君の虜 #น้องบิลคนคลั่งรัก

    แอ็คแทค 300% 03

            “มึง กูน้ำหนักขึ้นอ่ะ” ผมจ้องตัวเลขที่โชว์หราอยู่บนหน้าปัดที่ชั่งน้ำหนัก

            “แล้ว”

            “พี่คลื่นเขาจะรักกูมั้ยวะ ถ้ากูอ้วน”

            “มึงยังไม่ได้คบกับเขาอย่าเพ้อเจ้อ”

            “โถ่” ผมเบ้ปากให้อีกคน โถ่เมลมึงก็ให้กำลังเพื่อนหน่อยก็ได้

            ผมก้าวลงจากเครื่องชั่งน้ำหนักเดินออกมาจากหน้าห้องน้ำวันนี้พวกเรานัดกันมาเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านเพราะความว่างที่ทำให้เหงาจนต้องนัดออกมาเจอกันผมกับเมลเดินเปื่อยไปเรื่อย ๆในหลากหลายโซนเข้านู่นทีเข้านั่นทีแต่ก็ยังไม่เจอของถูกใจเดินกันจนมาถึงร้านหนังสือเราแยกเดินกันเมลไปเดินโซนนิยายส่วนผมก็ไปเดินโซของใช้ดูของไปพลางสายตาเหลือบเห็นใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลผมเงยหน้าหันมองชายที่คุ้นเคยในชุดเสื้อยืดสีเทาธรรมดากับกางเกงยีนส์สามส่วน

            พี่คลื่น!!!!

            พอรู้ว่าคนๆนั้นเป็๞พี่คลื่นหัวใจผมก็เต้นตุบตับทันทียกมือขึ้นป้องปากแอบกรี๊ด๷๹ะโ๨๨เหยงๆผมรีบหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาส่งข้อความหาเพื่อนนสาวแต่ยังไม่ทันจะส่งเมลก็โผล่มาก่อน

            “ป่ะ มึง”

            “มึงๆๆๆๆๆๆๆ” ผมเขย่าแขนเมลสุดฤทธิ์มันมองหน้าผมพร้อมกับขมวดคิ้วใส่

            “อะไร”

            “พี่คลื่นๆ”

            ผมส่งซิกไปทางด้านหลังให้อีกคนเมลชะเง้อมองดูก่อนจะร้องอ๋อนิ่งๆก่อนจะหันมาถามผม

            “แล้ว”

            “ฮืออออออ”

            ผมเขย่าแขนเสื้อมันรัวๆพลางแอบเหลือบมองคนที่อยู่ด้านหลังอยากกรี๊ดใจจะขาดแต่ติดที่อยู่ในห้างเนี่ยแหละ ไม่งั้นผมคงดิ้นลงพื้นไปแล้ว

            “มึงงงงง กูเขิน”

            “เขินห่าอะไรเขาไม่ได้คุยกับมึงสักหน่อย”

            ไอ้เมลมึงขัดความฝันกูอีกแล้วว่าไปผมก็ตีแขนมันไปหนึ่งที ไม่ทันได้เขินเสร็จจู่ ๆเมลมันก็ดึงแขนผมให้เดินตามอย่างงงๆเดินลัดเลาะมาตามซอยผมสังเกตได้ว่าเริ่มเดินใกล้พี่คลื่นเรื่อย ๆ

            เดี๋ยวนะไอ้เมลมึงจะทำอะไรอ่ะ

            ไม่ทันได้ถามเพื่อนสาวก็ผลักผมให้เซเล็กน้อยจนไปชนกับพี่คลื่นผมรีบขอโทษโดยอัตโนมัติและเป็๲จังหวะที่พี่คลื่นหันมาขอโทษผมเหมือนกัน

            “ขอโทษครับ อ่าว เรา”

            “เอ่อ สวัสดีครับ”

            “เจอกันอีกแล้วนะ”

            “ครับ” พี่คลื่นมองผมสลับกับคนข้างพึ่งสังเกตุพอยืนใกล้แล้วพี่คลื่นสูงมากแล้วตัวก็หอมมากด้วย

            “มาเที่ยวกันหรอ”

            “ครับ แล้วพี่…”

            “พี่มาซื้อของน่ะ แต่เดี๋ยวสักพักก็จะกลับแล้ว”

            “อ๋อ”

            ผมตอบด้วยเสียงที่เบาลงฮือออออ ผมพึ่งจะเจอพี่คลื่นนะแต่พี่คลื่นจะกลับแล้ว

            “พอดีหนูมีสิทธิแลกตั๋วหนังฟรีสามที่แล้วบังเอิญขาดคนพอดีค่ะแล้ววันนี้มันก็เป็๲วันสุดท้ายแล้วด้วยถ้าพี่ว่างสนใจไปดูหนังกับพวกหนูมั้ยคะ”

            สิ้นเสียงของเมลทั้งผมและพี่คลื่นต่างหันไปมองอีกคนโหหหห เมลมึงสุดยอดขนาดกูหน้าด้านกูยังไม่กล้าเลย

            “อืม…ก็น่าสนนะ โอเคพี่ตกลง”

            เยส!!!!แอบดีใจข้างใน เมลมึงโคตรสุดยอดเลย

            พวกเราเดินมาถึงโรงหนังชั้นบนสุดของห้างเมลเข้าไปต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วหนังเหลือเพียงผมและพี่คลื่นที่ยืนรอมือเรียวกำสายสะพายแน่นพลางเม้มปากด้วยความเขินสุดขีดใจนึงก็อยากจะชวนเขาคุยแต่พอเอาเข้าจริงผมไม่กล้าอ่ะ เขิน

            “จะว่าไปพี่ยังไม่รู้จักชื่อเราเลย”

            “อ๋อ ผมชื่อบิลครับ ส่วนนั่นเมล”

            “อืม พี่คลื่นนะ”

            พี่คลื่นเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ผมส่งยิ้มกลับแต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้ร่างกายผมอุณหภูมิพุ่งขึ้นจเกือบจะสุดปรอทแล้วอ๊ากกกกก พี่คลื่นอย่ายิ้มแบบนั้นเดี๋ยวผมตาย

            “แก้มเราแดงเลย ไม่สบายหรอ”

            “เอ๊ะ? แดงหรอครับ”

            ผมยกมือขึ้นปิดแก้มไม่รู้เลยว่าตัวเองแก้มแดงพี่คลื่นมองผมอยู่ครู่ก่อนจะใช้หลังมือหนานั่นแตะเบาๆที่แก้มผม

            “แก้มนิ่มแฮะ”

            ร่างกายนิ่งสนิทเหมือนหินผมค่อยๆหันไปหาคนข้างๆอย่างช้าๆเราได้สบตาหันอยู่ครู่มือหนาของพี่คลื่นค่อยๆไล่วนอยู่ที่แก้มก่อนจะผละมือออกไป

            “แก้มเนี่ย อย่าให้ใครจับง่ายๆนะ พี่หวง”

            บู้ม!!กูตาย









            “พี่ดูเ๹ื่๪๫นี้ได้มั้ยคะ”

            พี่คลื่นเงยหน้าจากมือถือมองคนถามที่ชี้หนังแอ็คชั่นอยู่ที่หน้าจอก่อนจะพยักหน้าตอบส่วนผมก็ได้แต่ยืนนิ่งเม้มปากกำสายสะพานแน่น ไม่ใช่อะไรแต่ผมเขิน

            เขินที่โดนแอคแทคพี่คลื่นเข้ากลางใจเมื่อตะกี้

            “ส่วนเ๱ื่๵๹ที่นั่งก็…ริมสุดก็พี่ กลางไอ้บิลส่วนตรงนี้กู”

            ทันทีที่เมลพูดจบผมหันไปหาเพื่อนอีกคนทันทีเมลหันมาสบตากับผมพร้อมกับทำหน้าประมาณว่ามีปัญหาอะไร

            “อะไร”

            “อย่าลืมซื้อขนมด้วย”

            “อ๋อ”

            เหมือนจะโอเคแต่ผมแอบเห็นนะหน้าตาแบบนั้นมันกำลังล้อเลียนผมอยู่แต่ไม่เป็๞ไร เพราะเมลเป็๞ผู้สนับสนุนหลักเพราะฉะนั้นวันนี้ผมให้มันวันนึง

            ไม่นานก็ได้ตั๋วหนังแต่ต้องรอเวลากว่าครึ่งชั่วโมงจนถึงเวลาฉายสายตาเหลือบเห็นเกมส์เซ็นเตอร์อยู่ไม่ไกลผมหันไปเสนอให้กับอีกสองคน

            “ระหว่างรอเราไปเล่นเกมส์เซ็นเตอร์มั้ยครับ”

            “หืม? เกมส์เซ็นเตอร์หรอ ก็ได้นะ”

            พี่คลื่นตกลงแล้วทีนี้เหลือเมลผมชะเง้อไปมองเพื่อนสาวที่กำลังยืนกินข้าวโพดคั่วอ่างเอร็ดอร่อยพยักหน้าตอบเป็๞อันตกลงพวกเราเดินตรงไปยังเกมส์เซ็นเตอร์จัดการแลกเหรียญให้พอเท่าที่จะเล่นเข้ามาด้านในถูกตกแต่งด้วยไฟหลากสีและลวดลายสีสันที่นี่บรรจุเครื่องเล่นมากมายหลายชนิดผมเลือกตรงไปที่เครื่องเล่นหนึ่งไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรแต่เหมือนจะเป็๞เกมส์ตีกระต่าย

            ผมหยิบค้อนของเล่นที่เสียบไว้ข้างเครื่องมาถือหยอดเหรียญที่แลกมาจนครบก่อนจะกดสตาร์ทกระต่ายหลากหลายตัวผลุบๆโผล่ๆผมพยายามตีมันให้โดนสักตัวแต่ก็ไม่ผล

            ไอ้เครื่องนี่มันโกงป่าววะ!

            ผลสุดท้ายจบลงที่ผมตีได้แค่ตัวเดียวเซ็งเว้ย!

            “ชิ”

            “เป็๲ไง” หันมองพี่คลื่นที่เดินมาขนาบข้างพลางดูดแก้วเป๊ปซี่แค่ดูดน้ำพี่คลื่นยังหล่อเลย

            “ผมได้แค่ตัวเดียวอ่ะครับ”

            “ฮ่าๆๆๆๆอย่างงั้นหรอ”

            ผมเบ้ปากเล็กน้อยพี่คลื่นหัวเราะเยาะผมอ่ะเหมือนอีกคนจะเห็นผมทำหน้าเศร้าพี่คลื่นเอื้อมมือหนาวางลงบนหัวผมก่อนจะจับโคลงไปมาเบาๆยกยิ้มให้เล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้ม

            “อย่าทำหน้าเศร้าสิ เดี๋ยวไม่น่ารักนะ”

            โฮฮฮฮฮพี่คลื่นทำดาเมจผมอีกแล้ว

            “ฮ่าๆๆ เขินเลย”

            ผมรีบยกมือปิดแก้มแดงงุดหน้ามองพื้นหลบสายตาของอีกคน๱ั๣๵ั๱ได้เลยว่าอุณหภูมิในร่างกายร้อนรุ่มอย่างเห็นได้ชัด

            “ไปเถอะ ใกล้จะได้เวลาหนังฉายแล้ว”

            พี่คลื่นเอ่ยพร้อมกับเดินนำผมไปทิ้งให้ผมอยู่กับความเขินจากดาเมจของเขาเอง

            พี่คลื่นขี้แกล้งอ่ะแต่ก็ชอบนะ แอร้ยยยย

            เดินเข้ามาในตัวโรงเหมือนว่าโฆษณาจะจบพอดีนั่งลงตรงที่นั่งริมขวาบนสุดของโรงส่วนที่อื่นเหมือนจะมีคนจับจองกันเต็มแล้วผมนั่งระหว่างกลางระหว่างพี่คลื่นกับเมลในใจแอบเต้นตุบๆไม่รู้เพราะเสียงที่ดังสนั่นของหนังที่ฉายหรือเพราะคนข้างตัวกันแน่หนังเริ่มฉายเ๹ื่๪๫ดำเนินเข้มข้นขึ้นเรื่อยจนถึงฉากไคลแมกซ์กลุ่มพระเอกและกลุ่มตัวร้ายยิงกันสนั่นหวั่นไหวทั้งเสียง๹ะเ๢ิ๨และปืนผมยกมืออุดหูเพราะผมไม่ชอบเสียง๹ะเ๢ิ๨มันดังมากจนหูแทบอื้อแต่ความซวยมือผมดันไปกระแทกกับที่วางแขนความเจ็บแล่นปรี๊ดขึ้นสมองแต่ร้องออกมาไม่ได้เดี๋ยวคนในโรงจะหันมาด่า

            “เป็๲ไรหรอ”

            “มือผมกระแทกกับที่วางแขนครับ โอ๊ย”

            “ไหนดูสิ”

            พี่คลื่นจับมือผมข้างที่กระแทกเอาไปวางที่ตั้งมือหนาค่อยๆลูบไล่จุดที่แดงเถือกอย่างเบาๆก่อนจะยกขึ้นจุมพิตการกระทำของพี่คลื่นทำให้หัวใจผมแทบหยุดเสียงรอบข้างเหมือนจะอื้อจนไม่ได้ยินไปชั่วขณะหนึ่งรอยจุมพิตอุ่นๆนั่นเหมือนยังไม่หายไปทั้งที่อีกคนแค่๱ั๣๵ั๱เบาๆแล้วผละออกพี่คลื่นหันมาอย่างช้าๆเหมือนภาพสโลวโมชั่นเหมือนในหนังแสงจากจอสาดเข้ามาให้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มได้ชัดขึ้น

            “พี่ใส่ยาแล้ว เดี๋ยวก็คงหายนะครับ”

            แม่ผมเคยบอกว่าเมื่อเราเจอความรักมันจะเหมือนกับในหนังภาพทุกอย่างจะชัดขึ้น เวลาจะเหมือนมีคนมาหยุดเอาไว้เสียงของอีกฝ่ายเราจะได้ยินอย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในที่ที่เสียงดังจนแทบแยกไม่ออกก็ตามที

            แม่ครับผมได้รู้จักกับความรักจริงๆเข้าให้แล้วครับ

            “อ่าวไอ้บิล เป็๞ห่าอะไรนิ่งเชียว ฮัลโล่”

            ความรักที่เดินอย่างช้าๆแต่เหมือนเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ตลอดเวลา

            คิมิโนโตะครับพี่คลื่น