ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 84 เยี่ยมเยียนกลางดึก

    ตอนที่ 84 เยี่ยมเยียนกลางดึก


     


     


    หลังจากพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายเรื่องการรับศพกลับบ้านเสร็จเรียบร้อย คุณแม่เหลียงก็เอ่ยถามคุณหมอหลิวทั้งน้ำตาว่าขอให้เธออยู่เฝ้าศพลูกชายในห้องรักษาศพได้หรือไม่ คุณหมอหลิวจำต้องปฏิเสธคำร้องขอนั้นเนื่องจากเป็นเรื่องที่ผิดกฎและไม่สมควร ฝ่ายคุณพ่อคุณแม่เหลียงนั้นแม้จะเป็นชาวเขาที่ไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือมา ทว่าท่านทั้งคู่ก็ไม่ใช่คนไม่รู้ความ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รบเร้าต่อ ให้คุณหมอหลิวต้องลำบากใจ คู่สามีภรรยาชาวเขาเดินเข้าไปดูหน้า ลูกชายอีกครั้ง พวกเขาร้องห่มร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งจึงได้ยอมออกจากสถานีตำรวจไปพร้อมกับเฉินอันหลาน


    เฉินอันหลานขับรถมาส่งสองสามีภรรยาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังจากจัดการที่พักให้กับคนทั้งสองเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็กำชับกับผู้จัดการของโรงแรมว่าให้ดูแลทั้งคู่เป็นพิเศษ อย่าให้ทั้งสองท่านออกจากโรงแรมโดยลำพังเด็ดขาด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง


    หลังจากได้รับคำยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะจากผู้จัดการของโรงแรมว่าจะดูแลคุณพ่อเหลียงและคุณแม่เหลียงให้เป็นอย่างดีแล้ว เฉินอันหลานจึงวางใจและขับรถกลับบ้านไป


     


    ※※※※※※※※※※


     


    “คุณชายสาม คุณชายกลับมาแล้ว”


    “เอารถไปจอดในโรงรถด้วย”


    เมื่อลงจากรถเรียบร้อยเฉินอันหลานก็หันไปออกคำสั่งกับลูกน้องของเหลยจิน ให้ขับรถไปจอดไว้ในโรงจอดรถ ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปในบ้านทันที เหลยจินที่อยู่ด้านหลังรีบเดินตามคุณชายของตนไปอย่างรวดเร็ว


    “คุณชายสามครับ เมื่อตอนกลางวัน ตอนที่คุณชายไม่อยู่มีคนโทรศัพท์มาหาคุณชายด้วยครับ บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณชาย”


    เหลยจินเปิดประตูให้กับเฉินอันหลานจากนั้นก็พูดตามหลังคุณชายของตน


    “ผมบอกไปแล้วว่าคุณชายไม่อยู่บ้าน เขาจึงฝากบอกว่าหลังจากที่คุณชายกลับมาแล้วให้คุณชายรีบโทรกลับหาเขาทันทีครับ”


    “โทรกลับหาใคร?”


    “ลู่เสี่ยวผิงครับ”


    เฉินอันหลานหันกลับไปมองเหลยจินแวบหนึ่ง หลังจากเงียบไปพักใหญ่ก็รีบเดินขึ้นบันไดไปทันที เหลยจินอยากจะตามไปแต่ถูกเฉินอันหลานสั่งให้เฝ้าอยู่ด้านล่าง เหลยจินไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณชายจึงได้แต่มองอีกฝ่ายเดินขึ้นไปยังห้องสมุดอย่างรีบร้อนจนฝ่ายนั้นปิดประตูลงในที่สุด


    เมื่อเข้ามาในห้องสมุดแล้วเฉินอันหลานก็รีบเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บน โต๊ะหนังสือขึ้นมากดโทรออกหาบาวดี้ทันที เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่ไม่นาน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากปลายสาย


    (อาเล่อ?)


    “เกิดอะไรขึ้น?”


    (อาเล่อเกิดเรื่องใหญ่แล้ว) เสียงของบาวดี้ที่ดังมาจากปลายสายไม่ค่อยดีเท่าไรนัก


    (ฉันรู้ว่านายไม่อยากให้ฉันโทรมาเบอร์นี้ แต่ฉันหมดหนทางแล้วจริง ๆ มือถือของนายก็โทรไม่ติด ฉันจึงทำได้แค่โทรไปที่บ้านของนาย)


    “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”


    (ก็เมื่อหลายวันก่อนเราไปปล้นของมาจากท่าเรือชุ่นเทียนกันใช่ไหมล่ะ ตอนแรกฉันจะหาคนมารับของไปแล้วเอาเงินที่ได้มาแบ่ง ๆ กันกับลูกน้อง ใครจะไปคิดว่าของลอตนี้ดันกลายเป็นเผือกร้อนไปซะได้ ไม่มีใครกล้าเข้ามารับของลอตนี้เลย สักคนเดียว อาเล่อ ฉันจะบอกนายให้ มีคนรู้ที่อยู่ของลอตนี้แล้วเขาบอกว่าเจ้าของมันเป็นคนที่มีอำนาจมากพอสมควร ถ้าเจ้าของเขารู้ว่าของอยู่ในมือฉันล่ะก็ ฉันคงเอาชีวิตไม่รอดแน่อาเล่อ)


    “แล้วใครบอกนายมา?”


    (คนพิการคนหนึ่งเราเรียกเขาว่าอาเจิ้ง มีคนถามเขาเมื่อคืน ตอนแรก เขาไม่ยอมบอก แต่พอไปก๊งเหล้าด้วยกันตอนกลางดึก หมอนั่นถึงยอมหลุดปากเรื่องนี้ออกมา และฉันก็ได้รู้เรื่องนี้จากเขา… อาเล่อ ฉันยังไม่อยากตาย)


    เมื่อเฉินอันหลานได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขานึกไม่ถึงว่าลูกน้องของลานเซลอต จะไวได้ถึงขนาดนี้ เมื่อวานตอนกลางวันก็เพิ่งจะมาชิงเอาสมุดบัญชีธนาคารของ เซี่ยรุ่ยคางไป เมื่อคืนยังส่งคนไปหาที่อยู่ของยาเสพติดลอตนี้ทันอีก ดูจากระดับความเร็วในการค้นหาแล้ว คนที่ลานเซลอตส่งไปนั้นไม่นานก็คงหาตัวการอย่างบาวดี้เจอแน่ และดูจากวิธีการที่ลานเซลอตใช้จัดการกับคนที่ยุ่งกับของของเขาแล้วล่ะก็ ถึงตอนนั้นบาวดี้คงไม่อาจเอาชีวิตรอดจริง ๆ


    (อาเล่อ? อาเล่อ นายต้องช่วยฉันนะ ฉันยังไม่ได้มีชีวิตที่ดีเลย ฉันยังไม่อยากตาย...)


    “นายจะร้อนใจทำไม ทางนั้นยังหาตัวนายไม่เจอเลยไม่ใช่หรือไง?!”


    เมื่อได้ยินน้ำเสียงร้อนรนจวนเจียนจะร้องไห้ของบาวดี้ เฉินอันหลานก็อดไม่ได้ที่จะเพิ่มระดับเสียงตัวเองขึ้นมาจนคล้ายกับเป็นการตะโกน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามในประโยคต่อมา


    “ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน?”


    (อยู่ในรังของตัวเอง)


    “คืนนี้ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ใครมาหานายก็อย่าไปสนใจ”


    (แต่อาเล่อ ฉันกลัวมากจริง ๆ นะ...)


    “นายจะกลัวอะไร?!”


    พอถูกเฉินอันหลานตะโกนใส่ บาวดี้ก็ไม่กล้าส่งเสียงอะไรกลับมาอีก


    เฉินอันหลานหรี่ตาทั้งสองข้างลงเล็กน้อย หลังจากเงียบไปชั่วขณะก็พูดต่อ


    “ถ้าใครมาถามหาของจากนาย นายก็บอกไปว่าของอยู่ในมือฉัน ให้เขามาเอาที่ฉัน เข้าใจไหม?”


    (อาเล่อ แบบนี้นายจะซวยเอาได้นะ)


    “หยุดพูดมากได้แล้ว ถ้านายไม่อยากตายก็ทำตามที่ฉันบอก”


    บาวดี้ไม่คัดค้านอีก


    เฉินอันหลานวางสายไป ชายหนุ่มยืนนิ่งสงบสติอารมณ์ในห้องสมุดสักพักก่อนจะเดินออกจากห้องไปในทันที เขาเดินออกไปและเอ่ยเรียกเหลยจินที่รออยู่ด้านล่างให้ขึ้นมา


    “ครับคุณชายสาม”


    “เหลยจิน นายพาลูกน้องสองสามคนออกไปตามหาคนชื่อบาวดี้ในซอยปืนใหญ่ คืนนี้เฝ้าเขาเอาไว้ ถ้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นต้องรีบแจ้งฉันทันที”


    “แต่คุณชายสามครับ ถ้าพวกเราไปแล้วคุณชายล่ะครับจะทำยังไง?”


    “ฉันอยู่บ้าน จะมีอะไรเกิดขึ้นได้?”


    “นี่...”


    “นายจะทำตามที่ฉันบอก หรือจะพาลูกน้องของนายกลับไป”


    เหลยจินไม่กล้าพาคนกลับไปหาเฉินหยินชิง ถ้าคุณชายรองเห็นเขากลับมา มีหวังเขาคงถูกผู้เป็นนายถลกหนังแล่เนื้อออกมาเป็นชิ้น ๆ แน่ หลังจากคิดใคร่ครวญอยู่หลายครั้ง เหลยจินจึงตัดสินใจฟังคำสั่งของเฉินอันหลาน แค่คืนเดียวที่นี่คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกมั้ง คิดได้ดังนั้นเหลยจินจึงพาคนของเขาไปหาคนชื่อบาวดี้ที่ซอยปืนใหญ่ในทันที


    เมื่อเหลยจินพาลูกน้องไปยังซอยปืนใหญ่แล้ว เฉินอันหลานก็รู้สึกวางใจขึ้นมาได้บ้าง ชายหนุ่มหมุนตัวกลับขึ้นด้านบนเพื่อเตรียมจะอาบน้ำ แต่ในขณะนั้นเองสายตาของเขาก็ถูกดึงไปหยุดอยู่ที่แสงไฟวูบไหวด้านนอกหน้าต่าง ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ของรถคันหนึ่งก็ดังตามมา


    เฉินอันหลานยืนพิจารณาแสงไฟที่สาดส่องอยู่นอกบ้านพักหนึ่งและในที่สุด ก็พบว่าเป็นคนบ้านตรงข้ามที่กำลังขับรถกลับเข้ามาผ่านประตูรั้วเหล็กที่อยู่หน้าบ้าน


    ถ้าเฉินอันหลานจำไม่ผิด รถของสองสามีภรรยาบ้านตรงข้ามเขานั้นเป็น รถแลนด์โรเวอร์สีขาว ซึ่งมีจุดเด่นคือหูกระต่ายสีชมพูบนกระโปรงหน้ารถเพราะฝ่ายภรรยานั้นชื่นชอบอะไรแบบนี้เป็นอย่างมาก และฝ่ายสามีก็ไม่อาจขัดใจเธอได้ เรื่องนี้พวกเขาทั้งคู่พูดขึ้นมาตอนนำของขวัญมาให้เขา สองสามีภรรยาพูดคุยกันเจื้อยแจ้วทว่าล้วนเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาทั้งสิ้น


    ผิดกับในเวลานี้ รถคันที่ขับเข้ามาในบ้านตรงข้ามกลับเป็นรถเอสยูวีสีดำคันหนึ่ง มิหนำซ้ำรถคันดังกล่าวยังมีราคาสูงกว่ารถของสองสามีภรรยาคู่นั้นค่อนข้างมากอีกด้วย ที่สำคัญคือมันคล้ายกับ ‘รถไม่มีป้ายทะเบียน’ คันนั้นของลานเซลอตมาก จะต่างก็แค่ รถคันนี้มีป้ายทะเบียน...


    เสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้นไม่นานก็มีคนลงจากตำแหน่งคนขับและเดินอ้อมมาเปิดประตูให้กับใครอีกคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลัง แม้ที่ที่เฉินอันหลานอยู่จะค่อนข้างไกลจากบริเวณนั้นจนทำให้มองใบหน้าของคนเหล่านั้นได้ไม่ชัดเจนนัก ทว่าเขามั่นใจว่าลักษณะที่เห็นไม่คล้ายคลึงกับคู่สามีภรรยาที่เขารู้จักแม้แต่น้อย


    แต่เพราะเฉินอันหลานมองเห็นรูปร่างหน้าตาของคนที่ลงมาจากรถได้ไม่ชัดนักจึงไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องที่ว่าบ้านตรงข้ามจะใช่สามีภรรยาคู่นั้นหรือไม่นั่นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ด้วยเหตุนี้เฉินอันหลานจึงละความสนใจจากรถคันนั้น ได้อย่างรวดเร็วและหมุนตัวเดินกลับขึ้นข้างบนตามเดิม


    .


    .


    .


    ลานเซลอตเดินลงมาจากรถตรงไปยังประตูบ้านทันทีที่มาถึง


    “เชียนเฉินละ?”


    “มีข้อมูลที่อยู่ของยาเสพติด ผมเลยให้เขาไปดูครับ”


    “ที่ไหน?”


    “ซอยปืนใหญ่ครับ” หมิงจวงรับเสื้อสูทของลานเซลอตมาถือไว้


    “คนของเรารายงานมาว่ากลุ่มคนที่ปล้นของที่ท่าเรือชุ่นเทียนเมื่อสองสามวันก่อนเป็นนักเลงในพื้นที่ครับ ก่อนหน้านั้นคนพวกนี้คอยตามรับใช้หัวหน้านักเลงหวางเฉิง ต่อมาหวางเฉิงได้ก่อเหตุอาชญากรรมและถูกประหารชีวิต พวกเขาเลยกระจัดกระจายแยกย้ายกันไปและอาศัยเก็บค่าคุ้มครองในพื้นที่เพื่อยังชีพครับ นอกจากนี้ช่วงบ่ายของวันที่ถูกปล้นของที่ท่าเรือมีคนเห็นพวกเขาถือถุงสีดำออกมา ทำท่าทางระแวดระวัง แถมคนพวกนั้นยังซ่อนปืนไว้กระบอกหนึ่งด้วยครับ”


    ลานเซลอตตรงเข้าไปในเคาน์เตอร์บาร์เล็ก ๆ ภายในบ้านจากนั้นก็รินไวน์แดง ลงในแก้ว


    “มีกี่คน?”


    หมิงจวงนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยตอบ “ห้าคนครับ”


    “หนึ่งในนั้นมีคนที่ตัวเตี้ย ๆ อยู่ด้วยใช่ไหม?”


    “ครับ เขาชื่อลู่เสี่ยวผิงครับ หรือมีชื่อเรียกกันในวงการว่าบาวดี้”


    นัยน์ตาสีดำสนิทฉายแววเคร่งขรึมออกมา ลานเซลอตมองไวน์แดงที่อยู่ในมือโดยไม่พูดอะไร


    “นายน้อยครับ นายน้อยรู้จักเขาเหรอครับ?” หมิงจวงเดา


    “โทรศัพท์หาเชียนเฉิน เรียกตัวเขากลับมา”


    “ครับ”


    ลานเซลอตวางแก้วไวน์แดงลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป


    หมิงจวงไม่ได้ตามไป เขาหมุนตัวแล้วหันไปมองแผ่นหลังของลานเซลอตแวบหนึ่ง เขารู้สึกว่านายน้อยน่าจะรู้จักกับคนที่ชื่อบาวดี้คนนี้ หรือบางทีอาจรู้จักกับใครบางคนที่เกี่ยวข้องกับบาวดี้...


    ‘เฉินอันหลาน?’


    นอกจากคนคนนี้หมิงจวงก็คิดไม่ออกแล้วว่าใครที่จะสามารถทำให้นายน้อยเปลี่ยนความคิดเรียกตัวเว่ยเชียนเฉินกลับมาได้อีก แสดงว่าการปล้นของที่ท่าเรือ ในวันนั้น ไม่ใช่แค่จะสามารถช่วยนักเลงกลุ่มนั้นได้ แต่เฉินอันหลานเองก็คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยสินะ


    ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมได้พักใหญ่กระทั่งแผ่นหลังของผู้เป็นนายหายลับไปแล้ว หมิงจวงจึงได้เก็บแก้วไวน์แดงที่วางอยู่บนบาร์ จากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาเว่ยเชียนเฉินเพื่อเรียกตัวเขากลับมาจากซอยปืนใหญ่


    .


    .


    .


    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป


    ที่บ้านของเฉินอันหลาน


    หลังจากที่โอเมก้าหนุ่มอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมจะเป่าผมอยู่ในห้องน้ำนั้น แต่แล้วจู่ ๆ เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตู ในตอนแรกเฉินอันหลานคิดว่าเป็นเหลยจินที่ย้อนกลับมา แต่เมื่อลองคิดดูแล้วกลับมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าเหลยจินจะดูป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ไปบ้างในบางเวลา ทว่าเขาไม่ใช่คนที่จะไม่เคาะประตูแล้วเดินเข้ามาในห้องของเฉินอันหลานโดยพลการอย่างแน่นอน


    เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ เฉินอันหลานก็หยิบแปรงสีฟันที่อยู่ในแก้วบนอ่างล้างมือขึ้นมาถือไว้แล้วก้าวตรงไปยังประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุด ชายหนุ่มซ่อนตัวอยู่ข้างประตูเพื่อรอให้คนคนนั้นเดินเข้ามาใกล้


    รอไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก


    เฉินอันหลานรีบยกแปรงสีฟันที่ถืออยู่ในมือขึ้นเตรียมแทงเข้าใส่คนมาใหม่ น่าเสียดายที่ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายว่องไวกว่ามาก ปลายแหลมของด้ามแปรงสีฟันไม่ได้แทงลงบนผิวหนังของผู้บุกรุก ทว่ากลับเป็นข้อมือของเฉินอันหลานที่ถูกใครบางคนจับไว้ จากนั้นก็ออกแรงกระชาก เฉินอันหลานที่สวมรองเท้าสลิปเปอร์อยู่ลื่นไถลไปตามแรงดึงนั้น ร่างทั้งร่างปะทะเข้ากับอกแกร่งของอีกฝ่าย โอเมก้าหนุ่มตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยสมบูรณ์


    “ทุกครั้งก็ซุ่มโจมตีสำเร็จไม่ใช่เหรอ” ลานเซลอตกอดคนที่อยู่ในอ้อมแขนแน่น พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ


    เฉินอันหลานพยายามออกแรงดิ้นแต่กลับไม่เป็นผล ตรงกันข้ามกลับถูก อีกฝ่ายรัดแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ


    “ปล่อย!”


    “ไม่ปล่อย”


    “ถ้านายไม่ปล่อยก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”


    ลานเซลอตจับล็อกข้อมือของเฉินอันหลานไว้ไม่ให้เขาขยับตัว ทั้งยังกอดอีกฝ่ายไว้แน่นพร้อมกับก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่ถูกกดให้ต่ำลง


    “นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันหรอก”


    เฉินอันหลานโกรธจนต้องกัดฟันกรอด


    “เพิ่งอาบน้ำเสร็จเหรอ?”


    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?!”


    “หอมมาก”


    “...ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!”


    “ผมยังไม่แห้งเลย”


    ลานเซลอตกล่าวจบก็ไม่รั้งรอให้เฉินอันหลานมีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาตวัดแขนรวบเอวอีกฝ่ายขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า พลางคว้าไดร์มาเป่าผมให้


    โอเมก้าหนุ่มพยายามดิ้นรนขัดขืนเพื่อสลัดให้หลุดจากฝ่ายตรงข้ามแต่กลับถูกลานเซลอตดึงตัวกลับมาและจับล็อกไว้แน่น ท้ายที่สุดจึงต้องนั่งนิ่งอยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้านั้นเพื่อให้ลานเซลอตที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาเป่าผมให้อย่างจำยอม


    เฉินอันหลานกัดฟันกรอดพร้อมกับจ้องเขม็งไปทางผู้ชายที่อยู่ในกระจกด้วยความโมโหจนถึงขีดสุด!


     


     


     

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604