ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 95 มุ่งหน้าสู่ศาล

            ในใจคิดแต่จะด่าทอ‘นังแก่สารเลว’ ออกมาแรงบีบที่มือก็เพิ่มมากขึ้น ซูอี้ฉินออกแรงบีบจนซูไท่ไท่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด"อ๊าก! นางเด็กเหลือขอ เจ้าจะทำอะไร? เจ้ากล้าทำร้ายย่าของเจ้าอย่างนั้นหรือ!"

            ซูอี้ฉินถูกนางตวาดเช่นนั้นก็ตกใจจนชะงักไป เมื่อได้สติกลับคืนมา แรงที่มือก็คลายออกทันทีแต่ซูไท่ไท่กลับไม่ได้ออกแรงพยุงตัวเองเลย เมื่อถูกคลายมือออกเช่นนั้นตัวเองก็ล้มลงไปอีกครั้ง คราวนี้คว่ำหน้าคะมำดินไป

            "…ขะ ขอโทษเจ้าค่ะ ท่านย่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ…" ซูอี้ฉินตกใจจนหน้าถอดสีแม้นางจะชิงชังท่านย่าเพียงใด แต่ท่านย่าก็มากด้วยอุบาย ต่อหน้านางไม่อาจขัดขืนท่านย่าได้ มิเช่นนั้นจุดจบของนางคงมิสู้ดี

            "นางเด็กเหลือขอ นางมารยาททราม!"

            ซูไท่ไท่ถูกเหวี่ยงจนหัวหมุนไปชั่วครู่กว่าจะพยุงตัวลุกขึ้นได้ สภาพของนางช่างน่าสมเพชปนขบขันเหลือเกิน

            "พรูด… ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…"

            ซูอี้หว่านหัวเราะไม่หยุดหัวเราะจนหางตาคลอไปด้วยน้ำตา

            จางอ้ายหลินก็เช่นกันหัวเราะอยู่นานกว่าจะหุบยิ้มได้ มองไปยังซูไท่ไท่ที่หน้าแดงก่ำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า "เป็นอย่างไรวันนี้ถึงกับตั้งใจมาเล่นกายกรรมให้พวกเราดูเลยหรือการแสดงเป็นตัวตลกของท่าน...ช่างน่าดูชมเสียจริง"

            แม้ซูไท่ไท่จะไม่เข้าใจว่า‘กายกรรม’ คืออะไร แต่คำว่า ‘ตัวตลก’ นางก็พอจะเข้าใจความหมายได้จากตัวอักษรนี่มิใช่เป็นการด่าว่านางเป็นตัวตลกน่าสมเพชอย่างนั้นหรือ?

            ด้วยวัยปูนนี้ของนางกลับถูกใครต่อใครกล่าวขานเช่นนี้ซ้ำร้ายคนผู้นั้นยังเป็นเพียงสะใภ้ที่เคยอยู่ใต้อาณัติของนางมาโดยตลอดนางจึงรู้สึกขุ่นเคืองอย่างยิ่ง

            "นางคนชั้นต่ำ กล้าแข็งข้อกับข้าหรือ?" ซูไท่ไท่หอบหายใจอย่างเห็นได้ชัดโกรธจนแทบคลั่ง "จำใส่กะโหลกไว้พวกเจ้ามิได้เคารพผู้อาวุโส สมควรถูกตราหน้าว่าอกตัญญู!"

            "อกตัญญู?" ซูอี้หว่านเอียงศีรษะเล็กน้อยจงใจทำท่าทางเหมือนไม่รู้ประสีประสา

            ซูไท่ไท่เห็นท่าทางนั้นคิดว่านางกลัวแล้ว ในใจก็เกิดความภาคภูมิใจขึ้นมา ชี้เอวกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์“เอาล่ะ รีบๆ เตรียมอาหารเลิศรสมาให้ข้าเดี๋ยวอีกสักครู่ก็เอาเงินไปรับพี่น้องลูกพี่ลูกน้องของเจ้ารวมถึงท่านอาและท่านป้าสะใภ้ของเจ้ามาด้วย"

            เงินในมือของพวกนางไม่พอไม่สามารถเข้าเมืองได้ ช่วงเวลานี้ทำได้เพียงเบียดเสียดอยู่กับพวกผู้อพยพอื่นๆในวัดร้าง ภายในนั้นมีแต่กลิ่นเหม็นเน่า ทั้งยังไม่มีผ้าห่ม กลางคืนอากาศเย็นเยียบทำให้นางทรมานมาก

            เพราะเงินในมือมีไม่มากพวกนางจึงไม่อยากใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายยิ่งกว่านั้นยังต้องหาวิธีหาเงินเพื่อเข้าเมืองช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกนางทำได้เพียงกินผักป่าจากบนเขา ซึ่งก็ต้องแย่งชิงกันผักป่าแถวนั้นถูกทุกคนขุดไปจนหมดแล้ว ดังนั้นการขุดผักป่าจึงกลายเป็นเรื่องยาก

            ทุกวันลืมตาขึ้นมาสิ่งที่คิดก็คือจะไปหาอาหารที่ไหนมาประทังชีวิต วันเวลาเช่นนี้ นางทนมามากพอแล้ว!

            แค่ไม่กี่วันมานี้นางก็รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแรงไปทั้งตัว กินแต่ผักจนหน้าเขียวไปหมดแล้วนางต้องการกินข้าว นางต้องการกินเนื้อ!

            ขณะนั้นเองนางมองไปยังเนื้อที่ถูกสับอยู่บนเขียงของเซียวจวิ้นอันดวงตาทั้งสองข้างของซูไท่ไท่ก็เปล่งประกายสีมรกตออกมา"เร็วเข้า เอาเนื้อพวกนั้นไปผัดให้หมด ข้าจะกินตอนนี้!"

            จางอ้ายหลินจ้องมองนางอย่างพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้วอดขำออกมาไม่ได้ "ท่านแม่นี่หน้าไม่อายเสียจริงนี่มันเนื้อของบ้านข้า ท่านอยากกินก็ต้องได้กินหรือ ท่านเป็นใครกัน?"

            ยายแก่สารเลวนี่เมื่อก่อนเคยข่มเหงรังแกเจ้าของร่างเดิมกับลูกๆ ของนางอย่างไรบัดนี้กลับหน้าด้านไร้ยางอายวิ่งมาถึงหน้าประตูเพื่อขอกินเนื้อคิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหน!

            "เจ้ามัน... นางสารเลว.." ซูไท่ไท่กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ"ข้าเป็นผู้อาวุโสของพวกเจ้า พวกเจ้าบังอาจไม่เคารพข้าข้าจะไปฟ้องร้องต่อทางการ!"

            สีหน้าของนางทั้งดุดันและอำมหิต"เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าจะถูกตัดสินโทษถูกแห่ประจานไปทั้งแผ่นดิน และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุก!"

            "เชอะ!"

            ซูอี้หว่านส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้เท่าที่นางรู้มา การลงโทษคนอกตัญญูในยุคสมัยนี้ร้ายแรงยิ่งแต่ก็ดูเหมือนจะมิได้หนักหนาถึงเพียงนี้กระมัง

            นางหัวเราะเยาะ"โบราณว่าไว้ ผู้ใหญ่เมตตา ผู้น้อยเคารพแต่ก่อนท่านปฏิบัติต่อพวกเราอย่างไร ในใจคงไม่ได้ลืมเลือนไปแล้วกระมัง?"

            ซูอี้หว่านยกมือปัดปอยผมที่รุ่ยร่ายไปทัดไว้หลังใบหูอย่างไม่ใส่ใจดวงตาคู่สวยของซูอี้หว่านฉายแววขบขันขณะมองอีกฝ่าย “หากท่านต้องการฟ้องร้องก็เชิญตามสบาย ข้าอยากจะเห็นกับตาจริงๆว่าท่านเจ้าเมืองจะตัดสินความอย่างยุติธรรมหรือไม่”

            จางอ้ายหลินคล้อยตามพลางพยักหน้า แล้วเสริมด้วยรอยยิ้ม "ช่างประจวบเหมาะสองวันก่อนหว่านหว่านของข้าเพิ่งช่วยท่านเจ้าเมืองในเรื่องสำคัญท่านไปร้องเรียนก็ดี บางทีท่านเจ้าเมืองอาจจะเห็นแก่หน้าหว่านหว่านช่วยสั่งสอนท่านให้พวกข้าก็ได้"

            นางยกมือขึ้นลูบคางสายตาแฝงไว้ด้วยความคาดหวัง "ถึงตอนนั้นโบยตีท่านสักหลายสิบทีก็ไม่รู้ว่ากระดูกแก่ๆ ของท่านจะทนไหวหรือไม่?"

            ซูไท่ไท่ถูกนางมองอย่างพิจารณาก็ถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ เมื่อได้ยินสิ่งที่นางพูดก็ยิ่งหวาดกลัวขึ้นมา

            นางไม่อยากเชื่อว่านางแพศยาน้อยผู้นี้จะช่วยท่านเจ้าเมืองได้แต่เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของสองแม่ลูก นางก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงนั้นได้

            หากมิใช่เรื่องจริงสองคนนี้จะมีท่าทีเฉยเมยเช่นนี้ได้อย่างไร?

            แต่ครานี้กว่านางจะมีโอกาสทองได้เหยียบย่างเข้าเมืองมิใช่เรื่องง่ายหากไม่สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวนี้จนปั่นป่วนกลับไปนางคงไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขแน่

            หลงเย่ให้คนไปรับพวกนางถึงประตูเมืองพร้อมออกค่าผ่านทางให้ แต่แรกก็ตกลงกันแล้วว่าต้องทำให้คนตระกูลซูเหล่านี้ปั่นป่วนจนทนแทบไม่ไหว เหนือสิ่งอื่นใด ซูอี้หว่านนางแพศยานั่น จะต้องตกไปอยู่ในมือของหลงเย่

            แต่สถานการณ์เช่นนี้นางแทบจะมิได้เปรียบเลยสักนิด

            ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้…

            หญิงชรากลอกตาไปมาจากนั้นก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นั่งลงไปกับพื้น

            "ไม่ว่าเจ้าจะพูดอย่างไร วันนี้ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ซูไท่ไท่นั่งอยู่บนพื้น มือข้างหนึ่งตบไปที่ต้นขาท่าทางนั้นเหมือนหมูตายที่ไม่กลัวน้ำร้อน "ถ้าพวกเจ้ากล้าไม่สนใจข้าข้าก็จะก่อกวนให้ถึงที่สุด ก่อกวนจนพวกเจ้ากินไม่ได้นอนไม่หลับแถมยังจะให้เพื่อนบ้านซ้ายขวารู้ ว่าพวกเจ้าเป็นคนจำพวกไหนกัน!"

            ท่าทางเช่นนี้ชัดเจนว่าเป็นการแสดงความเป็นอันธพาลซูอี้หว่านโกรธจนกลอกตา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับนางอย่างไร

            ยายแก่ผู้นี้ช่างน่าปวดหัวนักจะดีด้วยก็ไม่ได้ นางจะได้ใจเหยียบย่ำ จะแข็งกร้าวก็ไม่ได้นางดูไม่เหมือนคนที่ทนไม้ทนมือ ถ้าตีจนเป็นอะไรไป พวกนางคงถูกรุมทึ้งตายแน่!

            เห็นได้ชัดว่ายายแก่ผู้นี้ชินกับการเป็นคนพาลแล้วตอนนี้ทำท่าทางเช่นนี้ได้โดยไม่รู้สึกเคอะเขินเลยสักนิดไขว่ห้างแล้วเงยหน้าจ้องมองสองแม่ลูกอย่างนั้น ใบหน้าที่แห้งกร้านเหมือนเปลือกไม้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการข่มขู่

            เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของนางซูอี้ฉินก็รู้สึกหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ซูไท่ไท่ยื่นมือมาดึงชายเสื้อของนางทำท่าจะให้นางนั่งลงไปด้วยกัน

            มิใช่ว่านางจะคิดว่าการทำเช่นนี้ไม่สมควรแต่การที่นางอยู่ตรงนี้ ก็ยังคงรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371