บทที่ 18 แบบสอบถาม
ในปัจจุบันนี้ผู้คนจำนวนมากหันมาเล่นเกมออนไลน์เพื่อัักับโลกเสมือนจริงที่สมบูรณ์แบบ…
หนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนจำนวนมากเล่นเกมออนไลน์คือเพื่อหนีความวุ่นวายและมลพิษทางสิ่งแวดล้อมในโลกแห่งความเป็จริง อีกทั้งหลายคนไม่มีโอกาสได้ไปในท่องเที่ยวในสถานที่สวย ๆ ดังนั้นไม่ว่าอยากได้ฉากแบบไหนก็แค่ไปหาในเกมก็พอแล้ว ผู้คนจึงหันมาพึ่งพาเกมเพื่อัักับทิวทัศน์ที่สมบูรณ์แบบ
เกมมักนำเสนอภาพที่สวยงามไร้ที่ติ ผ่านกระบวนการออกแบบและสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน แม้จะได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งความเป็จริง แต่ฉากในเกมกลับเหนือความเป็จริง ผู้คนมากมายจึงหลงใหลในโลกเสมือนจริงเหล่านี้และทุ่มเทเวลาเล่นเกมเพื่อััประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในชีวิตจริง
ด้วยเหตุนี้ เกมหลายเกมจึงจำกัดการเข้าถึงฉากหรือพื้นที่บางแห่งตามระดับตัวละคร ผู้เล่นจึงต้องพัฒนาตัวละครให้เลเวลสูงขึ้นเพื่อปลดล็อกพื้นที่เหล่านี้ กลายเป็แรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้คนเล่นเกมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายคนกลายเป็เกมเมอร์อย่างเต็มตัว
แน่นอนว่ามีคนที่ชอบฉากความรุนแรงหรือโเี้แบบนี้อยู่ไม่น้อย แต่ปัจจุบันประเทศจีนไม่สนับสนุนสิ่งเหล่านี้ ถ้าฝืนเอาสิ่งนี้ไปโฆษณาแน่นอนว่าจะต้องถูกแบน ดังนั้นข้อนี้โม่เฟิงจึงตัดทิ้งไปทันที
นอกจากนี้ยังมีบางคนที่รู้สึกยังไม่ค่อยพอใจกับการใช้ชีวิตในโลกความเป็จริง หวังอยากจะหาเพื่อนใหม่หรือสาว ๆ ในเกมเพื่อเติมสีสันให้ชีวิต จริงอยู่ว่าเกมนั้นง่ายกว่าชีวิตจริง หลายคนเลยหันมาทุ่มเทเวลาให้กับการเล่นเกม อัปเลเวล สะสมไอเท็ม เพื่อวัดความสำเร็จ แต่ปัญหาที่พบบ่อยในเกมออนไลน์คือ ระบบแบ่งโซนตามพื้นที่ ทำให้บางทีผู้เล่นในโซนเดียวกันอาจมีน้อยจนเซิร์ฟเวอร์ปิดตัวลง
อย่างไรก็ตาม ยังมีการเปิดเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อเป็อีกช่องทางให้ผู้ประกอบการธุรกิจเกมออนไลน์ยังคงทำเงินได้
หานเซี่ยวเองก็เป็หนึ่งในนั้น เธอหารายได้จากการขายไอเทมในเกม ตามที่คำนวณรายได้ หานเซี่ยวสามารถทำเงินได้อย่างน้อยสองร้อยถึงสามร้อยหยวนต่อวัน ทำเอาโม่เฟิงตื่นเต้นไปด้วย แต่น่าเสียดายที่โม่เฟิงไม่คิดว่านี่จะเป็ธุรกิจระยะยาว จึงได้แต่กดความคิดนี้เอาไว้ในใจ
ท้ายที่สุดแล้ว โม่เฟิงก็ไม่ได้เอาเปรียบหานเซี่ยว เพราะเขาซาบซึ้งใจในความไว้วางใจของเธอ หากเขาทำอะไรไม่ดีกับเธอ คงจะดูไร้หัวใจและเสียมารยาทไปหน่อย เมื่อฟังการวิเคราะห์ของหานเซี่ยว โม่เฟิงจึงใช้มือวัดขนาดสะโพกของเธอไปด้วย แล้วจากไปอย่างพึงพอใจ
หานเซี่ยวถ่มน้ำลายออกมาอย่างแรงและพูดว่า “ไอ้โรคจิต!”
ตอนนี้ในออฟฟิศไม่ค่อยมีคน โม่เฟิงจึงรู้ว่าตัวเองมาเช้าเกินไปหน่อย เขาเลยงีบหลับบนโต๊ะสักพัก จนกระทั่งหลัวเสี่ยวเฟิ่งมาปลุกเขา เมื่อตื่นขึ้นมา โม่เฟิงก็พบว่าเวลาล่วงเลยไปถึงเก้าโมงเช้าแล้ว
หลัวเสี่ยวเฟิ่งเอาแผนงานของโม่เฟิงไปเทียบกับของติงหรูจวินแล้วมองโม่เฟิง อย่างงุนงงพูดว่า “นายไม่ได้อดหลับอดนอนแค่เพื่อลอกแผนงานใช่ไหม?”
โม่เฟิงตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของหลัวเสี่ยวเฟิ่ง เขาหยิบแผนงานขึ้นมาดูและสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เพราะเมื่อวานนี้เขาดูแค่คำแนะนำเกี่ยวกับเกมเท่านั้น โดยไม่ได้อ่านบทที่สองซึ่งเป็ภาคผนวก ข้อความในบทผนวกนั้นมีความครอบคลุมมากกว่าของโม่เฟิงมาก โม่เฟิงรู้สึกขอบคุณหลัวเสี่ยวเฟิ่ง เขาพูดว่า “ขอบคุณครับพี่เฟิ่ง ถ้าไม่มีพี่ ผมคงซวยแน่!”
หลัวเสี่ยวเฟิ่งนั่งลงบนตักของโม่เฟิง แล้วค่อย ๆ ลูบไล้หน้าอกแกร่งกำยำของโม่เฟิงอย่างแ่เบา เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ตอนนี้เราเป็พวกเดียวกันแล้ว ฉันไม่ช่วยนายแล้วจะไปช่วยใครล่ะ? บอกฉันมาได้เลยนะ ต่อไปนี้ถ้านายมีไอเดียอะไร เผื่อวันนี้ไอเดียของนายไปโดนตาผู้จัดการติงเข้า เดี๋ยวเขาจะหาว่านายลอกเขามา!”
ด้วยเหตุนี้ โม่เฟิงจึงตัดสินใจใช้เวลาแสนสุขอยู่กับหลัวเสี่ยวเฟิ่ง เพราะอย่างไรแผนงานวันนี้ก็คงเขียนไม่เสร็จแน่นอน ยังมีเวลาอีกตั้งอาทิตย์ ไว้ทำทีหลังก็ได้
ในเวลานี้ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่ม จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออก…
เมื่อคืนจูลี่ไม่อยู่บ้าน แต่โม่เฟิงก็ยังพอเก็บอารมณ์ได้อยู่บ้าง และตอนกลางคืนโม่เฟิงยังไปที่บ้านหานเซี่ยเพื่อช่วยเธอขยับตู้อีกด้วย ถึงแม้รูปร่างของหานเซี่ยวจะไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่เธอยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ด้วยความไร้เดียงสาและความน่ารัก ถึงอย่างนั้นโม่เฟิงก็ยังอยากจะรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองด้วยการไม่ล่วงเกินหานเซี่ยว แน่นอนว่าเขาข่มกลั้นความใคร่นั้นมาตลอด แต่ตอนนี้มีคนให้ระบายอารมณ์แล้วเขาจึงเร่าร้อนขึ้นอย่างมาก
วันนี้หลัวเสี่ยวเฟิ่งสวมชุดชั้นในสีน้ำเงินสุดเซ็กซี่ ช่วยเน้นให้อกคู่นั้นของเธอดูอวบอิ่มและน่ายั่วยวนยิ่งขึ้น…
ทว่าขณะที่มือใหญ่ของโม่เฟิงกำลังลูบไล้อยู่นั้น หลัวเสี่ยวเฟิ่งกลับปัดมือของเขาออก เพื่อเป็การแก้แค้นที่วันก่อนโม่เฟิงไม่ได้มอบความสุขให้เธอ
โม่เฟิงจึงรีบขอโทษหลัวเสี่ยวเฟิ่งโดยทันที ก็เพราะตอนนี้มีสาวสวยกำลังเปิดหน้าอกอยู่ตรงหน้าเขา แล้วแบบนี้ใครจะไปทนไหวล่ะ?! แต่เขากลับไม่สามารถทำตามใจ้าได้ นั่นจึงทำให้เขาร้อนใจมาก
เมื่อหลัวเสี่ยวเฟิ่งเห็นว่าโม่เฟิงร้อนใจจริง ๆ เธอจึงปลดชุดชั้นในออกเพื่อให้เขาได้ัั แต่ในตอนนั้นเองโทรศัพท์บนโต๊ะของโม่เฟิงที่ไม่เคยดังมาก่อนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ที่แท้ติงหรูจวินโทรมาหาเขา บอกว่ามีเื่ด่วน แล้วก็วางสายไปโดยไม่ให้โม่เฟิงมีโอกาสถามอะไรต่อ
โม่เฟิงอดไม่ได้ที่บ่นออกมาอย่างน่าผิดหวัง สุดท้ายเขาก็ยังคงลูบไล้หน้าอกของหลัวเสี่ยวเฟิ่งอีกสองสามที ก่อนจะไปที่ห้องทำงานของผู้จัดการติงทันที
เมื่อโม่เฟิงเคาะประตูแล้วเข้าไป เขาก็พบกับติงหรูจวินที่ยิ้มแล้วมองมาที่เขา ทันใดนั้นโม่เฟิงก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้คงมีแผนอะไรบางอย่างเพื่อเล่นงานเขาอีกแล้ว ทว่าในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความคาดหวัง เพราะติงหรูจวินมักจะเล่นตลกแบบเด็ก ๆ สุดท้ายแล้วคนที่ได้เปรียบก็คือเขาเอง นานแล้วที่โม่เฟิงไม่ได้ััหน้าอกของติงหรูจวิน มือทั้งสองของเขาคิดถึงเธอเหลือเกิน
ติงหรูจวินยิ้มแล้วพูดกับโม่เฟิงว่า “วันนี้ทีมพิเศษได้รับมอบหมายงานทั้งหมดแล้ว ฉันก็ออกแบบงานให้นายเสร็จแล้ว นายเลือกเองเลย!”
โม่เฟิงใและสงสัยขึ้นมาทันที ั้แ่เมื่อไรที่ผู้หญิงใจแคบคนนี้กลายเป็คนใจกว้างขนาดนี้ ถึงกับให้เขาเลือกงานเอง หรือว่าเธอรู้ถึงความสามารถของเขาแล้ว?
แต่แล้วโม่เฟิงก็ต้องตกตะลึง เพราะงานที่ได้รับนั้นไม่มีอะไรดีเลย มีแค่การขนกระดาษพิมพ์ไปมา หรือไปจัดระเบียบสินค้าในคลังสินค้า งานเหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้แรงงานหนัก แถมยังไม่ได้รับการยกย่อง
นอกจากนี้ยังมีงานอีกประเภทที่หนักไม่แพ้กัน แต่ผลลัพธ์กลับเลวร้ายกว่า หากพบปัญหาห้ามรายงาน เพราะการรายงานอาจทำให้หัวหน้าไม่พอใจ แต่ถ้าไม่รายงาน หากมีการตรวจพบปัญหา รับรองว่างานเข้าแน่ โม่เฟิงเข้าใจดีว่าควรหลีกเลี่ยงปัญหา ดังนั้นเขาจึงไม่เลือกงานใดงานหนึ่ง แต่ดูจากท่าทีของติงหรูจวินแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ
โม่เฟิงคิดอย่างรวดเร็ว ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “ผู้จัดการติง ครั้งที่แล้วคุณก็ทราบดีว่า เพราะผมช่วยคุณจัดการเอกสารจนได้รับาเ็ ตอนนี้ยังใช้แรงยกของหนักไม่ได้ ผมว่างานหนัก ๆ พวกนี้ น่าจะให้คนที่มีแรงมากกว่าผมทำดีกว่านะครับ”
ติงหรูจวินยิ้มอย่างอ่อนหวาน เธอไม่ได้โกรธที่โม่เฟิงไม่ทำตามคำสั่งของเธอ แต่กลับมีท่าทีเหมือนกับว่าเธอคาดการณ์ไว้แล้ว ติงหรูจวินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “งั้นฉันให้นายออกไปเดินเล่น ไปจีบสาวสวยตามท้องถนนแล้วกัน นายคิดว่าดีไหม?”
โม่เฟิงอึ้งไปชั่วครู่ รู้สึกได้ทันทีว่ามีอะไรแอบแฝงอยู่ เพราะจากที่เขารู้จักเธอมา ผู้หญิงคนนี้เป็คนเ้าคิดเ้าแค้น โม่เฟิงเคยเผชิญหน้ากับเธอมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่ติงหรูจวินจะมอบหมายงานดี ๆ ให้เขา แต่โม่เฟิงก็ทำได้แค่ต้องยอมรับ งานนี้แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็มีความยืดหยุ่น ดีกว่าสองตัวเลือกแรกแน่นอน เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า “ขอโทษครับ ที่ต้องรบกวนผู้จัดการติงจัดการเื่นี้ให้อีก!”
ติงหรูจวินพยักหน้าพูดว่า “อย่ามาพูดนะว่าฉันรังแกนาย คราวนี้ฉันให้โอกาสนายแล้ว!”
บนถนนการค้าที่โด่งดังของเมืองหนานผิง ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมสูทอย่างเรียบร้อย กำลังแจกใบปลิวอย่างขะมักเขม้น เขาคือโม่เฟิง ผู้โชคร้ายต้องมาเผชิญกับฝูงชนที่แน่นขนัด เบียดเสียดจนแทบจะทรงตัวไม่ไหว ท่ามกลางสายตาแปลก ๆ จากผู้คนที่เดินผ่านไปมา เขาพยายามแจกจ่ายแบบสอบถามที่มีโลโก้ของบริษัทเฟยอวิ๋นเน็ตเวิร์กอยู่บนนั้น
ในขณะเดียวกัน ติงหรูจวินกำลังนั่งจิบกาแฟ ฟังเพลง ผ่อนคลายอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เธอทุ่มเททำงานหนักมาทั้งเดือนเพื่อคว้าโครงการนี้มาให้ได้
สำหรับผู้หญิงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสวยงาม ดังนั้นเธอจึงต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด และวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลตัวเองก็คือการรักษาอารมณ์ให้ดี ตอนนี้ติงหรูจวินได้เห็นศัตรูของเธอกำลังถูกเธอแก้แค้น ติงหรูจวินรู้สึกดีใจจนยิ้มแก้มปริ
โม่เฟิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน ย่อมรู้ดีว่าติงหรูจวินกำลังแกล้งเขา แต่ถึงอย่างไร นี่ก็เป็วิธีหนึ่งที่เขาจะได้เข้าใจผู้บริโภค แต่เมื่อเห็นแบบสอบถามที่เขาแจกจ่ายด้วยความยากลำบาก ถูกโยนทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี โม่เฟิงก็รู้ว่าแบบนี้คงไปไม่รอดแน่ และด้วยความฉลาดเฉลียว เขาจึงะโขึ้นว่า “บริษัทเฟยอวิ๋นกรุ๊ป กำลังทำการสำรวจความคิดเห็นอยู่ที่นี่! หากแบบสอบถามของคุณมีประโยชน์ต่อเรา เราจะมอบรางวัลเงินสดหนึ่งพันหยวนให้กับคุณทันที!”
ทันใดนั้นผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็หยุดชะงักทันที หลังจากนั้นไม่นานก็กลายเป็ความวุ่นวาย เพราะเมื่อพูดถึงเื่เงิน ไม่มีใครที่จะคิดอย่างมีเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็พนักงานออฟฟิศ เงินหนึ่งพันหยวนสำหรับพวกเขาถือว่าเป็รายได้พิเศษที่ไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าจะไม่ได้อะไรเลย ก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะการทำแบบสอบถามนี่ก็ไม่ได้ใช้เวลาไม่นานมากนัก
ผู้คนต่างกรูกันเข้ามาแย่งชิงแบบสอบถามจากมือของโม่เฟิงอย่างบ้าคลั่ง ภายในเวลาอันสั้น แบบสอบถามสองพันใบถูกแย่งไปจนหมดเกลี้ยง แม้แต่คุณยายก็ยังมาขอแบบสอบถามจากเขา ยังมีเด็กชายวัยเจ็ดขวบอีกด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าพลังของเงินนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน
บางคนเริ่มต้นกรอกแบบสอบถามทันทีบนพื้นที่ที่พอเขียนได้บนถนน เพราะว่าแบบสอบถามเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับเื่ความเร็วด้วย เห็นได้ชัดว่าข้อเสนอแนะที่ดีที่สุดจะได้รับการตอบรับเพียงข้อเดียว
ดังนั้นรางวัลเงินหนึ่งพันหยวนก็หมายความว่าจะมอบให้กับคนแรกที่เสนอแนะแินี้ นอกจากจะมีแิที่ดีแล้ว ยังต้องมีความเร็วที่มากกว่าคนอื่นด้วย
โม่เฟิงมองดูผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ และะโบอกผู้คนเ่าั้ที่กำลังขะมักเขม้นเขียนว่า “ไม่ต้องรีบร้อน! คนที่รอไม่ไหวสามารถเขียนเบอร์โทรศัพท์ของคุณลงไปได้ ถ้าหากทางเราเลือกแบบสอบถามของคุณ เราจะติดต่อกลับไปทันที และแน่นอนว่าคุณยังสามารถเลือกเป็เบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงที่คุณชอบใส่ไว้ได้อีกด้วย เพราะของขวัญแบบนี้ย่อมสามารถเอาชนะใจผู้หญิงได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญคุณยังสามารถเอาไปคิดต่อได้ ด้วยการถ่ายสำเนาไว้ซึ่งนั่นก็ถือว่าใช้ได้เช่นกัน และในอีกสามวันข้างหน้า ผมจะมารับแบบสอบถามที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม หวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือ ขอบคุณครับ!”