ตำหนักพระชายาฉู่หลินถูกสร้างเสร็จเร็วมากเหล่าทหารสร้างเสร็จก่อนที่องค์ชายรองจะเสด็จกลับมาถึงวังหลวงดังนั้นฉู่หลินจึงมาพบเอิ่นลั่วั้แ่เช้า
“เราเห็นว่าตำหนักใหม่สร้างเสร็จแล้วเราขอย้ายไปอยู่เลยได้หรือไม่” ฉู่หลินกล่าว
“จะดีหรือเพคะรอให้องค์ชายรองเสด็จกลับมาก่อนดีมั้ย” เอิ่นลั่วไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจ
“ช้าเร็วยังไงเราก็ต้องย้ายอยู่ดีไม่ใช่หรือ” ฉู่หลินไม่อยากเสียเวลา
“ก็ได้เพคะหม่อมฉันจะแจ้งทหารให้ช่วยขนย้ายข้าวของสัมภาระของพระองค์นะเพคะ” เอิ่นลั่วเองก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ของพระชายาได้
“ขอบใจมาก”
******************************
และแล้วฉู่หลินก็มีตำหนักเป็ของตัวเองตอนนี้นางรู้สึกว่างก็เลยปรึกษากับซือหยีว่าควรจะทำอะไรดี
“เ้าว่าเราควรจะทำอะไรดีล่ะ”ฉู่หลินกล่าว
“พระองค์ทรงควรเตรียมตัวเสริมความงามเพื่อต่อไปจะได้คอยดูแลปรนนิบัติองค์ชายรอง แล้วพระองค์จะได้ทรงโปรดพระนางไงเพคะ”ซือหยีเสนอ
“เ้าลืมเื่นั้นไปได้เลยเรายอมบอกเ้าก็ได้ที่องค์ชายรองทรงอภิเษกกับเราก็เพื่อแก้แค้นที่เราเคยปองร้ายพระขนิษฐาของพระองค์เท่านั้นเ้ารู้แบบนี้แล้ว เราอนุญาตให้เ้าเปลี่ยนใจกลับไปรับใช้เอิ่นลั่วก็ได้นะ”ฉู่หลินสงสารนางกำนัล
“หม่อมฉันรักษาสัจจะเพคะไม่ว่าพระองค์จะต้องประสบชะตากรรมเช่นไรหม่อมฉันพร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปพร้อมพระองค์เพคะ” ซือหยีตัดสินใจแล้ว
“ขอบใจมากซือหยีเราดีใจที่เลือกคนไม่ผิด” ฉู่หลินรู้สึกดีใจที่ได้บริวารดี
“ถ้าอย่างนั้นจะทำอะไรเพคะ”ซือหยีเองก็ไม่รู้
“ตำหนักนี้ยังไม่ได้ตกแต่งอะไรเลยพวกเรามาออกแบบ เย็บหมอน และเย็บผ้าห่ม ดีมั้ย” ฉู่หลินเสนอ
“พระองค์ทรงจะทำด้วยพระองค์เองหรือเพคะ”ซือหยีแปลกใจ
“ใช่แล้วพวกเรามาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์กันดีกว่า พองานเสร็จพวกเราก็ไปช่วยกันปลูกพืชสมุนไพรเราเห็นด้านหลังตำหนักมีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกด้วย” ฉู่หลินไปสำรวจมาแล้ว
“หากพระองค์ทรงประชวรหม่อมฉันจะรีบไปตามหมอหลวงให้มาดูพระอาการ ไม่เห็นต้องปลูกพืชสมุนไพรเลยนี่เพคะ”ซือหยีคิดว่าไม่จำเป็
“เ้ารู้หรือไม่พืชสมุนไพรเหล่านี้นอกจากใช้รักษาโรคได้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้เสริมความงามได้อีก” ฉู่หลินกล่าว
“จริงหรือเพคะ” ซือหยีตื่นเต้นกับสรรพคุณ
“ใช่พวกเราไม่ต้องไปหาซื้อหรือไม่ต้องไปเบิกกับสำนักแพทย์” ฉู่หลินกลัวว่าตนอาจถูกลอบปองร้ายได้รับสมุนไพรที่ปนเปื้อนสารพิษ
ั้แ่นั้นมาฉู่หลินก็ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมภายนอกนางได้พาเหล่าบริวารช่วยกันตกแต่งตำหนัก และพากันปลูกพืชสมุนไพรไว้ใช้เอง
******************************
องค์ชายรองเสด็จกลับมาแม้จะรู้สึกกริ้วที่พระชายาฉู่หลินย้ายไปอยู่ตำหนักใหม่โดยไม่รอพระองค์ตรัสสั่ง แต่พระองค์ก็ทรงแสร้งทำเป็นิ่งเฉยและแก้แค้นพระนางด้วยการปล่อยปะละเลยไม่เคยเสด็จไปเยี่ยมเยียนราวกับว่าลืมเลือนไปเลยว่าพระองค์ทรงอภิเษกกับใครไปแล้ว
“พระองค์จะไม่เสด็จไปเยี่ยมพระชายาหน่อยหรือเพคะ”เอิ่นลั่วสงสัย
“เ้าก็เห็นว่าเรางานเยอะมากแค่ไหน”องค์ชายรองทรงกำลังทรงงาน
“หากพระชายาทรงน้อยพระทัยขึ้นมาจะว่ายังไงเพคะ”เอิ่นลั่วเป็ห่วงความรู้สึกของเหวยเซียงในร่างของฉู่หลิน
“เื่ของนาง” องค์ชายรองทรงไม่สนพระทัย
“ทรงตั้งพระทัยแก้แค้นหรือเพคะ”เอิ่นลั่วสงสัย
“เซียงเซียงเจออะไรมาบ้างเ้าเองก็รู้นี่” องค์ชายรองทรงยอมรับ
เอิ่นลั่วอยากจะช่วยเหวยเซียงแต่นางก็ไม่สามารถบอกหรืออธิบายให้องค์ชายรองทรงเข้าพระทัยได้ มันเป็เื่เหลือเชื่อเกินไป
******************************
จนกระทั่งวันหนึ่งที่ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้องค์ชายรองทรงพาพระชายามาเข้าเฝ้าในที่ประทับของฝ่าาเป็การด่วน
องค์ชายรองทรงร้อนพระทัยเลยเสด็จไปตามพระชายาด้วยพระองค์เอง แต่ทว่าพอเสด็จไปถึงก็ได้ยินเสียงหัวเราะของฉู่หลินและเหล่าบริวารพวกนางกำลังปลูกพืชสมุนไพรอย่างมีความสุข ทรงดำริในพระทัยว่า “มีความสุขกันจริงๆเลยนะ การทอดทิ้งเ้าไม่ได้ทำให้เ้าทุกข์ใจเลยสักนิดกลับรู้สึกอิสระและอยู่กันอย่างมีสุขเสียอีก”
“องค์ชายรองเสด็จ”กงกงรายงาน
ทุกคนพากันหยุดหัวเราะแล้วรีบคารวะชายสูงศักดิ์
“มีอะไรหรือเปล่าเพคะ” ฉู่หลินใแต่ก็ต้องพยายามสงบสติอารมณ์ไว้
“รีบไปอาบน้ำแต่งตัวฝ่าาทรงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าเป็การด่วน” องค์ชายรองตรัสสั่ง
“เพคะ” พระชายาฉู่หลินทรงรีบกลับเข้าไปในตำหนักทันที
องค์ชายรองทรงรออยู่ที่อุทยานและตรัสถามนางกำนัลซือหยี
“พวกเ้าทำอะไรกัน”องค์ชายรองตรัส
“พระชายาทรงสั่งให้พวกเราปลูกพืชสมุนไพรเพคะ”ซือหยีกล่าว
“มันเป็ยาพิษหรือเปล่า”องค์ชายรองทรงไม่ไว้พระทัย
“ไม่ใช่หรอกเพคะเวลาที่ยาในสำนักแพทย์หมด หมอหลวงก็ส่งคนมาขอสมุนไพรที่ตำหนักนี้เพคะ” ซือหยีไม่ปกปิด
“พระชายาเคยแอบกรรแสงหรือไม่”องค์ชายรองทรงลองถาม
“ไม่นะเพคะพระนางทรงหาอะไรทำตั้งมากมาย พวกเราไม่มีเวลาที่จะมาคิดเื่เศร้าเลยเพคะ”ซือหยีกล่าวอย่างมั่นใจ
“อย่างนี้นี่เอง” องค์ชายรองทรงพิจารณาว่าคงต้องแก้แค้นด้วยวิธีอื่น
******************************
ณ ที่ประทับของฝ่าา
“ชายาของเ้าช่างงดงามโดยแท้ต้องขออภัยที่เราไม่ได้จัดงานเฉลิมฉลองให้สมเกียรติ” ฝ่าาตรัส
“ไม่เป็ไรเพคะหม่อมฉันเข้าใจเพคะ” พระชายาฉู่หลินตรัส
“งั้นเอาอย่างนี้เราอนุญาตให้องค์ชายรองพาเ้าไปท่องเที่ยวที่เมืองปี่หยางได้ที่นั่นมีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม เ้าเห็นแล้วเ้าคงจะชอบ”ฝ่าาตรัสเสนอ
“ขอบพระทัยเพคะ” ฉู่หลินคิดในใจว่า “ไม่อยากไปเลยการเข้าใกล้องค์ชายรองทำให้เรารู้สึกอึดอัดมาก จะทำยังไงดี”
และแล้วฉู่หลินก็ไม่อาจขัดรับสั่งของฝ่าาได้วันต่อมา นางเลยจำต้องขึ้นไปในรถม้าคันเดียวกับองค์ชายรอง
“ไม่เห็นต้องทำหน้าผะอืดผะอมแบบนั้นเลย”องค์ชายรองตรัส
“เปล่านี่เพคะ” ฉู่หลินกล่าวทั้งๆที่ตนรู้สึกอึดอัดจริงๆ
“ดีแล้วเราได้จัดแผนการต้อนรับเ้าไว้แล้ว” องค์ชายรองทรงยิ้มอย่างเ็า
ฉู่หลินเตรียมใจไว้แล้วว่านางต้องถูกองค์ชายรองกลั่นแกล้งเป็แน่
******************************
พอไปถึงเมืองปี่หยางก็เข้าทางองค์ชายรอง
“พวกเราจะไปท่องเที่ยวที่ไหนหรือเพคะ”ฉู่หลินอยากเที่ยว
“ใครบอกจะให้เ้าเที่ยวเราจะให้เ้าฝึกอบรมต่างหาก” องค์ชายรองตรัส
“ต้องฝึกอะไรอีกเพคะหม่อมฉันเป็ชายาของพระองค์ไม่ใช่หรือ” ฉู่หลินสงสัย
“เราอยากรู้ว่าเ้ามีความอดทนมากแค่ไหนเอาล่ะนี่คือ กงกงไท้จื่อ เ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งกงกง ห้ามขัดคำสั่งเด็ดขาด”องค์ชายรองตรัสสั่ง
“เพคะ” ฉู่หลินถอนหายใจ
ดังนั้นกงกงไท้จื่อจึงเริ่มเข้าสู่บททดสอบความอดทน เขาสั่งให้ฉู่หลินไปซักผ้า เข้าครัวทำกับข้าวล้างจาน และกวาดลานบริเวณที่พัก
ฉู่หลินก็ยอมทำแต่โดยดีโดยที่นางไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากอะไร เพราะงานทั้งหมดนี้มันเป็งานที่นางได้ทำในสมัยที่ตนเป็เหวยเซียงอยู่แล้ว
ฉู่หลินไม่เพียงไม่ทุกข์ร้อนนางกลับฮัมเพลงไปทำงานไปอย่างมีความสุขจนทำให้องค์ชายรองทรงไม่พอพระทัยที่กลั่นแกล้งนางยังไงนางก็ไม่รู้สึกว่าตนได้รับความทุกข์ทรมาน
ตลอดสามวันที่อยู่เมืองปี่หยางฉู่หลินกลับรู้สึกสบายใจที่ตนจะไม่ได้ใกล้ชิดองค์ชายรอง แม้นางทำงานอย่างหนักแต่นางก็รู้สึกสบายใจ
หลังจากเสร็จจากการคุมงานกงกงก็รีบไปรายงานองค์ชายรอง
“เป็อย่างไรบ้างชายาของเราบ่นหรือโอดครวญหรือไม่” องค์ชายรองทรงรอฟัง
“ไม่เลยพะย่ะค่ะเหมือนพระนางทรงเคยทำงานเหล่านี้มาก่อน มันเป็งานที่พระนางถนัดมากไม่เพียงเท่านั้นพระนางยังร้องของานเพิ่ม เพื่อ เอ่อ เพื่อ….” กงกงไม่สะดวกจะพูด
“เพื่ออะไร บอกมา”องค์ชายรองทรงอยากรู้
“พระนางจะได้ไม่มีเวลามาพบพระองค์พะย่ะค่ะ”กงกงยอมบอก
“นางมีความทุกข์เมื่ออยู่กับเราล่ะสิ”องค์ชายรองทรงเริ่มเข้าพระทัย
“น่าจะใช่พะย่ะค่ะ เอ้ยไม่ใช่อย่างนั้นพะย่ะค่ะ” กงกงเผลอหลุดปาก
“ช่างมันเถอะวันพรุ่งนี้ไม่ต้องมอบหมายงานให้ชายาของเราอีก เราจะพานางไปท่องเที่ยว” องค์ชายรองตรัส
“ทราบแล้วพะย่ะค่ะ”
******************************
ฉู่หลินยิ้มอย่างอารมณ์ดีและเดินไปหากงกงไท้จื่อ เพื่อรับคำสั่ง
“วันนี้เ้าจะให้เราทำอะไรว่ามาได้เลย” ฉู่หลินรอฟัง
“ไม่มีพะย่ะค่ะ” กงกงไท้จื่อกล่าว
“หมายความว่ายังไงทำไมล่ะ หรือวันนี้จะปล่อยให้เราไปเที่ยวได้อย่างอิสระงั้นหรือ” ฉู่หลินแปลกใจ
“เปล่าเ้าต้องไปเที่ยวกับเรา” องค์ชายรองตรัสตอบเสียเอง
“ไปเที่ยวกับพระองค์หมายความว่ายังไงเพคะ” ฉู่หลินใสุดขีด
“ทำไมต้องหน้าซีดขนาดนั้นเ้าเป็ชายาของเรา ไปเที่ยวด้วยกัน ไม่เห็นจะแปลก” องค์ชายรองทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์
“ทรงมีงานมากมายทรงอย่าสละเวลาเพื่อหม่อมฉันเลยเพคะ” ฉู่หลินกล่าว
“เราเต็มใจ ไปกันเถอะ”องค์ชายรองทรงจูงมือหญิงสาวไปทันที
ฉู่หลินเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีไม่รู้ว่าวันนี้นางจะต้องเจอกับอะไรกันแน่
“พวกเราเดินไปหรือเพคะ”ฉู่หลินมองไม่เห็นรถม้า
“ขี่ม้าไป หนทางอีกยาวไกล”องค์ชายรองทรงตรัสสั้นๆ
“แล้วไหนม้าของหม่อมฉันเพคะหรือว่าจะให้หม่อมฉันเดินไปและพระองค์ทรงม้า”ฉู่หลินมองเห็นม้าตัวเดียว
“เ้าเป็ชายาของเราจะให้เ้าเดินได้อย่างไร ขึ้นไปบนม้าเร็วเข้า” องค์ชายรองตรัสสั่ง
ฉู่หลินยอมขึ้นไปบนม้าและกล่าวว่า“พระองค์ทรงจะจูงม้าให้หม่อมฉันหรือเพคะ” ฉู่หลินพยายามมองในแง่ดี
สักพักองค์ชายรองก็ทรงนั่งขี่ตามและรีบโอบเอวหญิงสาวอย่างไม่เกรงใจ
“เหตุใดถึงไม่ทรงม้าอีกตัวล่ะเพคะ” ฉู่หลินพยายามดิ้น แต่ฝ่ายชายกลับกอดนางแน่นขึ้นเรื่อยๆนางจึงยอมอยู่นิ่ง เพื่อให้ฝ่ายชายยอมปล่อย
“เราพอใจที่จะใกล้ชิดเ้า”องค์ชายรองทรงกระซิบใกล้หูของนาง
“ทรงอย่าฝืนพระองค์เลยเพคะทรงแกล้งหม่อมฉันด้วยวิธีนี้ ตัวพระองค์เองต่างหากที่จะทรงอึดอัดพระทัย” ฉู่หลินฉุกคิดได้ว่า หากนางแสดงท่าทีว่ากลัวเกรงพระองค์ก็ทรงยิ่งได้พระทัย
ตอนนี้ทั้งสองพระองค์เสด็จมาถึงริมแม่น้ำ
องค์ชายรองทรงลงจากม้าและอุ้มหญิงสาวลงมา
“พวกเราจะไปนั่งบนเรือ” องค์ชายรองทรงชี้ไปที่เรือ
“แล้วให้หม่อมฉันพายหรือเพคะ”ฉู่หลินนึกถึงตอนที่ตนเป็เหวยเซียงในตอนนั้นนางก็เคยพายเรือให้องค์ชายรอง
“เดี๋ยวเราพายเอง”องค์ชายรองตรัส
ตอนนี้ทั้งสองนั่งบนเรือโดยหันหน้าเข้าหากัน
ฉู่หลินฝืนยิ้มทั้งที่ในใจของนางกลัวมาก“ที่นี่บรรยากาศดีมากเลยเพคะ อากาศเย็นสดชื่นจริงๆ”
“แคว้นนี้น่าอยู่ใช่มั้ยล่ะ”องค์ชายรองตรัส
“หากได้อยู่กับคนที่อยากอยู่ด้วยที่ไหนก็น่าอยู่ทั้งนั้นแหละเพคะ” ฉู่หลินกล่าวตรงๆ
“แสดงว่าเ้าไม่อยากอยู่แคว้นนี้ล่ะสิ” องค์ชายรองทรงคาดเดา
“เพคะ” ฉู่หลินยอมรับตรงๆ
“เราจะทำให้เ้าอยากอยู่กับเราให้ได้” องค์ชายรองทรงอยากเอาชนะ
“การเสแสร้งทำเป็รักกับการรักด้วยความจริงใจมันต่างกันมากเลยนะเพคะ ต่อให้พระองค์ทรงทำดีกับหม่อมฉันมากแค่ไหนหม่อมฉันก็ไม่มีวันเชื่อพระองค์หรอก ทรงอย่าฝืนพระทัยทำอย่างนั้นเลย มันเสียเวลาเปล่าเพคะ”ฉู่หลินเตือน
“เ้าหาใช่พระอิฐพระปูนสักวันเ้าจะหลงรักเรา” องค์ชายรองทรงไม่ยอมแพ้
“อาจมีวันนั้นเพคะแต่ทรงจำไว้ว่า หากหม่อมฉันตั้งสติได้และรับรู้ว่าพระองค์ทรงหลอกลวงหม่อมฉันจะไม่มีวันให้อภัยพระองค์เพคะ แต่ก็อย่างว่าความรู้สึกของหม่อมฉันมันไม่ได้มีค่าอะไรกับพระองค์ต่อให้หม่อมฉันรู้สึกเ็ปใจเจียนตาย พระองค์ก็ทรงไม่ใยดี” ฉู่หลินกล่าว
“เ้ามองเราเช่นนั้นงั้นหรือ” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันไม่รู้หรอกเพคะว่าพระองค์ทรงเจออะไรมาบ้าง ความฝังพระทัยที่ฝ่าาทรงไม่รักมันทำให้พระองค์ทรงกลายเป็คนเ็าและพยายามตั้งกำแพงไม่ให้ใครครองพระทัยของพระองค์ได้แม้กระทั่งเอิ่นลั่วเองก็ไม่รู้ว่านางจะช่วยเยียวยาพระองค์ได้หรือเปล่า” ฉู่หลินมองออก
“บังอาจเ้ากล้าอ่านใจเรางั้นหรือ” องค์ชายรองทรงกริ้ว
“งั้นพูดเื่อื่นเถิดเพคะทรงเป็เช่นเดิม อย่าทรงแกล้งทำเป็อยากอยู่ใกล้หม่อมฉันเลยเพคะ” ฉู่หลินคิดในใจว่า “หม่อมฉันไม่มีความสามารถอ่านใจใครได้หม่อมฉันเพียงรู้จักพระองค์ดีต่างหากเพคะ”
“ถึงฝั่งแล้วไปดูศิลาจารึกในถ้ำกันเถอะ” องค์ชายรองทรงจูงมือหญิงสาวเข้าไปในถ้ำ
“บนผนังถ้ำมีบทกลอนด้วยเพคะส่วนใหญ่เป็กลอนความรัก” ฉู่หลินรู้สึกตื่นเต้นกับบทกลอนที่แต่งได้สละสลวย
องค์ชายรองทรงจับไหล่ของหญิงสาวและหันให้นางมาเผชิญหน้ากับพระองค์
ฉู่หลินใมาก แต่ก็ต้องแกล้งเล่นละครนางแสร้งยิ้มและกล่าวตรงๆว่า “พระองค์ทรงจะจูบหม่อมฉันหรือเพคะ”ฉู่หลินแกล้งทำเป็โอบพระศอขององค์ชายรอง และยื่นหน้าเข้าไปใกล้และแสดงสีหน้ายักคิ้วท้าทาย
“เ้ายินยอมงั้นหรือ”องค์ชายรองทรงแปลกพระทัยที่หญิงสาวไม่เกรงกลัว
“พวกเราเป็สามีภรรยากันมันเป็เื่ปกติไม่ใช่หรือเพคะ” ฉู่หลินกลั้นใจพูด
องค์ชายรองทรงยื่นพระพักตร์เข้าใกล้เรื่อยๆเรื่อยๆ จนกระทั่ง
ฉู่หลินใจเต้นแรงมากและแล้วนางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางรีบเปลี่ยนท่าทีเป็ผลักฝ่ายชายทันที “หม่อมฉันว่าพวกเรากลับกันดีกว่าเพคะ”
“ทำไมถึงไม่อวดเก่งให้ถึงที่สุดล่ะ”องค์ชายรองตรัส
“ถ้ามันเกิดจากความรักโดยแท้จริงพวกเราคงมีความสุขมาก แต่นี่มันเกิดจากการเอาชนะต่อกันการฝืนกระทำมันยิ่งทำให้พวกเราทุกข์ใจเสียมากกว่านะเพคะ หม่อมฉันขอร้องล่ะเพคะหากพระทัยของพระองค์มีเพียงเอิ่นลั่วเท่านั้น ก็ทรงอย่าทำแบบนี้กับหญิงอื่นเลยเพคะ”ฉู่หลินพยายามพูดดีๆ
“ช่างรู้ดีจริงนะ” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันอยากกลับแล้วต้องรีบไปเก็บของ พรุ่งนี้พวกเราต้องกลับเมืองหลวงแล้วเพคะ” ฉู่หลินเปลี่ยนเื่เพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียด
ฉู่หลินเดินออกจากถ้ำอย่างรวดเร็วแต่องค์ชายทรงไม่ยอมหยุด พระองค์ทรงจูงมือหญิงสาวไปนั่งบนเรือเช่นเดิม
“เ้าพายเรือสิ”องค์ชายรองตรัสสั่ง
“เพคะ” ฉู่หลินคิดในใจว่า “นี่สิถึงเป็องค์ชายรองพระองค์จริง”ตอนนี้ฉู่หลินนั่งหน้าพระองค์ นางจับไม้พายและพายเรือไปอย่างช้าๆ
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือองค์ชายรองทรงเข้าไปนั่งใกล้ๆ และกอดนาง จนฉู่หลินใและพยายามดิ้น
“อยู่นิ่งๆเดี๋ยวเรือก็ล่มหรอก หรือเ้าอยากว่ายน้ำ” องค์ชายรองทรงขู่
ฉู่หลินไม่อยากเปียกน้ำนางก็เลยยอมนิ่ง “ทรง้าอะไรเพคะ”
“เราจะทำให้เ้ารักเราให้ได้ต่อไปเ้าต้องย้ายกลับมาอยู่ตำหนักของเรา และพักห้องเดียวกับเรา” องค์ชายรองทรงเปลี่ยนพระทัย
“ไม่ได้นะเพคะ” ฉู่หลินไม่ยอม
“ทำไมล่ะในเมื่อเราเป็สามีภรรยากันอยู่แล้วนี่” องค์ชายรองตรัสอ้าง
“แล้วเอิ่นลั่วล่ะเพคะนางอาจโกรธเคืองได้นะเพคะ” ฉู่หลินกล่าวอ้าง
“นางเป็คนใจกว้างนางเข้าใจอยู่แล้ว” องค์ชายรองตรัส
“ไม่นะเพ…อื้อ”
องค์ชายรองทรงจับหน้าหญิงสาวให้หันมาจุมพิตกับพระองค์ฉู่หลินจะดิ้นก็กลัวเรือล่ม จะผลักฝ่ายชายก็ทำไม่ได้เพราะจับไม้พายอยู่
ฉู่หลินมีน้ำตาไหลจนองค์ชายรองทรงรู้สึกได้และทรงยอมปล่อยนางเสียเอง
“ร้องไห้ทำไม”องค์ชายรองทรงเช็ดน้ำตาให้
“เพื่อแก้แค้นแล้วต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือเพคะ” ฉู่หลินรู้สึกโกรธมาก
“เราบอกแล้วว่าเราชอบคนฉลาดและรู้ทันเราอย่างเ้า” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันโง่มากเลยไม่รู้อะไรทั้งนั้นเพคะ”
“ส่งไม้พายมาเดี๋ยวเราพายเอง เ้าตื่นเต้นขนาดนี้ มีหวังเรือล่มแน่ๆ” องค์ชายรองทรงมองออกว่านางไม่มีสมาธิพายเรือ
ฉู่หลินรีบปาดน้ำตาและส่งไม้พายให้นางคิดว่า ถ้ามือไม่ว่าง องค์ชายก็ทรงไม่สามารถเข้ามาใกล้และล่วงเกินนางได้อีก
พอกลับถึงที่พักฉู่หลินก็รีบวิ่งเข้าห้องพักทันที
“พระชายาทรงเป็อะไรหรือเปล่าเพคะทำไมถึงมีพระพักตร์แดงมากขนาดนี้ ทรงประชวรหรือเปล่าเพคะ” ซือหยีรู้สึกเป็ห่วง
“เราไม่เป็อะไรขอเราอยู่คนเดียวสักพักนะ” ฉู่หลินอยากอยู่ลำพัง
“แต่ว่า…..” ซือหยียอมปล่อยพระนางให้อยู่ในห้องเพียงลำพัง
ฉู่หลิน้าหาทางรับมือกับแผนการแก้แค้นขององค์ชายรองในตอนนี้นางทุกข์ใจมากที่พระองค์ทรงมีรับสั่งให้นางย้ายกลับอยู่ในตำหนักของพระองค์เช่นเดิม