อยู่ในจักรวรรดิ ยังไม่มีปรากฏเลยสักคน
ผู้ทำสัญญาบำเพ็ญไม่ได้เพราะไม่มีตบะบำเพ็ญ ทั้งยังไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ผู้ทำสัญญาระดับสูงแค่ใช้มือเปล่าก็ฉีกหุ่นรบได้แล้ว คนทั่วไปไม่มีทางรับมือได้เลย อีกทั้งพวกเขายังมีสัตว์พันธะเป็คู่หูด้วย
ส่วนนักฝึกสัตว์นั้น เนื่องจากมีจำนวนแค่หยิบมือจึงยังไม่มีข้อมูลมากนัก จนตอนนี้ถังเหอก็ยังไม่เข้าใจพวกเขาเท่าไรเลย
และสาเหตุที่เ้าของร่างเดิมถูกพ่อทอดทิ้ง ถูกแม่เลี้ยงกับน้องชายเฉดหัวออกจากบ้านนั้นก็เพราะเขาเป็คนธรรมดาที่ไม่ได้ปลุกพลังคนหนึ่งนั่นเอง
ตระกูลถังถือได้ว่าเป็ตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งในจักรวรรดิ บรรพบุรุษปรากฏผู้ทำสัญญาระดับสูงมากมาย กระทั่งนักฝึกสัตว์ก็เคยมี ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยรุ่งเรือง แม้ว่าตอนนี้จะกำลังถดถอย แต่อูฐผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า[2]
ส่วนน้องชายต่างแม่ของเ้าของร่างเป็ผู้ปลุกพลังคนหนึ่ง และยังเป็ผู้ทำสัญญาแรงก์ A วินาทีที่รู้ว่าเขาถูกปลุกพลังก็คือเวลาที่เ้าของร่างเดิมถูกทอดทิ้งโดยสมบูรณ์
“เฮ้อ…ผู้อ่อนแอถูกทอดทิ้ง ไม่ว่าโลกใบไหนก็เป็แบบนี้จริงๆ” ถังเหอถอนใจด้วยความเวทนาในชะตากรรมของเ้าของร่างเดิม แต่ก็รู้ว่านี่เป็เื่ที่เลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
ตอนนี้เขามาอยู่ในร่างเ้าของร่างเดิม ก็ถือว่ามีกรรมร่วมกับอีกฝ่ายแล้ว
แม้ว่าเขาจะไม่นับเป็ผู้บำเพ็ญที่เคร่งครัดนัก และกรรมก็ไม่ได้สำคัญกับเขาเท่าไร แต่ในเมื่อมาเกิดใหม่ในร่างคนอื่นแล้ว เขาก็มีหน้าที่ช่วยเ้าของร่างเดิมเติมเต็มความปรารถนาหนึ่งข้อ เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไปเกิดใหม่อย่างสงบสุข ไม่ต้องมีห่วงในภพภูมิอื่นอีก
แต่เื่เหล่านี้ไม่ได้เร่งด่วนอะไร เื่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็ยังเป็การใช้ชีวิตให้ดี หาเงินให้ได้เยอะๆ จะดีที่สุดถ้าได้เลี้ยงสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารักๆ สักตัว เท่านี้ชีวิตก็สมบูรณ์แบบแล้ว
เชิงอรรถ
^ หมายถึงเรื่องราวถูกดำเนินแยกกันเป็นสองแขนง และจะถูกพูดถึงทีละเรื่อง^ แม้จะถดถอยตกต่ำ แต่ครั้งหนึ่งก็เคยยิ่งใหญ่มาก่อน