พอเยี่ยหลงกับเฟินเจวี๋ยปี้ ได้ยินกรรมการเชิญตนให้ลงมายังสนามประลอง คนก็เดินลงมายังสนามประลองตามคำเรียก
เมื่อทั้งสองลงมาอยู่ในสนามประลองและยืนประจันหน้ากันแล้ว หนึ่งในกรรมการที่ยืนอยู่ระหว่างกลางของทั้งสองคน ก็กล่าวบอกแก่ทั้งสองขึ้น " จงนำไม้หมายเลขที่เ้าได้รับไป สำแดงและคืนแก่เราผู้าุโ "
เฟินเจวี๋ยปี้กับเยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็ทำตามคำบอก พอทำเสร็จ กรรมการอีกคนที่ไม่ใช่กรรมการคนที่บอกให้สำแดงไม้หมายเลขและคืนแก่คน ก็กล่าวบอกแก่ทั้งสองคนขึ้น " จงถอยหลังไปคนละสิบก้าว "
เยี่ยหลงและเฟินเจวี๋ยปี้ที่ได้ฟังก็ถอยหลังไปคนละสิบก้าวตามคำสั่งของกรรมการ
ครั้นทั้งสองถอยหลังไปคนละสิบก้าวเสร็จตามคำสั่ง กรรมการทั้งสองก็กระโจนออกจากสนาม จากนั้นหนึ่งในกรรมการก็ประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้ได้ " เริ่มประลองได้ "
ทันใดที่สิ้นเสียงประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้
เฟินเจวี๋ยปี้ก็เปลี่ยนร่างเป็ร่างครึ่งคนครึ่งกิ้งก่าลาวาและพ่นลูกไฟั์เป็วงกว้างใส่เยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นลูกไฟั์ที่ถูกพ่นมาทางตน คนก็ไม่รีรอช้าในการสวมเกราะิญญาคลุมทั้งร่างกายเพื่อป้องกัน
ไม่ช้าไม่นานไฟที่ถูกพ่นออกมาโจมตีเยี่ยหลงก็หยุดลงทัศนียภาพเบื้องหน้าของเฟินเจวี๋ยปี้ คือ พื้นลานประลองถูกหลอมละลาย ส่วนคนที่โดนไฟพ่นใส่กลับไม่โดนไฟไหม้แม้แต่ปลายขน
กรรมการที่รู้ว่าทั้งสองมีความสามารถและอยู่ระดับอะไร ก็ประกาศบอกแก่ทุกคนขึ้น " เซี่ยไป๋เยี่ยหลง
ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า ิญญายุทธ์ยังไม่ปลุก ใช้เกราะิญญาต่อสู้แทน เฟินเจวี๋ยปี้ ระดับมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง ิญญายุทธ์สายสัตว์ ิญญายุทธ์กิ้งก่าลาวา สามสัญลักษณ์ "
" อะไรนะ!! เ้าพิการเยี่ยหลง อยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า แล้วเหรอ ? ได้ยังไงกัน ? " หนึ่งในผู้ประลองชายของตระกูลฉู่ที่ยืนใกล้ๆกับฉู่หลี่ชุนที่ได้ยินกรรมการการประลองประกาศบอกความสามารถและระดับพลังิญญามาดังนั้น คนก็ถึงกับต้องเอ่ยถามออกมา
" เื่ที่มันอยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้านับว่าน่าใแล้ว แต่เื่ที่มันสามารถป้องกันการโจมตีจาก
เฟินเจวี๋ยปี้ที่อยู่ระดับมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่งได้ อันนี้นับว่าน่าใยิ่งกว่า " หนึ่งในผู้ประลองชายของตระกูลฉู่อีกคนกล่าวขึ้น
เฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็นคนไม่ได้รับาเ็แม้แต่ปลายเส้นขนจากการโจมตีของตน คนก็รู้สึกสงสัยและแปลกใจอยู่หลายส่วน
' มันป้องกันการโจมตีที่หมายเอาให้าเ็สาหัสของเราได้งั้นเหรอ!! ' เฟินเจวี๋ยปี้คิด
' เกือบไปแล้วเรา ถ้าเราอัดพลังิญญาเสริมเกราะิญญาไม่ต่อเนื่องแม้เพียงนิด เราคงโดนไฟเผาไหม้จนเป็ตอตะโกไปแล้ว ' เยี่ยหลงคิด ' นี่สินะความต่างของระดับพลัง แค่การโจมตีของมันครั้งเดียว ก็ทำให้เราสูญเสียพลังิญญาไปถึงเจ็ดในสิบส่วนเลยทีเดียว ถ้าเราอยากจะชนะ ฉะนั้นเราต้องจบการประลองโดยไวที่สุด แต่ก่อนอื่นเราต้องทำอย่างไรก็ได้ ไม่ให้มันโจมตีเราอีก '
เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนจึงเร่งรุดพุ่งเข้าโจมตีต่อยเฟินเจวี๋ยปี้ที่จุดที่โดนทีถึงขั้นสลบ
เฟินเจวี๋ยปี้ที่ดูถูกเยี่ยหลง เพราะความห่างชั้นของพลังที่ห่างกันถึงสองขั้นใหญ่ คนจึงไม่คิดจะหลบหรือป้องกันอะไร
เปรี้ยง เสียงหมัดหนักต่อยเข้าหน้าคนดังสนั่น เฟินเจวี๋ยปี้ที่โดนต่อยหน้าไปทีหนึ่ง ก็ถึงกับมีอาการมึนงง ใกล้จะสลบ
แต่ไม่ช้าไม่นานไม่ถึงสองลมหายใจ คนก็เรียกสติกลับมาจากอาการมึนงงได้แต่ไม่เต็มร้อย จากนั้นคนก็คิดขึ้น ' นี่ข้าโดนหมัดคนต่อยใช่มั้ย ทำไมถึงรู้สึกเหมือนโดนม้าที่แข็งแรงและเตะแรงที่สุด เตะเข้าใส่หน้ายังไงยังงั้น ไอ้ตัวบัดซบนี่หมัดหนักชะมัด '
หลังเฟินเจวี๋ยปี้คิดเสร็จ เยี่ยหลงก็พุ่งตัวเข้ามาโจมตีอีกทันทีด้วยความรวดเร็ว เฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็นคนพุ่งเข้ามาเข้ามาโจมตี คนก็เกิดตระหนักพลันคิดขึ้น ' เราต้องหลบแล้ว '
ทันทีที่คิดเสร็จ เฟินเจวี๋ยปี้ก็เคลื่อนกายหลบหมัดของเยี่ยหลงตามความคิด จนหลบได้
เยี่ยหลงที่เห็นว่าคนเริ่มตัดสินใจเลือกที่จะเคลื่อนกายหลบหมัดคน มากกว่าแทนที่จะเลือกยืนรับนิ่งๆเฉยๆหรือโถมพลังที่มากกว่าเข้าใส่คนสวนกันไปเลย
คนก็รู้สึกเป็ไปดั่งคาดและคิดขึ้น ' เป็ไปดั่งคาดคิด เลย เมื่อเฟินเจวี๋ยปี้รู้ฤทธิ์หมัดของเราแล้ว คนก็มีทางเลือกอยู่สองทางเลือกคือ เคลื่อนกายหลบหนีเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้ และอีกทางก็คือ ใช้ความอึดและการฟื้นฟูรวดเร็วของร่างกายิญญายุทธ์สายสัตว์ทนรับการโจมตีและหาโอกาสโจมตีสวนกลับ '
เยี่ยหลงคิดอีก ' ในเมื่อ มันเลือกทางนี้ ก็เป็ผลดีกับเราเป็อย่างมากถึงที่สุด เพราะหากมันเลือกอีกทาง ที่จะใช้ความอึดและการฟื้นฟูรวดเร็วของร่างกายิญญายุทธ์สายสัตว์ทานรับการโจมตีและหาโอกาสโจมตีสวนกลับ เราคงทานรับการโจมตีของมันอีกครั้งไม่ได้แน่ ฉะนั้น ณ ปัจจุบันขณะนี้ เราก็เหลือเพียงหน้าที่เดียวคือจบการประลองนี้ให้ไวที่สุด '
เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็ทำการพุ่งรุกไล่เข้าโจมตีเข้าใส่เฟินเจวี๋ยปี้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนทางด้านของเฟินเจวี๋ยปี้ที่โดนพุ่งเข้ารุกไล่พุ่งเข้าใส่โจมตีคน คนก็เคลื่อนกายหลบไปมาตามจังหวะ
ผลปรากฏว่า การโจมตีที่เยี่ยหลงโจมตีมา ไม่โดนร่างกายของเฟินเจวี๋ยปี้เต็มๆ คือมันเฉียดร่างกายของเฟินเจวี๋ยปี้ไปมาทุกการโจมตี
' ดีล่ะ เป็อย่างงี้แหละดีแล้ว หากมันใช้เกราะิญญาคลุมทั้งร่างกายของมันอย่างต่อเนื่องและโจมตีพุ่งเข้าใส่เราอยู่แบบนี้ ไม่ช้าไม่นาน พลังิญญากับแรงของมันต้องหมดก่อนที่จะได้ัักับร่างกายของเราก่อนแน่ ' เฟินเจวี๋ยปี้คิด
' เอายังไงดี หากเรายังใช้เกราะิญญาต่อเนื่องอยู่อย่างนี้ พลังิญญาของเราได้หมดก่อนแน่ เราต้องจับมันให้ได้และต้องกระหน่ำโจมตีใส่มันให้สลบโดยเร็ว ' เยี่ยหลงคิด
เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็วิ่งเข้าใส่ แต่ครั้งนี้คนกลับไม่ตั้งท่าเตรียมโจมตีเอาไว้ก่อน และเมื่อคนวิ่งมาถึงระยะโจมตีคนได้ คนกลับวิ่งผ่านไปไม่โจมตี เยี่ยหลงทำอย่างงี้วนไปเรื่อยๆประมาณห้าครั้ง
จนเฟินเจวี๋ยปี้มึนงงและคิดเองแล้วว่าคนแค่พุ่งเข้ามาหาเฉยๆไม่โจมตีคน เพื่อทำให้คนใและเผลอใช้เกราะิญญามาคุ้มกันร่างกายตน เพื่อทำให้คนเสียพลังิญญาไปโดยเสียเปล่า
' ที่มันพุ่งเข้ามาหาเราแต่ไม่โจมตี คงเป็เพราะมันคงจะปลดเกราะิญญาของตนเองออกแล้วเพื่อที่จะประหยัดพลังิญญาของตนเอง และคงกลัวว่าหมัดเปล่าๆของมันจะปะทะกับเกราะิญญาของเราที่เราเผลอใช้ออกสินะ ' เฟินเจวี๋ยปี้คิด
พอเฟินเจวี๋ยปี้คิดเสร็จ เยี่ยหลงก็พุ่งเข้ามาหาต่อเป็ครั้งที่หก แต่แทนที่ครั้งนี้เฟินเจวี๋ยปี้จะหลบ คนกลับยืนนิ่งๆรอรับการโจมตีจากเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่พุ่งเข้ามาหา เมื่อถึงระยะหนึ่งที่เรียกว่าใกล้มาก แทบจะกายแนบชิดกัน คนที่ใว่าทำไม
เฟินเจวี๋ยปี้ถึงไม่ยอมเคลื่อนกายหลบ ก็ะโถอยหลังถอยร่นกลับหลังไป
' เป็จริงอย่างที่เราคิด มันปลดเกราะิญญาที่คลุมคุ้มร่างกายของมันออกแล้วจริงๆด้วย เพราะอย่างงี้ไงมันถึงไม่ยอมโจมตีเรา เพราะกลัวจะปะทะกับเกราะิญญาของเราไง ' เฟินเจวี๋ยปี้คิด
' ทำไมมันถึงไม่ยอมหลบกัน ไม่น่าจะเข้าแผนเราเร็วขนาดนี้หนิ ตามที่เราคิดไว้ หรือว่ามันจะจับได้แล้วว่า ที่เราไม่ยอมโจมตีมัน ก็เพราะรู้ว่าเป็แผนที่เราจะทำให้มันตายใจและยืนอยู่นิ่งๆให้เราใช้ท่าคว้าจับแต่โดยง่าย มันเลยยืนอยู่นิ่งให้เราจับและคงจะใช้่ที่เรายึดติดกันใช้ลูกไฟั์จากปากเผาเราระยะประชิดสินะ คงเป็เช่นนั้นแน่ๆ แต่เราลองจับมันดูครั้งหนึ่งก่อนดีกว่า หากมันไม่มีท่าทีว่ามันจะโจมตีสวน ก็ถือเป็โอกาสดีของเรา ในการจบการประลองโดยเร็ว ' เยี่ยหลงคิด
ครั้นเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็พุ่งร่างเข้าหาร่างเฟินเจวี๋ยปี้ต่อ แต่ครั้งนี้คนกลับไม่เคลื่อนกายให้ผ่านไปเหมือนหกครั้งก่อน คนใช้มือพุ่งคว้าจับไหล่ของเฟินเจวี๋ยปี้
เฟินเจวี๋ยปี้ที่รู้ทราบั้แ่คนเริ่มเคลื่อนไหวแขนและมือ แต่คนก็ไม่หลบ เป็เพราะว่าคนเห็นคนไม่ได้ใช้หมัดเข้าโจมตีคนที่ใบหน้า จึงไม่คิดจะหลบ
' จับได้ล่ะ ' เยี่ยหลงคิด
เมื่อคิดเสร็จ และเห็นว่าเฟินเจวี๋ยปี้ไม่ได้ใช้ไฟเผาตนดังที่ตนคิด คนก็ไม่ปล่อยโอกาสจบการประลองให้หายไป คนใช้มือข้างซ้ายที่ไม่ได้ใช้จับยึดไหล่คนเอาไว้ กระหน่ำต่อยทั้งหน้าและท้องน้อยสลับกันไป
เยี่ยหลงทำอย่างงี้จนเวลาผ่านไปประมาณยี่สิบห้าลมหายใจ ก่อนจะคลายมือที่จับยึดออกและใช้มอญยันหลักถีบเข้ายอดอกของเฟินเจวี๋ยปี้จนกระเด็นถอยหลังไปนอนกับพื้น
ทางด้านของเฟินเจวี๋ยปี้ที่โดนโจมตีทั้งหน้าและท้องน้อย คนก็รู้สึกทั้งเจ็บ มึน และจุก ในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังไม่สลบ
เยี่ยหลงที่เห็นคนยังเอามือกุมท้องและยังร้องครวญครางอยู่ คนจึงรู้ได้ทันทีว่าคนยังไม่สลบและคิดขึ้น '
สมแล้วที่เป็วิญญาจารย์สายสัตว์ และอยู่ระดับมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง อึดมาก '
พอเยี่ยหลงคิดเสร็จ เฟินเจวี๋ยปี้ที่ทั้งเจ็บและจุกอยู่ก็พยายามฝืนตัวลุกขึ้นมายืน เมื่อยืนได้เสร็จ เฟินเจวี๋ยปี้ก็แหกปากะโออกมา " ไอ้ตัวบัดซบ แกบังอาจมากนะ ที่ทำให้ข้าผู้นี้ต้องลงไปนอนอยู่กับพื้นอย่างน่าสมเพช แกนะแก ต่อจากนี้ข้าจะทำให้แกไม่ตายดีแน่ "
" ย้า " เฟินเจวี๋ยปี้แหกปากร้องออกมา ทันใดนั้นเพลิงสีชาดก็พลันลุกคลุมตัวของเฟินเจวี๋ยปี้ทั้งตัว
จากนั้นต่อมาเพลิงที่คลุมลุกทั้งตัว ก็ค่อยๆให้กำเนิดลูกกิ้งก่าไฟมากถึงสิบตัว ก่อนจะหยุดกำเนิดเกิดอีก
" อัคคีกำเนิดเดรัจฉาน " เฟินเจวี๋ยปี้ประกาศบอกชื่อทักษะิญญาที่ตนใช้ออกมา ก่อนจะออกคำสั่งแก่ลูกกิ้งก่าหลังจากนั้นว่า " จงไปฆ่ามันซะ "
ทันทีที่เฟินเจวี๋ยปี้ออกคำสั่งแก่ลูกกิ้งก่าเสร็จ เหล่าลูกกิ่งก่าไฟทั้งสิบตัว ก็วิ่งพุ่งเข้าใส่เยี่ยหลงแทบจะในทันที
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็อุทานออกมา " ชิบหายแล้ว "
เมื่ออุทานเสร็จ ในเวลาไม่นานไม่ถึงสองลมหายใจ กิ้งก่าไฟที่วิ่งพุ่งเข้าหาเยี่ยหลง ก็ได้ระยะในการกระโจนะโเข้าใส่โจมตีเยี่ยหลงกันทีละตัว
เมื่อกิ้งก่าไฟกระโจนะโใส่เยี่ยหลง เยี่ยหลงที่ไม่ประมาทก็ทำการเคลื่อนกายหลบไปมา แต่เคลื่อนกายหลบไปได้ไม่นาน ด้วยความที่กิ้งก่าไฟตัวเล็กและว่องไวมาก จึงทำให้ครั้งที่สิบห้าของการหลบหลีกของเยี่ยหลง ได้หยุดลง และคนหันมาใช้มือคว้าจับกิ้งก่าไฟตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาด้านหน้าแทนการหลบ เพราะคนคิดว่าหลบไม่พ้นแน่ๆ
พอเยี่ยหลงคว้าจับตัวของกิ้งก่าไฟที่พุ่งโจมตีมาจากด้านหน้าได้ตัวแรก คนก็คิดขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว ' โชคดีนะที่เราคว้าจับมันได้ทัน ไม่งั้นกิ้งก่าไฟตัวนี้ คงจะกัดหน้าเราไปแล้ว ถือว่าเรายังมีโชคดีอยู่บ้าง '
หลังจากที่เยี่ยหลงคิดเสร็จและรู้สึกโล่งใจเพราะคว้าจับตัวกิ้งก่าไฟที่พุ่งเข้ามาโจมตีคนได้ จู่ๆในขณะที่กำลังโล่งใจอยู่ ตัวของกิ้งก่าเพลิงที่จับ ก็เกิดบวมพองขึ้นมา
เยี่ยหลงที่เห็นและรู้สึกได้ว่าร่างกายของกิ้งก่าเพลิงกำลังขยายขึ้น ก็เตรียมจะปล่อยด้วยความใและความคิดที่ไม่ประมาท
แต่ว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างของกิ้งก่าเพลิงที่บวมพองพลันะเิขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เยี่ยหลงจะทันได้ปล่อย
ตู้ม เสียงะเิดังสนั่น
เมื่อควันจากร่างกิ้งก่าเพลิงที่ะเิจางหายหมด ผลปรากฏว่ามือและหน้าของเยี่ยหลง บังเกิดแผลไฟไหม้ขึ้นให้ทุกคนได้เห็น
เฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็นผลลัพธ์จากการโจมตีของตนออกมาแบบนั้น คนก็กล่าวขึ้น " ดูเหมือนว่า ลูกกิ้งก่าจำนวนสิบตัว จะทำให้แรงะเิไม่แรงพอที่จะทำให้ถึงแก่ชีวิตสินะ งั้นหากเรา้าให้มันตาย เห็นทีคงต้องลดจำนวนกิ้งก่าไฟลง "
เมื่อเฟินเจวี๋ยปี้คิดได้ดังนั้น คนก็ทำการลบกิ้งก่าไฟจากเก้าตัวลบไปสี่ตัว จนเหลือห้าตัว จากนั้นคนก็ออกคำสั่งแก่ลูกกื้งก่าต่อ " ลูกกิ้งก่าที่เหลือ จงพลีชีพเพื่อฆ่าศัตรูของข้าซะ ไป "
ทันทีที่เฟินเจวี๋ยปี้ออกคำสั่งเสร็จ ลูกกิ้งก่าที่หยุดนิ่งที่เหลือ ก็ทำการพุ่งเข้าโจมตีเข้าใส่คนต่อ
เยี่ยหลงที่เห็นว่าลูกกิ้งก่าเพิ่งกลับมาเคลื่อนไหว หลังจากที่เฟินเจวี๋ยปี้ทำการลบจำนวนกิ้งก่าออก คนก็ทำการเคลื่อนไหวหลบหลีกลูกกิ้งก่าที่พุ่งเข้ามาโจมตีพลางคิดขึ้นไปด้วย ' ลูกกิ้งก่าหยุดจู่โจมใส่เรา เมื่อคนทำการลบจำนวนกิ้งก่าออก แสดงว่า ลูกกิ้งก่าต้องอาศัยอะไรสักอย่างในการควบคุม ถ้าเราเดาไม่ผิด น่าจะเป็ความคิด เช่นนั้นเราต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้มันหยุดคิดควบคุมกิ้งก่า '
เยี่ยหลงที่คิดได้ดังนั้น คนก็พลันผุดความคิดทดลองหนึ่งขึ้นมาได้ ' งั้นเราลองทำให้มันตระหนก โดยการพุ่งโจมตีเข้าใส่แบบดื้อๆอย่างแลกกันหมัดต่อหมัดดูดีกว่า ดูซิว่าเมื่อมันตระหนกจนคิดว่าจะต้องหลบ ลูกกิ้งก่าจะหยุดเคลื่อนไหวมั้ย '
เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ทฤษฎีในการที่จะทำให้ลูกกิ้งก่าหยุดโจมตีมาดังนั้น คนก็ไม่รีรอช้าในการที่จะทำการทดลอง
คนทำการวิ่งพุ่งกระโจนเข้าใส่หาเฟินเจวี๋ยปี้อย่างตรงๆไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมด้วยความรวดเร็ว
เฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็นดังนั้น คนก็คิดเดาฟุ้งซ่านไปเรื่อย ' มันจะทำอะไร นี่มันจะโจมตีเราง่ายๆแบบนี้เนี่ยนะ ไม่หรอก มันจะต้องมีแผนอะไรแน่ๆ ถ้าเราเดาไม่ผิด มันคงจะแกล้งทำให้เราคิดว่า มันจะพุ่งเข้ามาโจมตี จนเราใช้พลังิญญาสร้างเกราะิญญามาคุ้มกันร่างกายจนเราเสียพลังิญญาไปโดยเสียเปล่า เพราะแท้จริงมันจะะโกลับหลังไปตั้งหลักอย่างครั้งก่อน ที่มันเคยทำ '
' แล้วถ้ามันโจมตีใส่เราจริงๆล่ะเฟินเจวี๋ยปี้ เราจะทำยังไง เพราะถ้ามันโจมตีใส่เราจริงๆครั้งนี้ มันคงจะกระหน่ำโจมตีใส่เราแบบไม่ให้เราฟื้นสติได้อีกแน่ เราจะเอาอย่างไงดี จะหลบหรือไม่หลบ เอาไงดีเฟินเจวี๋ยปี้ '
ในระหว่างที่เฟินเจวี๋ยปี้ยังคิดตัดสินใจไม่ได้ เยี่ยหลงที่มาบรรลุถึงระยะโจมตีแล้ว คนก็ง้างหมัดจะต่อย
ทันใดนั้นเฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็น คนก็ตัดสินใจได้ในชั่วพริบตาว่า คนจะต้องหลบ
เมื่อคนขยับร่างกายเคลื่อนกายหลบ ทันใดนั้นเยี่ยหลงก็หันกลับไปมองสังเกตลูกกิ้งก่าไฟว่าหยุดเคลื่อนไหวมั้ย ผลสรุปคือลูกกิ้งก่าไฟหยุดเคลื่อนไหวลง
' ลูกกิ้งก่าไฟหยุดลง เป็ที่ดั่งเราคิดจริงๆด้วย ' เยี่ยหลงคิด ' เมื่อเงื่อนไขควบคุมกิ้งก่าเพลิงเป็มาดังนี้ เราต้องไล่ต้อนมัน ให้มันไม่มีสมาธิในการคิดควบคุมลูกกิ้งก่าเพลิง เราต้องไล่ต้อนโจมตีมันไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง '
ครั้นเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็พุ่งร่างตามไล่ล่า
เฟินเจวี๋ยปี้ที่เคลื่อนกายหลบ จนทำให้เฟินเจวี๋ยปี้ต้องหันมาตั้งสมาธิจดจ่อกับการหลบการโจมตีของคน จนไม่สามารถใช้ความคิดควบคุมลูกกิ้งก่าไฟได้เลยแม้แต่ตัวเดียว
เฟินเจวี๋ยปี้ที่เคลื่อนกายหลบไปมา จนหลบการโจมตีของเยี่ยหลงได้อย่างหมดจด คนหลบไปมาได้นานถึงประมาณสามสิบห้าลมหายใจเข้าออก
ที่เฟินเจวี๋ยปี้หลบได้นานถึงขนาดนี้ ก็เป็เพราะเยี่ยหลงเน้นต่อยคนแต่ที่หน้า เฟินเจวี๋ยปี้เลยตั้งสมาธิแค่โยกหัวหลบเป็พอ
ลมหายใจเข้าออกครั้งที่สามสิบหก เฟินเจวี๋ยปี้ที่คิดว่าเยี่ยหลงคงจะพุ่งหมัดเข้าใส่หน้าคนดั่งเช่นเดิม ก็คิดเตรียมจะโยกหัวหลบ
เมื่อเยี่ยหลงพุ่งหมัดมา เฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็นว่าคนใช้หมัดขวาพุ่งต่อยเข้าใส่ใบหน้าด้านซ้ายตน คนจึงโยกขวาหลบ
พอคนโยกหัวหลบก่อนที่หมัดจะบรรลุถึงหน้าได้เสร็จ ทันใดนั้นเยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็พลันคลายการกำหมัดออกและเบนหมัดที่พุ่งต่อยเข้าใส่ใบหน้าคนด้านซ้าย เป็พุ่งคว้าจับยึดไหล่ด้านซ้ายของคนเอาไว้แทน
' เสร็จล่ะ จับมันได้แล้ว ' เยี่ยหลงคิด
' แย่ล่ะ พลาดโดนมันจับยึดเอาไว้จนได้ เราต้องรีบ ' เฟินเจวี๋ยปี้ยังคิดไม่ทันจบ
เยี่ยหลงก็ทำการกระหน่ำโจมตีใส่ใบหน้ากับท้องน้อยของคนสลับกันไปอย่างเต็มแรง
เฟินเจวี๋ยปี้ที่โดนกระทำดังนั้น ก็หาได้ยอมจำนนไม่ คนทำการฝืนความเ็ปพลางใช้มือข้างหนึ่งพยายามแก้มือที่เยี่ยหลงยึดจับตนอยู่ และเรียกไฟออกมาปกคลุมทั้งร่างกาย เพื่อหวังให้ไฟเผาเนื้อหนังคน จนทำให้คนปล่อยมือที่คว้าจับยึดตนเอาไว้ออก
ส่วนมืออีกข้างที่ว่างของคน ก็พยายามใช้โบกสะบัดปัดป้อง หมัดของเยี่ยหลงที่พุ่งโจมตีเข้ามาใส่ตน ส่วนผลลัพธ์ที่ออกมานั้น คือคนปัดป้องไม่ได้เลยแม้แต่หมัดเดียว
เฟินเจวี๋ยปี้โบกสะบัดปัดป้องไปมา ก็ปัดป้องไปได้ไม่นาน ไม่ถึงหนึ่งนาที มือคนที่โบกสะบัดปัดป้องก็หยุดลง
เยี่ยหลงต่อยคนไปเรื่อยๆอย่างงั้นนานถึงสามนาที ก่อนที่คนจะเมื่อยและหยุดโจมตีลง จากนั้นคนก็หันมาสังเกตสภาพของเฟินเจวี๋ยปี้ปัจจุบันว่าเป็เช่นไรบ้าง
ปรากฏว่า ณ ปัจจุบัน เฟินเจวี๋ยปี้หมดสติสิ้นสภาพต่อสู้ไปแล้วอย่างหมดจด
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ปล่อยมือที่คว้าจับยึดคนเอาไว้ออก เมื่อปล่อยมือออกแล้ว คนก็หันมาดูมือและแขนของตน ข้างที่เพิ่งปล่อยจากการคว้าจับออก
สิ่งที่คนเห็นก็คือ แผลไฟไหม้ระดับสองที่ทั้งมือและแขนของคน หลังจากนั้นคนก็คิดขึ้น ' นี่ขนาดเราใช้เกราะิญญาคลุมไว้แล้วนะเนี่ย ยังได้รับาเ็ขนาดนี้ นี่สินะความแตกต่างของระดับพลัง '
เมื่อเยี่ยหลงคิดเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกับที่กรรมการประกาศบอกชื่อผู้ชนะ " เซี่ยไป๋เยี่ยหลง ของตระกูลเซี่ย เป็ฝ่ายชนะ "
" ไม่จริงล้อเล่นรึเปล่า เ้าพิการเยี่ยหลงชนะเหรอ นี่ข้าหูฝาดตาฝาดไปรึเปล่า " หนึ่งในผู้ประลองของตระกูลฉู่กล่าว
" ไม่น่าเชื่อจริงๆ ทั้งที่ระดับพลังของเฟินเจวี๋ยปี้ห่างจากมันตั้งหนึ่งถึงสอง่ใหญ่ มันกลับชนะมาได้ " หนึ่งในคนตระกูลเซียวกล่าว
" เป็ไปได้ยังไงกัน ที่เฟินเจวี๋ยปี้ลูกข้าจะแพ้ ระดับพลังิญญาของเจวี๋ยปี้ ห่างจากมันตั้งหนึ่ง่ใหญ่เลยนะ " เฟินชิงเฉิงผู้นำตระกูลเฟินหรือบิดาของ
เฟินเจวี๋ยปี้กล่าวออกอย่างไม่อยากยอมรับ
" อาจเป็เพราะเฟินเจวี๋ยปี้ ประมาทเกินไปก็เป็ได้ เลยทำให้ความพ่ายแพ้มาถึงตัว ถ้าคิดอย่างงี้ก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้นะขอรับท่านผู้าุโ ข้าเฟินหลิวหยางคิดเช่นนี้ " เฟินหลิวหยางกล่าวบอก
" ถึงจะประมาทยังไง ข้าก็ยังไม่อยากจะยอมรับอยู่ดีว่าลูกข้าจะแพ้แก่มันได้ "
" ถ้าเหตุผลนี้ ยังยากจะยอมรับ เช่นนั้นก็รอให้คนพาร่างของเจวี๋ยปี้ขึ้นมาจากสนามประลองก่อน และเราก็ค่อยให้เขากินยาฟื้นฟู เมื่อเขาฟื้นแล้ว ก็ค่อยถามเขาว่าโดนอุบายอะไรมา จึงได้แพ้เช่นนี้ " เฟินหลิวหยางกล่าว
" นั่นไงขึ้นมาพอดีเลย " เมื่อเฟินหลิวหยางกล่าวจบ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่คนที่แบกร่างของเฟินเจวี๋ยปี้ก็แบกร่างของเฟินเจวี๋ยปี้ขึ้นมาถึงยังจุดรวมตัวคน ของกลุ่มคนตระกูลเฟินพอดี
เฟินชิงเฉิงที่เห็นดังนั้นก็ไม่รีรอช้า รีบนำยาน้ำที่เป็ยาฟื้นไปกรอกปากของเฟินเจวี๋ยปี้ในทันใด
ไม่ช้าไม่นาน ประมาณห้าลมหายใจเข้าออก หลังได้รับยาฟื้นฟู เฟินเจวี๋ยปี้จึงฟื้นคืนสติกลับมาจากการสลบหลับไหล
เมื่อเฟินชิงเฉิงเห็นบุตรชายตนฟื้นคืนสติ คนก็กล่าวถามอาการว่าเป็เช่นไร " เจวี๋ยปี้ ลูกเป็อย่างไรบ้าง หายเจ็บหายมึนงงรึยัง เอายาเพิ่มอีกมั้ย "
" ไม่เป็ไรท่านพ่อ ยาฟื้นฟูที่ท่านพ่อป้อนให้ลูก รักษาลูกจนหายปวดเจ็บจนหมดสิ้นแล้ว " เฟินเจวี๋ยปี้กล่าวบอก
" นี่เจวี๋ยปี้ เหตุใดเ้าถึงพ่ายแพ้ให้แก่มันได้ ทั้งๆที่เ้ามีระดับพลังห่างจากมันตั้งหนึ่งถึงสอง่ใหญ่ เป็เพราะเ้าประมาทเอง หรือ เป็เพราะมันใช้อุบายคดโกงใส่เ้ากันแน่ เ้าถึงแพ้มัน รีบอธิบายมาเร็วๆ หากหนึ่งในพวกเราเจอกับมัน จะได้รับมือได้ถูก " เฟินหลิวหยางกล่าวถาม
" ข้าก็อยากจะบอกว่ามันคดโกงอย่างสุดใจ แต่ว่าความจริงมันไม่ใช่ ที่ข้าแพ้ เป็เพราะข้าประมาทและคาดการณ์ผิดไป ความจริงก็เป็ดังนี้แหละ " เฟินเจวี๋ยปี้กล่าวบอก
" ข้าเฟินหลี่จวิน ขอกล่าวถาม ในระหว่างที่เ้าเรียกลูกกิ้งก่าไฟออกมาระดมโจมตี ข้าที่ดูอยู่ก็เห็นว่าเ้าได้เปรียบแล้ว เพราะเพียงแค่ลูกกิ้งก่าไฟะเิใส่มันเพียงตัวเดียว ก็ส่งผลเกราะิญญาของมันแตกออกจนทำให้มือและหน้าของมันบังเกิดแผลไฟไหม้ แล้วเหตุใดหลังจากมันพุ่งโจมตีเข้าใส่ เ้าถึงหยุดควบคุมกิ้งก่าไฟ และหันมาใช้สมาธิกับการเคลื่อนกายหลบแทน แทนที่จะยืนแลกกับมันไปเลย แค่นี้เ้าก็ชนะแล้ว " เฟินหลี่จวินกล่าวถาม
" เป็เพราะแรงหมัดของมันไง ข้าถึงไม่ลังเลที่จะเคลื่อนกายหลบ ทุกคนฟังนะ หากใครในพวกเราเจอกับมัน จงระวังอย่าให้มันจับยึดจนเราเป็เป้านิ่งให้มันต่อย ไม่เช่นนั้นเ้าแพ้แน่ " เฟินเจวี๋ยปี้กล่าวบอก
เมื่อเฟินเจวี๋ยปี้กล่าวบอกว่าเหตุใดตนถึงได้รับความพ่ายแพ้ ทั้งตระกูลเซียว ตระกูลฉู่ ที่ลอบฟัง ก็ทำการรับรู้เอาไว้เพื่อเป็การระวัง หากเจอกับเยี่ยหลง
หลังจากเฟินเจวี๋ยปี้กล่าวบอกว่าเหตุใดตนถึงพ่ายแพ้เสร็จ กรรมการก็ประกาศเรียกคู่ต่อไปที่ต้องลงมาประลองให้ลงมาประลอง " เซี่ยหลิงหยุน กับ ฉู่ซินหยาน เชิญลงมายังสนามประลอง "
ที้งคู่ที่ได้ยินกรรมการเรียกเชิญตัว ทั้งสองก็กระโจนตัวลงมายังสนามในเวลาไล่เลี่ยกัน
พอทั้งสองมายืนประจันหน้ากันแล้ว หนึ่งในกรรมการที่ยืนอยู่ระหว่างกลางของทั้งสองคน ก็กล่าวบอกแก่ทั้งสองขึ้น " จงนำไม้หมายเลขที่เ้าได้รับไป สำแดงและคืนแก่เราผู้าุโ "
พอทั้งสองทำตามคำกล่าวของผู้าุโผู้เป็กรรมการเสร็จ กรรมการอีกคนที่ไม่ใช่กรรมการคนที่บอกให้สำแดงไม้หมายเลขและคืนแก่คน ก็กล่าวบอกแก่ทั้งสองคนขึ้น " เตรียมตัว เริ่มได้ "
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ ฉู่ซินหยานก็ะเิพลังเปลี่ยนร่างเป็ครึ่งคนครึ่งฉลามในฉับพลันและพุ่งกายเล็งเป้าเข้าโจมตีเข้าใส่ภูติจิ๋วที่บินวนอยู่ข้างกายเซี่ยหลิงหยุน
ภูติจิ๋วสาวที่เห็นและรู้ตัวว่าตนถูกเล็งเป็เป้าหมาย ภูติก็บินไปหลบยังด้านหลังของเซี่ยหลิงหยุนและกล่าว "
หลิงหยุน ปกป้องข้าด้วยนะ "
เซี่ยหลิงหยุนตอบกลับ " มั่นใจได้เลย ว่าเ้าจะปลอดภัยแน่นอน เฟิ่งจิ๋ว เพราะเ้าคือชีวิตข้า "
" อุ๊ย เขินจัง " ภูติสาวกล่าวพลางมีท่าทีเขินอาย
ทันทีที่เซี่ยหลิงหยุนคุยกับภูติสาวเสร็จ ฉู่ซินหยานก็บรรลุมาได้ครึ่งทาง ที่หมายจะเข้าโจมตีคนแล้ว
เซี่ยหลิงหยุนที่เห็นคนมาได้ครึ่งทางแล้ว คนก็ไม่คิดจะยืนเฉยๆให้คนบรรลุโจมตีมาถึงตัวอย่างไม่ทำอะไร คนทำการะเิพลังิญญาออกมา จากนั้นก็พุ่งหมัดตรงเข้าใส่เข้าปะทะกับหมัดของฉู่ซินหยานที่พุ่งเข้ามา
เมื่อหมัดของทั้งสองคนเข้าปะทะกัน เกราะิญญาที่ห่อหุ้มหมัดของทั้งสอง ก็เกิดการปะทะกันและเกิดปรากฏการณ์พลังิญญาปะทะกันจนะเิขึ้น
หลังจากที่ทั้งสองแสดงพลังิญญาและิญญายุทธ์ของตนกันออกมา กรรมการผู้บรรยายการประลองก็ประกาศบอกความสามารถและระดับขั้นของทั้งสองขึ้น " เซี่ยหลิงหยุน ิญญายุทธ์สายภูติ ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นสอง สามสัญลักษณ์
ฉู่ซินหยาน ิญญายุทธ์สายสัตว์ ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นสอง สองสัญลักษณ์ "
สัญลักษณ์ิญญายุทธ์สายภูติเมื่อครบสิบสัญลักษณ์นั้น จะมีตราสัญลักษณ์เป็รูปภูติแฟรี่หกปีกที่อยู่ในใบโคลเวอร์สี่แฉก
โดยสัญลักษณ์แต่ละส่วนจะแบ่งแยกได้ดังนี้
ส่วนที่หนึ่ง - ใบโคลเวอร์หนึ่งแฉก
ส่วนที่สอง - เปลี่ยนเป็ใบโคลเวอร์สองแฉก
ส่วนที่สาม - เปลี่ยนเป็ใบโคลเวอร์สามแฉก
ส่วนที่สี่ - เปลี่ยนเป็ใบโคลเวอร์สี่แฉก
ส่วนที่ห้า - ปีกหนึ่งคู่ในใบโคลเวอร์
ส่วนที่หก - ปีกคู่ที่สองในใบโคลเวอร์
ส่วนที่เจ็ด - ปีกคู่ที่สามในใบโคลเวอร์
ส่วนที่แปด - ร่างกายของภูติแฟรี่
ส่วนที่เก้า - ลูกบอลธาตุทั้งห้าด้านหลังภูติปรากฏ
ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ,สายฟ้า
ส่วนที่สิบ - ลวดลายแสงที่ส่องมาหาภูติจาก
ใบโคลเวอร์ทั้งสี่ใบ
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์พลังิญญาปะทะกัน จนเกิดะเิขึ้นได้ไม่นาน ทั้งสองที่ต้านทานหมัดกันได้สักพัก จู่ๆก็โดนพลังิญญาที่ะเิออกมาเป็คลื่นซัดเข้าใส่ร่าง จนทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปประมาณคนละสิบก้าว
ฉู่ซินหยานที่เห็นว่าคู่ต่อสู้ตน ก็กระเด็นไปเหมือนกัน
คนที่ตระหนักรู้ได้ว่า หากไม่รีบโจมตีคนตอนนี้ ตอนที่ยังตั้งหลักไม่ได้ แม้ตนจะอยู่สายิญญายุทธ์ที่ชนะทาง ก็มีโอกาสที่เขาแพ้สูงเช่นกัน
คนที่คิดได้ดังนั้น จึงไม่รีรอช้า รีบเปิดใช้ทักษะิญญา " ทักษะิญญาคุกวารี "
ทันทีที่ฉู่ซินหยานประกาศเรียกใช้ทักษะิญญาออกมา ทันใดนั้นแทบจะในทันที จู่ๆน้ำก็ะเิทะลักออกมาจากพื้นสนามประลองที่จุดที่เซี่ยหลิงหยุนยืนอยู่
น้ำที่ะเิทะลักออก พลันกลายเป็คุกน้ำทรงกลมที่ครอบคลุมร่างกายของเซี่ยหลิงหยุนและภูติสาวเอาไว้
เซี่ยหลิงหยุนที่โดนคุกน้ำขังเอาไว้ ก็กลั้นหายใจเก็บอากาศเอาไว้ในปอดและพยายามว่ายเคลื่อนตัวไปด้านหน้าประมาณสองสามครั้งเพื่อจะหนีออกจากคุกวารี
แต่ผลกลับออกมาว่า คุกวารีก็เคลื่อนตามร่างเขามาด้วย
' นี่คุกน้ำ มันติดตามตัวพวกเรามาด้วยอย่างงั้นเหรอ แย่ล่ะสิ ถ้าเฟิ่งจิ๋วยังติดอยู่ในคุกน้ำนี้ต่อไป เราได้แพ้แน่ เพราะหากเฟิ่งจิ๋วสลบจากการขาดอากาศ เราก็จะสลบไปด้วย เนื่องจากตัวเรากับเฟิ่งจิ๋วเชื่อมต่อกันอยู่ เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว '
เมื่อเซี่ยหลิงหยุนคิดได้ดังนั้น คนก็ใช้เวลาคิดอีกประมาณไม่ถึงนับหกในใจ คนจึงได้ความคิดทดลองลองดูว่าอาจจะช่วยให้ภูติสาวของตนหลุดออกจากคุกน้ำนี้ได้
เซี่ยหลิงหยุนใช้การสื่อทางจิตที่เชื่อมต่อกันอยู่ สื่อสารบอกภูติสาว ' เฟิ่งจิ๋ว เ้าจงเคลื่อนกายพุ่งไปทางทิศด้านหลังของข้า ส่วนข้าจะพุ่งไปทางทิศตรงข้ามของเ้า เข้าใจนะ '
' เอ๊ ทำไมล่ะ ' ภูติสาวกล่าวถามทางจิต
' ข้าก็แค่อยากจะลองดูน่ะว่าคุกน้ำ มันจะเลือกตามใคร หากเราทั้งสองแยกกัน เพราะหากมันเลือกตามใคร ข้าจะได้หาวิธีรับมือมันได้ทัน '
' และถ้าหากคุกน้ำมันแบ่งตัวออกเป็คุกอีกคุกมาขังข้าเอาไว้ล่ะจะทำอย่างไร ' เฟิ่งจิ๋วกล่าวถาม
' เอาเถอะ ข้ามีวิธีรับมือก็แล้วกัน ตอนนี้เ้ารีบทำอย่างที่ข้าบอกก่อนเถอะ '
' ก็ได้เข้าใจแล้ว ' เฟิ่งจิ๋วตอบรับ
หลังจากที่ทั้งสองสนทนาจนได้แผนกันเสร็จ ทั้งสองก็เริ่มลงมือทำกันในทันที
โดยเฟิ่งจิ๋วพุ่งกายเคลื่อนไหวมุ่งหน้าไปทางทิศด้านหลังของเซี่ยหลิงหยุนตามคำบอก ส่วนเซี่ยหลิงหยุนก็พุ่งกายเคลื่อนไหวไปทางทิศด้านตรงข้ามของเฟิ่งจิ๋วตามที่ตนได้กล่าวไว้
ผลทดลองออกมาว่า เฟิ่งจิ๋ว สามารถหลุดออกมาจากการกักขังของคุกน้ำได้
' เป็อย่างที่คิดจริงๆด้วย คุกน้ำมันเลือกติดตามและกักขังได้เพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น และมันเลือกกักขังเรา เป็เช่นนี้ก็ดี เพราะเราเตรียมแผนรับมือกรณีนี้เอาไว้แล้ว ' เซี่ยหลิงหยุนคิด
ทางด้านของฉู่ซินหยานที่เห็นภูติสาวหลุดออกมาจากการกักขังของตนได้ คนคิดขึ้น ' คงจะทดลองขีดจำกัดของคุกน้ำสินะ ว่าจะเลือกขังใคร แต่รู้แล้ว แล้วยังไง แม้ตัวเ้าจะเชื่อมร่างกายกับตัวของภูติสาวของเ้าอยู่ แต่การใช้ปอดร่วมกันไม่ได้อยู่ในนั้นด้วย เพราะฉะนั้น ต่อให้ภูติสาวที่เป็หนึ่งในจุดอ่อนของเ้าหลุดไปได้ อย่างไรตัวเ้าก็ต้องสลบจากการขาดอากาศอยู่ดี แต่การที่เ้าเลือกให้ภูติของเ้าหนีออกจากคุกน้ำก่อนตัวเ้า คงคิดจะให้ภูติของเ้าใช้ทักษะิญญาในการโจมตีข้าแทนตัวเ้าสินะ เพราะตัวข้าเมื่อใช้ทักษะคุกน้ำก็จำต้องกลายเป็เป้านิ่งอย่างช่วยไม่ คงจะรู้ถึงข้อนี้สินะ งั้นข้าจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น '
เมื่อฉู่ซินหยานคิดได้ดังนั้น คนก็เปิดใช้ทักษะคุกน้ำอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป " ทักษะิญญาคุกวารี รูปแบบ คุกกายสัตว์จำแลง ัสมุทร "
ทันทีที่ฉู่ซินหยานประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาเสร็จทันใดนั้นน้ำก็ะเิทะลักออกมาจากทางซ้ายขวาด้านข้างคน และน้ำที่ะเิทะลักออกมาก็พลันกลายเป็ั
เซี่ยหลิงหยุนที่เห็นดังนั้น ก็พลันใช้จิตสื่อสารบอกเฟิ่งจิ๋วขึ้น ' เฟิ่งจิ๋ว หนี '
ทันควันที่เซี่ยหลิงหยุนกล่าวบอกกับเฟิ่งจิ๋วเสร็จ น้ำที่กลายเป็ัสองตัว ก็พุ่งขยับไล่ล่าเฟิ่งจิ๋วในฉับพลัน
เฟิ่งจิ๋วที่โดนน้ำที่กลายเป็ัพุ่งโจมตีเข้าใส่นั้น ภูติสาวก็อาศัยที่ตนตัวเล็ก ว่องไว เคลื่อนกายหลบตามทิศที่ตนจะปลอดภัย
เซี่ยหลิงหยุนที่ออกคำสั่งและเห็นเฟิ่งจิ๋วที่ตนสั่ง ทำตามคำสั่งแล้ว คนก็เบาใจไปสามในสิบส่วนของการรู้สึกโล่งใจ
เมื่อเบาใจไปแล้วสามส่วน คนก็ทำการเสาะหาความวางใจอีกเจ็ดส่วน ด้วยการสังเกตหาข้อได้เปรียบจากการกระทำของฉู่ซินหยาน
' เ้าฉู่ซินหยานหลังจากใช้ทักษะิญญา มันก็ยืนอยู่ที่เดิมตลอด แสดงว่า ทักษะคุกวารีนี้ อาจจะมีจุดอ่อนคือ ผู้ใช้ต้องยืนอยู่นิ่งๆเป็แน่ ถ้าเป็เช่นนั้นตัวเราก็มีทักษะิญญาที่จะสามารถคงอยู่ใต้น้ำนี้และสามารถพุ่งเข้าโจมตี ทั้งๆที่ตัวเรายังคงอยู่ในคุกวารีนี้ได้อยู่ส่วนทางด้านัน้ำ จากที่เราสังเกต มันคงจะควบคุมัน้ำจากดวงตาสินะ ถ้าเราคาดการณ์จากการสังเกตไม่ผิด เพราะดวงตามันเคลื่อนไหวไล่มองเฟิ่งจิ๋วอยู่ตลอดและัน้ำก็เคลื่อนไหวตามทิศทางที่มันมองด้วย ดีล่ะ เราได้ข้อสันนิษฐานที่มีความเป็ไปได้สูงแล้ว งั้นเรามาลองกันดูเลยดีกว่า 'เมื่อเซี่ยหลิงหยุนคิดหาความวางใจด้วยการหาวิธีตอบโต้ได้เสร็จ
คนก็ไม่รอให้เสียเวลา เปิดใช้ทักษะิญญาที่จะตอบโต้กลับทักษะิญญาคุกวารีที่ขังตนเอาไว้ของ
ฉู่ซินหยาน " ทักษะิญญา ภูติจำแลงกาย "
ทันทีที่เซี่ยหลิงหยุนประกาศเปิดใช้ทักษะิญญา ทักษะภูติจำแลงกาย ทันใดนั้นร่างกายของ
เซี่ยหลิงหยุน ก็กลายเป็ครึ่งคนครึ่งฉลามเหมือน
ดั่งฉู่ซินหยาน
เมื่อคนกลายร่างเป็ครึ่งคนครึ่งฉลามแล้ว สิ่งแรกที่คนเลือกที่จะทำเลยก็คือ พยายามหายใจใต้น้ำ แต่ผลปรากฏออกมาว่าไม่สามารถหายใจใต้น้ำได้
พอคนหายใจใต้น้ำไม่ได้ ด้วยความที่คนกลั้นหายใจอยู่ในคุกน้ำนี้มานานพอสมควรจนถึงขีดจำกัดแล้ว คนก็ตะเกียกตะกายเพื่อเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ
ครั้นคนเคลื่อนไหวตะเกียกตะกายเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ จู่ๆฉับพลันนั้นเซี่ยหลิงหยุนก็บังเกิดหายใจใต้น้ำขึ้นมาได้
เซี่ยหลิงหยุนที่หายใจใต้น้ำได้แล้ว ก็คิดขึ้น ' อย่างงี้นี่เอง ต้องขยับร่างกายสินะ ถึงจะสามารถหายใจใต้น้ำได้ '
เมื่อหายใจใต้น้ำได้แล้ว คนก็ไม่คิดอะไรให้เสียเวลาอีก คนทำการเคลื่อนไหวพุ่งกายเข้าหาฉู่ซินหยานด้วยความรวดเร็วของฉลาม
ฉู่ซินหยานที่ใช้สายตาไล่มองภูติสาวเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของัน้ำให้ไล่ล่า ก็ไม่เห็นว่าเซี่ยหลิงหยุนกำลังพุ่งเข้ามา
จนกระทั่งคนเข้าใกล้จนแทบจะประชิดและเข้าสู่ครรลองสายตา จึงเห็นว่าเซี่ยหลิงหยุนเข้าประชิดตัวตนแล้ว
คนที่เห็นดังนั้นก็บังเกิดอาการตระหนกและอึ้งขึ้น
จากการทึ่เห็นว่าเซี่ยหลิงหยุนเคลื่อนกายเข้าหาคนด้วยความรวดเร็วอย่างน่าตระหนกทั้งๆที่อยู่ในคุกน้ำพร้อมกับร่างกายที่เปลี่ยนไปเป็ครึ่งคนครึ่งฉลามดั่งตนเอง
ฉู่ซินหยานที่เพิ่งรู้ตัว บวกกับตัวเองมีอาการตระหนก จึงทำให้ไม่สามารถที่จะหลบการโจมตีที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ของเซี่ยหลิงหยุนได้
เซี่ยหลิงหยุนที่ได้โอกาสโจมตี จึงทำการโจมตีโดยการใช้ฟันในร่างฉลามพุ่งเข้ากัดบริเวณระหว่างกลางไหล่กับคอของฉู่ซินหยาน จนจมเขี้ยว
คมเขี้ยวที่แหลมคมดุจใบมีดของฟันฉลามของเซี่ยหลิงหยุน กัดจมทะลุิัของฉู่ซินหยานไป จนเืะเิทะลักออกมาผ่านช่องเล็กๆของเขี้ยวที่จมเนื้อ
ฉู่ซินหยานที่โดนกัดไปเต็มๆแบบนั้นก็ดิ้นด้วยความเจ็บ คนที่เจ็บ ก็พยายามใช้มือโบกทุบหัวของเซี่ยหลิงหยุนเพื่อหวังให้คนคลายการกัดออก
แต่เซี่ยหลิงหยุนที่โดนทุบหัว ก็ไม่ส่งผลให้คนคลายการกัดออกแต่อย่างใด
ฉู่ซินหยานที่ทราบดังนั้น ว่าการทุบหัวของ
เซี่ยหลิงหยุนไม่ได้ผลเจ็บแก่คนเลย คนจึงพยายามฝืนความเ็ปและเรียกสติตนกลับมา
เมื่อคนได้สติกลับมาแล้ว คนจึงคิดขึ้น ' ทุบหัวไม่ได้ผล งั้นเราต้องลองทุบที่อื่นบ้าง '
พอคนคิดได้ดังนั้น คนก็ลงมือทุบส่วนอื่นที่ไม่ใช่หัวทีละจุดไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งคนทุบไปโดนบริเวณเหงือกและจมูกของเซี่ยหลิงหยุนในร่างฉลามอย่างละที ในเวลาไล่เลี่ยกัน
เซี่ยหลิงหยุนที่โดนทุบสองที่นั้น ก็รู้สึกเจ็บมากกว่าปกติ จึงทำให้คนคลายการกัดออก
แต่ทว่าแม้คนจะคลายการกัดออกด้วยอาการปวดเจ็บจากการโดนทุบตีแล้ว แต่ถึงกระนั้นคนที่คลายการกัดออก ก็ไม่ลืมที่จะใช้เท้าถีบใส่ร่างของฉู่ซินหยานเพื่อเป็การโจมตีต่อเนื่องหลังจากคลายการกัดให้กระเด็นออกไปในฉับพลันหลังคลายการกัด
ฉู่ซินหยานที่ถูกถีบจนร่างเคลื่อนไหวกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับสายตาหลุดออกจากภูติสาว ไม่กี่ลมหายใจต่อมานั้นคุกน้ำกับัวารีที่คนใช้เพื่อโจมตีก็ะเิแตกออก จนกลายเป็แอ่งน้ำบนพื้นสนามประลอง
ฉู่ซินหยานที่กระเด็นไปไม่ใกล้ไม่ไกล คือพอสมควร ก็ใช้เท้าหยุดร่างที่กำลังกระเด็นไปต่อจากแรงถีบ จนคนหยุดได้
ทันทีที่คนหยุดได้ คนก็รีบเปิดใช้ทักษะิญญาที่สองของตนในทันที " รักษาแผลฉับพลัน "
เมื่อฉู่ซินหยานเปิดใช้ทักษะิญญาขึ้น ทันใดนั้นแผลที่โดนเซี่ยหลิงหยุนกัดก็หายดีอย่างรวดเร็ว
ฉู่ซินหยานที่แผลหายสนิทแล้ว คนก็ไม่ปล่อยให้เซี่ยหลิงหยุนได้มีโอกาสเปิดการโจมตีก่อน
คนรีบเร่งเปิดใช้ทักษะิญญาโจมตีก่อนเป็คนแรก " ทักษะิญญาคุกวารี รูปแบบ คุกกายสัตว์จำแลง ัสมุทรั์ ห้าตน "
ทันทีที่ฉู่ซินหยานประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาเสร็จ ทันใดนั้น ก็บังเกิดมีน้ำะเิทะลักออกมาจากพื้นสนามประลองด้านหลังของฉู่ซินหยานห้าจุด
จากนั้นน้ำที่ะเิทะลักออกมา ก็พลันกลายเป็ัน้ำห้าตัว ที่มีร่างใหญ่กว่าัน้ำครั้งก่อนที่เคยเรียกมา
เมื่อน้ำกลายเป็ัแล้ว ฉู่ซินหยานก็ไม่รอช้า รีบสั่งให้ัน้ำไล่ล่าโจมตีทั้งสองในทันที " สี่ตนไล่ภูติ หนึ่งตนไล่คน เริ่มไล่ล่าขย้ำ "
ทันทีที่สิ้นเสียงออกคำสั่ง ัน้ำของฉู่ซินหยานก็เริ่มไล่โจมตีในทันที สี่ตัวไล่ล่าโจมตีภูติ หนึ่งไล่ล่าโจมตีคน
เซี่ยหลิงหยุนที่เห็นดังนั้น ก็คิดแผนรับมือได้ในทันควัน
' เราต้องเคลื่อนไหวไปคนละทิศคนละทางกับเฟิ่งจิ๋ว เพื่อไม่ให้มันควบคุมัน้ำโจมตีเราทั้งสองได้ในเวลาเดียวกัน คือให้มันต้องเลือกว่าจะโจมตีใคร ดีล่ะ ได้แผนแล้วงั้นมาเริ่มกันเลย '
เมื่อเซี่ยหลิงหยุนได้แผนแล้ว คนก็รีบใช้การสื่อสารทางจิตออกคำสั่งแก่เฟิ่งจิ๋วให้ทำตาม ' เฟิ่งจิ๋ว เ้าทำยังไงก็ได้ อย่าให้โดนโจมตี และพุ่งมุ่งไปอยู่สุดทางด้านขวาของข้า เข้าใจนะ '
เฟิ่งจิ๋วที่ได้รับฟังคำสั่ง ก็เข้าใจ และตอบกลับทางจิต
' รับทราบ '
เมิ่อเฟิ่งจิ๋วเข้าใจและเคลื่อนไหวไปตามแผนที่คนได้คิดเอาไว้แล้ว ต่อมาก็ถึงตาของเซี่ยหลิงหยุนบ้าง ที่จะเริ่มเคลื่อนไหวตามที่ตนได้ร่างแผนเอาไว้ โดยคนมุ่งพุ่งไปยังสุดทางซ้าย ซึ่งคนละทางกับภูติสาวเฟิ่งจิ๋ว ตามแผนที่ได้คิดเอาไว้
พอเซี่ยหลิงหยุนมาถึงยังสุดทางซ้ายอันคิดว่า
ฉู่ซินหยานจะไม่สามารถมองเขากับเฟิ่งจิ๋วในเวลาเดียวกันได้ คนก็หยุดนิ่งและทำการจ้องมองัน้ำเพียงอย่างเดียวไม่ทำอะไรอย่างอื่น เพราะคนคิดว่าอีกไม่นานัน้ำที่พุ่งมา ก่อนจะโดนตัวคน มันคงจะแตกออกกลายเป็แอ่งน้ำไปก่อนแน่
แต่ทว่ากลับไม่เป็เช่นนั้น แทนที่ัน้ำจะะเิตัวแตกกลายเป็แอ่งน้ำ มันกลับไม่แตกและกลืนกินร่างของเซี่ยหลิงหยุนเข้าไป
เซี่ยหลิงหยุนที่โดนกลืนกินเข้าไป คนก็พลันโดนแรงดันน้ำบีบร่างกายจากทุกทิศทาง
เซี่ยหลิงหยุนที่โดนกลืนกินเข้าไปและโดนแรงดันน้ำบีบจากทุกทิศทางนั้น คนพยายามฝืนแรงบีบและมองไปยังทิศทางของเฟิ่งจิ๋วเพื่อดูว่าัน้ำสี่ตัวที่ไล่ล่าเฟิ่งจิ๋วหายไปมั้ย เพราะัน้ำที่ไล่ล่าโจมตีตนไม่หายไป
ผลปรากฏออกมาว่า ัน้ำสี่ตน ที่โจมตีเฟิ่งจิ๋วก็ยังไม่หายไปเหมือนกัน คนที่เห็นดังนั้นก็พลันคิดขึ้น ' ทำไมกัน ทำไมัน้ำมันถึงไม่ะเิแตกออกล่ะ มันน่าจะต้องะเิแตกทางใดทางหนึ่งสิ '
เมื่อเซี่ยหลิงหยุนคิดได้ดังนั้น คนก็หันไปมองยัง
ฉู่ซินหยานเพื่อวิเคราะห์หาคำตอบว่าทำไม ัน้ำถึงไม่ะเิแตกไป
ไม่นานคนก็ได้คำตอบ ' อย่างงี้นี่เอง มันสลับตามองระหว่างัน้ำที่โจมตีเรากับัน้ำที่โจมตีเฟิ่งจิ๋วอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็การควบคุมัน้ำทั้งห้าในเวลาเดียวกัน โดยไม่ให้ทางใดทางหนึ่งแตกสลาย '
เมื่อเซี่ยหลิงหยุนได้คำตอบแล้วว่า ทำไมัน้ำถึงไม่แตกสลาย คนก็คิดต่อขึ้น ' ถ้าเราไม่ได้อยู่ในร่างฉลามป่านนี้ เราคงจะขาดอากาศหายใจจนสลบไปแล้ว แต่ถึงแม้ตอนนี้เราจะหายใจใต้น้ำได้แล้ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับเรามีร่างกายที่สามารถโจมตีปกติได้ โดยไม่ต้องหาจุดอ่อนในร่างกายหรือไล่ล่าโจมตีภูติของเราเพียงอย่างเดียวถึงจะชนะเราได้ '
เมื่อเซี่ยหลิงหยุนคิดตระหนักได้ดังนั้น คนก็เริ่มที่จะคิดหาทางโจมตีสวนกลับคืนบ้าง ' เอาล่ะ ก่อนที่เราจะโดนแรงดันน้ำบีบจนกระดูกหัก เราต้องรีบโจมตีจบการประลองแต่โดยเร็ว ดีล่ะ ถ้าทักษะคุกน้ำนี้มันต้องแลกมาด้วยกับการที่ต้องยืนนิ่งๆแล้วล่ะก็ งั้นเจอทักษะนี้หน่อยเป็ไง '
คนก็ประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาขึ้น" ทักษะสรรพธาตุ ธาตุสายฟ้า สามอัสนีผ่า "
ทันทีที่เซี่ยหลิงหยุนประกาศใช้ทักษะิญญาเสร็จ ทันใดนั้นจู่ๆก็บังเกิดเมฆดำอยู่เหนือหัวของฉู่ซินหยานและต่อมาในเวลาไม่นานก็บังเกิดฟ้าผ่าสามครั้งขึ้น ใส่ร่างของฉู่ซินหยานเข้าเต็มๆ
ซึ่งฉู่ซินหยานที่ตั้งสมาธิกับการควบคุมัน้ำสี่ตัวให้ไล่ล่าภูติและอีกหนึ่งตัวให้กลืนกินร่างเซี่ยหลิงหยุนอยู่ก็ไม่มีเวลาสังเกตหรือหันขึ้นไปมองเมฆดำอันจะเกิดฟ้าผ่าใส่ตนในเวลาต่อมา กว่าจะรู้ตัวก็โดนสายฟ้าสามเส้นผ่าเข้าใส่ร่างเต็มๆไปเสียแล้ว
ฉู่ซินหยานที่โดนฟ้าผ่าสามครั้งไปเต็มๆ ก็ยังไม่สลบแค่ยืนนิ่งขยับร่างกายไม่ได้เฉยๆ ก็พลันคิดขึ้น ' นี่เรามัวแต่เพ่งความสนใจไล่โจมตีภูติกับใช้แรงดันน้ำควบคุมการเคลื่อนไหวมัน จนลืมไปว่าพวกสายภูติส่วนใหญ่มีทักษะในการใช้สรรพธาตุในโจมตีอยู่ จนพลาดโดนมันเล่นงานจนได้เหรอเนี่ย แย่ล่ะ หากมันใช้โอกาสนี้โจมตีต่อเนื่องจนเราฟื้นฟูไม่ทันล่ะก็ เราแพ้แน่!! '
ทันทีที่ฉู่ซินหยานคิดจบ ก็เป็ดั่งที่คิดจริงๆ เซี่ยหลิงหยุนกำลังจะกระหน่ำโจมตีต่อ
" ทักษะสรรพธาตุ ธาตุน้ำ ะุน้ำสิบนิ้วต่อเนื่อง " เซี่ยหลิงหยุนที่ประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาเสร็จ คนก็ทำการกางนิ้วออกทำท่าเหมือนจะข่วน จากนั้นก็ทำการทำท่าเขวี้ยงสิ่งของไปทางด้านฉู่ซินหยานหลายต่อหลายครั้ง
ทันทีที่ทำเสร็จ ะุน้ำทั้งสิบที่ถูกสร้างบนนิ้วมือทั้งสิบ ก็ถูกเขวี้ยงกระหน่ำใส่ฉู่ซินหยานหลายต่อหลายครั้ง จนพุ่งทะลุกายเนื้อของฉู่ซินหยานไปจนคนฟื้นฟูไม่ทัน และยืนนิ่งหมดสติไปทั้งๆที่ยืนอย่างงั้น
ไม่นานพอเซี่ยหลิงหยุนหยุดการโจมตี ฉู่ซินหยานร่างก็ร่วงสลบกับพื้น
เมื่อฉู่ซินหยานร่างร่วงหล่นสลบลงกับพื้น กรรมการก็ประกาศชื่อผู้ชนะขึ้น " เซี่ยหลิงหยุน ของตระกูลเซี่ย เป็ฝ่ายชนะ "
สิ้นสุดการประกาศบอกชื่อผู้ชนะเสร็จ กรรมการก็สั่งให้คนจัดการสนามให้พร้อมที่จะเริ่มต้นการต่อสู้ในคู่ต่อไป
พอขจัดสนามให้พร้อมเริ่มต้นต่อสู้ได้อีกครั้ง กรรมการก็กล่าวเรียกคนต่อสู้คู่ถัดไปให้ลงมายังสนามประลอง
" ฉู่หลี่ชุน และคู่ต่อสู้ เซียวซูเหวิน เชิญลงมายังสนามประลอง "
พอประกาศเรียกเสร็จ ทั้งฉู่หลี่ชุนและเซียวซูเหวินกับภูติสาว ก็ลงมายังสนามประลองตามคำเชิญ
ครั้นทั้งสองยืนประจันหน้าและคืนไม้หมายเลขแก่คนและพร้อมต่อสู้กันในสนามประลองแล้ว กรรมการก็ประกาศเริ่มต้นสัประยุทธ์ได้
" เริ่มได้ "
ทันทีที่กรรมการประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้นได้ ทั้งสองก็ทำการะเิพลังกันออกมาและพุ่งเข้าใส่กัน
พอถึงครึ่งทางฉู่หลี่ชุนก็ทำการปลดปล่อยิญญายุทธ์ของตนออกมา เป็กระบี่ขาวมีลวดลายัสีแดงที่ใบกระบี่ จากนั้นก็ทำการทำท่าง้างพร้อมจะฟัน
ส่วนทางด้านของเซียวซูเหวินที่เป็สายภูติก็ไม่จำต้องปลดปล่อยิญญายุทธ์ เพราะคนปลดปล่อยิญญายุทธ์ตลอดเวลาอยู่แล้ว คนจึงเปลี่ยนจากการปลดปล่อยิญญายุทธ์ เป็การปลดปล่อยทักษะิญญาแทน
" ทักษะสรรพธาตุ ธาตุลม ดาบวายุ " ทันทีที่คนประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาเสร็จ ดาบที่เกิดจากธาตุลมก็บังเกิดขึ้นบนมือของเซียวซูเหวิน
ไม่นาน พอเซียวซูเหวินเรียกดาบลมออกมา ไม่กี่ลมหายใจต่อมา ทั้งเซียวซูเหวินและฉู่หลี่ชุนก็บรรลุการใช้อาวุธเข้าห้ำหั่นปะทะกัน
หนึ่งคนใช้กระบี่ในการฟาดฟัน อีกหนึ่งคนใช้ธาตุลมที่ก่อตัวเป็ดาบในการเข้าห้ำหั่น พร้อมกันนั้นทั้งสองคนก็ใช้วิชาประเภทดาบกระบี่ในการชิงความได้เปรียบในการประลองร่วมด้วย
ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังดวลประลองวิชาดาบกระบี่กันอยู่ กรรมการผู้บรรยายการประลองก็ประกาศบอกความสามารถและระดับขั้นของทั้งสองคนขึ้น " เซียวซูเหวิน ิญญายุทธ์สายภูติ ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นเก้า สามสัญลักษณ์ ฉู่หลี่ชุน ิญญายุทธ์สายอาวุธประเภทดาบกระบี่ ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นเก้า สามสัญลักษณ์ เช่นกัน"
หลังจากที่กรรมการผู้บรรยายการประลองประกาศบอกความสามารถและระดับขั้นของฉู่หลี่ชุนและเซียวซูเหวินมาเสร็จ จากนั้นทิ้งระยะเวลาห่างไม่นานไม่เกินห้าสิบลมหายใจ ทั้งสองที่ปะทะกันก็ต่างกระเด็นถอยหลังออกไปคนละห้าสิบก้าว
เซียวซูเหวินที่กระเด็นถอยหลังออกไป ก็กระเด็นไปเฉยๆไม่ได้เสียหลักอะไร เมื่อหยุดกระเด็น คนจึงเข้าสู่การตั้งท่าโจมตีต่อได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อคนเข้าสู่ท่าพร้อมโจมตีแล้ว เซียวซูเหวินก็ไม่รีรอช้า รีบเปิดใช้ทักษะิญญาในการโจมตีใส่ต่อไม่ให้เสียเวลาและโอกาส " ทักษะิญญา ทักษะสรรพธาตุ ธาตุน้ำ ะุน้ำสิบนิ้วต่อเนื่อง " เซียวซูเหวินทำการกางนิ้วออกและทำท่าเหมือนจะข่วน จากนั้นก็ทำการทำท่าเขวี้ยงสิ่งของไปทางด้านฉู่หลี่ชุนหลายต่อหลายครั้งเหมือนกับเซี่ยหลิงหยุน
ผลก็คือ ผลออกมาเหมือนกัน คือ ะุน้ำที่อยู่บนนิ้วมือทั้งสิบของเซียวซูเหวิน ถูกเขวี้ยงพุ่งเข้าใส่ไปหาทางด้านร่างของฉู่หลี่ชุนด้วยความรวดเร็วและรุนแรง
ส่วนทางด้านของฉู่หลี่ชุนที่ตั้งหลักจากการกระเด็นถอยไปได้แล้ว และเห็นเซียวซูเหวินโจมตีเข้าใส่ คนก็รีบเปิดใช้ทักษะิญญาเหมือนกัน " ทักษะเท้ากระต่ายข้ามเมฆ "
ทันทีที่คนประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาเสร็จ คนก็ทำการกระโจนพุ่งไปด้านหน้า ทันใดนั้นจู่ๆคนก็ไปโผล่ทางซ้ายห่างจากจุดที่กระโจนประมาณสิบห้าก้าวเดิน
คนที่ไปโผล่ทางด้านซ้ายห่างจากจุดประมาณสิบห้าก้าวเดินก็ไม่หยุดเคลื่อนไหวเพียงแค่นั้น คนทำการกระโจนอีกครั้ง ทันใดนั้นคนก็ไปโผล่ทางด้านขวาซึ่งห่างจากจุดที่กระโจนประมาณสิบห้าก้าวเดินเช่นกัน
คนทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนบรรลุเข้าถึงตัวของ
เซียวซูเหวิน และใช้กระบี่ฟาดฟันใส่ร่างคน จากคอฝั่งซ้ายเฉียงลงไปถึงหน้าอก
ทว่าแทนที่เซียวซูเหวินจะเกิดาแและเืทะลัก ออกมา ตรงที่ควรเกิดาแและเืทะลักออกมา มันกลับกลายเป็สสารธาตุไฟที่ลุกขึ้นมาตามรอยโดนฟันแทนรอยแผลและเืทะลัก
ฉู่หลี่ชุนที่เห็นว่าตรงที่ตนฟันใส่มิใช่จุดอ่อนของเซียวซูเหวิน คนก็ะโถอยหลังกลับไปตั้งหลัก
ไม่นานหลังจากที่ฉู่หลี่ชุนะโถอยหลังกลับไปตั้งหลัก ในเวลาเดียวกันไฟที่ลุกแทนาแของเซียวซูเหวิน ก็ค่อยๆสมานกัน จนสมานกันสนิทและไฟที่ลุกก็ดับลง
เมื่อไฟสมานกันเสร็จและไฟที่ลุกดับลง เซียวซูเหวินก็ไม่ยอมเสียเวลา เริ่มเปิดการโจมตีหวังเป็คนเปิดการโจมตีเป็คนแรกอย่างไม่ให้คนตั้งหลัก
แต่ทว่าไม่ทันฉู่หลี่ชุน ฉู่หลี่ชุนเปิดใช้ทักษะ " เท้ากระต่ายข้ามเมฆ " กระโจนพุ่งเข้าหาคน พร้อมกับเปิดอีกทักษะ " ทักษะาแกระบี่คู่ขนาน "
ทันทีที่คนเปิดใช้ทักษะิญญาาแกระบี่คู่ขนานเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่คนบรรลุถึงตัวของเซียวซูเหวินและฟันกระบี่ลงบนตัวคน แต่คนละจุดที่เคยฟัน เพราะฉู่หลี่ชุน้าหาจุดอ่อน
เมื่อฉู่หลี่ชุนฟันลงด้วยทักษะาแกระบี่คู่ขนานลงบนตัวของเซียวซูเหวิน ตรงบริเวณที่ฟันก็เกิดหนึ่งาแ ในขณะเดียวกันก็เกิดอีกหนึ่งาแที่้าแผลที่กระบี่ฟัน ซึ่งขนานกัน
ส่วนทางด้านของเซียวซูเหวินก็หาได้นิ่งเฉยไม่ คนที่โดนฟันไปครั้งหนึ่ง ก็ไม่รอให้ไฟสมานกัน คนรีบใช้ดาบลมที่ถืออยู่ฟาดฟันสวนใส่ฉู่หลี่ชุนในทันควัน
แต่ผลปรากฏออกมาว่า ฉู่หลี่ชุนหลบได้อย่างไม่ยากลำบากอะไร แถมยังใช้กระบี่ฟันสวนกลับไปถึงสามจุดบนร่างกายของเซียวซูเหวินอย่างรวดเร็วแบบไม่ซ้ำที่กัน
ฉู่หลี่ชุนที่เห็นดังนั้น ว่าวิชาดาบของเซียวซูเหวินสู้ตนไม่ได้เลยสักกะนิด คนก็ทำการทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือ เซียวซูเหวินฟาดฟันมา คนก็โยกตัวหลบและกระหน่ำโจมตีสวนกลับไปใส่ร่างของเซียวซูเหวินแบบไม่ให้ซ้ำที่กัน
คนทำแบบนั้นไปเรื่อยๆจนเวลาผ่านไปถึงหนึ่งถ้วยชา
ฉู่หลี่ชุนที่นับทุกการโจมตีของตน ตอนนี้ก็เหลือที่ที่ยังไม่ได้โจมตีอยู่แค่หนึ่ง คือนิ้วโป้งซ้าย คนไม่รีรอช้ารีบตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ฟาดฟันกระบี่ใส่นิ้วโป้งซ้ายของเซียวซูเหวินด้วยความรวดเร็วจนตาคนมองไม่ทัน
เมื่อเซียวซูเหวินมองไม่ทัน ก็ทำให้โดนฉู่หลี่ชุนฟันเข้านิ้วโป้งมือข้างซ้ายเต็มๆ ทันทีที่โดนฟันเข้านิ้วโป้งมือซ้ายเต็มๆ ทันใดนั้นเซียวซูเหวินก็วิ่งเซถอยหลังไป จากนั้นคนจึงค่อยทิ้งร่างลงกับพื้นดิ้นไปดิ้นมาแสดงอาการาเ็ให้ทุกคนเห็นได้ชัด
" อ๊าก เจ็บ เจ็บ เจ็บ " เซียวซูเหวินร้องออกมา
ฉู่หลี่ชุนที่เห็นว่าคนแค่ปวดเจ็บมาก แต่ยังไม่สลบ คนก็ทำการใช้ทักษะเท้ากระต่ายข้ามเมฆพุ่งเข้าหาและฟันซ้ำที่นิ้วโป้งซ้ายอีกหลายที
เซียวซูเหวิน ที่โดนกระหน่ำโจมตีที่จุดอ่อน คนก็ทนได้ประมาณห้าครั้ง ก่อนจะร้องยอมแพ้ออกมา " ข้ายอมแพ้ ข้ายอมแพ้ "
เมื่อเซียวซูเหวินประกาศยอมแพ้ออกมา ฉู่หลี่ชุนก็หยุดฟาดฟันการโจมตีและหันมาใช้กระบี่จี้นิ้วโป้งซ้ายเฉยๆเอาไว้แทน
หลังจากที่เซียวซูเหวินประกาศยอมแพ้ออกมาได้ไม่นาน กรรมการก็ประกาศบอกชื่อผู้ชนะขึ้น " ฉู่หลี่ชุน จากตระกูลฉู่ เป็ฝ่ายชนะ "
พอประกาศเสร็จ กรรมการก็สั่งให้คนจัดการกับสนามประลองให้พร้อมประลองกันอีกครั้ง
ครั้นจัดการสนามประลองเสร็จ กรรมการก็ประกาศเรียกคู่ต่อไปให้ลงมาประลอง " เซียวเนี่ยนเจิน และ ฉู่พั่วหยุน เชิญลงมายังสนามประลอง "
พอประกาศเรียกจบ ทั้งสองก็เดินลงมายืนประจันหน้ากัน ครั้นยืนประจันหน้ากันแล้ว กรรมการก็เรียกคืนแท่งหมายเลขที่ให้ไป " จงนำไม้หมายเลขที่เ้าได้รับไป สำแดงและคืนแก่เราผู้าุโ "
ฉู่พั่วหยุนและเซียวเนี่ยนเจินที่ได้ฟังดังนั้น ก็เร่งรีบทำตามคำบอก พอทำเสร็จ กรรมการอีกคนที่ไม่ใช่กรรมการคนที่บอกให้สำแดงไม้หมายเลขและคืนแก่คน ก็กล่าวบอกแก่ทั้งสองคนขึ้น " จงถอยหลังไปคนละสิบก้าว "
ทั้งสองที่ได้ฟังก็ทำตาม คือ ถอยหลังไปคนละสิบก้าวตามคำสั่งของกรรมการ
ครั้นทั้งสองถอยหลังไปคนละสิบก้าวเสร็จตามคำสั่ง กรรมการทั้งสองก็กระโจนออกจากสนาม จากนั้นหนึ่งในกรรมการก็ประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้นได้ " เริ่มประลองได้ "
ทันทีที่กรรมการประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้ได้ ทั้งสองก็ไม่รีรอช้า พากันะเิพลังและปลดปล่อยิญญายุทธ์ของตนกันออกมา จากนั้นก็พุ่งเข้าหากัน
เมื่อเซียวเนี่ยนเจินและฉู่พั่วหยุน ะเิพลังิญญาและสำแดงิญญายุทธ์ของตนกันออกมาให้ทุกคนได้เห็นแล้ว กรรมการที่ได้เห็น ก็ประกาศบรรยายบอกิญญายุทธ์และระดับขั้นพลังของทั้งสองคนขึ้น " ฉู่พั่วหยุน ิญญายุทธ์สายอาวุธ อาวุธประเภทดาบกระบี่ ระดับขั้น อัคราจารย์ิญญาขั้นหก สามสัญลักษณ์ เซียวเนี่ยนเจิน ิญญายุทธ์สายอาวุธ อาวุธประเภทดาบกระบี่ ระดับขั้น อัคราจารย์ิญญาขั้นสอง สามสัญลักษณ์ "
พอกรรมการประกาศบอกบรรยายิญญายุทธ์และระดับขั้นพลังิญญาของทั้งสองเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่กระบี่ของทั้งสองฟาดฟันเข้าปะทะกัน
ทั้งคู่แลกเปลี่ยนวิชาอาวุธกันอย่างรวดเร็วรุนแรง ผลัดกันรุกผลัดกันรับกันอย่างงั้นไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปนานสองนาน ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจฟาดฟันต้านอาวุธกันเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะะโถอยหลังกันไปทั้งคู่
ฉู่พั่วหยุนที่ะโถอยหลังไป ก็ไม่คิดจะปล่อยให้การโจมตีของตนขาด่ คนปลดปล่อยทักษะิญญา ฟาดฟันเข้าใส่เซียวเนี่ยนเจิน " ทักษะิญญา ทักษะคลื่นกระบี่เขี้ยววายุ "
ทันทีที่คนประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาเสร็จ คลื่นกระบี่รูปทรงคมเขี้ยวมากมายก็ถูกฟันซัดเข้าใส่เซียวเนี่ยนเจินอย่างต่อเนื่อง
เซียวเนี่ยนเจินที่เห็นคลื่นกระบี่มากมายซัดเข้ามาหาตน คนก็เปิดใช้ทักษะิญญาท่าร่างของตน เพื่อหลบหลีกและพลางเคลื่อนกายเข้าหาคนไปในตัว " ทักษะิญญา ทักษะท่าร่างภาพมายาสามเงาิญญา "
ในฉับพลันนั้นที่คนปลดปล่อยทักษะิญญาออก ก็บังเกิดมีร่างคน รูปร่าง หน้าตา เสื้อผ้า อาภรณ์เหมือนกันกับเซียวเนี่ยนเจินเพิ่มขึ้นมาอีกสองร่าง ปรากฏขึ้นมา มาวิ่งคู่ซ้ายขวาร่างตรงกลาง โดยจุดมุ่งหมายของทั้งสามร่างก็เห็นได้ชัด คือ้าเข้าห้ำหั่นฉู่พั่วหยุนซึ่งเป็เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวในสนาม
ฉู่พั่วหยุนที่เห็นว่าเซียวเนี่ยนเจินใช้ทักษะแยกร่างของตนออกมาเพื่อตอบโต้คน คนก็แก้ทางทักษะแยกร่างของเซียวเนี่ยนเจิน โดยการโจมตีฟาดฟันคลื่นกระบี่แนวนอนขนาดใหญ่ เข้าใส่เซียวเนี่ยนเจินทั้งสามร่างในเวลาเดียวกัน
แต่ทว่าทันทีที่เมื่อคลื่นกระบี่เข้ากระทบกับร่างทั้งสาม เดิมควรจะฟันอกถึงเอวขาดสะบั้น แต่ผลกปรากฏกลับออกมาว่า คลื่นกระบี่กลับผ่านร่างกายของเซียวเนี่ยนเจินไปราวกับภาพมายา
ฉู่พั่วหยุนที่เห็นดังนั้น ก็ตระหนกและคิดขึ้น ' นี่มันยังไงกัน ทำไมการโจมตีของเราถึงผ่านร่างของมันทั้งหมดไป มันน่าจะต้องมีร่างใดร่างหนึ่งเป็ร่างจริงสิ หรือว่ามันจะใช้การอดทนอดกลั้นต่อการโจมตีของเรา เพื่อหลอกให้เราหยุดโถมการโจมตีเข้าใส่มันกันนะ ใช่ น่าจะเป็อย่างนั้นแหละ อยากให้ข้าหยุดการโถมการโจมตีใช่มั้ย ได้ งั้นข้าจะโถมเข้าไปให้สุดกำลังเลย "
ทันทีที่ฉู่พั่วหยุนคิดเสร็จ คนก็โถมฟาดคลื่นกระบี่เข้าใส่ทั้งสามร่างของเซียวเนี่ยนเจินดุจเม็ดฝน
แต่ผลก็ออกมาแบบเดิมคือ คลื่นกระบี่ผ่านร่างของเซียวเนี่ยนเจินทั้งสามร่างไปโดยไร้ซึ่งาแ
ฉู่พั่วหยุนที่มั่นใจในความคิดของตนเองว่า ต้องมีร่างใดร่างหนึ่งจากทั้งสามร่างของเซียวเนี่ยนเจินเป็ร่างจริงและกำลังอดทนอดกลั้นต่อการโจมตีของตนอยู่ คนก็กระหน่ำซัดคลื่นกระบี่ใส่ไม่เลี้ยง ใส่ทั้งสามร่างของเซียวเนี่ยนเจิน
จนกระทั่งทั้งสามร่างของเซียวเนี่ยนเจินวิ่งเข้าหาคนจนบรรลุถึงระยะฟันใส่ฉู่พั่วหยุน ฉู่พั่วหยุนที่เห็นว่าคนโจมตีใส่ไปตั้งเยอะแต่กลับไม่สามารถหยุดคนไว้ได้เลย คนจึงตระหนกและคิดขึ้น ' เป็ไปได้ยังไงกัน ที่คลื่นกระบี่ของเราจะไม่สามารถทะลวงการป้องกันของมันเข้าไปได้จนทำให้มันต้องร่นถอยไป ระดับเรากับมันห่างกันตั้งสี่่เล็กเลยนะ '
เมื่อฉู่พั่วหยุนคิดตระหนกเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่ร่างทั้งสามของเซียวเนี่ยนเจินง้างกระบี่เตรียมจะฟันใส่ฉู่พั่วหยุน
ฉู่พั่วหยุนที่เห็นดังนั้น ก็คิดแผนแผนหนึ่งขึ้นมา ' หากจะให้โถมการโจมตีทั้งสามร่างต่อไป พลังิญญาของเราคงต้องหมดก่อนมันเป็แน่ งั้นเอาวิธีนี้ดีกว่า เรารับการโจมตีมันหนึ่งกระบี่ เพื่อหาว่าร่างจริงของมันอยู่ตรงไหน จากนั้นค่อยโถมการโจมตีใส่ร่างนั้นไม่ยั้ง '
เมื่อฉู่พั่วหยุนคิดแผนเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่ร่างทั้งสามของเซียวเนี่ยนเจินฟาดกระบี่ลงบนร่างของฉู่พั่วหยุน
ทันทีที่กระบี่ฟาดลง ผลปรากฏออกมาว่า กระบี่ร่างซ้ายขวาของเซียวเนี่ยนเจินทะลุผ่านร่างไปราวกับภาพมายา ส่วนจุดที่ร่างตรงกลางฟันนั้นกลับแตกต่างคือเกิดาแขึ้นมา
ฉู่พั่วหยุนที่เตรียมใจเอาไว้ว่าตนจะโดนฟันเข้าใส่ร่างจุดใดจุดหนึ่งเอาไว้แล้ว คนก็ตั้งสติและอดทนต่อความเ็ปที่เกิดขึ้น
จากนั้นก็พุ่งมือเข้าคว้าจับข้อมือร่างตรงกลางของเซียวเนี่ยนเจินที่คนคิดว่าเป็ร่างจริงและพลางแทงกระบี่ในมืออีกข้างแทงใส่ร่างตรงกลางในเวลาเดียวกัน
แต่ทว่าเื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือ มือที่คว้าจับข้อมือและกระบี่ที่แทงใส่ร่างของเซียวเนี่ยนเจินกลับทะลุผ่านร่างไปราวกับภาพมายาซึ่งเดิมไม่ควรจะเป็
ฉู่พั่วหยุนที่เห็นดังนั้นก็เกิดตระหนกและคิดขึ้น ' เป็ไปได้ยังไงกัน ก็กระบี่ร่างตรงกลางมัน ฟันเข้าเนื้อร่างเราเต็มๆจนเกิดาแหนิ ทำไมเราถึงคว้าจับมันไม่ได้กัน!! '
ในฉับพลันที่คนตระหนกคิดเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่ร่างทั้งสามของเซียวเนี่ยนเจินฟาดฟันกระบี่ลงบนร่างของฉู่พั่วหยุนอีกครั้ง
แต่คราวนี้าแกลับไม่เกิดที่ร่างตรงกลางฟันดังเดิม แต่กลับเกิดทางด้านซ้ายแทน
เมื่อฉู่พั่วหยุนที่โดนฟันทางด้านซ้าย คนก็ทำแบบแผนเดิม คือ ใช้มือพุ่งคว้าจับข้อมือร่างของเซียวเนี่ยนเจิน
แต่ผลก็ออกมาแบบเดิม คือ ทะลุผ่านร่างไปดุจภาพมายาไร้ตัวตน
และไม่เกินสามลมหายใจต่อมา ร่างทั้งสามของเซียวเนี่ยนเจินก็ฟาดกระบี่ลงบนร่างของฉู่พั่วหยุนอีกครั้ง และคราวนี้ก็เหมือนเคย คือ ไม่เกิดซ้ำจุดเดิม คือ เกิดาแขึ้นทางด้านขวา
ฉู่พั่วหยุนที่ยังรู้สึกว่าตนยังทนรับการโจมตีของเซียวเนี่ยนเจินได้อยู่ คนก็ยืนรับกระบี่ของเซียวเนี่ยนเจินและพลางใช้มือทั้งสองข้างโจมตีสวนกลับใส่ร่างของเซียวเนี่ยนเจินที่ทำให้ตนเกิดาแไปเรื่อยๆ
คนโจมตีไปแบบนั้น โดยมีความเร็วและความแม่นยำที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดตามลำดับ
แต่ผลก็ยังคงออกมาแบบเดิม คือ ฉู่พั่วหยุนยังคงไม่สามารถโจมตีโดนร่างของเซียวเนี่ยนเจินได้เลย
และในปัจจุบันนี้ สภาพร่างกายของฉู่พั่วหยุนก็เต็มไปด้วยาแจากคมกระบี่
เยี่ยหลงที่ดูชมอยู่นั้น ก็ไม่เข้าใจทักษะที่ฉู่พั่วหยุน
กำลังเผชิญอยู่ จึงเอ่ยปากถามขึ้นลอยๆไม่หวังให้ใครตอบ " ทักษะนี่มันอะไรกัน ทั้งๆที่ฉู่พั่วหยุนโจมตีสวนกลับร่างที่ควรจะเป็ร่างจริงแล้วแท้ๆ แต่ทำไมมันถึงทำอะไรไม่ได้กันล่ะ ? "
เอี้ยเฉินที่ได้ยินบุตรตนกล่าวถามด้วยความสงสัยมาดังนั้น คนจึงกล่าวตอบบอกคลายความสงสัย " ทักษะท่าร่างภาพมายาสามเงาิญญา เป็ทักษะที่จะสร้างร่างแยกมายาขึ้นมาสามร่าง ส่วนร่างจริงก็กำลังล่องหนอยู่ในเวลาเดียวกัน "
เยี่ยหลงที่ได้ยินคำตอบมาเพียงแค่นั้นจากบิดาตน คนก็เข้าใจความคิดของฉู่พั่วหยุน และวิธีการโจมตีของเซียวเนี่ยนเจินขึ้นมาในทันควัน
แต่ด้วยความที่ไม่อยากคิดเองเออเองนั้น คนจึงกล่าวบอกความคิดตนแก่บิดาตน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง " ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ใช่หรือไม่ขอรับท่านพ่อ
ฉู่พั่วหยุนที่ไม่เข้าใจทักษะิญญาของเซียวเนี่ยนเจิน ก็คิดว่าร่างใดร่างหนึ่งจากทั้งสามร่างเป็ร่างจริง จึงมีแผนที่จะใช้ร่างกายตนเองรับคมกระบี่ของเซียวเนี่ยนเจินเพื่อหาร่างจริง แต่เซียวเนี่ยนเจินที่รู้ว่าตน ร่างจริงกำลังล่องหนอยู่และแน่ใจว่าอีกฝ่ายก็ไม่น่าจะรู้ข้อนี้ จึงรู้ว่าตนเองมีแต้มต่อคือสภาวะการล่องหนจากทักษะ คนจึงใช้ทั้งสภาวะล่องหนจากทักษะและร่างแยกจากทักษะเดียวกัน ผสานกันให้เกิดประโยชน์ และประโยชน์ที่ได้ก็คือ ฉู่พั่วหยุนคิดไปเองว่า ร่างใดร่างหนึ่งเมื่อฟันลงจะต้องกลับเป็ร่างจริงอย่างแน่นอน จึงทำให้ฉู่พั่วหยุนยืนอยู่กับที่รอคอยโจมตีสวนกลับหลังคนฟัน ส่วนเซียวเนี่ยนเจินเมื่อทราบว่าฉู่พั่วหยุนไม่รู้จักทักษะของตนและใช้วิธีการรับมือทักษะตนแบบผิดๆ คนจึงใช้โอกาสที่มีตักตวงความได้เปรียบในการมีชัยให้ได้มากที่สุด แบบนี้ใช่หรือไม่ขอรับ "
เอี้ยเฉินตอบกลับ " ก็เป็ได้ "
เมื่อฉู่พั่วหยุนที่ยืนรับคมกระบี่และพลางโจมตีสวนกลับไปในตัว นับั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันกลับยังทำอะไรไม่ได้เลย คนที่ใกล้ถึงขีดจำกัดในการทนทานรับการโจมตีแล้ว คนจึงตัดสินใจ ะโถอยร่นกลับหลังไปตั้งหลัก
เมื่อคนถอยร่นกลับหลังไปตั้งหลักได้แล้ว คนก็กำลังจะถอนหายใจที่ตนจะได้มีเวลาพักและมีเวลาคิดแผนใหม่ที่จะรับมือคนต่อไป
แต่ยังไม่ทันได้ถอนหายใจ จู่ๆในฉับพลันนั้น คนก็โดนอะไรบางอย่างที่แหลมคมแทงจากด้านหลัง
ทันทีที่คนโดนอะไรบางอยางที่แหลมคมแทงจากด้านหลัง ในเวลาเดียวกันนั้น คนก็กระอักเืออกมาคำใหญ่และจากที่มองดูร่างทั้งสามของเซียวเนี่ยนเจิน คนก็เปลี่ยนหันมาก้มมองดูจุดที่ตนโดนแทงแทน
พอคนมองดู แต่กลับพบว่าไม่เห็นอาวุธใดแทง แม้นจะเป็เช่นนั้น แต่ทว่าฉู่พั่วหยุนก็ยังกลับรู้สึกว่ามีอาวุธแทงตนคาอยู่และยังไม่ดึงออกไปไหน
คนจึงใช้มือจับ เหมือนจับอาวุธประเภทดาบกระบี่ที่บริเวณจุดที่ถูกแทงของตน ทันทีที่คนจับ จู่ๆใบกระบี่ก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมาให้ฉู่พั่วหยุนนั้นมองเห็น
เมื่อฉู่พั่วหยุนเห็นใบกระบี่ที่ถูกแทงมาจากทางด้านหลังคนก็ค่อยๆหันหลังกลับไปมอง พอคนเอี้ยวหัวไปมองเสร็จ คนก็เกิดตระหนักรู้ถึงทักษะที่เซียวเนี่ยนเจินใช้และยิ้มพลางกล่าวขึ้น " ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ "
พอตระหนักรู้เสร็จ คนก็ประกาศยอมแพ้ " ข้าขอยอมแพ้ "
เมื่อเซียวเนี่ยนเจินได้ยินคำประกาศยอมจำนนที่ชัดเจนมาแล้วเสร็จสิ้น คนก็ทำการดึงกระบี่ออกและปล่อยให้ร่างของฉู่พั่วหยุนร่วงสลบลงกับพื้นไป
ไม่นานหลังจากที่ร่างของฉู่พั่วหยุนร่วงหล่นสลบลงกับพื้นไป กรรมการก็ประกาศบอกชื่อผู้ชนะ " เซียวเนี่ยนเจินแห่งตระกูล เซียว เป็ผู้ชนะ "
พอกรรมการประกาศบอกชื่อผู้ชนะเสร็จ
เซียวเนี่ยนเจินก็เดินออกสนามไป ส่วนฉู่พั่วหยุน คนของตระกูลฉู่ ก็มาพาร่างออกจากสนามไปรักษา
ครั้นจัดการกับสนามให้พร้อมประลองในคู่ต่อไปเสร็จ กรรมการก็ประกาศเรียกชื่อคู่ต่อไปให้ลงมาประลอง
" เฟินอี้เซ่อ และ เซียวจางเหว่ย เชิญลงมายังสนามประลอง "
เมื่อทั้งสองได้ยินดังนั้น ทั้งสองก็ต่างพากันกระโจนตัวกันลงมาประจันหน้ากัน
พอทั้งสองประจันหน้ากันแล้ว กรรมการก็กล่าวบอกเรียกไม้หมายเลขให้สำแดงและคืนแก่กรรมการ
ครั้นทำเสร็จ กรรมการก็กล่าวบอกให้ทั้งสองถอยหลังไปกันคนละสิบก้าว
พอทั้งสองทำเสร็จ กรรมการก็ประกาศบอก " เริ่มได้ "
ทันทีที่กรรมการประกาศบอกว่าเริ่มได้ ทั้งเฟินอี้เซ่อและเซียวจางเหว่ยก็ต่างพากันะเิพลังิญญาและปลดปล่อยิญญายุทธ์ของตนกันออกมา
พอทั้งสองะเิพลังิญญาและปลดปล่อยิญญายุทธ์ของตนกันออกมา กรรมการก็กล่าวบอกบรรยายิญญายุทธ์และระดับพลังิญญาของทั้งสองให้แก่ทุกคนได้ฟัง" เฟินอี้เซ่อ ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นห้า ิญญายุทธ์ประเภทอาวุธ อาวุธเคียวยมทูต สามสัญลักษณ์ เซียวจางเหว่ย ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นเจ็ด ิญญายุทธ์ประเภทอาวุธ อาวุธธนู สามสัญลักษณ์ "
พอกรรมการประกาศบรรยายบอกเสร็จ
เซียวจางเหว่ยก็ง้างธนูเล็งใส่ยังร่างของเฟินอี้เซ่อ
แต่ก่อนที่จะได้ยิง เซียวจางเหว่ยก็กระพริบตาครั้งหนึ่งเพราะคนรู้สึกแสบตาจากฝุ่น แต่ในทันทีที่คนกระพริบตา จู่ๆร่างของเฟินอี้เซ่อก็หายไปจากสายตาในครรลอง
เซียวจางเหว่ยที่เห็นดังนั้น ก็ตระหนก แต่ก็ไม่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก
คนที่อยู่บนพื้นและรู้สึกถึงอันตราย คนจึงใช้ทักษะิญญา " ทักษะท่าเท้าเหยียบอากาศ " วิ่งเหยียบอากาศขึ้นไปบนฟ้าสูง
จากนั้นจึงค่อยใช้ทักษะ " แสนลูกศรดาวตก " ยิงลูกธนูหนึ่งลูก กลับกลายออกมาเป็นับแสนลูกใส่ยังสนาม
โดยคนที่ทำอย่างงี้ก็เป็เพราะว่า คนคิดว่าเฟินอี้เซ่อต้องกำลังล่องหนอยู่บนสนามอย่างแน่นอน เหมือนกับทักษะของเซียวเนี่ยนเจิน
แต่พอคนสาดลูกศรนับแสนใส่สนามนานเข้านานเข้าและผลลัพธ์ดูเหมือนว่าจะไม่โดนคนเลย
เซียวจางเหว่ยที่กลัวว่าตนจะเสียพลังิญญาโดยเปล่า คนจึงทำการหยุดการโจมตีและพลางปลดทักษะท่าเท้าเหยียบอากาศและลงมาอยู่กับพื้นสนาม
พอคนลงมาอยู่บนพื้นสนาม คนก็ระแวงไปหมด คนจึงมองซ้ายมองขวา กลับหลัง มองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบกับอะไร
คนที่ยืนอยู่กับที่ด้วยความหวาดระแวง จู่ๆในไม่กี่ลมหายใจนั้น คนก็รู้สึกถึงอันตรายที่มาจากด้านหลัง
ในฉับพลันนั้น คนก็หันไปมองพลางเปิดใช้ทักษะเคลื่อนกายที่จะทำให้ตนพุ่งไปด้วยความรวดเร็ว
แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เป็เฟินอี้เซ่อที่โผล่มาจากเงาของเซียวจางเหว่ยและใช้เคียวยมทูตแทงคนจากด้านหลัง ก่อนที่คนจะหันมามองและใช้ทักษะได้เสร็จ
" อัก " เซียวจางเหว่ยกระอักเลือกออกมาคำใหญ่ จากนั้นร่างก็ร่วงหล่นลงกับพื้น ทั้งๆที่เคียวยังคาอยู่
เซียวจางเหว่ยที่ยังไม่สลบก็พยายามจะลุกขึ้นหรือขยับตัว แต่ผลกลับออกมาว่าทำไม่ได้ คนจึงทราบในทันทีว่าเพราะอะไร ในเคียวแฝงด้วยทักษะพิษประเภทอัมพาตงั้นสินะ เพราะงี้เราถึงขยับตัวไม่ได้ ไม่น่าพลาดกลับลงมายังสนามประลองเลยเรา ถ้าเราไม่ลงมาคงไม่จบลงแบบนี้หรอก '
พอเซียวจางเหว่ยคิดเสร็จ ไม่กี่ลมหายใจต่อมา กรรมการที่เห็นว่าเซียวจางเหว่ยไม่ขยับอยู่นานสองนาน จึงประกาศมอบชัยชนะแก่เฟินอี้เซ่อ " เฟินอี้เซ่อ แห่ง ตระกูล เฟิน เป็ผู้ชนะ "
เมื่อกรรมการประกาศบอกว่าใครคือผู้ชนะแล้ว
เฟินอี้เซ่อก็ไม่รอช้าเรียกเก็บิญญายุทธ์ของตนและออกจากสนามไป
ส่วนเซียวจางเหว่ย คนของตระกูลเซียวก็เป็คนมาพาออกไปรักษา