เมื่อปิงปิงกินกล้วยหยกทิพย์จนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว เขาก็รีบวิ่งแจ้นไปยังถ้ำของท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาที่ขุดสร้างขึ้นมาใหม่บนเทือกเขาลิงคลั่งใกล้ๆกับถ้ำของครอบครัวปิงปิงในทันที
"ท่านอาจารย์เสือขอรับ ข้ามาแล้วขอรับ" ปิงปิงะโออกมาดังลั่น
"เอาล่ะ..ก่อนอื่นเ้าต้องเรียนรู้ทฤษฎีพื้นฐานของการฝึกพลังปราณฟ้าดินแบบพวกมนุษย์เสียก่อน" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าว
"ขอรับ..ท่านอาจารย์เสือ"
"อันพลังปราณบนโลกวิถีปราณนี้นั้น ในอดีตถูกเรียกว่า *พลังปราณต้นกำเนิด* แต่เมื่ออสูรและมนุษย์เริ่มเรียนรู้ที่จะนำพลังปราณต้นกำเนิดนี้มาใช้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเผ่าพันธุ์ของตนเอง จึงได้เรียกชื่อพลังปราณต้นกำเนิดนี้ในชื่อที่แตกต่างกันไป"
"ทำไมล่ะขอรับ ท่านอาจารย์เสือ" ปิงปิงกล่าวถามด้วยความสงสัย
"เื่นี้ข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจ อาจจะเป็เพราะว่าเผ่าพันธุ์อสูรกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็ศัตรูกันตามธรรมชาติมาช้านาน จึงไม่อยากจะมีชื่อเรียกพลังปราณที่เหมือนกัน ซึ่งข้าก็ไม่แน่ใจ"
"เอาเป็ว่าอสูรเราเรียกพลังปราณต้นกำเนิดว่า *พลังปราณสายเือสูร* ส่วนพวกมนุษย์จะเรียกพลังปราณต้นกำเนิดว่า *พลังปราณฟ้าดิน*"
"ยุ่งยากจริงๆ ทั้งๆที่มันเป็พลังปราณชนิดเดียวกันแท้ๆ" ปิงปิงบ่นเบาๆ
ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาอธิบายต่ออีกว่า "อสูรเรานั้นดูดซับพลังปราณสายเือสูรผ่านทาง *เส้นเื* ที่กระจายอยู่ทั่วร่าง แล้วจึงนำพลังปราณนี้ไปสะสมไว้ที่ *แกนอสูร* ตรงบริเวณใต้ฐานสมอง"
"ส่วนพวกมนุษย์ดูดซับพลังปราณฟ้าดินผ่านทาง *เส้นลมปราณ* แล้วจึงนำพลังปราณไปสะสมไว้ที่ *จุดตันเถียน* ตรงบริเวณท้องน้อย"
"อธิบายช้าๆหน่อยขอรับ ท่านอาจารย์เสือ ข้าเริ่มเข้าใจยากแล้ว" ปิงปิงท้วง
"อสูรเรานั้นได้ชื่อว่าเป็เผ่าพันธุ์ที่เป็ลูกรักของ์"
"คือถ้าไม่ถูกอสูรตัวอื่นกินเป็อาหาร หรือถูกพวกมนุษย์ไล่ฆ่าเพื่อที่จะเอาแกนอสูรและอวัยวะในร่างกายของอสูรไปใช้ประโยชน์"
"พวกเราเหล่าอสูรเมื่อมีอายุครบ 1,000 ปี อสูรตัวนั้นก็จะได้รับการทดสอบจากทัณฑ์สายฟ้า์เพื่อที่จะกลายเป็เซียนอสูรและหากไม่ผ่านการทดสอบก็จะต้องตกตายลงไป"
"สรุปก็คือ..อสูรเรานั้นไม่ต้องดิ้นรนใดๆเลย แค่มีอายุที่ยืนยาวพอก็จะมีโอกาศกลายเป็เซียนอสูรได้โดยที่ไม่ต้องฝึกฝนอันใด" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าว
"เื่นี้ข้ารู้ดีขอรับท่านอาจารย์เสือ ข้าถึงได้เกาะท่านพ่อกับท่านแม่ของข้ากินมาถึง 1,000 ปี อย่างไรล่ะขอรับ"
"เพราะท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าก็เป็ถึงเซียนอสูรระดับที่ 3"
"ถือได้ว่าเป็ขาใหญ่ในเขตป่ารอบๆเทือกเขาลิงคลั่งแห่งนี้ ทำให้ไม่มีอสูรตัวใดหรืุ์อัปลักษณ์หน้าไหนกล้าเข้ามาทำร้ายข้า ฮ่าๆๆๆๆๆ.." อสูรลิงน้อยปิงปิงกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ
ส่วนท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับต้องเอามือขึ้นมานวดขมับ
"เอาเถอะ..มาเข้าเื่การฝึกพลังปราณฟ้าดินกันต่อ" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าวตัดบท
"พวกมนุษย์นั้นหากจะดูดซับพลังปราณฟ้าดินหรือที่ในอดีตเรียกว่าพลังปราณต้นกำเนิดเข้าสู่ร่างกาย พวกมนุษย์จะต้องอาศัย *เคล็ดดูดซับพลังปราณ* ซึ่งเเบ่งเป็ 3 ระดับขั้นคือ"
"เคล็ดดูดซับพลังปราณขั้นต่ำ , ขั้นกลางและขั้นสูง"
"ที่ข้าจะถ่ายทอดให้เ้าก็คือเคล็ดดูดซับพลังปราณที่มีชื่อว่า *เคล็ดดูดซับพลังปราณกลืนเมฆา* อันเป็เคล็ดดูดซับพลังปราณขั้นกลาง"
"ทำไมท่านอาจารย์เสือไม่ถ่ายทอดเคล็ดดูดซับพลังปราณขั้นสูงให้ข้าล่ะขอรับ หรือท่านอาจารย์เสือกั๊กเอาไว้ใช้เองตัวเดียวขอรับ" ปิงปิงกล่าวถามออกไป
ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาถลึงตาใส่ปิงปิง แล้วกล่าวว่า
"ในอดีตตอนที่ข้ายังไม่ได้เป็เซียนอสูร ตอนนั้นในยามที่ข้ามีอายุครบ 1,000 ปีและกำลังโดนทัณฑ์สายฟ้า์สายสีทองฟาดผ่าเข้าใส่ จนกลายเป็ *ุ์* ตัวเเรก ทั้ง *พลังกายาอสูร* และ *พลังปราณสายเือสูร* ของข้าก็หายไปหมดสิ้นเช่นเดียวกับที่เ้าเป็ในตอนนี้"
"ข้าไม่สามารถที่จะอยู่อาศัยในอาณาเขตดินแดนของอสูรได้อีกต่อไป เพราะข้าถูกเข้าใจผิดว่าเป็มนุษย์ ข้าจึงต้องหลบหนีเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบากจนไปถึงอาณาเขตดินแดนของพวกมนุษย์"
"จากนั้นข้าก็ต้องมาเริ่มฝึกบำเพ็ญตนตามเเบบของพวกมนุษย์ใหม่ั้แ่ต้น แล้วในตอนที่ข้าเข้าไปอาศัยอยู่กับพวกมนุษย์ข้าก็ไม่ได้มีเส้นลมปราณและจุดตันเถียนเหมือนกับพวกมนุษย์ เพราะถึงอย่างไรร่างที่แท้จริงภายในของข้าก็ยังคงเป็อสูร จึงทำให้พวกมนุษย์มองว่าข้านั้นเป็ขยะไร้ค่า ไม่สามารถฝึกบำเพ็ญตนด้วยพลังปราณฟ้าดินได้"
"ข้าจึงได้แต่ต้องทำงานเหมือนกับมนุษย์ธรรมดาทั่วๆไป เพื่อที่จะหาเงินมาประมูลซื้อตำราเคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดิน"
"ข้าต้องทำงานอย่างหนัก แล้วตำราที่ข้าสามารถประมูลมาได้นั้นก็มีระดับสูงสุดเพียงแค่เคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดินในระดับกลางเพียงเท่านั้น"
"ส่วนตำราเคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดินระดับสูงจะถูกเก็บไว้ในสำนักใหญ่ๆ , ในราชวงศ์ หรือในตระกูลโบราณต่างๆและไม่ยอมถ่ายทอดให้กับคนนอก"
ปิงปิงคิดแล้วกล่าวว่า "พวกมนุษย์นี่คิดอะไรแปลกๆนะขอรับ ถ้าเอาเคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดินระดับสูงออกมาแจกจ่ายให้กับพวกมนุษย์ทุกคนได้ฝึก"
"ป่านนี้ทั่วทั้งผืนพิภพใต้หล้าของโลกวิถีปราณแห่งนี้ก็จะต้องกลายเป็ของพวกมนุษย์ไปตั้งนานแล้วนะขอรับ" ปิงปิงออกความเห็นในแบบของเขา
ท่านอาจารย์เทพพยัคฆ์เมฆาถึงกับอึ้ง..พูดอะไรไม่ออกตอบอะไรไม่ถูกไปสักครู่
"เื่พวกนั้นช่างมันเถอะ..การที่จะใช้เส้นเืแทนเส้นลมปราณและใช้แกนอสูรแทนจุดตันเถียนนั้นมันยุ่งยากมาก"
"ข้าใช้เวลาไปถึง 70 ปีหลังจากที่ได้ตำราเคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดินระดับกลางมา แล้วทำการลองผิดลองถูก ค้นคว้าทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดข้าก็สามารถหาทางฝึกเคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดินได้"
"แค่ 70 ปีเองหรือขอรับท่านอาจารย์เสือ เวลาแค่นั้น จิ๊บๆ.." ปิงปิงกล่าวไปยิ้มไป
"เวลา70 ปีสำหรับพวกมนุษย์ก็ถือว่ายาวนานมากแล้ว มนุษย์คนใดที่ไม่สามารถฝึกบำเพ็ญตนด้วยพลังปราณฟ้าดินได้ หากมีอายุอยู่ได้ถึง 150 ปีก็ถือว่าเก่งมากแล้ว"
"เ้าจะเอามาเทียบกับ่อายุของอสูรอย่างพวกเราไม่ได้"
"เข้าใจแล้วขอรับท่านอาจารย์เสือ เผ่าพันธุ์อสูรของเราเป็ลูกรักของ์อยู่แล้วนี่ขอรับ เลยมีอายุยืน" ปิงปิงสรุปง่ายๆตามความคิดของเขา
แล้วปิงปิงก็ถามออกมาอีกว่า "ว่าแต่ไอ้ทัณฑ์สายฟ้า์สายสีทองนั่นมันก็มาจาก์ แล้วมันรักหรือเกลียดอสูรอย่างข้ากันแน่ขอรับ"
"มันถึงได้มาฟาดผ่าเข้าใส่ข้า จนพลังกายาอสูรและพลังปราณสายเือสูรของข้าหายไปหมดสิ้นอย่างนี้"
เงียบ..!! คราวนี้ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาถึงกับนิ่งเงียบไปอย่างยาวนาน แม้แต่เขาผู้เป็ถึงเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังหาคำตอบให้กับปิงปิงไม่ได้ว่า์รักหรือเกลียดปิงปิงกันแน่..