บทที่ 23 พี่สาวที่น่ารัก
อิงเถายิ้มพลางพยักหน้า "ข้าจำได้"
ที่สี่แยกถนนตะวันตก พอพวกนางวางแผงขายเสร็จ ก็มีผู้คนกลุ่มหนึ่งแห่กันมาต่อแถว
ซูซีหัวตบแก้มทั้งสองข้าง ปลุกกำลังใจตัวเองเพื่อต้อนรับลูกค้า
วันนี้ไม่มีเซียวฝานมาช่วย ขนมสองร้อยชิ้นขายจนเกือบมืดค่ำจึงหมด
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยโวยวายว่าจำนวนไม่พอ อยากให้พวกนางเพิ่มอีก
สำหรับเื่นี้ ซูซีหัวเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไรเป็ชิ้นเป็อัน บอกว่าจำกัดจำนวนก็คือจำกัดจำนวน ถ้าอยากเพิ่ม ยังไงก็ต้องรอให้ธุรกิจมั่นคงก่อน
เก็บของเสร็จปิดแผง ซวนเจี่ยวและเฟิ่งหลีพากันกลับจวน ส่วนซูซีหัวพาอิงเถา และหลี่จือไปที่ถนนทางเหนือ
"เ้าของร้าน กุ้งแห้งและสาหร่ายที่ข้าสั่งมาถึงหรือยัง?"
"มาถึงแล้ว มาถึงแล้ว" เ้าของร้านตอบอย่างคล่องแคล่ว เรียกลูกมือให้ยกกระสอบมาสองใบ "นี่คือที่เ้าสั่งไว้ก่อนหน้า กระสอบละยี่สิบจิ๋น สองกระสอบสี่สิบจิ๋น"
ซูซีหัวย่อตัวลงเปิดกระสอบ ตรวจดูทีละอย่างแล้วปิดกระสอบ "ดีมาก อิงเถา จ่ายเงิน"
"เ้าค่ะ"
อิงเถาจ่ายเงินให้แล้ว ทั้งสามจ้องมองกระสอบสองใบอย่างเลิ่กลั่ก
หลี่จือถามเสียงเบา "จะขนกระสอบสองใบนี้กลับไปยังไงดีเ้าคะ?"
ซูซีหัวลูบคางด้วยสีหน้ามากด้วยความนึกคิด นางก็กำลังคิดปัญหานี้อยู่ ที่นี่คือถนนทางเหนือ ถ้าพวกนางจะแบกกลับไปคงยากเกินไป เพราะพวกนางไม่มีแรงขนาดนั้น
เ้าของร้านมองดูพวกนางที่กำลังลังเล จึงอดไม่ได้ที่จะช่วยแนะนำ "ที่มุมถนนมีคนที่รับขนของโดยเฉพาะ พวกเ้าลองไปดูสิ จ่ายเงินนิดหน่อยก็ขนกลับไปได้แล้ว"
ซูซีหัวหรี่ตาพูดอย่างมีนัย "เ้าของร้านช่วยขนให้หน่อยไม่ได้หรือ? ยังไงพวกข้าก็เป็ลูกค้านะ"
"เฮ้อ ถ้าเป็ตอนกลางวันก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ตอนนี้มันดึกแล้ว ข้าก็ไม่อาจให้ลูกมือในร้านเดินทางตอนกลางคืนได้นะ"
เ้าของร้านพูดมีเหตุผล ซูซีหัวจึงไม่มีที่ให้โต้แย้ง โชคดีที่นางไม่ได้หวังให้เ้าของร้านตกลงจริง ๆ อยู่แล้ว จึงให้หลี่จือไปหาดู
ใครจะรู้ว่าหลี่จือเพิ่งจะออกประตูไปก็หันกลับมา ด้วยสีหน้าแปลกใจ นางกล่าว "คุณหนู ข้างนอกมีคนมาหาเ้าค่ะ"
"ใครหรือ?"
ซูซีหัวถามพลางเดินออกไป เพิ่งจะก้าวพ้นประตูก็เห็นร่างสูงใหญ่ที่ขี่ม้าอยู่ไม่ไกล ในทันใดนั้นก็เงียบงัน
"ท่านแม่ทัพเซียว"
ไม่ผิด คนที่นั่งอยู่บนหลังม้าคือ แม่ทัพเซียว เซียวฝาน
ได้ยินเสียงของซูซีหัว เซียวฝานก็ะโลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว "ข้าจำได้ว่าเราเคยคุยกันเื่การเรียกขานนี้แล้ว"
"...เซียวฝาน"
"ดี ดึกป่านนี้ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"
"แค่มืดเ้าค่ะ ยังไม่ดึก"
ซูซีหัวแก้คำพูดของเซียวฝานแล้วบอกความยากลำบากของตนเองอย่างซื่อตรง
เซียวฝาน ยกคิ้ว "งั้นข้าช่วยขนเอง"
"หือ?"
ซูซีหัว ยังไม่ทันได้พูดอะไร เซียวฝาน ก็เดินผ่านนางไปแล้ว เขาเข้าไปในร้านค้าแล้วถาม "ของที่ต้องขนคือสองอันนี้ใช่ไหม?"
อิงเถาและหลี่จือชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากตอบสนองได้ก็พยักหน้ารัว ๆ "ใช่ ใช่แล้วเ้าค่ะ กระสอบป่านสองใบนี้แหละ"
เซียวฝานก้มตัวลงแล้วยกขึ้นมาทีละใบด้วยมือข้างเดียว หันหลังกลับมาพูด "ตามข้ามา"
"เ้าค่ะ"
สองกระสอบป่านถูกแขวนไว้บนหลังม้าตัวใหญ่สง่างาม เซียวฝานมองไปที่ซูซีหัว "เ้าจะขี่ม้าไปหรือไม่?"
"ไม่ขี่หรอก ข้าเดินไปก็ได้"
เซียวฝานได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่จูงม้าเดินเคียงข้างซูซีหัว
อิงเถาและหลี่จือมีสายตาที่ดี สบตากันแวบหนึ่ง แล้วฉวยโอกาสตอนที่สองคนนั้นอยู่ข้างหน้าไม่ทันสังเกต หันหลังวิ่งไปอีกถนนหนึ่ง
คุณหนูและท่านแม่ทัพเซียวต้องมีเื่จะคุยกันแน่ ๆ พวกนางไม่อาจไปรบกวนข้าง ๆ ได้
ดังนั้นเมื่อซูซีหัวหันหลังกลับไปโดยบังเอิญ นางก็พบว่าด้านหลังพวกตนนั้นไร้ผู้คน
"พวกนางหายไปไหนแล้วน่ะ?"
เซียวฝานหันหลังกลับไปมองแวบหนึ่ง พูดเรียบ ๆ ว่า "คงไปที่อื่นแล้วมั้ง"
ซูซีหัวพูดอะไรไม่ออก "…"
ไปที่อื่นทำไมกันในเวลาแบบนี้ พวกนางกำลังจะกลับบ้านแท้ ๆ !
ในใจนางคิดอยู่ แต่ใบหน้ากลับไม่แสดงออกมา เมื่อมาถึงจวนของตระกูลซู ซูซีหัวรีบเรียกคนเฝ้าประตูอย่างรวดเร็ว
"เอาของพวกนี้ไปที่ครัว รีบหน่อย"
"เ้าค่ะ ได้เลย"
คนเฝ้าประตูแบกกระสอบจากไป โดยไม่ได้ตั้งใจหันไปมองที่เซียวฝาน แต่พอจำได้ว่าเป็ใครก็ตื่นเต้นยิ่งนัก
เซียวฝาน แม่ทัพเซียว กลับมาที่ตระกูลซูของพวกเขาอีกแล้ว
โดยไม่ต้องพูดถึงว่าข่าวแพร่ไปเร็วแค่ไหน ตอนนี้ซูซีหัวกำลังพูดขอบคุณเซียวฝานอยู่
"แม่ทัพเซียว รีบกลับไปหรือเปล่า? ถ้าหากกลับช้ากว่านี้ล่ะก็ประตูเมืองจะปิดแล้วนะ"
"ข้ารู้ดี" เซียวฝานพยักหน้ารับ มองลึกเข้าไปในตาของซูซีหัว "แต่ไม่มีผลกับข้าหรอก"
"เอ๊ะ?"
ซูซีหัวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจในทันที อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงในลำคอ ตำแหน่งสูงก็เก่งกาจนัก แม้แต่การเปิดปิดประตูเมืองก็ไม่ส่งผลกระทบ แต่ถึงอย่างนั้น นางก็จะไม่ปล่อยให้ เซียวฝาน อยู่นานหรอก
คิดแบบนี้แล้ว ซูซีหัวจึงเอ่ยปากพูด "ข้าพลาดเอง ด้วยตำแหน่งของแม่ทัพเซียว ไม่จำเป็ต้องสนใจการเปิดปิดประตูเมืองจริง ๆ "
เซียวฝานไม่ได้พูดอะไร
หลังจากรู้สึกอึดอัดใจครู่หนึ่ง เขาก็หันหลังกลับไปจับบังเหียนม้า "จำเป็อะไรต้องพูดอ้อมค้อมขนาดนั้น? ต่อหน้าข้า เ้าจะพูดอะไรก็พูดตรง ๆ ได้"
ซูซีหัวชะงักเล็กน้อย มองไปที่เซียวฝานอีกครั้ง เขาก็ขี่ม้าจากไปแล้ว
ในความมืดยามค่ำคืน มีเพียงเงาดำเท่านั้นที่เหลืออยู่ ยิ่งไกลออกไป ก็ยิ่งมองไม่เห็นอะไรเลย
ซูซีหัวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หลังจากผ่านไปสักพักก็ได้สติ ไม่ว่าจะพูดอะไรก็พูดได้ตรง ๆ นี่เป็การพูดจาสุภาพหรือความจริงกันแน่
กลับไปที่ห้องด้วยความสงสัย หลังจากที่ซูซีหัวล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้น หงเซี่ยว สาวใช้จากห้องของฮูหยินใหญ่ก็เข้ามา
"คุณหนู ฮูหยินใหญ่ มาเรียกให้ไปหาน่ะเ้าค่ะ"
ซูซีหัวหาวหวอด เอาผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำมาปิดหน้า สักพักก็ขยี้ตาสองสามที
"รอก่อน ข้าเสร็จแล้วจะไป"
อิงเถาและหลี่จือ ช่วยเธอจัดแต่งทรงผม ซูซีหัวเปลี่ยนชุดแล้วก็ไปที่ลานของ ฮูหยินใหญ่ พอเข้าประตูมาก็ได้ยินเสียงบ่นอุบ
"นางทำเกินไปแล้ว ไล่คนใช้ออกไปตั้งหลายคน ตอนนี้ลานของพวกเราวุ่นวายไปหมด"
"ตระกูลซูของพวกเราเลี้ยงคนใช้ไม่กี่คนไม่ไหวหรือไง"
"..."
เสียงบ่นจากด้านในดังต่อเนื่อง ซูซีหัวยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ฟังจากเสียงแล้วพี่สาวของนางมาอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว
ไม่สิ ไม่มี ซูเยว่
"ฮูหยินใหญ่ ท่านต้องช่วยพวกเราด้วยนะเ้าคะ!"
"อย่าให้ฮูหยินใหญ่ต้องช่วยเลย พวกเ้าทำอะไรวุ่นวายไปหมด อย่าไปทำให้ฮูหยินใหญ่โกรธอีก"
ซูซีหัวเอ่ยปากเข้าไป ยิ้มให้พี่สาวที่เงียบลงทันทีแล้วเดินไปคารวะที่ข้างเตียงอย่างช้า ๆ
"ฮูหยินใหญ่ วันนี้ท่านรู้สึกดีขึ้นแล้วหรือไม่เ้าคะ?"
ฮูหยินใหญ่พิงหัวเตียงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำถามนี้ก็ยิ้มจาง ๆ ขึ้นมา "ยาที่หมอจัดให้นั้นได้ผลดีมาก ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว"
"ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว ศีรษะเป็ส่วนสำคัญ ห้ามละเลยเด็ดขาด"
หลังจากพูดคุยกับฮูหยินใหญ่สองสามประโยค ซูซีหัวจึงหันไปมองพี่สาวทั้งหลาย "พวกท่านยังอยู่ที่นี่ทำไมน่ะ?"
"แล้วทำไมพวกข้าจะอยู่ที่นี่ไม่ได้?" ซูเถาพี่รองขมวดคิ้ว พูดอย่างชอบธรรม "พวกข้ามาฟ้องร้อง"
ซูซีหัว "..."
ถึงแม้ซูซีหัวจะคิดอะไรไว้ แต่ก็ไม่คิดว่าซูเถาจะตรงไปตรงมาขนาดนั้น ชั่วขณะหนึ่งเธอตอบอะไรไม่ถูก
"ท-ท่าน..."
"ข้าทำไม?" ซูเถา ส่งเสียงฮึดฮัด ไม่พอใจหันหน้าไปทางอื่น "ฮูหยินใหญ่ นางอยู่ที่นี่ ท่านต้องตัดสินให้พวกข้าให้ได้"
"ใช่ ต้องตัดสิน!"
เสียงเห็นด้วยดังขึ้นรอบด้าน ซูซีหัวกะพริบตา มุมปากยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว พี่สาวของนางช่างน่ารักเหลือเกิน
ไม่ต้องพูดถึงซูซีหัวที่คิดแบบนี้ ฮูหยินใหญ่ก็อดกุมขมับไม่ได้