" ฆ่านางซะ "
สิ้นเสียงเ็าไร้ความรู้สึกของบุรุษร่างใหญ่ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ลายัสีดำสนิท คมกระบี่จากบุรุษอีกผู้หนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องล่างพลันวาดผ่านไปยังเด็กสาวร่างเล็กซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่หน้าบัลลังก์อย่างไร้ความปรานี
" ข้าสาบาน!! "
เด็กสาวรีบยกมือขึ้นป้องใบหน้าของตนเองเอาไว้ตามสัญชาตญาณพร้ะโกนออกมาเสียงดังราวกับกลัวว่าบุรุษตรงหน้าจะไม่ได้ยิน แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะสั่นเครือจนดูน่าเวทนาแต่มันก็ได้ผลเมื่อคมกระบี่หยุดลงก่อนที่จะถึงลำคอของนางเพียงไม่ถึงหนึ่งชุ่น
‘หยางเฮยหลง’ ยกมือส่งสัญญาณให้ ‘เว่ยเฉิงกง’ เก็บกระบี่ลงก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ด้วยรูปร่างใหญ่โตกำยำประกอบกับท่วงท่าเ็าเฉยเมยของบุรุษผู้นี้ทำให้ผู้คนที่อยู่เบื้องล่างดูต่ำต้อยราวกับมดปลวก
่ขาเรียวยาวก้าวลงจากบัลลังก์ด้วยท่วงท่าเอื่อยเฉื่อยไม่รีบร้อนไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเด็กสาว ั์ตาสีแดงเืนกให้ความรู้สึกทั้งเ็าและว่างเปล่าจนคนที่ถูกจ้องมองอยู่รู้สึกถึงไอเย็นเหน็บหนาวเสียดเข้ากระดูก
" บอกนามของเ้ามา "
แม้หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นกระหน่ำจากเหตุการณ์น่าหวาดหวั่นเมื่อครู่อยู่ไม่หาย แต่นางก็ยังมีความกล้ามากพอที่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหยางเฮยหลงอย่างตรงไปตรงมา
" ชิงลู่ลู่ ข้าชื่อ ชิงลู่ลู่ "
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อน
ประเทศไทย
กลุ่มควันสีเทาจากปล่องเมรุเผาศพค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามเบื้องบนอย่างช้าๆ ผู้คนที่มาร่วมงานศพ 'แม่ชีมะลิ' หรือ 'คุณแม่มะลิ' ของเหล่าเด็กกำพร้าที่วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งต่างทยอยเดินทางกลับกันไปจนเกือบหมดแล้ว คงเหลือเพียงหญิงสาวผู้หนึ่งที่ยังคงยืนนิ่งจ้องมองกลุ่มควันเ่าั้ด้วยใจที่เหม่อลอยอยู่เพียงลำพังปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลอาบใบหน้าอยู่เงียบๆ
ภาพความทรงจำมากมายในอดีตที่เธอเคยมีร่วมกับแม่ชีมะลิยังคงเด่นชัดราวกับละครที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด
ั้แ่จำความได้ชีวิตของหญิงสาวมีเพียงแม่ชีมะลิและ สถานปฏิบัติธรรมอุ่นไอ เท่านั้นที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตอันแสนสั้นนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวหรือว้าเหว่มากจนเกินไป เพราะอย่างน้อยๆ ก็มีคนที่รักเธออย่างแท้จริงและมีบ้านให้กลับไปพักพิงยามเมื่อเหนื่อยล้าเพื่อเติมเต็มกำลังใจให้กับชีวิต แต่ว่าตอนนี้ที่ที่เปรียบเสมือนบ้านรวมถึงคนที่รักเธอและเธอรักไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
น้ำค้าง หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีเต็ม เธอมีรูปร่างหน้าตาธรรมดาทั่วไป ไม่ได้สะสวย ไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูหรือขี้ริ้วขี้เหร่ หากจะสะดุดตาก็คงมีเพียงแก้มกลมอวบอิ่มเหมือนซาลาเปากับส่วนสูงที่ไม่ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบห้าเิเของเธอเท่านั้น เรียกได้ว่าเธอเป็หญิงสาวร่างเล็กกะทัดรัดที่แสนจะธรรมดาคนหนึ่ง
หญิงสาวเป็เด็กกำพร้าที่แม่ชีมะลิดูแลอุปการะมาั้แ่ยังแบเบาะ แม่ชีมะลิมักจะชอบเรียกเธออยู่บ่อยๆ ว่า 'ปลาทองน้อย' เนื่องจากอุปนิสัยส่วนตัวที่คล้ายคลึงกับปลาทองเสียหลายส่วน ทั้งเื่ที่เธอสามารถเข้ากับคนอื่นได้ดีแต่กลับขี้หวาดระแวงขี้ใ ยังไม่รวมถึงความทรงจำของเธอที่ถือว่าดีมาก เธอสามารถเลือกจดจำเฉพาะสิ่งที่้าจะจดจำและเลือกที่จะลืมเลือนสิ่งที่้าจะลืมเลือนไปได้อย่างง่ายดายแตกต่างจากผู้คนทั่ว ๆ ไป
โดยส่วนตัวแล้วหญิงสาวไม่ค่อยมีเพื่อนฝูงที่สนิทสนมมากมายนักเพราะชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับการช่วยงานในสถานปฏิบัติธรรมอุ่นไอของแม่ชีมะลิ ดูแลน้อง ๆ และทำงานประจำที่บริษัทเอกชนเล็กๆ แห่งหนึ่งแถบชานเมืองเท่านั้น กล่าวได้ว่าเป็ชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขที่สุดในแบบของเธอ
จวบจนกระทั่งเมื่อหลายเดือนก่อนมีชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งเดินทางมาขอพบแม่ชีมะลิ หญิงสาวมารู้ภายหลังว่าคนพวกนั้นคือกลุ่มนายทุนที่มาติดต่อขอซื้อที่ดินของสถานปฏิบัติธรรมเพื่อเอาไปสร้างเป็ห้างสรรพสินค้า ซึ่งแม่ชีมะลิได้บอกปฏิเสธไปเพราะรู้ดีว่าหากไม่มีสถานปฏิบัติธรรมอุ่นไอแล้วเด็กๆ ที่อยู่ที่นี่ก็ต้องถูกส่งตัวไปที่อื่น ที่ที่ซึ่งอาจจะไม่ได้อบอุ่นและปลอดภัยเหมือนกับอยู่ในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้
แต่นานวันเข้าคนพวกนั้นก็ยิ่งลงมือหนักข้อขึ้น ทั้งส่งคนมาข่มขู่ ทำลายข้าวของ ปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ ต่างๆ นานา รวมถึงส่งคนเข้ามาทำร้ายร่างกายผู้คนที่อาศัยอยู่ในสถานปฏิบัติธรรมอุ่นไออยู่เนืองๆ
และเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายขึ้นเมื่อพวกนายทุนลอบส่งคนเข้ามาวางเพลิงกลางดึกในคืนๆ หนึ่ง แต่ยังเคราะห์ดีที่ฝนตกลงมาก่อนที่ไฟจะลุกลามใหญ่โต
แม่ชีมะลิ หญิงสาว และน้อง ๆ ต่างได้รับาเ็สาหัสทั้งจากการโดนไฟลวกและการสูดดมควันไฟเข้าปอดเป็จำนวนมาก แม้จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนแล้วแต่มันก็ยังช้าเกินไปสำหรับน้อง ๆ ของเธอที่ยังคงเป็เพียงเด็กตัวเล็กๆ ร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์อยู่ดี
เด็กน้อยที่น่าสงสารของเธอจากไปโดยที่คนร้ายยังคงลอยนวล ไม่มีข่าว ไม่มีหลักฐานเอาผิด ไม่มีความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดๆ ไม่มีแม้แต่คนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยปลอบโยนหรือเอ่ยแสดงความเสียใจกับความสูญเสียครั้งนี้ของพวกเธอ
สุดท้ายที่ดินก็ตกไปอยู่ในมือของพวกนายทุน
ไม่กี่เดือนต่อมา สถานปฏิบัติธรรมอุ่นไอได้ถูกแทนที่ด้วยสิ่งปลูกสร้างมากมายซึ่งจะกลายเป็ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในอนาคตอันใกล้
แต่ราวกับคนบนฟ้ายังเห็นว่าเธอทุกข์ใจไม่มากพอจึงหยิบยื่นความเ็ปที่สุดในชีวิตให้กับเธออีกครั้ง อาการของแม่ชีมะลิทรุดลงจนเกินกว่าที่วิทยาการทางการแพทย์จะยื้อเอาไว้ได้อีกต่อไป ก่อนสิ้นลมแม่ชีมะลิยังคงส่งรอยยิ้มอบอุ่นที่แสนคุ้นเคยมาให้เธอที่ยืนร้องไห้ปิ่มจะขาดใจอยู่ข้างเตียงคนไข้
' เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็เื่ธรรมดา แม่หมดกรรมในชาตินี้แล้ว ลูกอย่าได้เสียใจไปเลย '
' น้ำรู้ค่ะคุณแม่ น้ำเข้าใจดี แต่น้ำ น้ำ '
' ลูกเอ๋ย อย่าจมอยู่กับความทุกข์นี้นานนัก ปล่อยวางเสีย แม่กับน้อง ๆ หมดกรรมเพียงเท่านี้ ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้ดี ให้มีความสุขอย่างที่ลูกเคยเป็มา '
' แต่ความสุขของน้ำคือคุณแม่ คือน้อง ๆ ไม่มีคุณแม่กับน้อง ๆ อยู่แล้วน้ำจะมีความสุขต่อไปได้ยังไง '
' แม่กับน้องๆ ก็ไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย แม่ยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในใจของลูก อยู่ในความทรงจำของลูกเสมอ ลูกเอ๋ย ใช้ชีวิตให้ดี ใช้ชีวิตต่อไปให้ดี ปลาทองน้อยของแม่ '
' คุณแม่ คุณแม่ '
น้ำค้างยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆ ความเ็ปที่เธอเผชิญอยู่นี้ยังคงตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็เพียงแค่ความฝัน แม้ดวงตาทั้งสองข้างยังคงฉายชัดถึงความเ็ปที่มี แต่หัวใจที่เต้นอยู่นี้กลับค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ
" น้ำจะใช้ชีวิตให้ดี จะทำให้ทุกวันที่เหลืออยู่มีแต่ความสุข น้องๆกับคุณแม่จะได้อยู่บน์อย่างหมดห่วง น้ำขอให้คุณแม่กับน้องๆ ไปสู่สุคตินะคะ "
หญิงสาวหมายความตามที่เอ่ยเช่นนั้นจริงๆ เธอจะไม่ทำตัวอมทุกข์จมอยู่กับความเศร้าโศกหรือเฝ้าอาฆาตเคียดแค้นจนทำให้คนที่รักเธอต้องเป็ห่วงและจากไปอย่างไม่สงบเด็ดขาด ถึงแม้มันจะเ็ปเสมอเมื่อนึกถึงมัน แต่เธอก็ไม่คิดที่จะลบเลือนความทรงจำเ่าั้ทิ้งไป เธอจะฝังมันเอาไว้ให้ลึกลงไปในความทรงจำของเธอเอง เพราะอย่างน้อยในความทรงจำเ่าั้ก็ยังมีคนที่เธอรักรวมอยู่ในนั้นด้วย
น้ำค้างนั่งหลับตาพริ้มฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถืออยู่บนศาลาริมน้ำภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งอย่างผ่อนคลายหลังจากที่ดูแลเลี้ยงอาหารเด็กๆ เสร็จแล้ว วันนี้เป็คล้ายวันเกิดของเธอ เธอจึงนำสิ่งของและเงินเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองมามอบให้กับน้อง ๆ ที่นี่
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็นับได้เป็เวลาห้าเดือนเต็มแล้ว ไม่ง่ายเลยกว่าที่เธอจะก้าวผ่าน่เวลาเลวร้ายเ่าั้มาได้ แต่เธอก็พยายามที่จะอยู่และยอมรับกับมัน เพราะเธออยากจะใช้ชีวิตทุกวันที่มีอยู่ให้ดีที่สุดอย่างที่ได้เคยพูดเอาไว้ แม้ว่าความเ็ปที่เคยพบเจอจะผ่านเข้ามาให้นึกถึงบ้างเป็บางเวลาก็ตาม
ตูม ซ่า
" ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย แค๊กๆๆ ช่วยด้วย "
เสียงของหนักร่วงตกลงน้ำเต็มแรงตามด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแว่วอยู่ไม่ไกลทำให้หญิงสาวสะดุ้งใ ในขณะที่หางตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างเล็กของเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังพยายามตะเกียกตะกายดันตัวเองให้โผล่พ้นผิวน้ำอย่างทุลักทุเล
หญิงสาวไม่รอช้ารีบะโลงไปช่วยทันทีโดยที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าร่างของเด็กหญิงที่กำลังจะจมน้ำอยู่นั้นค่อยๆ เลือนรางจนกระทั่งลับหายไปในที่สุดยามเมื่อเธอว่ายไปถึงจุดที่เคยมีเด็กหญิงอยู่ไม่ถึงเสี้ยววินาที
น้ำค้างยังคงไม่เอะใจในความผิดปกติที่เกิดขึ้นเพราะมัวแต่มองหาร่างของเด็กหญิงอย่างร้อนใจ ฉับพลันนั้นเองแรงดึงมหาศาลจากใต้บึงน้ำก็เข้ามาฉุดรั้งร่างของเธอให้จมดิ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวพยายามพยุงร่างของตัวเองไว้อย่างสุดกำลัง แต่ยิ่งดิ้นรนหาทางพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำมากเท่าไรแรงฉุดรั้งเบื้องล่างกับยิ่งรุนแรงขึ้นตามไปเท่านั้น เรี่ยวแรงที่เคยมีเริ่มเหือดหายไปก่อนที่ความอ่อนล้าจะคืบคลานเข้ามาแทนที่
' ในที่สุดข้าก็หาเ้าพบเสียทีเ้าปลาทองน้อย '
แว่วเสียงทุ้มของบุรุษดังแว่วเข้ามาในโซนประสาทของหญิงสาวที่สติกำลังจะหลุดลอยไปทุกขณะ
' ใคร? ใครกัน '
' ข้าคือผู้นำทาง เ้าหลงทางมาไกลเหลือเกินแล้ว จงกลับไปยังที่ที่ของเ้าเสีย วงล้อแห่งโชคชะตาจะเริ่มหมุนเวียนไปนับจากนี้ ข้าขอมอบคืนทุกสิ่งที่เ้าควรมี จงใช้ชีวิตให้ดี '
' เดี๋ยวก่อน!! อย่าเพิ่งไป ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันก่อน ได้โปรด '
หญิงสาวดิ้นรนด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มีก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งมวลจะดับวูบไป ร่างเล็กของหญิงสาวจมดิ่งลงสู่เบื้องล่างก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในที่สุด
กลางป่าชายแดนแคว้นเหลิ่ง
" ฮูหยิน!! เ้าดูนั่นสิ ใช่คนหรือไม่? "
ชายชราร้องเรียกฮูหยินของตนที่เดินติดตามมาด้านหลังด้วยความสงสัย หญิงชรามองตามมือสามีของนางแล้วอุทานด้วยความใไม่แพ้กัน
" ตายแล้ว!! นั่นคนท่านพี่ ท่านรีบไปช่วยเขาขึ้นมาเร็วเข้า "
ชายชรารีบวางอุปกรณ์หาของป่าที่แบกมาลงทันทีก่อนจะพุ่งกระโจนลงไปในบึงน้ำ จากนั้นจึงออกแรงดึงร่างของคนผู้หนึ่งที่ลอยคอติดอยู่บนขอนไม้ผุพังขึ้นมาบนฝั่งที่มีฮูหยินของตนยืนรอคอยอยู่อย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อวางร่างไร้สติลงบนพื้นทั้งสองถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่พวกตนช่วยเหลือเป็เพียงเด็กสาวตัวน้อยในชุดแปลกตาผู้หนึ่ง
" พานางกลับไปที่เรือนก่อนเถิดฮูหยิน "
หญิงชราพยักหน้าอย่างเห็นด้วย นางรีบก้มลงเก็บข้าวของที่สามีทิ้งไว้ก่อนหน้าแล้วรีบติดตามร่างสามีของนางที่อุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งนำหน้าไปก่อนอย่างร้อนใจ
คล้อยหลังสองสามีภรรยาวัยชราจากไปได้ไม่นาน
บริเวณริมบึงน้ำพลันปรากฏร่างสตรีสวมชุดสีขาวงาช้างงดงามนางหนึ่ง ด้านข้างยังมีบุรุษรูปงามผู้มีเรือนผมสีเงินยวงแวววาวกำลังยืนโบกพัดขนนกยูงไปมาด้วยใบหน้ายิ้มเยื้อน
" หน้าที่ของข้าหมดลงแล้ว ที่เหลือก็เป็หน้าที่ของเ้าแล้วเซียนหนี่ย์ " สุ้มเสียงทุ้มกังวานใสเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
" เก้าร้อยกว่าปีที่ผ่านมาต้องลำบากท่านแล้วท่านเทพชะตา วางใจเถอะ ต่อจากนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าเอง "
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)