นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 4 ปกติกับผิดปกติ เล่มที่ 4 บทที่ 105 งานเลี้ยงอาหารค่ำ (2)

            เจียนั่วใช้ส้อมจิ้มไก่ทอดขึ้นมาหนึ่งชิ้น มองผู้ที่กินอย่างตะกละตะกลามไร้คราบความเป็นชนชั้นสูงอย่างเก๋อจือ ตามด้วยใช้หางตามองไปทางโม่จ้านที่กำมีดรับประทานอาหารอย่างระแวดระวัง ภายในแววตาของอัศวินฉายแววลังเลเล็กน้อย จดจ้องอาหารปลายส้อมอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะส่งเนื้อไก่สีเหลืองทองนั้นเข้าปากในท้ายที่สุด

            ตนเข้าร่วมกลุ่มค่อนข้างช้า ยังไม่เคยทาน 'อาหารมื้อใหญ่' ที่โม่เจ๋อเอ่อร์ทำมาก่อน เพียงแต่ตนรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจว่าท่าทีตอบสนองของคนทั้งสองดูจะเกินจริงไปสักหน่อย — ตนเคยทานอาหารในระดับงานเลี้ยงของอาณาจักร คุ้นเคยกับรสชาติเป็นอย่างยิ่ง นี่ก็เพียงอาหารหนึ่งมื้อที่อุดมสมบูรณ์มิใช่หรือ ยังจะเป็นเลือดเนื้อของทวยเทพหรืออย่างไร?

            ทว่าหลังจากเจียนั่วกัดไปหนึ่งคำ ร่างทั้งร่างพลันชะงักเสียแล้ว

            หนังของไก่ทอดกรอบเสียจนถึงขั้นที่ว่ายามฟันกัดลงไปมิต่างกับเหยียบลงบนแผ่นน้ำแข็งบางย่างฤดูใบไม้ร่วง เกิดเป็นเสียงบางเบาดัง 'กร๊อบ' ไม่รอให้ฟันกัดลงไปจนถึงด้านล่างสุด กลิ่นหอมอันเข้มข้นพลันทะลักออกมาจากเนื้ออ่อนนุ่ม คละคลุ้งอยู่ภายในโพรงปาก

            เนื้อไก่นุ่มกระจายตัวออกจากกันเป็นเส้นๆ แม้จะมิใช่ไก่พันธุ์ล้ำค่าที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทว่าเมื่อผ่านการปรุงแต่งของโม่จ้านกลับกลายเป็นอาหารรสเลิศราวกับมีเวทมนตร์ แสงแวววาวของน้ำมันบนหนังชั้นนอกเย้ายวนผู้คน ทอดเสียจนได้สัมผัสแห้งกรอบกำลังพอดี ชวนให้ผู้คนต้องน้ำลายสอ แค่เพียงหนึ่งคำ แม้เป็นทวยเทพก็มิอาจทัดทานความยั่วยวนกลิ่นหอมของเนื้อที่คละคลุ้งทั่วปาก จำต้องกัดลงไปเป็นคำที่สอง คำที่สาม...

            เจียนั่วก้มหน้าลงเคี้ยวเนื้อไก่ในปากอย่างพิถีพิถัน มือข้างซ้ายยังคว้าผ้าเช็ดปาก หากแต่มือข้างขวากลับใช้ส้อมเอื้อมไปยังอีกจานอย่างมิอาจควบคุมเสียแล้ว

            นั่นคือหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดล้วนแต่ดึงดูดสายตาผู้คน หนังเต็มไปด้วยความเหนียวมีความยืดหยุ่นอย่างยิ่ง เมื่อใช้ส้อมจิ้มลงไปให้ความรู้สึกถึงการเด้งกลับอย่างน่าพอใจ ส้อมเงาวาวเข้าโจมตีชั้นหนังหนาจนแทงทะลุถึงชั้นไขมันที่อยู่ด้านล่างได้อย่างง่ายดาย กดทับจนน้ำเครื่องปรุงรสภายในเนื้อสีเข้มไหลออกมา ยามจิ้มขึ้นมาจากถ้วย น้ำแกงสีใสติดอยู่ใต้เนื้อทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสวยงามชะงักอยู่กลางอากาศไม่กี่วินาทีก่อนจะหยดลงบนเมล็ดข้าว ทำให้เมล็ดข้าวสีขาวถูกย้อมด้วยสีเครื่องปรุงรสเช่นกัน

            หากทว่าอัศวินที่เพิ่งกลืนเนื้อไก่ลงไปกลับมิได้รีบร้อนส่งหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเข้าปาก ราวกับถูกอาหารรสเลิศกระตุ้นสัญชาตญาณความโลภของมนุษย์ เจียนั่วใช้มีดรับประทานอาหารเขี่ยหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงลงบนข้าว ตามด้วยยื่นส้อมออกไปอีกครั้ง จัดการตักซี่โครงหมูตุ๋นรวมไปถึงเต้าหู้มาไว้ในจานรวดเดียว

            หนังชั้นนอกของซี่โครงถูกเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเล็กน้อยและเจือสีเหลืองมันแวววาว ยามใช้ส้อมจิ้มลงไปน้ำปรุงรสเข้มข้นพลันทะลักออกมาตามรู ไหลออกมาตามรอยย่นของเนื้อกลับลงสู่น้ำแกงภายในถ้วยก่อนจะกลับกลายเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง เจียนั่วเลียริมฝีปากโดยสัญชาตญาณ เกิดเป็นความรู้สึกมิอาจหักใจกัดกินอย่างน่าประหลาดจึงกัดลงบนเต้าหู้แผ่วเบา

            นุ่ม นิ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ กำลังพอเหมาะ นี่คือความรู้สึกแรกที่ปลายลิ้นและจมูกแย่งกันรายงานไปยังสมอง หลังเต้าหู้อีกครึ่งหนึ่งออกห่างจากริมฝีปากของอัศวิน สีขาวบริสุทธิ์ของด้านที่ถูกกัดยังมีไอร้อนระอุออกมา ริมฝีปากของเจียนั่วสั่นไหวเล็กน้อย ใช้ช้อนตักน้ำแกงมาจำนวนหนึ่งอย่างมิอาจห้ามใจตนเอง ราดด้านที่ถูกกัดจนมีสีเหลืองอ่อน จากนั้นส่งกลับเข้าปากอีกครั้ง

            ...อร่อยมาก

            ...เหตุใดจึงอร่อยเพียงนี้

            ...เหตุใดจึงดูคล้ายจะถูกปากของข้าไปเสียหมด?

            บนใบหน้าของเจียนั่วมิได้ฉายแววผิดปกติอันใด ทว่าภายในใจกลับมีคลื่นโหมซัดอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นเกิดเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดและอดหันไปมองโม่จ้านมิได้ เพียงแต่โม่จ้านกำลังง่วนอยู่กับการรับมือก้างปลา ไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของอัศวิน

            วัตถุดิบที่สามารถหาซื้อได้ตามตลาดและร้านข้างทาง จะต้องมิใช่วัตถุดิบอย่างดีที่สุดอย่างแน่นอน ถกเพียงฝีมือการทำอาหาร ยังด้อยกว่าพ่อครัวในงานเลี้ยงอาณาจักรหนึ่งระดับ กระนั้นหลังจากตนได้ชิมหนึ่งคำกลับมั่นใจแล้วว่าจวบจนยามนี้ นี่คืออาหารที่ตนชื่นชอบมากที่สุด

            การเคลื่อนไหวบนมือชะงักเล็กน้อย ถึงขั้นมิได้เคี้ยวอาหารจำนวนหนึ่งให้ละเอียดพลันกลืนลงท้องอย่างตะกละ เจียนั่วตั้งหน้าตั้งตากิน มักรู้สึกว่าอาหารตรงหน้าแฝงความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ตั้งแต่เอาเข้าปากจนลงไปถึงกระเพาะ ก่อนจะแผ่กระจายไปทั่วทั้งกาย ทั้งตนยังรีบร้อนอยากรวบรวมความรู้สึกอบอุ่นเช่นนี้เอาไว้เสียทั้งหมด ถึงขั้นเกิดเป็นความรู้สึกผิดต่ออาหารที่ไม่ทันได้ลิ้มรสอย่างละเอียดจำนวนมาก

            โม่จ้านสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากข้างกาย มุมปากยกยิ้มหลังเหลือบมองเจียนั่วที่มือไม้รวดเร็วจนน่าตกตะลึงปราดหนึ่ง เก๋อจือเบิกตาอ้าปากค้างมองเจียนั่ว พลันรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายกลายเป็นภาพติดตาเสียแล้ว ลาถีเท่อกลั้นยิ้ม มองเก๋อจือที่เบิกตาอ้าปากค้างก่อนนำแครอทหนึ่งชิ้นยัดใส่ปากอีกฝ่าย

            “มัวมองอันใด? ความเร็วของผู้อื่นมากกว่าอยู่มากโข หากยังมิรีบกินระวังจะไม่เหลือให้กิน”

            “...เช่นนั้นเจ้าก็อย่ายัดแครอทให้ข้า...ทั้งๆ ที่รู้ว่าข้าไม่ชอบกิน...”

            เด็กหนุ่มผมแดงขมวดคิ้วจนกลายเป็นผักกระชับ ฝืนเคี้ยวไม่กี่ทีก่อนจะกลืนลงไปด้วยสีหน้าทรมาน ลาถีเท่อส่ายหน้าอย่างเคร่งขรึม ตามด้วยหยิบแครอทหนึ่งชิ้นยัดใส่ปากอีกฝ่ายอีกครั้ง

            “เจ้าคิดว่าข้าอยากบังคับเจ้างั้นหรือ? เจ้ามิใช่เด็กน้อยแล้ว เหตุใดจึงยังเลือกกินอีก อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าชอบแอบคายแครอทกับพริกหยวกแล้วโยนทิ้ง”

            โม่จ้านได้ฟังถึงกับหมดคำจะพอย่างยิ่ง ลอบเอ่ยในใจว่าที่แท้ตนมิใช่ผู้ที่กังวลใจมากที่สุด...

            “...แค่กๆ! อุ๊บ...แค่ก...”

            เนื่องจากกินเร็วมากเกินไป หลังเจียนั่วกลืนไข่นกกระจอกป่าลงไปกลับติดคอเสียแล้ว สายตาพลันกวาดมองเพื่อหากาน้ำ โม่จ้านเห็นเช่นนั้นจึงรีบหยัดกายลุกขึ้น หยิบกาน้ำบนโต๊ะเล็กด้านข้างมาไว้ในมือ ทว่าทันใดนั้นกลับได้ยินเสียงกลืนดังอึกๆ

            ...กาน้ำสองกา กาหนึ่งอยู่ในมือ อีกกาหนึ่งอยู่ในห้องครัว จอกน้ำบนโต๊ะล้วนแต่ว่างเปล่า เช่นนั้นน้ำมาจากที่ใด?

            มิง่ายกว่าเจียนั่วจะกลืนอาหารลงท้องได้ ทว่าทันใดนั้นกลับรู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนภายในลำคอและช่องปาก อัศวินปรายมองเก๋อจือที่ยกยิ้มค่อนข้างเจ้าเล่ห์ปราดหนึ่ง ยกจอกน้ำในมือที่ถูกอีกฝ่ายส่งมาก่อนส่งมาใต้จมูก สูดดมด้วยความสงสัย สีหน้าถึงกับเปลี่ยนไปโดยพลัน

            “...สุรา?! พวกเจ้าไปเอาสุรามาจากที่ใด?!”

            “แน่นอนว่าเป็นเงินส่วนตัวของคุณชายน้อยเช่นข้า ในเมื่อพวกเจ้าทำอาหารมื้อใหญ่ คุณชายน้อยเช่นข้าย่อมมิอาจนิ่งดูดาย ดังนั้นจึงซื้อสุราผลไม้ที่เลื่องชื่อที่สุดมา”

            เก๋อจือทำสีหน้าท่าทางยโสราวกับเอ่ยว่า 'ตกรางวัลพวกเจ้า' จากนั้นค้อมเอวลงไปยกเหยือกใส่สุราทำจากดินเผาใต้เก้าอี้มาวางลงบนโต๊ะ

            “เหล่าทหารรับจ้างพวกนั้นต้องเก็บหอมรอมริบหลายเดือนกว่าจะซื้อได้สักเหยือก คุณชายน้อยเช่นข้าใจกว้างมากใช่หรือไม่?”

            “จิ๊ๆ ดูมิออกสักนิดว่าคุณชายน้อยเก๋อจือจะใจคอกว้างขวางเช่นนี้ เห็นทียามปกติคงจะแอบรับภารกิจอยู่มิน้อย”

            โม่จ้านนึกมิถึงว่าเก๋อจือจะเล่นไม้นี้ ตนเอ่ยหยอกเย้าเด็กหนุ่มผมแดงที่แสดงสีหน้าท่าทางลำพองใจอย่างนึกสนุก

            “ชิ คุณชายน้อยเช่นข้าเป็นถึงจอมเวทธาตุไฟและลม มีประโยชน์กว่าพวกโง่ธาตุเดียวเหล่านั้นตั้งมากโข”

            เก๋อจือหยิบแก้วขาสูงที่ถูกขัดจนเงาวับออกมาสองใบก่อนรินน้ำสุราที่ใสกระจ่างทว่ากลับมีฤทธิ์เข้มข้นลงไป ส่งไปให้โม่จ้านกับเจียนั่วก่อนผายมือทำท่า 'เชิญ'

            “อ่ะ นี่คือการแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสทั้งสองท่าน”

            ผู้อาวุโส…

            โม่จ้านแทบจะสำลักออกมา คราแรกผู้ใดกันที่เอ่ยว่าเห็นกันอยู่ทนโท่ว่าอายุของข้ามิได้มากนัก?

            เจียนั่วกลับยกแก้วขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ แม้ตนจะอายุเพียงยี่สิบกว่า หากแต่ก็มีฐานะเป็นผู้ที่อายุมากที่สุดในกลุ่มเล็กทั้งสี่คนอย่างแท้จริง

            “เหตุใดพวกเจ้าจึงมิดื่ม?”

            โม่จ้านเตรียมจะกระดกหมดแก้ว กลับพบว่าคนทั้งสองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเอาแต่จ้องมองตนตาไม่กะพริบ

            “เอ่อ…อืม ข้าอยากจะดื่มมิน้อยทีเดียว เพียงแต่ข้าค่อนข้างคออ่อน วันพรุ่งนี้ยังเป็นช่วงสำคัญของพลังเวทสายโจมตี เกรงว่าหากดื่มไปแล้วจะเสียงานเสียการ”

            สายตาของเก๋อจือเสมองไปด้านข้าง เลียริมฝีปากอย่างค่อนข้างใจฝ่อเล็กน้อย

            “อ่อ…งั้นหรือ เช่นนั้นเหตุใดลาถีเท่อก็…”

            โม่จ้านมองเก๋อจือที่ทำตัวอึกอักผิดปกติ พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เจียนั่วใช้สายตาฉายแววสงสัยลอบสบมองกับหางตาของโม่จ้านเช่นกัน เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

            “ฮ่าๆๆ เก๋อจือก็บอกแล้วว่าต้องการเคารพผู้อาวุโสทั้งสอง ข้าจะชิงดื่มก่อนได้อย่างไร?”

            ลาถีเท่อตอบกลับอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ คลี่คลายความสงสัยของโม่จ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ เด็กหนุ่มเผ่าหมานหยิบแก้วของตนอย่างสบายอารมณ์ก่อนรินสุราจนเต็ม กำไว้ในฝ่ามือราวกับมองไม่เห็นสีหน้าฉายแววมิน่ามองอย่างยิ่งของเด็กหนุ่มผมแดงที่อยู่ด้านข้าง

            “ได้ เช่นนั้น ‘ผู้อาวุโส’ ทั้งสองคนอย่างพวกเราก็จะดื่มก่อน”

            โม่จ้านยักไหล่ คลี่ยิ้มชนแก้วกับเจียนั่วเบาๆ ก่อนเงยหน้าดื่มน้ำสุราในจอกจนหมดภายในรวดเดียว ทางด้านเจียนั่วกลับยกแก้วขึ้น ค่อยๆ จิบลงลำคอทีละคำเล็กไปเรื่อยๆ เพื่อลิ้มรสชาติและกลิ่นหอมหวานของสุราผลไม้อย่างพิถีพิถัน

            “เช่นนั้นก็ถึงตาข้าแล้ว”

            เด็กหนุ่มเผ่าหมานเผยรอยยิ้มอันตรายแตกต่างจากยามปกติ ไม่รอให้เก๋อจือที่สีหน้าไม่สู้ดีห้ามปรามพลันเงยหน้ากระดกดื่มน้ำสุราที่มีฤทธิ์เข้มข้นทั้งหมดเข้าในปากเช่นกัน

     

    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663