นอกจวนเ้าเมือง
เซี่ยกว่างอวิ๋นมีสีหน้าเคร่งขรึม ขณะจ้องมองคนทั้งสามที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
ทว่าที่ด้านหน้าของคนทั้งสามนั้น กลับมีชายหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งยืนอยู่ ชายหนุ่มผู้นั้นก็คือมู่ไป๋ที่ถูกเขาลงมือทำร้ายจนาเ็ไปเมื่อวานนี้นั่นเอง
“ฮ่าๆ เ้าเมืองเซี่ย คาดไม่ถึงละสิ? คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะได้พบกันอีกรวดเร็วเพียงนี้”
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่ไป๋ เซี่ยกว่างอวิ๋นก็แค่นเสียงเ็าออกมา
“หากเลือกได้ ข้าก็มิปรารถนาจะเห็นหน้าเ้าอีกเป็ครั้งที่สอง”
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของมู่ไป๋เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เมื่อวานข้าเตือนเ้าแล้ว ว่าตระกูลเซี่ยของเ้ามิอาจหักหน้าเขาเมฆาขาวของข้าได้ แต่เ้ากลับไม่ฟัง เื่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพราะเ้าหาเื่ใส่ตัวทั้งสิ้น!”
“อย่างไรก็ตาม เขาเมฆาขาวมิใช่พวกชอบบีบคั้นผู้คนจนเกินไปนัก ขอเพียงเ้าส่งมอบหมีอัคคีที่ชิงไปเมื่อวานกลับคืนมา พร้อมทั้งสละตำแหน่งเ้าเมืองเซี่ยเสีย ข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตสุนัขของเ้าสักครา”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของมู่ไป๋ เซี่ยกว่างอวิ๋นก็หรี่ตาลงจนเป็เส้นตรง
เขาคิดไม่ถึงว่ามู่ไป๋ผู้นี้จะละโมบหวังชิงเมืองเซี่ย ดูท่าความทะเยอทะยานของเขาเมฆาขาวในครานี้คงมิใช่เื่เล็กน้อยเสียแล้ว!
“ตราประทับเ้าเมืองเซี่ยก็อยู่ในอกเสื้อของข้านี่เอง หากเ้ามีความสามารถพอก็จงเข้ามาแย่งชิงไป! ข้าเองก็อยากจะเห็นนักว่าเขาเมฆาขาวจะมีความสามารถอันใด!”
พูดจบ กลิ่นอายพลังทั่วร่างของเซี่ยกว่างอวิ๋นก็พลันพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง
ในฐานะเ้าเมืองเซี่ย แม้เซี่ยกว่างอวิ๋นจะมีพลังยุทธ์อยู่ในขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอด ทว่ากลิ่นอายพลังของเขานั้นกลับแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลางทั่วไปอยู่ไม่น้อย
ทันทีที่เซี่ยกว่างอวิ๋นปลดปล่อยพลัง ยอดฝีมือสามคนที่มู่ไป๋พามาด้วยก็แค่นเสียงเหยียดหยามออกมาพร้อมกัน
กลิ่นอายพลังสามสายที่แข็งแกร่งไม่ด้อยกว่าเซี่ยกว่างอวิ๋นะเิออกมาต่อเนื่อง “ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!”
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของเซี่ยกว่างอวิ๋นถูกกดข่มลงในทันที
“เซี่ยกว่างอวิ๋น เ้าสำนักของพวกข้าเห็นว่าเ้าปกครองเมืองเซี่ยมีผลงานมิน้อย จึงมิปรารถนาจะปลิดชีพเ้าโดยตรง ทว่าหากเ้ายังดื้อรั้นดึงดันละก็ อย่าได้หาว่าเขาเมฆาขาวไร้เมตตา จงรู้ไว้ว่าเ้าเป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตชั้นยอดเท่านั้น หากเ้าสำนักของพวกข้ามาด้วยตนเอง เพียงแค่ดีดนิ้วเดียว เมืองเซี่ยแห่งนี้ก็จักพินาศย่อยยับเป็เถ้าถ่านได้ในชั่วพริบตา!”
ยังไม่ทันที่เซี่ยกว่างอวิ๋นจะได้โต้ตอบคำพูดของยอดฝีมือผู้นั้น เงาร่างสองสายก็พุ่งออกมาจากด้านข้าง
“หยุดพล่ามเื่ไร้สาระเสียที! หากมู่อวิ๋นเก่งกาจถึงเพียงนั้น ก็เรียกมันมาที่นี่สิ!”
เมื่อเห็นเงาร่างที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เซี่ยกว่างอวิ๋นถึงกับชะงักงัน
“คุนเอ๋อร์! เหตุใดเ้าถึง!”
หลังจากตวาดจบลง เขาก็สังเกตเห็นเซี่ยฝูเฉียนที่วิ่งตามหลังเซี่ยฝูคุนมาติดๆ
“เฉียนเอ๋อร์ เหตุใดแม้แต่เ้าเองก็ด้วย! คุนเอ๋อร์ยังเยาว์มิรู้ความ แล้วเหตุใดเ้าถึงพลอยเสียสติไปด้วย!”
เซี่ยกว่างอวิ๋นรู้สึกมืดแปดด้าน เดิมทีเขาตั้งใจจะยอมสู้ตายเพื่อยื้อเวลาให้เซี่ยฝูคุนและเซี่ยฝูเฉียนหลบหนีไป ขอเพียงทั้งคู่เข้าสู่เขตสำนักศึกษาอ้าวติงได้ ต่อให้เป็เขาเมฆาขาวก็มิกล้าทำการบุ่มบ่าม ทว่าตอนนี้แผนการที่วางไว้กลับพังทลายสิ้น...
“ข้า...”
เซี่ยฝูเฉียนอยากจะบอกเหลือเกินว่าตนนั้นบริสุทธิ์ เขาเองก็ไม่ได้อยากจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เสียหน่อย!
“เ้าคงเป็คุณชายรองตระกูลเซี่ยสินะ?”
“หมีอัคคีคงอยู่ในมือเ้ากระมัง? ขอเพียงเ้าส่งมันมา ข้าจะไว้ชีวิตเ้า เป็อย่างไร?”
มู่ไป๋จ้องมองเซี่ยฝูคุนพลางเผยยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้น
“ต้องขออภัยด้วย หมีอัคคีตัวนั้นถูกข้ากินลงท้องไปแล้ว”
“หา?”
มู่ไป๋ถึงกับอึ้งไปทันที
“เ้าลูกสุนัข!”
“ตระกูลเซี่ยของเ้าทุ่มเงินถึงสามหมื่นศิลาิญญาเพื่อประมูลหมีอัคคีมา เพียงเพื่อจะเอามาทำเป็อาหารงั้นรึ?”
มู่ไป๋ไม่มีทางยอมรับคำตอบนี้ได้แน่ เพราะมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
“มิเช่นนั้นจะให้เอาไปทำสิ่งใดเล่า?”
เซี่ยฝูคุนพูดพลางพยายามถ่วงเวลา ในขณะที่จิตสำนึกรีบตรวจสอบสถานะของระบบหลอมปีศาจ
เหลือเวลาอีกเพียงห้านาที ก่อนที่วานรเทพจ้าวพลังจะถูกหลอมรวมสำเร็จ!
โชคยังดีที่คนของเขาเมฆาขาวมาเพียงผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลางสามคน หากพวกเขาแข็งแกร่งกว่านี้ เซี่ยฝูคุนคงต้องพาเซี่ยฝูเฉียนโกยแน่บไปแล้ว
แต่เพียงผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลางสามคน ขอเพียงวานรเทพจ้าวพลังปรากฏตัวออกมา เซี่ยฝูคุนก็มั่นใจว่าเขามีวิธีจัดการ ส่วนเื่หลังจากนี้กับเขาเมฆาขาวค่อยว่ากันใหม่ อย่างไรเสียการรักษาชีวิตในตอนนี้ย่อมสำคัญที่สุด
“หลิงเฟย ไอ้เด็กนี่มันกำลังปั่นหัวพวกเรา หมีอัคคีนั่นแข็งแกร่งมากจะกินลงได้อย่างไร? เ้าช่วยสั่งสอนมันสักหน่อย ข้าอยากรู้นักว่าร่างกายของมันจะแข็งแกร่งเหมือนหมีอัคคีหรือไม่!”
สิ้นคำสั่งของมู่ไป๋ ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลางที่ยืนอยู่ตรงกลางในกลุ่มสามคนนั้นพยักหน้ารับ เขาแค่นเสียงหัวเราะอย่างเ็าใส่เซี่ยฝูคุนก่อนจะก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว
เพียงการก้าวเท้านั้น เซี่ยฝูคุนกลับรู้สึกราวกับเห็นเงาร่างพร่าเลือนสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามา
และในจังหวะที่ยอดฝีมือชื่อหลิงเฟยกำลังจะลงมือถึงตัวเซี่ยฝูคุนนั่นเอง เขาก็รู้สึกว่าร่างกายถูกใครบางคนผลักออกไปด้านข้างอย่างแรง—
“ปัง!”
เสียงปะทะดังสนั่น ปรากฏร่างของเซี่ยกว่างอวิ๋นเข้าแทนที่ตำแหน่งเดิมของเซี่ยฝูคุน พลางซัดฝ่ามือต้านรับกับการโจมตีของหลิงเฟยไว้ได้ทันท่วงที
“กล้ามาสั่งสอนบุตรชายข้าต่อหน้าต่อตาข้า เ้าคิดว่าตัวเองเป็ตัวอันใดกัน!”
เซี่ยกว่างอวิ๋นะเิโทสะออกมา
เขาไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าผลลัพธ์จากการล่วงเกินเขาเมฆาขาวจะเป็อย่างไร เช่นเดียวกับที่เซี่ยฝูคุนคิด การแก้ปัญหาตรงหน้าย่อมสำคัญที่สุด
หลิงเฟยไม่พูดอะไร เมื่อเห็นเซี่ยกว่างอวิ๋นลงมือ เขาก็พุ่งเข้าประชิดตัวและต่อสู้กับเซี่ยกว่างอวิ๋นทันที
ในขณะเดียวกัน ยอดฝีมือจากเขาเมฆาขาวอีกสองคนที่เหลือ ก็เริ่มเดินเข้ามาหาเซี่ยฝูคุนอย่างเงียบเชียบ
เซี่ยกว่างอวิ๋นถูกหลิงเฟยรั้งไว้จนไม่อาจปลีกตัวมาช่วยได้ เมื่อเห็นคนทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ เซี่ยฝูคุนแทบจะร้องไห้ออกมา
เขาทะลุมิติมายังสถานที่เฮงซวยแห่งนี้ ทั้งที่มีระบบติดตัวมาด้วยแท้ๆ แต่กระทั่งสัตว์อัญเชิญสักตัวก็ยังไม่ทันได้เรียกออกมา นี่เขาจะต้องตายอีกรอบหรือนี่?!
“ติ๊ง ติ๊ง! วานรเทพจ้าวพลังจะหลอมสำเร็จในอีกหนึ่งนาที โฮสต์สามารถเริ่มนับถอยหลังได้เองเลยนะจ๊ะ!”
เมื่อได้ยินเสียงระบบ เซี่ยฝูคุนแทบจะสบถด่าบรรพชนมันออกมา
นี่มันจะรู้ใจเกินไปหน่อยไหมเนี่ย? ให้เขานับถอยหลังเองเนี่ยนะ? ตอนนี้เขายังมีเวลาว่างมานั่งนับถอยหลังหรือไร?
และในจังหวะที่เซี่ยฝูคุนกำลังตกอยู่ในความสิ้นหวัง ยอดฝีมือคนหนึ่งจากเขาเมฆาขาวก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่เขาอย่างดุดัน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง
เซี่ยฝูเฉียนที่อยู่ด้านหลังผลักเซี่ยฝูคุนออกไป แล้วใช้ร่างกายของตนเองเข้ารับฝ่ามือนั้นแทน
“อั่ก—!”
เืสีแดงฉานพุ่งออกจากปาก เซี่ยฝูเฉียนมองน้องชายพลางฝืนยิ้มอย่างขมขื่น
“น้องคุน หากเ้ามอบกระดูกเหล็กของหมีอัคคีให้ข้าเพื่อสร้างเกราะรบ ข้าก็คงมิต้องาเ็เช่นนี้...”
นี่เ้ายังคิดถึงเื่นี้อยู่อีกรึ? จะตายอยู่รอมร่อยังจะห่วงหมีอัคคีอยู่อีกหรือ?!
เซี่ยฝูคุนพูดไม่ออก ในชั่วพริบตานั้นเอง
ภายในจิตสำนึกของเขา ปรากฏมวลอากาศสายหนึ่งก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ถูกบรรจุลงในสมองของเขาในทันที
“ติ๊ง ติ๊ง!”
“หลอมรวมวานรเทพจ้าวพลังสำเร็จเสร็จสิ้น โฮสต์สามารถเรียกใช้วานรเทพจ้าวพลังออกมาได้ทุกเมื่อนะจ๊ะ!”
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
เขามองดูเซี่ยฝูเฉียนที่กระเด็นออกไป และเซี่ยกว่างอวิ๋นที่ยังคงติดพันการต่อสู้อยู่กับหลิงเฟย
เซี่ยฝูคุนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เขาหลับตาลง
และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง รังสีอำมหิตอันเข้มข้นก็แผ่ซ่านออกมาจากดวงตาคู่นั้นทันที
“วานรเทพจ้าวพลัง...”