บทที่ 16 เทพเ้าเท่านั้นที่สามารถบอกได้แม่นยำ
เซี่ยจื่ออวี้กัดปลายลิ้นของตัวเองขณะที่เขากำลังฟังเสียงจากปลายสาย
ซิงซิงได้ยินไม่ชัดว่าปลายสายกำลังพูดอะไร แต่เสียงนั้นกลับรู้สึกคุ้นหูพิกล
แต่ก่อนที่เด็กน้อยจะได้ถามคำถามที่อยากรู้ เธอก็เห็นเซี่ยจื่ออวี้ลงจากรถไปแล้ว
เขาวิ่งมาด้านหลังเพื่ออุ้มซิงซิงออกมา
“เอ๊ะ” ซิงซิงพลันกอดคอเซี่ยจื่ออวี้อย่างไม่รู้ตัว
เซี่ยจื่ออวี้เตะประตูรถให้ปิด แล้วก้าวเท้าตรงไปบ้านของหลี่หยวน
เขาอุ้มซิงซิงไว้ด้วยมือเดียว อีกมือก็หยิบมือถือออกมา
ขณะที่เขากำลังจะโทรหาหลี่หยวน พลันมีสายของหลี่หยวนเข้ามาก่อน
“แย่แล้วพี่อวี้ เวรละ...”
ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยคก็ถูกเซี่ยจื่ออวี้ขัดจังหวะ “หยุดพูดเื่ไร้สาระแล้วออกมา”
เซี่ยจื่ออวี้วางสายโทรศัพท์ ชะลอฝีเท้าลงแล้วมองดูซิงซิง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเ็ปใจ
เขาไม่ทันได้สนใจอารมณ์ของซิงซิง แต่ตอนนี้พอมองดูแล้ว สีหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงอีกครั้ง
เขาหายใจเข้าลึก ๆ แล้วยิ้มให้
“ซิงซิงวันนี้ไปเป็แขกบ้านพี่หลี่หยวนดีไหม?”
ซิงซิงส่ายหัวเล็ก ๆ ของเธออย่างแรงและกอดคอของเซี่ยจื่ออวี้แน่น “ไม่เอา ซิงซิงอยากอยู่กับพี่”
“ซิงซิงอยากอยู่กับพี่ชาย” เซี่ยจื่ออวี้ลูบหัวซิงซิง พลางเอาคางของเขาถูกับแก้มของเธอ
หนวดของชายหนุ่มทำให้ซิงซิงจักจี้ เด็กน้อยหัวเราะและเอียงตัวหลบทันที
“พรุ่งนี้พี่จะมารับ วันนี้มีหมาป่าตัวใหญ่อยู่ที่บ้านของพี่น่ะ พี่จะไปไล่หมาป่าออกไปแล้วพาซิงซิงกลับบ้านนะ”
เมื่อซิงซิงได้ฟังดังนั้น เธอก็คว้านิ้วมือของเซี่ยจื่ออวี้อย่างกังวล
“หมาป่าใจร้าย! พี่จะาเ็รึเปล่า?”
“ไม่หรอก” เซี่ยจื่ออวี้แตะปลายจมูกของเด็กน้อย “พี่เก่งมากนะ”
ซิงซิงเม้มริมฝีปาก เอียงศีรษะของเธอจ้องมองไปยังเซี่ยจื่ออวี้อยู่นาน
อันที่จริงแล้วเธอก็ไม่ได้พบสัญญาณอันตรายของเซี่ยจื่ออวี้ในขณะนี้นั่นแหละ
เห็นแบบนั้นเด็กน้อยก็โล่งใจไปครึ่งหนึ่ง
ในตอนนี้หลี่หยวนเองก็วิ่งออกมาจนแทบหายใจไม่ทัน
เซี่ยจื่ออวี้มองผ่านเงาร่างของหลี่หยวนเข้าไปในบ้านเขา เห็นเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนเหมือนจะหามใครบางคนเข้าไปในรถ
“พี่อวี้ เธอช่วยชีวิตได้จริง ๆ เกือบจะ...” หลี่หยวนอยากจะคุกเข่าให้กับซิงซิง
เซี่ยจื่ออวี้พูดขัดขึ้นมา “หุบปาก ฉันกำลังรีบ ซิงซิงจะมาอยู่ที่บ้านของนายหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับ เพราะงั้นอย่าให้ผมเธอร่วงสักเส้นเดียว ไม่งั้นนายตายแน่!”
“ฮะ” ก่อนที่หลี่หยวนจะทันได้โต้ตอบ แขนของเขาก็ถูกแขนนุ่ม ๆ ของเด็กน้อยคว้าจับไว้แล้ว
ให้ตายเถอะ! เขาได้อุ้มน้องสาวที่น่ารักอ่อนหวานแล้ว!
ความสุขเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
ส่วนซิงซิงนั้นไม่ได้ทำตัวงอแงเลยแม้แต่น้อย
หรืออาจบอกได้ว่า เธอคุ้นชินกับเื่แบบนี้มานานแล้ว และไม่อยากสร้างปัญหาให้ผู้อื่นมากกว่า
กำปั้นเล็กกำแน่น แม้ว่าจะอยู่ในอ้อมแขนของหลี่หยวน แต่ร่างกายส่วนบนก็หันตามทางที่เซี่ยจื่ออวี้ไป
ในดวงตาที่สดใสมีความไว้วางใจครึ่งหนึ่งและมีความลังเลอยู่ครึ่งหนึ่ง
“พี่ชาย พี่ชาย!”
ซิงซิงะโเรียก “ถ้าพี่สู้หมาป่าไม่ได้ มาหาซิงซิงนะ ซิงซิงจะช่วยพี่สู้เอง!”
“ตกลง” เซี่ยจื่ออวี้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
…
หลี่หยวนอุ้มซิงซิงและมองดูเซี่ยจื่ออวี้เหยียบคันเร่งขับรถออกไป จากนั้นเขาถึงได้สติว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น
เขามองซิงซิงด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างมาก
เขารู้สึกว่าเธอคือนางฟ้าตัวน้อยที่น่ารักสุด ๆ เขาจึงอุ้มเด็กน้อยเตรียมเข้าบ้าน
ทั้งยังรู้สึกว่าเธอเป็คนลึกลับซับซ้อนและมักจะรู้สึกว่าควรยกนิ้วชมให้ด้วย
จนกระทั่งซิงซิงกะพริบตา เรียกเขาเสียงอ่อนหวาน “พี่หลี่หยวน”
ในที่สุดหลี่หยวนถึงได้รู้สึกตัว แม้เหตุการณ์มากมายจะผ่านไปแล้วแต่เขาก็ยังคงยิ้มได้
เขาโยกซิงซิงไปมาอย่างมีความสุขและใช้น้ำเสียงอบอุ่น
“นี่! พี่พาไปเล่นนะ บ้านพวกเรามีของเล่นเยอะเลยละ!”
จากนั้นหลี่หยวนก็เดินอุ้มซิงซิงกลับเข้าบ้านไป
…
ในห้องรับแขก แม่และย่าของหลี่หยวนมีสีหน้าโล่งใจเมื่อรอดชีวิตจากเหตุการณ์เลวร้ายมาได้
ปกติหลี่หยวนกลับบ้านสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ตอนที่เขารีบกลับมาก็คาดไม่ถึงว่าแม่บ้านกำลังจะจุดไฟเผาบ้านตัวเอง!
ย่าหลี่ตบอกของตนอย่างใจหาย
“ใครจะไปคิดว่าแม่บ้านที่อยู่กับครอบครัวเรามานานกว่าสิบปีจะมาทำอะไรแบบนี้”
แม่ของหลี่หยวนขมวดคิ้วและพยักหน้า “อาจเป็ไปได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีบางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัวของแม่บ้านและหล่อน้าเงินก็ได้”
“แต่หล่อนยืมเงินฉันไปตั้งหลายแสนแล้วก็ยังจะมาเอาอีก ฉันเลยปฏิเสธไปน่ะ”
“ไม่คิดเลยว่าหล่อนจะมีความแค้นต่อเราขนาดนี้”
ย่าหลี่ครุ่นคิด “เกรงว่ามันคงจะไม่ง่ายอย่างงั้นน่ะสิ”
“แล้วหลี่หยวนวิ่งไปไหนอีกเนี่ย เขารู้ได้ยังไงว่าแม่บ้านคนนั้นมีปัญหากันนะ”
ทั้งสองมองไปรอบ ๆ และบังเอิญเห็นหลี่หยวนเดินเข้ามาจากประตูด้วยสีหน้าที่เขียนแปะไว้ว่า ‘วันนี้เป็วันที่ดี’
เขากำลังอุ้มสาวน้อยน่ารักไว้ในอ้อมแขนด้วย!
ดวงตาของหญิงสองคนเบิกกว้างพร้อมกันทันที!
พวกเธอรู้ว่าหลี่หยวนเป็เด็กมีปัญหาในโรงเรียน แต่ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะลักพาตัวเด็กหญิงตัวน้อย!
หลี่หยวนมองไปยังสีหน้าของสืออี๋และรีบพูดอย่างร้อนรน
“แม่ครับ! นี่คือน้องสาวของเพื่อนน่ะ เพื่อนผมติดธุระ เขาก็เลยเอาน้องสาวมาฝากไว้บ้านเราคืนหนึ่ง”
ทันทีที่พูดออกมา สืออี๋และย่าหลี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซิงซิงพยายามดิ้นเล็กน้อยในอ้อมแขนของหลี่หยวน
หลี่หยวนวางซิงซิงลงกับพื้น เ้าก้อนแป้งตัวกลมก็วิ่งไปที่โซฟา
มือเล็ก ๆ ของเธอประสานไว้ด้านหลังอย่างว่าง่าย แล้วพูดเสียงอ่อนหวาน
“สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะคุณย่า”
“อุ๊ย!” ย่าหลี่หัวเราะชอบใจจนตาหยี
ทำไมถึงมีสาวน้อยน่ารักและนิสัยดีขนาดนี้ได้! มันทำให้ใจผู้คนละลายได้เลยนะ!
หญิงชราใช้สองแขนโอบซิงซิง และถามเธอด้วยเสียงแ่เบา
“หนูน้อย หนูสวยมากจริง ๆ หนูชื่ออะไรจ๊ะ”
ซิงซิงเงยหน้า “หนูชื่อซิงซิงค่ะ”
ซิงซิงไร้เดียงสา แต่ถึงอย่างนั้นการอบรมเลี้ยงดูของเธอก็ดีมากเช่นกัน นี่เป็คำสั่งสอนที่ผู้อำนวยการหลี่มอบให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วย
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็เป้าหมายหลักในการเลี้ยงดูสั่งสอน
“ซิงซิง ชื่อนี้เพราะมาก ไม่ว่าซิงซิงจะชอบกินอะไร ย่าจะทำให้หนูเองนะ!” ย่าหลี่รู้สึกชอบซิงซิงทันทีที่เห็นเธอและเกือบจะหอมเธอแล้ว
สืออี๋ยังมองซิงซิงด้วยความชื่นชมเพราะเด็กคนนี้สวยมากจริง ๆ โตมาแบบนี้คนเป็พ่อเป็แม่คงจะมีความสุขมาก
ครอบครัวของพวกเขาอยากมีลูกสาวมาโดยตลอด คงจะดีไม่น้อยหากนี่คือลูกสาวของพวกเขา
หลี่หยวนดึงแขนเสื้อของสืออี๋ “แม่ครับ สถานการณ์ของแม่บ้านเป็ยังไงบ้าง?”
ใบหน้าของสืออี๋เปลี่ยนเป็เ็าทันที “ตอนนี้ดูเหมือนว่าจิตใจที่คิดละโมบนั่นคงไม่ใช่เื่เล่น ๆ แล้วละ”
“แม่ไม่ได้แจ้งตำรวจหรอก ถ้าหากให้ตำรวจจัดการ หล่อนคงอยู่ในคุกไม่กี่ปีก็ถูกปล่อยตัวออกมา”
“ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคิดอะไรอยู่ เดี๋ยวแม่จะตรวจสอบเอง จะทำให้มันอยู่ไม่ได้เลย”
สืออี๋เป็ผู้หญิงที่เข้มแข็งและเด็ดขาด ทรัพย์สินของตระกูลหลี่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมดโดยเธอและสามีตระกูลหลี่
หลี่หยวนเหลือบมองแม่ของเขาแล้วพยักหน้า “แบบนั้นก็ดีครับ”
เขากลัวแม่มากที่สุดั้แ่ยังเด็ก และน้องชายของเขาก็กลัวแม่มากที่สุดเช่นกัน
ไม่เคยเห็นแม่อ่อนโยนและใจดีขนาดนี้มาก่อน แม่เขาคือเสืุ์ผู้หญิงที่เหี้ยมโหดมากกว่า!
สืออี๋มองไปยังหลี่หยวน “ใช่แล้วหลี่หยวน ลูกรู้ได้ยังไงว่าจะมีเื่เกิดขึ้น?”
หลี่หยวนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงแตะท้ายทอยแล้วพูดว่า “อา ก็แค่... พูดไปพวกแม่คงจะไม่เชื่อแน่ แต่ด้วยโชคชะตาบางอย่าง เหมือนผมจะได้พบกับผู้วิเศษคนหนึ่งเข้าน่ะ”
“คือผู้วิเศษคนนั้นบอกมาน่ะครับ”
“บอกมา” สืออี๋รู้สึกประหลาดใจหน่อย ๆ แต่เธอก็ยังสงสัย “หวังว่าคงจะไม่ใช่นักต้มตุ๋นมาหลอกลวงเข้าหรอกนะ”
“คุณปู่ของลูกก็เป็คนที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน ทำไมถึงต้องแปลกใจล่ะ”
ทันทีที่พูดจบ โทรศัพท์มือถือของสืออี๋ก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะพ่อ มีอะไรรึเปล่าคะ?”
น้ำเสียงของปู่หลี่ที่ปลายสายดูเร่งรีบ
“สืออี๋ ระวังที่บ้านด้วย เกรงว่าอีกเดี๋ยวต้องเกิดไฟไหม้ขึ้นแน่นอน!”
หลี่หยวนคว้าโทรศัพท์มาคุยเอง
“คุณปู่รู้แล้วใช่ไหมครับว่าไฟไหม้ งั้นปู่รู้ไหมครับว่ามันเป็อุบัติเหตุหรือว่ามีการลอบวางเพลิง และไฟไหม้ตรงจุดไหน?”
ปู่หลี่ตอบกลับ “นี่ไอ้หลานชาย แกฝันไปรึเปล่า? ฉันจะไปรู้รายละเอียดขนาดนั้นได้ยังไงล่ะ? แกคิดว่าปู่ของแกเป็เทพเ้าเหรอฮะ?”