Ep 07 : ฤทธิ์ของสไลม์
หลังจากที่ผมได้รับเพียวสไลม์เป็ผู้ร่วมเดินทางมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็ออกเดินทางไปยังส่วนลึกของ พรไพรแห่งจูดัล ซึ่งก็มีพวกอสูรอื่นๆ ที่เข้ามาโจมตีผมอยู่หลายครั้ง
โดยครั้งแรกเป็กลุ่มของ ก๊อบลิน มันอยู่ในระดับ E มีประมาณ 6-7 ตัว กำลังเดินตรวจตรา ลาดตระเวนอยู่
ต้องบอกก่อนว่า เ้าก๊อบลินพวกนี้นั้น เป็พวกที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร แต่ด้วยการที่มันลงมือเป็ทีม ทำให้รับมือกับยากพอสมควร ถ้าสู้ตัวต่อตัว มันก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไร
มันเห็นผมเป็ศัตรู จึงพุ่งเข้ามาโจมตี นั่นเพราะมันไม่ได้รับรู้ถึง [ความต่าง] ของพลัง เนื่องจากผมลบตัวตน เหมือนนักผจญภัยที่ไร้พิษสงธรรมดา
ผมบอกกับเพียวสไลม์ให้โจมตีพวกมันเป็การฝึกการใช้พิษไปในตัว เ้าเพียวสไลม์ ก็พุ่งเข้าหาพวกก๊อบลินเ่าั้ตามคำสั่งของผม
เมื่อก๊อบลินเห็นเพียวสไลม์ที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาอสูรทั้งหมด มันก็เผลอหัวเราะออกมาเสียไม่ได้ ขำกร๊ากราวกับว่า มันคือเื่ตลกขบขัน
แน่นอนว่าเพียวสไลม์ที่เห็นพวกมันขำนั้นก็ทำท่าทางไม่พอใจ โดยขยุกขยิกตัวเอง แล้วพุ่งชนเข้าท้องใส่ก๊อบลินตัวหนึ่งทันที
ผลของพิษปรากฏขึ้นมาทันที ตัวของก๊อบลินจากสีเขียวคล้ำ กลายเป็สีม่วงเข้ม มันแสดงอาการทรมานออกมาให้เห็นจนถึงขั้นเอาเล็บมือจิกกรีดร่างกายเป็แผลขนาดใหญ่เป็รอยยาว
มันร้องเสียงหลงชั่วครู่ ก่อนฟุบตัวล้มลง พร้อมกับลมหายใจที่ดับวูบไป ก๊อบลินตัวอื่นที่เห็นก็ใขึ้น มันสร้างวงล้อมเ้าเพียวสไลม์ตัวนั้น ก่อนจะบีบเข้าไป เพื่อจู่โจม
ทว่าเพียวสไลม์กลับปลดปล่อยควันพิษออกมา เมื่อพวกมันสูดดมไปเพียงเสี้ยวเดียว พลันร่างกายก็ชักกระตุกและล้มลงไปนอนกันเป็แทบ
ก่อนิัและร่างกายเป็สีดำเข้มและโดนพิษกัดกินจนสลายหายไปอย่างช้าๆ ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้เป็ร่องรอยเลย
นับว่าเ้าเพียวสไลม์เหมาะสำหรับการเป็นักฆ่าจริงๆ
ก่อนที่สไลม์จะกระดึ๊บมาหาผม ที่กำลังแบฝ่ามือรอรับอยู่ ผมลูบหัวเพียวสไลม์เล็กน้อย ซึ่งดูมันก็ชอบให้ผมทำแบบนั้น
การต่อสู้จบไม่เกิน 3 นาที ผลก็คือเป็ที่น่าพอใจเป็อย่างมาก
แถมเ้าเพียวสไลม์ก็แสดงความดีใจออกมาให้ผมเห็นด้วย ตัวเพียวสไลม์เองก็คงคิดไม่ถึงว่า พลังทำลายตัวมันเองนั้นจะส่งผลรุนแรงขนาดนี้ด้วยล่ะมั้ง
การโจมตีรอบที่สองก็คือ พวกซาลาแมนเดอร์วารี
ตัวของพวกมันเป็สีฟ้าเข้ม ดวงตาสีเหลือง เกล็ดที่เรียงตัวเป็ชั้นๆ ดูมีความคมอย่างมาก รวมถึงแข็งแรงด้วยเช่นกัน พวกมันถือหอกเอาไว้ข้างตัว พวกมันอาศัยอยู่แถวแหล่งน้ำขนาดกลางๆ เล็กกว่าทะเลสาบ อาจจะอยู่บริเวณ บึง แม่น้ำเป็ต้น มันจัดความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ D
ซึ่งเ้าเพียวสไลม์ก็พุ่งตัวออกไป ท่ามกลางซาลาแมนเดอร์นับ 4 ตัว เ้าสไลม์พุ่งชนไปทีหัวของซาลาแมนเดอร์วารีตัวหนึ่ง และล้มลง
นั้นทำให้พวกที่เหลือรู้ตัว ก่อนจะพุ่งมาทางเพียวสไลม์ และใช้หอกแทงเพียวสไลม์ไป ตัวของเพียวสไลม์ปรากฏรูขึ้นมา แต่ทว่าก็ไม่ได้เป็อะไรมาก
กลับกันพวกซาลาแมนเดอร์วารีต่างหาก หอกที่แทงเพียวสไลม์จนทะลุนั้นกำลังละลาย ไปในท้องของมันอย่างช้าๆ
เพียวสไลม์ตัดสินใจพ่น [พอยซั่น วอเทอร์ คัต] ออกมา หรือก็คือ [ตัดวารีพิษ] ใส่ซาลาแมนเดอร์วารี จนมันหัวขาด ไม่ต้องบอกถึงความคมกริบของสายน้ำว่ามันคมขนาดไหน
ดีไม่ดีอาจจะคมดาบกว่าดาบ ระดับ B ก็ได้ ยิ่งซาลาแมนเดอร์ที่เกล็ดอันแข็งแกร่งปกคลุมด้วยแล้ว ขึ้นชื่อว่าแข็งในระดับ C การจะตัดจนคอขาดได้นั้นก็คงต้องมีความคมเหนือกว่านั้น
แต่ที่ทำให้ผมสนใจก็คือ [วังวนแห่งพิษ X] นั้น แม้จะไม่ได้ฆ่าด้วยการกิน มันก็สามารถได้รับสกิลด้วยเช่นกัน
นับว่าเป็ประโยชน์สำหรับเพียวสไลม์อย่างมาก เพราะว่าการจะได้รับสกิลต้องทำการกินตัวอสูรหรือมอนสเตอร์ที่ฆ่าตาย ถึงจะได้รับสกิลของอสูรตัวนั้นมา
แต่เพราะฆ่าด้วยพิษจนสลายหายไปหมด ทำให้กินไม่ได้ จึงไม่รู้ว่าเพียวสไลม์จะได้รับสกิลจากการฆ่ามาด้วยหรือเปล่า นี่จึงรู้สึกเป็ห่วงเล็กๆ
แต่พอเห็นแบบนี้ก็เข้าใจได้แล้ว
(นี่มันเกินคาดไปมากเลยนะเนี่ย...)
ผมอดทึ่งกับความโกงของเ้าเพียวสไลม์ตรงหน้าไม่ได้
และในไม่ช้า เพียวสไลม์ก็ฆ่าซาลาแมนเดอร์วารีตายครบสี่ตัวลง ในเวลาไม่ถึง 30 วินาที
ซึ่งเป็ความเร็วที่นักผจญภัยระดับ C ยังทำไม่ได้
เพียวสไลม์พ่น [ตัดวารี] ค่อยๆ ลอยขึ้นมา ราวกับคล้ายเครื่องเจ็ท และลอยมาเกาะที่ไหล่ของผม
ผมลูบหัวเพียวสไลม์เล็กน้อย มันพัฒนาตัวเองเร็วมาก จนผมยังคาดไม่ถึง และเดินไปต่อทันที ซึ่งก็มีอสูรอีกสองสามกลุ่มเข้ามาโจมตีผม แต่ก็ไม่ได้คณามือกับเ้าเพียวสไลม์ตัวน้อยนี้แต่อย่างใด
ไม่นานนัก ผมก็มาถึงจุดที่เป็ดันเจี้ยนของป่าแห่งนี้ รอบๆ นั้นเป็ทะเลสาบอยู่ ตรงนั้นมีปากถ้ำที่อยู่พ้นเหนือผิวน้ำขึ้นมา รอบๆ ถ้ำมีตะไคร่มอส รา เกาะขึ้นเป็สีเขียวอย่างเห็นชัดเจน
ตอนแรกคิดว่าจะเป็ดันเจี้ยนที่อาศัยอยู่กลางป่าซะอีก แต่กลับเป็ดันเจี้ยนที่อยู่ในน้ำเสียอย่างนั้น
ผมจ้องมองทะเลสาบที่เบื้องหน้า คาดว่าคงมีอสูรอะไรซ่อนตัวอยู่เป็แน่
“ไปกันเถอะ...”
ผมเอ่ยออกมา เ้าเพียวสไลม์ขยับเป็การตอบรับผม ผมก้าวขาข้างหนึ่งเหยียบไปบนน้ำ พลันปรากฏคลื่นวงเล็กๆ และกระจายตัวออกเป็วงกว้าง เกิดเป็ระลอกวงคลื่นเป็ชั้นๆ
และในตอนนั้นเองผมก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืที่เกิดขึ้น มีตัวอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้น้ำกำลังขยับตัวอยู่
ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ ร่างของบางอย่างค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ ดวงตาทั้งหกคู่จ้องมองมาทางผม ร่างสีเขียวอมน้ำเงินมะเมื่อม เกล็ดของมันแข็งไม่น้อย ผิวมันลื่นสีสะท้อนแสงสวยงาม
หัวทั้งสามจ้องมองมาทางผม ซึ่งมันก็เป็อสูรทรงพลังและเป็น่าที่หวาดหวั่นไม่น้อย
ไฮดรา...
นั่นคือชื่อเรียกของมัน
มันเมื่อยังเป็เกมนั้น ไฮดรามีความสามารถพิเศษติดตัวอย่างหนึ่งก็คือ [การฟื้นฟูความเร็วสูง] และ [แบ่งแยก] ซึ่งถ้าไปตัดหัวมัน มันก็จะแบ่งแยกออกมาเป็สองหัว
และแบ่งไปเรื่อยๆ ตามที่ตัดเหล่าหัวของมัน
การจะฆ่ามันนั้นต้องทำลายทั้งร่างของมัน ไม่ให้มีการฟื้นฟู ซึ่งก็ต้องใช้เวทระดับสูง ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวไม่ให้มันเหลือซาก
แน่นอนว่า ผมในตอนนี้ถ้ากำจัดมันยังต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะผมไม่ได้มีเวทที่รุนแรงอะไรมากนัก
ซึ่งไฮดรานั้น ระดับความแข็งแกร่งมันอยู่ในระดับ A
“ท่าทางจะงานเข้าแฮะ”
ผมจ้องมองผมมัน พลางคิดหาวิธีที่จะสู้กับมันโดยไม่ต้องให้ได้รับาเ็มากที่สุด ซึ่งดูๆ ไปแล้วมันคงเป็ อสูรแห่งพันธโบราณล่ะมั้ง รู้ได้จากมันกำลังปกป้องดันเจี้ยนแห่งนี้
ดันเจี้ยนที่ไร้จอมมาร เพราะว่าถูกฆ่าตายไปแล้ว
นี่คงเป็สิ่งที่สตาร์ไลท์บอก เมื่อจอมมารถูกฆ่าตาย อสูรแห่งพันธโบราณสามารถทำตามอำเภอใจได้หรือจะทำตามคำสั่งที่จอมมารไหว้วานเป็ครั้งสุดท้าย อย่างปกป้องดันเจี้ยน ไม่ให้มีผู้บุกรุกเข้าไปได้ง่ายๆ หรืออาจจะทำไป เพราะความเคารพต่อตัวจอมมารที่ตายลงก็เป็ได้
“ข้าคือ เอลเดอร์ ไฮดรา ที่ชื่อว่า โพเทอุส เป็อสูรแห่งพันธโบราณและเป็ผู้พิทักษ์ดันเจี้ยนที่นายของข้าได้ตายลง ข้าขอถามท่าน ท่านจอมมาร เหตุใดท่านถึงมาเหยียบย่ำดันเจี้ยนของนายข้า” โพเทอุสเอ่ยถาม
ผมรู้สึกใเล็กน้อยที่อีกฝ่ายมองรูปลักษณ์ที่แท้จริงของผมออก ดูเหมือนว่าผมไม่สามารถประมาทอสูรแห่งพันธโบราณหรืออสูรในระดับ A ได้สินะ
เพราะตบตาไม่ได้ ผมจึงคืนสภาพปกติของผมออกมา เขาที่แหลมคมตั้งชูไปด้านหน้า พร้อมกับดวงตาสีแดงฉาน มองโพเทอุสอีกครา
“ผมมาเพราะว่าจะเข้าไปสำรวจดันเจี้ยน เพื่อได้แรงบันดาลใจการสร้างดันเจี้ยนในอนาคต ไม่ทราบว่าผมขอเข้าไปได้หรือไม่”
ผมเอ่ยสาเหตุที่ผมมา ผมอยากดูสภาพภายในดันเจี้ยน เพื่อเป็แนวทางในการสร้างดันเจี้ยนและเป็ตัวเลือกที่อาจจะสร้าง ผมคงต้องสร้างหลายๆ ห้องเอาไว้หลอกมนุษย์ด้วยเช่นกัน
ไม่มีเหตุผลอื่นแอบแฝง ซึ่งเ้าไฮดราก็ดูไม่ค่อยเชื่อผมสักเท่าไร
“ไม่มีวัน ข้ามศพข้าไปเสียก่อน จอมมารทุกคนก็เหมือนๆ กันแหละ หาข้ออ้างที่ดูดี แต่สุดท้ายก็แอบเข้าไปทำลายคริสตัลดันเจี้ยน เพื่อจะเอาจิตแห่งจอมมารมาเป็ของตัวเอง”
ไฮดราโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ก่อนที่มันจะคำรามออกมา เหมือนกับว่าผมไม่มีทางหลีกเลี่ยงการต่อสู้นี้ได้
ในขณะที่ผมยืนเตรียมพร้อมรับมืออยู่นั้นเอง เ้าเพียวสไลม์ก็ะโลงจากไหล่ของผมไปยืนอยู่ขอบริมทะเลสาบ
ถ้าหากมันมีตาอยู่ด้วยล่ะก็ คงมองไฮดราหมายเอาเื่ ที่พูดจากลบหลู่ผมเป็แน่
“มีอะไรเ้าสไลม์น้อย สิ่งมีชีวิตที่แสนอ่อนแอและต่ำต้อยอย่างเ้า ไปอยู่กับจอมมารทำไมกัน เ้าจอมมารบางทีอาจจะจับเ้าไปทดลองอันชั่วร้ายก็ได้นะ”
โพเทอุสมองสไลม์ตัวน้อย ก่อนจะพ่นคำเหยียดจอมมารอย่างผมออกมา ผมทราบดีว่า การจะให้อสูรแห่งพันธโบราณจะเชื่อถือคำพูดของจอมมารคนอื่นนั้นเป็เื่ยาก
เพราะจอมมารทุกคนก็ใฝ่ฝันอยากจะแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิม จนมีเหตุให้ไปโจมตีจอมมารคนอื่นๆ ซึ่งผมก็คิดว่า เ้าไฮดราตรงหน้าผม มันคงผ่านการปกป้องดันเจี้ยนจากนายผู้ล่วงลับไปแล้วมานับไม่ถ้วน
จึงเป็เื่ยากที่มันจะเชื่อใจในคำพูดของจอมมาร เพราะสำหรับจอมมารแล้ว
มันเป็ชื่อที่ดูน่าหวาดหวั่น เกรงขาม มีความเ้าเล่ห์ และปดโป้ ทำทุกวิธีเพื่อได้จิตแห่งจอมมารของตนอื่นมา
ผมเข้าใจในเื่นี้ดี...
แต่ดูเหมือนว่าเ้าเพียวสไลม์นั้น ไม่พอใจในคำพูดของอีกฝ่าย ตัวของมันสั่นระรี้ระริก คงอาจจะกำลังโกรธอยู่ก็ได้
ก่อนที่เพียวสไลม์จะปลดปล่อย [วังวนแห่งพิษ X] ออกมาลงในน้ำ
ทะเลสาบจากสีเขียวขุ่นกลับกลายเป็สีม่วงอมดำ ดูน่ากลัวเป็อย่างมาก มันค่อยๆ ลามไปทั่วทั้งทะเลสาบ ก่อนที่ไฮดราจะเบิกตากว้างขึ้นอย่างใ
อ้ากกก!!!
มันส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เมื่อได้รับพิษที่รุนแรงมากที่สุดเข้าไป ผิวสีเขียวน้ำเงินขึ้นมาแปรเปลี่ยนเป็ดำคล้ำ แม้จะมีสกิล [ฟื้นฟูความเร็วสูง] ก็ตาม ก็ไม่อาจต้านทานพิษนี้ได้
เพราะว่าไฮดรามีร่างกายที่แลกเปลี่ยนระบบหายใจทางิั ทำให้มันซึมซับ วังวนแห่งพิษ X เข้ามาในร่างกายอย่างควบคุมไม่ได้
ผิวของมันผลัดเป็สีเขียวและดำสลับกันไปมา ยิ่งไฮดราใช้สกิลนี้มากเท่าไร มันก็ยิ่งเ็ปและทรมานมากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น
ราวกับผ่านไปหลายสิบนาที ทั้งที่ไม่ถึง 5 นาที ดูเหมือนไฮดราอ่อนแรงและเหนื่อล้าเป็อย่างมาก [การฟื้นฟูความเร็วสูง] ของมันออกอาการช้าลง ในที่สุดร่างของไฮดราก็กลายเป็สีดำจนหมด แต่ร่างกายของมันกลับไม่สลายหายไป
คงเพราะเป็ สกิลติดตัว [ต้านทานการเสื่อมสลาย] ของมันล่ะมั้ง ที่ทำให้ไม่สลายเหมือนอสูรตัวอื่น เพราะว่าในตัวของไฮดราก็มีพิษที่ร้ายแรงไม่ใช่เล่นเช่นกัน
แต่เื่นั้นจะเป็ยังไงก็ช่างมันก่อนเถอะ...
ผมจ้องมองเพียวสไลม์ตรงหน้าของผม มันหันมาทางผมราวกับแสดงความยินดีก็ไม่ปาน
ถ้ามันมีร่างกายคงอาจจะกำลังยืนยืดอกด้วยความดีใจก็เป็ได้ ผมเอื้อมมือไปจับมันอย่างเบามือและมาวางไว้บนไหล่ของผม
บางทีผมก็คิดว่า...
ผมอาจจะสร้างสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดเทียบเท่าัขึ้นมาแล้วก็เป็ได้
และสิ่งที่ทำให้ผมคิดแบบนั้นก็คือ ไอ้การที่อสูรที่อ่อนแอที่สุดในโลกกลับล้มไฮดราระดับ A ได้ภายในไม่เกิน 5 นาทีเนี่ย มันเป็เื่ที่เอาไปเล่าให้ใครฟังก็คงหาว่าบ้าบอ สติไม่ดีอย่างแน่นอน...
ดูยังไงก็ต้องโดนหัวเราะแน่นอน
ผมอดกลืนน้ำลายได้อย่างยากลำบาก และหันไปมองสไลม์ที่กำลังแสดงความดีใจด้วยการเข้ามาคลอเคลียแก้มของผม