9..........
ออกจากศาลหลักเมืองทั้งเปมิกาและสิตาก็เดินมาที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่าวัดพระแก้ว ซึ่งอยู่บริเวณไม่ไกลจากศาลหลักเมืองมากนัก ก็พบว่ามีคนที่มาชมวัดเป็จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ชาวต่างชาติ
“เอ๊ะ..นั่น..”
เปมิกา อุทานเบา ๆ เมื่อเห็นสาวไทยกับชายหนุ่มต่างชาติคู่หนึ่งสิตาหันไปมองตามอย่างสนใจ
“นั่นคุณแมวใช่ไหม…ป่าน..”
สิตาถามเพื่อนเพื่อความมั่นใจ
“ใช่..คุณแมว แฟนคุณธีม เอ๊ะ..แล้วทำไมต้องมากับฝรั่งคนนั้นด้วย” เปมิกาสงสัย
“ดูท่าทางสนิทสนมกันจัง แฟนใหม่คุณแมวหรือเปล่าเธอ..” สิตาสันนิษฐาน
“คงไม่มั้ง…”
เปมิกาไม่อยากจะเชื่อคำสันนิษฐานของสิตา
“ฉันว่ามันชักจะยังไงนะ..เธอลองคิดดูสิวันนั้นทำไมคุณธีมถึงไปวัดกับเธอ น่าจะเกิดจากการอกหัก ต๊าย..แสดงว่าสองคนนั่นเลิกกันแล้ว..คุณแมวมีแฟนใหม่เป็ฝรั่งนั่น..”
“อยากรู้ไหมล่ะ..จะพาเดินไปถาม ดีไหม..”
เปมิกาหมั่นไส้เพื่อนที่อยากรู้เื่คนอื่น
“แหม..ฉันก็แค่เดาน่ะ แต่ฉันว่าคนเปรี้ยวจี๊ดอย่างคุณแมวนี่เหมาะกับฝรั่งมากกว่าคุณธีมนะ…ดูสิหัวเราะต่อกระซิกมีจับมือถือแขนกันซะขนาดนั้น คงเป็แฟนกันเสียมากกว่า น่าสงสารคุณธีม…เห็นว่าบริษัทก็มีปัญหาด้วยนี่มิน่าล่ะยัยคุณแมวนั่นถึงรีบชิ่งหาแฟนใหม่..”
“ไม่ต้องยุ่งเื่ชาวบ้านเลย…เข้าไปไหว้พระกันดีกว่ามัวแต่นินทาคนอื่นแทนที่จะได้บุญกลับสร้างบาปเสียนี่ไป ๆ”
เปมิกา รุนหลังเพื่อนให้เดินเข้าไปข้างในหลังจากที่เห็นว่าคู่ของนภาพรเดินเข้าไปแล้ว
“ริน!…”
เปมิกา เรียกชื่อบุรินทร์ด้วยความดีใจเมื่อหล่อนกับสิตากลับมาถึงห้องที่คอนโดก็พบว่าบุรินทร์กำลังนั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่กับปัญญา หล่อนไม่ได้เห็นภาพที่บุรินทร์มานั่งอยู่ที่ห้องแบบนี้มานานแล้วนานจนหล่อนคิดว่าเขาลืมไปแล้วว่าคอนโดของหล่อนอยู่ที่ไหน
อีกทั้ง่ที่หล่อนประสบปัญหาความวิตกทุกข์ร้อนในชีวิตเขาก็ไม่เคยแวะเวียนมาให้กำลังใจแม้แต่โทรศัพท์มาถามไถ่ก็แทบจะนับครั้งได้โดยเขาอ้างว่างานยุ่งมาตลอด
“จะแวะมาทำไมไม่โทรมาบอกก่อนคะ....ป่านจะได้รีบกลับ..”
“อยากจะให้เซอร์ไพรส์น่ะจ๊ะ..”
บุรินทร์ ยิ้มให้กับหล่อน แต่พอเห็นว่ามีสิตาเดินเข้ามาด้วยเขาก็เปลี่ยนเป็วางหน้าเฉยเมยทันที
“ไง..สิตาได้ข่าวว่าไปเป็สาวชาวสวนอยู่ที่สุพรรณแล้วไม่ใช่เหรอ..ตัวดำเมี่ยมเชียว”
บุรินทร์ ทักเพื่อนของคนรักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่คนฟังกลับรู้สึกไม่ค่อยชอบใจกับน้ำเสียงนั้น
“เป็ชาวสวนไม่ดีตรงไหนไม่ทราบคะ..คุณริน..”
“เปล๊า!…ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ถามดี ๆ ทำไมต้องรวนกันด้วย คุณตา”
บุรินทร์ชักสีหน้า
“อ้าว…แล้วทีคุณล่ะที่ทักฉันเมื่อกี้ไม่รวนหรือไง…”
สิตารู้สึกเคืองขึ้นมาบ้าง
“ตา…ไม่เอาน่า..รินก็ด้วย..”
เปมิกา ปรามคนทั้งคู่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
“เอ้อ…พี่รินครับ..ไหนบอกว่าจะมาเอาวิทยุเทปไม่ใช่หรือครับ..”
ปัญญารีบพูดขึ้นช่วยพี่สาวอีกแรงหวังลดบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างบุรินทร์กับสิตา
“นี่ริน..แวะมาเอาของเหรอคะ…”
เปมิกา ถามบุรินทร์ด้วยแววตาที่ผิดหวัง
“นึกแล้วเชียว.. ที่แท้ก็จะมาทวงของคืน..น่าภูมิใจแทนเธอจริงๆ นะยัยป่านที่มีแฟนน่ารักน่าชังแบบนี้ หาไม่ได้ง่าย ๆ นะเนี่ย ดีนะที่ฉันมาค้างกับเธอเพื่อปลอบใจให้หายจากอาการฟุ้งซ่านเพราะอาศัยคนบางคนไม่ได้ ไม่รู้เป็แฟนประสาอะไรไม่เคยห่วงหาอาทรกันสักนิด ห่วงแต่ของ งก ซะไม่มี”
สิตาพูดแขวะคนรักของเพื่อนอย่างไม่เกรงใจทั้งน้ำเสียงและแววตา ทำให้บุรินทร์ถึงกับหน้าเสียและรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของหล่อน
“พวกไม่มีแฟนก็คอยแต่จะคิดอิจฉาคนที่เขามีความสุข…ผมไม่ถือสาเพื่อนป่านหรอกนะ”
บุรินทร์แกล้งพูดกับเปมิกาเป็การเย้ยหยันอีกฝ่าย
“ถ้าเพื่อนฉันมีความสุขจริง ๆฉันจะอิจฉาไปทำไม แต่นี่....อย่าให้พูดเลย” สิตาเบ้ปาก
“แน่จริงก็พูดออกมาเลย..ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน”บุรินทร์ท้าทาย
“นี่ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าตัวเองเป็คนยังไง...น่าสงสารชะมัด..” สิตาทำเสียงเยาะ
“สงสารตัวเองดีกว่ามั้ง ที่ป่านนี้ยังหาผู้ชายมาเป็แฟนไม่ได้สักคน..แต่ผมก็ไม่น่าสงสัยหรอกนะที่คนอย่างคุณจะไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากจะเอา...”
บุรินทร์ รู้สึกสะใจที่พูดออกมาแล้วทำให้อีกฝ่ายกำมือแน่นหน้าแดงด้วยความโกรธ
“รินคะ...พอเถอะค่ะ..” เปมิกาเตือนเขาเสียงดัง
“ตา..ไปนอนเล่นที่ห้องฉันก่อนนะเพื่อน..ขอร้อง”
เปมิกาโอบไหล่เป็การเตือนสติให้อีกฝ่ายใจเย็น
“ก็ได้...ไม่อยากจะอยู่แถวนี้ให้เกิดคดีชกปากคนเหมือนกัน..”
สิตาเดินกระแทกเท้าไปที่ห้องของเปมิกา
“ปอ..ไปยกเครื่องที่ห้องพี่มาให้พี่รินเขาที..”
เปมิกา หันไปสั่งน้องชาย เป็การคลี่คลายความรุนแรงของคนรักและเพื่อนปัญญารีบจัดการให้ตามคำสั่งทันที แม้เขาจะชินกับการปะทะคารมของบุรินทร์กับสิตา แต่ครั้งนี้เขารู้สึกว่าจะดุเดือดกว่าทุกครั้งและเขาก็อดที่จะอยู่ข้างเดียวกับสิตาไม่ได้
“ป่าน..ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอกครับ..ผมก็ไม่ได้ตั้งใจมาเอาของอะไรนี่หรอกความจริงก็อยากจะมาชวนป่านไปกินข้าวฟังเพลงมากกว่า…แต่ก็ต้องมาหมดอารมณ์เพราะเพื่อนป่านแท้ๆ ”
บุรินทร์พูดขึ้นเมื่อปัญญาเดินออกไปแล้ว
“งั้นก็ทำอาหารพวกสปาเก็ตตี้ ไก่อบกินกันที่นี่ไหมคะ..ป่านมีของครบอยู่ในตู้เย็นแล้ว..”
“ผมว่าอย่าดีกว่า..ยังไงผมก็คงกินไม่อร่อยอยู่ดีเพราะอะไรป่านก็รู้ๆ อยู่…”
บุรินทร์ มีน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับมองไปที่ห้องของเปมิกาให้หล่อนรู้ว่าเกิดจากคนที่อยู่ในห้องนั้นเองที่ทำให้เขาไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก เปมิการีบกดรีโมทโทรทัศน์หวังจะให้บุรินทร์เลิกสนใจสิตา
“นี่ครับ..พี่ริน…ผมใส่กล่องให้เรียบร้อยแล้ว”
ปัญญาเดินยกของออกมาวางที่โต๊ะให้บุรินทร์
“ขอบใจนะปอ..”
บุรินทร์ะโเบา ๆตามหลังปัญญาที่กำลังเดินเข้าห้องของเขาไป
“ความจริง…ผมก็ไม่อยากเอาของพวกนี้ไปหรอกนะ..ว่าจะให้ป่านไว้ฟังเพลงแต่ไหน ๆ ก็แวะมาแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว…ป่านไม่ว่าอะไรใช่ไหมจ๊ะ..”
บุรินทร์หันไปถามเปมิกาอย่างไม่เต็มเสียง
“ก็มันเป็ของรินนี่คะ..ในเมื่อเ้าของเขาจะเอาคืนป่านจะยึดเอาไว้ได้ยังไงล่ะ..”
เปมิกา บอกออกไปเช่นนั้นแต่ในใจหล่อนก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า ทำไมเขาจะต้องมาทวงของคืนใน่เวลาที่หล่อนอยู่ในภาวะยากลำบากนี้ด้วยทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าเครื่องเสียงนี้เป็สิ่งที่เขาไม่ได้ใช้แล้วจึงให้หล่อนเก็บไว้ใช้ประโยชน์เวลาฟังเพลงจะได้คิดถึงเขา
“คืนนี้สิตาจะค้างด้วยใช่ไหม…”
บุรินทร์เปลี่ยนเื่เปมิกาพยักหน้าแทนคำตอบ
“ถ้าอย่างนั้น..ผมเห็นทีจะกลับก่อนดีกว่า..ประเดี๋ยวสิตาจะหาว่าป่านมัวแต่มาจู๋จี๋อยู่กับผม”
“ป่านกับตา ก็มีเวลานอนคุยกันทั้งคืนแต่รินสิ..ไม่ได้มาหาป่านตั้งนานแล้วด้วย”
“เอาอย่างนี้ไหมป่าน คืนนี้เราไปหาที่นั่งฟังเพลงกันดีไหมครับ”
“จริงหรือคะ..ป่านก็อยากจะไปคลายเครียดเหมือนกันค่ะ..” เปมิกามีสีหน้าสดชื่นขึ้นทันใด
“แต่มีข้อแม้ว่า..เราไปกันสองคนนะป่านกล้าทิ้งเพื่อนไหมล่ะ”
บุรินทร์ถามเหมือนรู้ใจหล่อน
“โธ่..ริน ได้ไงคะ.ยัยตาอุตส่าห์เดินทางจากสุพรรณ มาหาป่านจะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวที่ห้องได้ไงล่ะ ป่านว่าเราไปด้วยกันหมดเลย รวมปอด้วยอีกคนเป็สี่คน..นะคะริน..นะ”
เปมิกา จับแขนบุรินทร์เขย่าเบา ๆอ้อนวอนเขาเหมือนหล่อนเป็เด็กเล็ก ๆ ซึ่งก็ไม่บ่อยครั้งนักที่หล่อนจะทำกิริยาเช่นนี้หล่อนรู้ว่าบุรินทร์ไม่ชอบผู้หญิงขี้อ้อนเหมือนเด็ก
“งั้นผมก็ไม่ไปแล้วล่ะ..ถ้าไปเสียเงินทั้งทีแล้วไม่มีความสุข..สู้อย่าไปเลยดีกว่า…”
“ทำไมต้องทำให้ป่านเครียดด้วยนะริน…”
เปมิการู้สึกไม่สบายใจที่เห็นกิริยาอาการของคนรัก
“ผมมาทำให้ป่านเครียดใช่ไหม…งั้นผมกลับก็ได้..”
บุรินทร์ลุกขึ้นด้วยกิริยาเง้างอนเหมือนผู้หญิง เปมิกา ถอนหายใจเอาอีกแล้วโรคขี้ใจน้อยของบุรินทร์ หล่อนส่ายหน้าอย่างระอา…นี่เป็ครั้งแรกที่บุรินทร์ทำให้หล่อนรู้สึกเบื่อหน่ายอาจจะเป็เพราะที่ผ่านมาหล่อนเป็ฝ่ายยอม และเอาอกเอาใจเขามาตลอด แต่่เวลานี้หล่อนกำลังประสบกับปัญหาในชีวิตการงาน ย่อม้ากำลังใจ อยากให้มีคนเอาใจใส่บ้างแต่บุรินทร์ไม่เคยสนใจความรู้สึกของหล่อน กลับเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้หล่อนจึงรู้สึกเซ็ง
“ผมกลับเลยดีกว่า…”
พูดจบบุรินทร์ก็เดินไปยกกล่องบนโต๊ะด้วยสีหน้าบึ้งตึง ในขณะที่เปมิกาทำตัวไม่ถูก หล่อนกำลังชั่งใจว่าจะห้ามเขาไม่ให้ไปแล้วก็ง้องอนเหมือนทุกครั้งหรือว่าปล่อยให้เขาไปเสียโดยดี
“พูดแค่นี้ทำไมต้องงอนด้วยนะริน…ป่านยิ่งกลุ้มกับชีวิตอยู่ด้วย”
เปมิกาพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าบุรินทร์กำลังจะเดินไปที่ประตู
“ผมอยู่ ก็ยิ่งเพิ่มความกลุ้มให้ป่าน…เอาไว้วันหลังค่อยเจอกันก็แล้วกัน”
“อยากจะกลับก็ตามใจค่ะ..ป่านคงไม่บังคับฝืนใจรินอีกแล้วล่ะ…”
เปมิกา เดินไปเปิดประตูให้เขาด้วยท่าทางเฉยเมยไม่ยินดียินร้ายกับการที่เขาจะอยู่หรือจะไปซึ่งผิดกับเมื่อก่อน ที่หล่อนจะต้องทำทุกอย่างให้บุรินทร์หายงอนแล้วก็ยิ้มได้ไม่ว่าจะแกล้งทำหน้าตาทุเรศเลียนแบบสิงสาราสัตว์หรือเต้นแร้งเต้นกาทำท่าให้เขาตลกขบขันหล่อน ซึ่งเขาก็จะหายงอนทุกครั้ง
บุรินทร์ชะงักไปบ้าง เขาก็คงรู้สึกแปลกใจกับการเปลี่ยนไปของเปมิกาอยู่ไม่น้อยแต่เมื่อเห็นว่าหล่อนไม่ได้เหนี่ยวรั้งเขาไว้ หรือไม่แม้แต่จะทำกิริยาตลกโปกฮาให้เขาขำเขาจึงเดินออกไปเงียบ ๆ
“หมู่นี้หนูแมวหายหน้าหายตาไปเลยนะตาธีม…ทะเลาะอะไรกันรึเปล่า..”
นวลพรรณ เอ่ยถามบุตรชายเมื่อเห็นเขามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลเพียงคนเดียวทุกครั้ง
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่…พอดีแมวเขาพาครอบครัวของพี่สาวที่มาจากแคนาดาไปเที่ยวกันน่ะครับ”
นวลพรรณพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น…
“แม่ครับ..ออกจากโรงพยาบาลแล้วเราไปพักผ่อนที่ทะเลกันดีไหมครับ…”
“อุ๊ย!…ดีเหมือนกันนะคะคุณนวล..จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”
สมจิตรที่นั่งอยู่ภายในห้องพิเศษผู้ป่วยด้วยกันกล่าวสนับสนุนด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“แล้วงานที่บริษัทล่ะ..ไม่ยุ่งหรอกหรือลูก..”
คำถามของผู้เป็มารดาทำให้ธีรยุทธอึ้งไปชั่วครู่เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะตอบ
“เอ้อ..คือ่นี้ไม่ค่อยยุ่งแล้วน่ะครับแม่…”
“ธีม…บอกแม่ตามตรงได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่บริษัทของลูก…อย่าปิดบังแม่เลย”
“แม่คิดว่าเกิดอะไรขึ้นหรือครับ…”
ธีรยุทธพยายามทำสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด
“แม่โทรหาตาชัยเพื่อนลูกแล้ว…รายนั้นก็อ้ำๆ อึ้ง ๆ เหมือนถูกบังคับไม่ให้พูด แล้วที่น่าสงสัยทำไมตาชัยไม่ทำการทำงานที่บริษัทกลับไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด แม่ไม่เข้าใจช่วยอธิบายให้คนแก่คนนี้รับรู้หน่อยได้ไหม…”
นวลพรรณจ้องหน้าลูกชายอย่าง้าคำตอบ
ธีรยุทธ รู้สึกใเขานั่งนิ่งไปนานไม่คาดคิดว่ามารดาของเขาจะโทรศัพท์ไปหาศรชัย เขารีบจับมือมารดามากุมไว้ด้วยสีหน้าที่พยายามปั้นให้ยิ้มแย้มแจ่มใส
“ไม่ต้องมาทำเป็หน้ายิ้มระรื่นนะตาธีม…ทั้งที่ในใจเราน่ะมันกลัดหนองเต็มทีแล้วแม่จะนอนตายตาหลับได้ยังไงถ้ารู้ว่าลูกมีปัญหาแล้วเก็บเงียบไว้อย่างนี้…”
“แม่ไม่เชื่อผมหรือครับ..ว่าไม่มีอะไรจริงๆ แม่อย่าคิดมากสิครับ…”
“แม่จะคิดมาก และจะคิดต่อไปจนกว่าลูกจะบอกความจริงทั้งหมดถ้าปิดบังแม่ก็ไม่ต้องมาเป็แม่ลูกกัน…”
นวลพรรณยื่นคำขาดเสร็จก็หลับตานิ่งเป็การประท้วงกรายๆ