ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตเงียบสงัดไม่มีเสียงใดเล็ดลอดนอกจากเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่ดังขึ้นเมื่อย่างก้าวไปตามพื้นกระเบื้องที่มีฝุ่นเกาะเล็กน้อยแสงไฟจากเพดานกะพริบเป็ระยะ ทำให้บรรยากาศดูไม่น่าไว้ใจ ชั้นวางสินค้าที่เคยเต็มไปด้วยของอุปโภคบริโภคบัดนี้กลับรกร้างว่างเปล่า ราวกับถูกปล้นไปจนหมดสิ้นแต่ก็ยังมีของบางอย่างหลงเหลือให้พวกเขาเก็บกักตุนได้บ้าง
ชิโฮะยืนอยู่ข้างชั้นวางของพลางมองสำรวจสิ่งที่เหลืออยู่เธอหยิบขวดน้ำดื่มพลาสติกมาหนึ่งขวดก่อนจะหันไปหยิบของใช้จำเป็อื่น ๆและอาหารสำเร็จรูป โยซึรุคอยเดินตามหลังเธอจัดเรียงทุกอย่างลงในตะกร้าอย่างเป็ระเบียบท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบงันที่มีเพียงเสียงเบา ๆ ของขวดกระทบกัน
“พวกนายมาช้านะมัวไปทำอะไรกันอยู่” ชิโฮะหันมาเอ่ยทัก เมื่อเห็นเรย์และเคนจิเดินเข้ามาหาจุดนัดพบ
“พอดีต้องล่อเ้าพวกปีศาจนั่นออกไปไกลจากที่นี่หน่อย”
เคนจิตอบพลางเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก
“แถมยังเจอปัญหาบางอย่างเข้า...”
“มีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
โยซึรุเอียงคอถามััได้ถึงความผิดปกติ มือก็เร่งคัดแยกของลงในตะกร้าเพิ่มอีกราวกับ้าให้ทุกอย่างเป็ระเบียบที่สุด
“เดียวเล่าให้ฟังระหว่างทางรีบเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จเถอะ เราต้องรีบไปจากที่นี่กันแล้วล่ะ”
หลังจัดเก็บข้าวของสัมภาระกันสักพักก็เร่งให้ทุกคนรีบเดินทางกลับ

ระหว่างเดินทางกลับที่พักบรรยากาศในยามเย็นเต็มไปด้วยความเงียบสงัดถนนที่เคยมีผู้คนคับคั่งกลับรกร้างไร้ผู้สัญจรราวกับเมืองทั้งเมืองได้สูญเสียชีวิตชีวาไปแสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยส่องผ่านช่องว่างของตึกสูงทิ้งเงาทอดยาวลงบนพื้นถนนอันว่างเปล่า ทำให้เกิดความรู้สึกไม่น่าไว้ใจ
เคนจิเล่าถึง ‘ปัญหา’ที่พวกเขาไปเจอมาให้โยซึรุกับชิโฮะฟัง จากที่ทั้งเรย์และเคนจิเค้นข้อมูลได้มาคนพวกนี้มีหน้าที่เป็หน่วยราดตระเวนตามหาเหยื่อที่เป็หญิงสาวส่วนผู้ชายหากจับมาใช้งานไม่ได้ก็ให้ฆ่าทิ้ง
พวกมันอยู่รวมกันเป็กลุ่มแก๊งทั้งปล้นฆ่า ลักพาตัวเพื่อสนองตัณหาของตัวเอง ดูเหมือนจะมีพวกที่ปรับตัวได้ไวกับโลกอันไร้กฎระเบียบใบใหม่นี้เช่นกัน
เมื่อระเบียบสังคมพังทลายลงคนกลุ่มนี้ต่างก็เผยสันดานที่แท้จริงออกมาพวกมันเลือกที่จะปล้นสะดมและเข่นฆ่ากันเองเพื่อความสนุก
หลังจากได้ข้อมูลสุดท้ายพวกเขาก็ไม่อาจทำใจลงมือพรากชีวิตคนอื่นได้ เรย์ใช้ด้ามดาบทุบอีกฝ่ายจนสลบก่อนจะจับชายทั้งสองมัด แล้วปล่อยเอาไว้ตามยถากรรม
“ทำไมพวกเขาถึงได้ทำเื่โหดร้ายได้หน้าตาเฉยแบบนี้นะ”
ชิโฮะมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็ส้มเข้มเธอกล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่ใช่ไม่อยากจะเชื่อ แต่เป็สีหน้ารับไม่ได้
ขณะที่พวกเขากำลังเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ไปบนทางเท้าชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามยามอาทิตย์อัสดงและสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างกลับที่พัก
“ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้มนุษย์ไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้ พอไม่มีกฎระเบียบคอยควบคุมการแยกแยะผิดชอบชั่วดีก็เริ่มผิดเพี้ยน ความปรารถนาของตนเท่านั้นเป็ที่ตั้งเนื้อหาภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่น ๆที่เล่าเื่ราวหลังวันหายนะกล่าวไว้ไม่เกินจริงเลย”
เรย์ยิ้มขื่น ตอบคำถามของชิโฮะก่อนที่เคนจิจะกล่าวต่อว่า
“ช่างหัวเ้าพวกนั้นเถอะ—แม่งให้ตายสิ พอได้ยินนายพูดถึงวันสิ้นโลก ฉันว่ามันน่าเหลือเชื่อมากเลยนะมหานครที่มีประชากรเยอะสุด ๆ อย่างโตเกียว กลับเงียบสงัดจนน่าวังเวงได้ขนาดนี้น่ะ”
แม้กวาดตามองไปรอบๆยังพอพบเห็นผู้คนออกมาหาของใช้จำเป็ให้เห็นอยู่บ้างแต่พวกเขาส่วนใหญ่เลือกหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ปลอดภัยเสียมากกว่า ไม่ต่างจากพวกตนซึ่งทำแบบเดียวกัน
‘โลกแห่งนี้’ รูปลักษณ์อาจเหมือนโตเกียวทุกระเบียด แต่ภายในกลับต่างกันลิบลับทั้งบรรยากาศลึกลับกลิ่นอายแห่งฤดูใบไม้ผลิจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่ากำลังอยู่ใน่ต้นเดือนมกราคมเมืองที่ไร้ซึ่งรถยนต์และเสียงรบกวนจากเครื่องจักรราวกับอยู่ในหมู่บ้านแถบชนบทอย่างไรอย่างนั้น
นี่ก็เข้าสู่วันที่สิบเอ็ดแล้วหลังจากเกิดเื่ทั้งหมดขึ้นสถานการณ์ภายในเมืองยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไม่มีเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น
ไม่กี่วันก่อนหน้า ทั้งเรย์และเคนจิ ตัดสินใจกลับไปสำรวจที่โรงเรียนของพวกเขาอีกครั้งทว่าน่าแปลกใจที่ไม่พบใครหรือสิ่งมีชีวิตใด สถานที่อันเคยมีศพคนเป็กอง ๆบัดนี้มันกลับอันตรธานหายไปทั้งหมด ทิ้งไว้เพียงร่องรอยคราบเืแห้งกรังแสดงถึงหลักฐานว่าร่างของพวกเขาเ่าั้เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน
ไม่ใช่เพียงแค่นั้นแม้แต่ศพบนถนนตามเส้นทางที่เคยพบเห็น ยังหายไปอย่างเป็ปริศนาด้วยเช่นกัน
เรย์ตระหนักได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลทุกสิ่งที่ดำเนินอยู่ตอนนี้ทำให้เกิดความรู้สึกแปลก ๆ ติดค้างอยู่ในใจ
เขากับเคนจิจึงตัดสินใจเก็บความสงสัยไว้ไม่บอกเื่ที่เกิดขึ้นกับคนอื่น ๆ บางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อด้านจิตใจซึ่งคนเรามีภูมิต้านทานแตกต่างกัน อะไรที่ดูเป็ชนวนเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไว้ก่อนไม่เสียหาย
เคนจิกับชิโฮะถกเถียงเรื่อยเปื่อยกันไปพลางแต่ไม่ละเลยที่จะระแวดระวังรอบข้าง ระหว่างเดินทางกลับที่พัก
“นี่ถ้าไม่เห็นมนุษย์คนอื่นอยู่บ้างฉันคงนึกว่าตัวเองกำลังเดินหลงในเมืองไซเรนฮิล”
ฮารุโตะมองสังเกตไปรอบกายแล้วกล่าวขึ้น
‘ไซเรนฮิล’เป็ชื่อเมืองแห่งหนึ่งซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหมอกจากวิดิโอเกมแนวสยองขวัญชื่อดังแห่งยุคโดยตัวเอกต้องไปข้างเกี่ยวกับเื่ลึกลับเหนือธรรมชาติ
“ก็เป็ธรรมดาที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือความสามารถประหลาดที่พวกเราได้รับมาต่างหากเหนือกว่าไอ้เมืองห่าผีนั่นเป็ไหน ๆ"
เคนจิว่าพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบพ่นควันบุ๋ยๆ จนถูกชิโฮะมองตาขวาง
“พวกนายหยุดก่อน— ลองฟังสิ”
เรย์ตื่นตัวเป็คนแรก
“นั่นเสียงปืนนี่รู้สึกว่าดังอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้นะ”
ขณะพวกของเรย์กำลังเข้าใกล้บริเวณศาลเ้าห่างจากสี่แยกไฟแดงก่อนถึงที่พักประมาณห้าร้อยเมตร มีเสียงปืนดังแว่ว ๆ ต่อเนื่องอยู่ไม่ไกลเป็ระยะๆ
ทุกคนต่างกระชับอาวุธ และปืนในมืออย่างเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง
เมื่อเข้าใกล้เสียงของการต่อสู้ยิ่งชัดเจนมันดังออกมาจากบริเวณสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเคนจิจำได้ว่าเป็ที่ตั้งของศาลเ้าโจกันจิ
แต่พวกเขาซึ่งอยู่อีกฟากของถนนเส้นหลักไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่ที่เกิดขึ้นภายในเขตศาลเ้าได้เนื่องจากมีอาคารรายล้อมบดบังทัศนวิสัย
พวกเขาจึงแทรกตัวเข้าไปยังอาคารพาณิชย์ซึ่งติดอยู่กับเขตรอบนอกศาลเ้าอาศัยอาคารเหล่านี้เป็ที่ลอบสังเกตการณ์ที่มาของต้นกำเนิดเสียงผ่านหน้าต่างบนชั้นสอง

เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้นั้นเริ่มขึ้นมาได้สักพักนึงแล้วเรย์สังเกตว่ามีศพนับสิบนอนเรียงรายอยู่บนพื้น ท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างคนกลุ่มหนึ่งกับซามูไรปีศาจหนึ่งตนซึ่งกำลังถูกล้อมกรอบอยู่ตรงกลาง
บางคนแสดงความสามารถแปลกประหลาดบ่งบอกได้ว่าไม่ใช่แค่พวกของเรย์กลุ่มเดียวเท่านั้นที่พยายามหัดควบคุมพลังเหล่านี้
เท่าที่เขาเห็นฝ่ายกลุ่มคนจำนวนมากกำลังเสียเปรียบ คนพวกนั้นถูกคมดาบอันรวดเร็วปลิดชีพคนแล้วคนเล่าแสดงให้เห็นถึงความต่างด้านฝีมือ
เรย์มองความเคลื่อนไหวของปีศาจแทบไม่ทันแต่เขาได้ยินเสียงของเืเนื้อและกระดูกฉีกหักอย่างต่อเนื่องชายสี่คนที่พยายามประชิดยังไม่ทันตอบโต้ใด ๆ ถูกคมดาบกรีดจนหนังท้องเปิดเป็ร่องลึกเืกับลำไส้ไหลทะลักออกมานองกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
“กระจายตัวไว้อย่าเข้าไปใกล้ระยะดาบของเ้านั่นพร้อมกันจนเกินไป”
การต่อสู้ยังดำเนินต่อโดยมีชายคนหนึ่งดูมีฝีมือแตกต่างจากคนอื่นเขาใช้มีดคอมแบตไนฟ์ยาวสองเล่มตั้งรับการกระบวนท่าดาบอันรวดเร็วจากปีศาจได้มากกว่าใคร
เสียงโลหะกระทบกันดังระรัว เคร้ง เคร้งเคร้ง
เขาใช้ทักษะการต่อสู้ด้วยมีดอันเหนือชั้นฟันปะทะกับดาบเล่มยาวจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ
ทว่านั่นก็เป็่เวลาเพียงครู่หนึ่งเท่านั้น
ทันทีที่เ้าปีศาจนั่นะโถอยฉากออกจากวงล้อมหลาย่ตัวดาบของมันเกิดประกายสว่างวาบ ชายคนดังกล่าวกลับไม่ทันตอบสนองใด ๆ เลยเป็เพราะปราณดาบนี้พุ่งมาไวมาก เมื่อประกายดาบวาบขึ้นก็เหลือทิ้งไว้เพียงเส้นแสงบางเบาพุ่งออกเป็เส้นตรง
ฉับ!
เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อ เฉือนผ่านกระดูกทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป
ชายคนดังกล่าวที่ดูเหมือนเป็หัวหน้ากลุ่มกลับถูกคลื่นดาบผ่ากลางแยกเป็สองซีก เืพุ่งทะลักทลาย เครื่องในไหลออกมาอย่างน่าสยดสยองกำลังใจของพรรคพวกที่เหลือถูกลดทอนจนต่ำสุดเมื่อเสียผู้นำอันแข็งแกร่งที่สุดไปอย่างง่ายดาย
เสียงเข่นฆ่าอันโเี้ราวกับฝันร้ายทำเอาเืในเืในกายของทุกคนแทบแข็งตัว
“เหวอ!ฉันไม่เอาด้วยแล้ว”
ปฏิกิริยาสองอย่างหนีไปด้วยความหวาดกลัว กับพุ่งเข้าปะทะด้วยความหวาดกลัว เกิดขึ้นปะปนกัน จนกลุ่มคนพวกนั้นเสียรูปขบวน
บางคนตกอยู่ในอาการอัมพาตทางความคิดทางเลือกย้อนกลับไปช่วยพรรคพวกก่อนจึงไม่มีอยู่ในหัว
“เดียวสินั่นแกจะไปไหน”
“แกจะอยู่ก็อยู่ไปเถอะเพื่อกุญแจแค่ดอกเดียว ฉันยอมโดนลงโทษดีกว่าเอาชีวิตไปทิ้งแบบนี้!”
เหตุตื่นตระหนกครั้งนี้ของพวกเขากลายเป็คลื่นใหญ่ถาโถม กลืนความตั้งใจที่จะต่อสู้ไปจนหมดสิ้น คราวนี้ปีศาจตรงหน้าไม่ปล่อยให้ศัตรูที่เข้ามาท้าทายหนีไปได้ตามใจชอบมันก้าวย่างกวัดแกว่งดาบ ทั้งรวดเร็วดุดันไล่สังหารทุกคนที่กล้าหันหลังให้คมดาบนี้
เรย์ใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นและได้ยิน
“ได้ยินพวกนั้นพูดถึงกุญแจด้วย”
“หรือจะเป็สิ่งเดียวกับเสียงที่ได้ยินเื่กุญแจบ้าอะไรนั่น”
โยซึรุก็จับสังเกตได้เช่นกัน
“เหมือนที่เอวของไอ้เ้าซามูไรนั่นจะผูกกุญแจอะไรบางอย่างไว้ด้วยล่ะทุกคน”
ฮารุโตะกล่าว ขณะแนบพานท้ายเข้าไหล่ใช้กล้องไรเฟิลสโคปติดลำปืนที่ยึดมา ส่องดูการต่อสู้
“ถ้าคนพวกนั้น้าแสดงว่ามันมีอยู่จริง ๆ งั้นสิเนี่ย”
“สถานการณ์ของพวกนั้นเริ่มแย่แล้วล่ะคงต้านได้อีกไม่นาน”
เรย์ประเมินภาพรวมด้วยสายตา
“บ้าเอ้ยไอ้เด็กนั่นทำไมยังไม่หนีไปอีก ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีแน่!”
เคนจิกล่าวขณะมองดูเด็กชายคนหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นกำลังถูกต้อนจนมุมเคนจิตัดสินใจพุ่งตัวออกจากที่ซ่อนเป็คนแรก เห็นได้ว่าเขาทำการตัดสินใจอันบ้าบิ่นนี้ตามความรู้สึก
“นั่นนายจะไปไหนดะ... เดียวก่อนสิเคนจิ—”
รุ่นพี่สาวพยายามส่งเสียงห้ามแต่ไม่ทันการ
“ในเมื่อเื่มันเป็แบบนี้...ฮารุโตะนายขึ้นไปหาตำแหน่ง คอยหาจังหวะยิงสนับสนุนนะ ส่วนชิโฮะกับรุ่นพี่คอยดูต้นทางให้ทีนะครับเผื่อเสียงปืนมีโอกาสเรียกเ้าพวกนั้นมา”
“ไม่! ความสามารถของฉันก็ช่วยพวกนายสู้ได้เหมือนกัน”
ชิโฮะปฏิเสธเสียงแข็งเธอคิดว่าพลังของตนนั้นสามารถทำประโยชน์ให้กับเพื่อน ๆ ได้
เรย์สบสายตาอันแน่วแน่นของอีกฝ่ายอยู่ชั่วครู่ก่อนถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“งั้นอยู่ข้างหลังฉันเอาไว้นะ”
“อือ!”
“ทุกคนระวังตัวด้วย”
รุ่นพี่สาวกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดภายในใจรู้สึกว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังทำนั้นไม่ถูกต้อง