“เป็ไงบ้างครับท่านเ้าสัว”
ชายใส่สูทสีน้ำเงินท่านหนึ่ง เดินเข้ามาทักทายพ่อของผมทันทีหลังจากที่เราเดินเข้ามายังบริเวณโรงแรม “อ้าว สวัสดีเปรมชัย” พ่อขานรับเป็ขณะเดียวกันที่ชายคนนั้นยื่นมือเพื่อจะทักทายแต่พ่อผมเพียงเอามือตบไหล่เขาเป็จังหวะเล็กน้อยผมไม่ได้สังเกตสีหน้าเขาสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่หันไปมองแก้วแชมเปญสีสวยที่บริกรชายนำมาเสิร์ฟกลิ่นผลองุ่นปิโนนัวร์คละเคล้ากับกลิ่นของน้ำผึ้ง หอมตลบอบอวลทั่วแก้วสีใสรู้ตัวอีกทีรสชาติหนักแน่นของบลอง เดอร์ นัวร์ส ก็แผ่รสซ่านไปทั่วทั้งปาก
“ก็ถ้าผู้ใหญ่ทางฝั่งคุณไม่ติดขัดอะไร ผมก็ยินดีจะช่วยสนับสนุนเงินปันผลเล็กๆ น้อย ๆ จากโครงการดี ๆ นี้เช่นเคยนะครับ”
พ่อตอบรับ
“แหม่ ท่านนี่ช่างเป็ผู้สนับสนุนรายใหญ่เสมอมาเลยนะครับขอบคุณครับท่าน”
ผมนึกออกแล้ว ชายคนนี้อยู่ในรายชื่อนักการเมืองชื่อท้ายๆ ที่พ่อให้ผมอ่านเพื่อทำความรู้จักก่อนจะมาที่นี่ งานนี้ค่อนข้างจะมีผู้คนมากหน้าหลายตากว่างานเลี้ยงก่อนๆ ที่ผมเคยไปกับพ่อที่ต่างประเทศ เพราะที่ประเทศไทยนี้เริ่มจะมีเหล่านักการเมืองเข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจของพ่ออยู่พอสมควรผมจึงควรจะรู้จักไว้ เผื่อว่าเขาจะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจของพ่อพอไปได้ง่ายดายขึ้น แต่ชายคนนี้คงไม่มีผลสักเท่าไหร่ผมคิดว่าอย่างนั้น
“ขอตัวก่อนนะครับ” พ่อกล่าวขึ้นเนื่องด้วยคงเห็นว่าบทสนทนายืดเยื้อกับบุคคลนี้คงไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจเราเป็ที่รู้จัก หรือเป็ผลดีอะไรต่อเรานักและนี่คงจะเลยเวลาเปิดงานมามากพอสมควร
จากนั้นผมและพ่อเดินเข้าไปนั่งบริเวณที่รับรองของทางโรงแรมพร้อมกับพนักงานที่เดินตามเรามาั้แ่เข้างานผมไม่แปลกใจที่ว่างานใหญ่เช่นนี้จะมีพนักงานและคนต้อนรับมากมายเหลือเกิน
เมื่อใกล้ถึง่เปิดงาน แม้จะเลยเวลาจากกำหนดการของงานที่ระบุไว้ในแผ่นกระดาษสีครีมที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ผมและพ่ออ่าน แต่บริกรก็ยังคงเสิร์ฟอาหารว่างเพื่อรองรับเราผมเปิดนิตยาสารที่วางไว้ทางฝั่งขวาของโซฟากำมะหยี่ขนสั้นสีเทาตัวนี้ พ่อจิบกาแฟดำพร้อมกับอ่านหนังสือเล่มใหม่ที่แอบพกติดมาในกระเป๋าหนังคู่ใจ
เมื่อเราต่างเสร็จสิ้นภารกิจพ่อก็ส่งสัญญาณบอกกับพนักงานของทางโรงแรมบริกรคนหนึ่งเดินมารับกระเป๋าและส่งเสื้อสูทให้กับพ่อขณะเดียวกันกับบริกรอีกคนที่ช่วยผมสวมเสื้อสูทแล้วเราทั้งสองก็เดินออกจากบริเวณห้องรับรองแห่งนี้ เพื่อเข้าร่วมงานประมูลที่ว่ากันว่าเป็งานประมูลการกุศล ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี ผมเดินไปบนทางปูพรมแดงพร้อมกับเหล่าบรรดาหุ้นส่วนการจัดงานและนักการเมืองชั้นผู้ใหญ่จากนั้นเสียงชัตเตอร์ก็สาดใส่ใบหน้าผมรัวๆ เมื่อเราเดินผ่านประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยง ผมไม่รู้ว่าพ่อยิ้มรับแสงแฟลชเ่าั้ได้อย่างไร
แต่ก็เอาเถอะ “ผมว่า...ผมที่โดนแสงแฟลชก็ดีกว่าต้องคอยเบียดเสียดเพื่อแย่งกันยิงแฟลชแบบคนล่างพรมพวกนั้น”