นับั้แ่ซูหยุนเข้ามาดูแลศิษย์สายนอก พัฒนาการของเหล่าศิษย์ก็ก้าวะโอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มของเกาผิงที่ดูเหมือนจะได้รับอานิสงส์จากพลังปราณของซูหยุนมากเป็พิเศษ ทำให้การชำระล้างของเสียในร่างกายทำได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ตัวเกาผิงเองพัฒนาไปไกลที่สุด จนเกือบจะแตะขอบเขต ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา ระดับกลางอยู่รอมร่อ...
ขณะที่กำลังคุยกันเพลินๆ จู่ๆ เกาผิงก็ชะงัก สีหน้าเคร่งเครียด เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็รีบเงยหน้าตาม แม้จะช้ากว่าไปจังหวะหนึ่ง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือจุดสีดำเล็กๆ ที่กำลังพุ่งลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูง! พวกเขาไม่รู้ว่ามันคือวัตถุอันตรายชนิดใด จึงรีบะโหลบหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
จุดสีดำนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เกาผิงที่เป็คนตาไวที่สุดจำได้เป็คนแรก เขาถึงกับกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ สีหน้าตื่นตระหนก "นั่นมัน... ผู้ดูแลซูนี่นา..."
ยังพูดไม่ทันจบประโยค...
ตูม!!!
เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินตรงจุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่ ยุบตัวลงกลายเป็หลุมั์ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แรงสั่นะเืเรียกความสนใจจากศิษย์สายนอกคนอื่นๆ ให้รีบวิ่งมามุงดูเหตุการณ์
"แค่ก! แค่ก!"
ซูหยุนไอโขลกขเลก ค่อยๆ ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหลุมลึก ทันทีที่โผล่หัวขึ้นมา ก็เจอกับสายตาแปลกประหลาดนับร้อยคู่ที่จ้องมองมาที่เขา...
ก็แหงล่ะ ปกติเห็นแต่วางมาดเท่ วันนี้มาในสภาพคลุกฝุ่นดูไม่จืดเลย
เกาผิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปถาม "ผู้ดูแลซู... นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ..."
วูบ!
ซูหยุนเดินพลังปราณกระแทกฝุ่นออกจากตัว เสื้อผ้ากลับมาสะอาดเอี่ยมในพริบตา เขาปั้นหน้านิ่ง กล่าวเสียงเรียบ "ไม่มีอะไรหรอก... ก็แค่ท่านเ้าสำนักเมตตา 'ชี้แนะ' วรยุทธ์ข้าเป็การส่วนตัวเท่านั้นเอง พวกเ้าจะตื่นเต้นกันไปทำไม?"
ทุกคนฟังแล้วก็เบ้ปากในใจ ชี้แนะวรยุทธ์บ้านป้าท่านสิ! สภาพนี้มันโดนจับโยนลงมาเห็นๆ!
แต่พอมาคิดดูอีกที... การที่โดนเ้าสำนักลงโทษถึงขั้นจับโยนลงมาแบบนี้ แสดงว่าผู้ดูแลซูต้องไปก่อเื่ระยำตำบอนระดับ 'ะเืฟ้าะเืดิน' มาอีกแน่ๆ ถึงขั้นทำให้เ้าสำนักผู้สุขุมโกรธได้
ภาพสาวชุดแดงแวบเข้ามาในหัวของทุกคน พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก กลืนน้ำลายฝืดคอ หรือว่า...
และเหมือน์จงใจส่งคนมาเฉลย เสียงหวานใสที่เจือความร้อนรนดังมาจากยอดเขา
"พี่ซู! ท่านเป็อะไรไหม!?"
เงาร่างบอบบางพุ่งตัวเข้ามาหาซูหยุนด้วยความเร็วสูง ไม่ใช่ใครที่ไหน... เย่ซวน ที่เหาะตามมาติดๆ นั่นเอง!
ซูหยุนเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของนาง ก็รีบปลอบโยน "ศิษย์น้องวางใจเถอะ ท่านเ้าสำนักท่านรู้หนักเบา ข้าไม่เป็ไร!"
เขาพูดความจริง แม้เย่จงจะโมโหเืขึ้นหน้า แต่ตอนโยนก็ยังอุตส่าห์ห่อหุ้มร่างซูหยุนด้วยพลังปราณกันกระแทกไว้ให้ ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงได้กลายเป็ซูหยุนแผ่นไปแล้ว
เหล่าศิษย์สายนอกมองหน้ากัน แล้วพยักหน้าหงึกหงัก ทำสายตาแบบ 'กูว่าแล้ว'
ใครๆ ก็รู้ว่าเย่ซวนแวะเวียนมาหาซูหยุนที่ยอดเขาชุ่ยเวยบ่อยแค่ไหน และทุกคนก็รู้ดีว่านางคือแก้วตาดวงใจของเ้าสำนัก ปกติไม่เคยเห็นเ้าสำนักจะว่ากล่าวอะไร แต่คราวนี้ถึงขั้นลงไม้ลงมือ... แสดงว่าซูหยุนต้องไปทำเื่ 'ล้ำเส้น' อะไรสักอย่างกับคุณหนูเย่แน่ๆ!
พอคิดได้แบบนี้ ความรู้สึกของทุกคนที่มีต่อซูหยุน ก็เปลี่ยนจาก 'ความเคารพเลื่อมใส' พุ่งทะยานสู่ 'การบูชาเยี่ยงเทพเ้า' ทันที! ลูกผู้ชายตัวจริง! กล้ากระตุกหนวดเสือ!
ซูหยุนเห็นสายตาพวกนั้นก็อ่านความคิดออกทะลุปรุโปร่ง โว้ยยย! ข้าแค่จับมือ! จับมือเฉยๆ เว้ย! พวกแกคิดลึกไปถึงไหนกันแล้ว!
เขาตีหน้าั์ แผ่รังสีอำมหิต "มองอะไรกัน! กระดูกมันคันยิกๆ อยากโดนนวดหรือไงฮะ!?"
พอได้ยินคำขู่ สติสตางค์ของเหล่าศิษย์ทั้งหลายก็กลับเข้าร่างทันที ลืมไปสนิทว่าผู้ดูแลซูเป็คนขี้งอนและเ้าคิดเ้าแค้นขนาดไหน วงแตกฮือ รีบวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น กลัวจะโดนหมายหัว...
......
ณ ห้วงมิติอันไกลโพ้น
ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ขอบเขต ร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งยืนลอยตัวอยู่กลางความว่างเปล่า รอบกายรายล้อมด้วยหมอกดวงดาวหนาทึบจนมองไม่เห็นใบหน้า
เบื้องหน้าของเด็กน้อย มีร่างชราภาพห้าร่างยืนสงบนิ่ง แต่ละคนดูแก่หง่อมจนเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ิัเหี่ยวย่น กลิ่นอายความตายแผ่ออกมาจางๆ ทว่า... พลังที่ซ่อนอยู่ในร่างเ่าั้กลับน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด เพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ห้วงมิติรอบข้างก็บิดเบี้ยวด้วยแรงกดดันมหาศาล
พวกเขาคือ ห้าบรรพชนผู้ก่อตั้งสำนัก ทั้งห้าแห่งโลกจูเจี้ยเทียน!
เด็กน้อยกระแอมเบาๆ น้ำเสียงเล็กแหลมเยาว์วัยดังขึ้น "ทั้งห้าท่าน... ครบกำหนดหนึ่งหมื่นปีแล้ว การคัดเลือกครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้น ไม่ทราบว่าเตรียมตัวกันไปถึงไหนแล้ว?"
เมื่อได้ยินคำถาม สีหน้าของทั้งห้าก็แสดงอารมณ์แตกต่างกันไป บางคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก บางคนกลับแสยะยิ้มอำมหิต แววตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งกระหายเื
บรรพชนเสวียนหยวน กวาดตามองคนอื่นๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเป็คนแรกด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว รอเพียงเวลาสุดท้ายมาถึงเท่านั้น"
เด็กน้อยพยักหน้าพอใจ "ดีมาก"
ทันใดนั้น ชายชราหน้าตาชั่วร้ายก็หัวเราะในลำคอ จ้องมองไปที่เด็กน้อย "หวังว่าท่านคงไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพวกเรานะ!"
เด็กน้อยขมวดคิ้ว แสดงท่าทางรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน "มีแต่เ้าแก่นั่นแหละที่ชอบแหกกฎ! คราวก่อนศิษย์สำนักเสวี่ยซาของเ้าบังอาจใช้วิชาต้องห้าม จนเกือบจะเรียกคนนอกเข้ามา ถ้าไม่มีค่ายกลปกปิดไว้ ป่านนี้ที่นี่คงถูกเปิดโปงไปแล้ว! รับผิดชอบไหวเรอะ!?"
บรรพชนเสวี่ยซา หัวเราะ หึๆ อย่างไม่ยี่หระ ไหโบราณใบนั้นเขาเป็คนมอบให้ศิษย์เอง เอาไว้เรียกเศษเสี้ยวจิติญญาของ 'บรรพชนหงอวิ๋น' มาช่วยยามคับขัน เขาเป็คนนิสัยโเี้ เอาแน่เอานอนไม่ได้ คนอื่นจึงเดาใจยาก
บรรพชนอวิ๋นหลาน สีหน้าเรียบเฉย กล่าวเสียงเย็น "ตาเฒ่าปีศาจ ถ้ามีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก อย่าหาว่าพวกข้าทั้งสี่ไม่ไว้หน้า ร่วมมือกันสะกดข่มเ้าก็แล้วกัน"
บรรพชนเพียวเหมี่ยว ซึ่งเป็หญิงชรา รูปร่างผอมแห้งจนน่ากลัว ส่งเสียงแหบพร่ายืนยัน "ถูกต้อง! นี่คือวาสนาที่พวกข้ารอคอยมานับหมื่นปี ใครหน้าไหนกล้ามาขัดขวาง ข้าไม่เอาไว้แน่!"
พูดถึงตรงนี้ นางก็ส่งเสียง ครืดคราด ในลำคอ ฟังดูคล้ายเสียงร้องไห้แต่ก็เหมือนหัวเราะ "สงสารก็แต่ลูกศิษย์ตัวน้อยๆ ของข้า... ฮือๆๆๆ..."
แม้จะเห็นนางในสภาพกึ่งดีกึ่งบ้านี้มาหลายครั้ง แต่บรรพชนคนอื่นก็ยังอดขนลุกไม่ได้ ขยับตัวถอยห่างออกมาโดยสัญชาตญาณ
บรรพชนเสวี่ยซาแสยะยิ้มเห็นฟันเหลือง "ยายเฒ่า... รสชาติของลูกศิษย์พวกนั้นเป็ยังไงบ้างล่ะ? คงจะอร่อยน่าดูสินะ หึๆๆ"
เขาเลียริมฝีปากสีแดงสด ทำท่าทางเคลิบเคลิ้ม
บรรพชนเพียวเหมี่ยวกรีดร้องลั่น "เ้าว่าอะไรนะ!!!"
หมอกสีเทาทะมึนพวยพุ่งออกมาจากด้านหลังของนาง กัดกร่อนห้วงมิติรอบข้างจนเกิดเสียง ฉ่า... ฉ่า... กลายเป็รูพรุนเหมือนรังมด
บรรพชนเสวี่ยซาไม่ยอมน้อยหน้า ั์ตาสาดแสงสีเื ร่างกายเปลี่ยนสภาพกลายเป็มนุษย์โลหิตน่าสยดสยองในพริบตา!
"พอได้แล้ว!"
บรรพชนเทียนเหยียน ที่เงียบมาตลอด ตวาดลั่น "ถ้าอยากจะตีกันนัก ก็รอให้เื่นี้จบลงก่อน แล้วค่อยไปฆ่ากันให้ตาย! พวกเราอดทนรอมาเป็หมื่นปี จะมาทำพังเพราะเื่งี่เง่าพวกนี้หรือไง!?"
บรรพชนเพียวเหมี่ยวและบรรพชนเสวี่ยซาจ้องตากันเขม็ง ก่อนจะค่อยๆ เก็บพลังของตนกลับไป แล้วเงียบเสียงลง
เด็กน้อยยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสนใจ พอเห็นทั้งสองหยุดตีกัน ก็ทำหน้าเซ็ง "ว้า... หมดสนุกเลย!"
......
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป
พริบตาเดียว ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองเดือน ก่อนที่ แดนลับหลิงเสวียน จะเปิด
ซูหยุนค่อยๆ ถ่ายเทเส้นใยพลังปราณที่ละเอียดอ่อนเข้าสู่ร่างของเย่ซวนอย่างระมัดระวัง พร้อมกับสังเกตอาการของนางอย่างใกล้ชิด
ร่างของเย่ซวนสั่นสะท้านเล็กน้อย นางรีบหลับตาเดินลมปราณ สงบกระแสพลังที่ปั่นป่วนในร่าง
ผ่านไปพักใหญ่ นางก็ลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส "พี่ซู! วิธีของท่านนี่มหัศจรรย์จริงๆ! ข้ารู้สึกว่าพลังตบะก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย!"
ซูหยุนยิ้มอย่างภูมิใจ ่ที่ผ่านมาเขาได้ปรับปรุงเทคนิค โดยการแบ่งพลังปราณออกเป็เส้นเล็กจิ๋วค่อยๆ แทรกซึมเข้าไป ทำให้ไม่เกิดการกระแทกกระทั้นจนเ็ปเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีผลข้างเคียงชนิดที่ต้องนอนซมครึ่งเดือนอีกแล้ว
แต่ทว่า... คนที่มีสิทธิ์ได้รับบริการระดับ 'พิเศษใส่ไข่' แบบนี้ มีแค่เย่ซวนคนเดียวเท่านั้นแหละ...
ส่วนพวกศิษย์พี่ในแดนลับทั้งเก้าคนน่ะหรือ? โดน 'นวด' เสร็จไปั้แ่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว แต่ละคนบ่มเพาะมาปีกว่า พอได้ซูหยุนช่วยกระทุ้ง ก็ก้าวหน้ากันไปคนละไม่น้อย ความบาดหมางที่มีต่อซูหยุนหายเกลี้ยง แม้แต่กัวเลี่ยงยังมองซูหยุนด้วยสายตาซับซ้อน (ปนทึ่ง)
จะมีก็แต่... ตอนที่ซูหยุนบอกลาออกมา ศิษย์พี่หญิงสามคนมองเขาตาละห้อย ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์จนเขาขนลุก ไม่กล้าสบตาด้วยเลยสักนิด
นับั้แ่วันที่โดนเย่จงจับโยนกลับมาที่ยอดเขา ซูหยุนก็ยอมรับความรู้สึกตัวเองอย่างเต็มอกเต็มใจ ตัวติดกับเย่ซวนแทบตลอดเวลา เล่านิทานสนุกๆ ให้นางฟัง หยอกล้อกันหวานชื่นจนมดแทบจะขึ้นเขาฝูหนิว
ส่วนว่าที่พ่อตาอย่างเย่จง... หลังจากปรับความเข้าใจกับฮูหยินแล้ว ก็ไม่โผล่หน้ามาให้ซูหยุนเห็นอีกเลย แต่ก็นะ... เดาได้ไม่ยากหรอกว่าลับหลังคงก่นด่าสาปแช่งเขาไม่เว้นวัน
ซูหยุนตรวจดูเย่ซวนอีกครั้ง พยักหน้าพอใจ "เอาล่ะ พลังของเ้าขัดเกลาจนถึงขีดสุดแล้ว ต่อไปก็นั่งรอพี่ซูคนนี้เอา วารีหยกจือ กลับมาฝากก็พอ"
เย่ซวนหน้ามุ่ย "ทำไมท่านพ่อไม่ยอมให้ข้าไปด้วยนะ ข้าก็อยู่ขั้นผลัดเปลี่ยนกายาระดับสูงสุดเหมือนกันนะ!"
ซูหยุนส่ายนิ้ว "งานปะทะพวกกระจอกงอกง่อยแบบนั้น ไม่จำเป็ต้องถึงมือ 'นางฟ้าตัวน้อย' อย่างเ้าหรอก... คอยดูพี่ซูคนนี้จัดการพวกมันให้หมอบกระแต เรียงตัวเลยคอยดู!"
เย่ซวนหัวเราะคิกคักกับท่าทางขี้โม้ของเขา ก่อนจะเปลี่ยนเป็สีหน้าจริงจัง "พี่ซู... ท่านต้องระวังตัวให้มากๆ นะ พวกสำนักเสวี่ยซาน่ะ เ้าเล่ห์เพทุบายที่สุด!"
พอได้ยินชื่อสำนักเสวี่ยซา แววตาของซูหยุนก็เปลี่ยนเป็คมกริบ "เ้าเล่ห์หรือ... หึๆ ชื่อเสียง 'ไร้พ่ายในขั้นผลัดเปลี่ยนกายา' ของข้า ก็ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ!"
เย่ซวนรู้อยู่แล้วว่าซูหยุนเก่งจริง จึงไม่ได้ห่วงมาก นางกลอกตาเ้าเล่ห์ แกล้งแหย่ว่า "ได้ข่าวว่าศิษย์พี่หญิงของ สำนักเพียวเหมี่ยว สวยหยาดเยิ้มกันทุกคนเลยนี่นา... ถึงตอนนั้น ท่านต้องรู้จักถนอมบุปผาหยก อย่ารุนแรงกับพวกนางนักล่ะ เข้าใจไหม?"
หือ? กับดักชัดๆ!
ซูหยุนเบะปากในใจ มุกตื้นๆ แค่นี้คิดจะมาหลอกท่านเทพซู?
เขาแกล้งทำท่าครุ่นคิดอย่างหนัก จนเย่ซวนเริ่มใจคอไม่ดี แล้วจึงหันมาตอบหน้าตาย
"อืม... จริงด้วย ต้องถนอมบุปผาสักหน่อย... งั้นข้าจะ... อัดพวกนางแค่ให้หน้าตาเสียโฉมนิดหน่อย พอจำทางกลับบ้านถูกก็แล้วกัน!"
เย่ซวนอึ้งไปวิหนึ่ง ก่อนจะหลุดขำออกมาดังลั่น ตีแขนเขาเบาๆ "พี่ซู! ท่านนี่มัน... ร้ายจริงๆ!"