ตอนที่ 5 บทลงโทษ
แต่ในขณะเดียวกันที่ด้านล่างบนโต๊ะกินข้าว…
ทางด้านคุณนายสมพรก็กำลังคิดหาวิธีจัดการกับยัยลูกสาวเ้าแผนการของเธออยู่
เพราะเมื่อคืนเพียงแค่เธอเปรยตามองดูก็รู้ไส้รู้พุงหมดแล้วว่าอะไรเป็อะไร หรือว่ายัยเด็กแสบทั้งสองคนกำลังคิดทำอะไรกันอยู่!?
ดังนั้นั้แ่รุ่งสางเธอก็ได้รีบลุกขึ้นมา และเริ่มเขียนร่างแผนการ บทลงโทษยาวเหยียดเป็ที่เรียบร้อยแถมยังนับปฏิทินสอบเอ็นทรานซ์ ต่าง ๆ มาเปรียบเทียบด้วย!
ในสมุดเล่มนี้…เขียนถึงแผนการที่กำลังจะกำหนดชะตาชีวิตสาวสวยทั้งสองคนไว้!
แน่นอนว่าเธอยังไม่ลืมโทรศัพท์ไปปรึกษากับที่บ้านของเอื้อยด้วยเพราะยัยสองสาวตัวแสบไปไหนไปกัน และถึงไหนถึงกัน
หลังจากได้ยินเสียงวางปากกาทางสมพรก็กวาดสายตามองดูสมุดที่เขียนไล่แผนงานออกมาอย่างเป็ระเบียบจากนั้นเธอก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นแผนงานเป็รูปเป็ร่าง
เสียงพึมพำกับตัวเองของคุณนายสมพรปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอันชั่วร้าย
“ยัยหมอนเอ๊ยยัยหมอน! แม่แกคนนี้เลี้ยงดูมาั้แ่ตีนเท่าฝาหอยเสี้ยมสอนฟูมฟักมาเองกับมือ…ฮึฮึ! กระดูกมันคนละเบอร์กันจ๊ะยัยหนู!”ริมฝีปากของเธอตวัดโค้ง มองดูไปก็คล้ายกับลูกสาวตนแต่ทว่ามันกลับเ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเด็กสาวมากนัก
……
ตัดฉากมาที่สองสาวซึ่งแต่งตัวเตรียมลงมากินข้าว และพร้อมกันนั้นก็เริ่มทำการตีหน้าเศร้าตอนนี้เธอไม่กล้าทำหน้ารื่นเริงมากนัก เพราะโทษทัณฑ์ยังไม่ได้ประกาศออกมา!
และการห้ำหั่นเล็กๆ น้อย ๆ ของสองแม่ลูกก็ได้เริ่มต้นแต่ว่าทางสมรก็หารู้ไม่ว่าตัวเธอเองก็เป็เพียงแค่ลูกไก่ในกำมือของคุณนายสมพรเท่านั้น!
บนโต๊ะอาหารเช้าที่นั่งเรียงกันพร้อมหน้าพร้อมตาแม่บ้านทั้งสองคนก็ได้ทำกับข้าวอาหารไว้หลายอย่าง ตามแบบฉบับของบ้านคนมีสตางค์
และคราวนี้ท่านส.ส.เสมอ ได้กลับมานั่งหัวโต๊ะเหมือนเช่นเคยหลังจากที่เมื่อคืนถูกเฉกหัวออกไปนั่งด้านข้าง ทำได้เพียงแค่เป็กรรมการข้างสนาม
ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ได้ดูเคร่งเครียดหรือกดดันอะไรมากขนาดนั้น
เพราะเวลาที่ได้ยินเสียงของผู้ประกาศข่าวในโทรทัศน์เสมอก็มักจะชักชวนคุยกับคนในครอบครัว เื่พวกนู้นเื่พวกนี้เป็ประจำเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับข่าวสารบ้านเมือง!
ด้วยมีอาชีพเป็นักการเมืองมีหรือจะปล่อยให้คนในบ้านตน ไม่รู้เหตุบ้านการเมืองว่ามันเป็เช่นไร? อย่างน้อย ๆ เวลาเพื่อน ๆ ของคนในบ้านมาถามไถ่ก็จะได้ตอบถูก
ไม่ใช่ตอบ“ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้…” อย่างเดียว
เสมอพอพูดพร่ำเสร็จวันนี้เขามีคิวนัดหมายกับผู้ใหญ่ในพรรค ก่อนที่กำลังจะออกจากบ้านก็คิดได้ว่าก็ควรพูดเตือนสติสักเล็กน้อยเขาจึงหันมาปั้นหน้าดุใส่…สองสาวจอมก่อเื่
เพราะเมื่อตอนเช้าตื่นมาคุณนายสมพรก็ได้บอกบทลงโทษไว้เสร็จแล้ว เขาจึงรู้ได้เลยว่า“งานเข้ายัยหนูสองคนนี้เป็แน่แล้ว!”
เสมอพูดขึ้น“หนูเอื้อยพ่อกับแม่ของหนูบอกว่าให้อยู่บ้านของลุงไปก่อนนะและเตรียมรอรับบทลงโทษของ ‘คนหนีเที่ยว’ แบบเดียวกันจากป้าสมพรได้เลย”
ขณะที่เขาพูดไปมือยังไม่ลืมจับไหล่ศรีภรรยาผู้เป็ที่รัก“ดังนั้นเราสองคน วันนี้ต้องอยู่บ้านแต่โดยดี!”
สองสามีภรรยาย่อมรู้ใจกันดีที่เสมอเอามือมาแตะไหล่ก็เพื่อเตือนอ้อมว่า “เบา ๆ มือให้หน่อยนะ”
ทว่าคุณนายสมพรผู้เป็ดั่งราชสีห์ประจำบ้านก็มองค้อนใส่สามีสุดที่รักทำเอาเ้าตัวได้แต่ยิ้มเจื่อนเดินออกจากบ้านไป พร้อมกับโบกมือลาสองสาวเป็เชิงว่า“โชคดีนะเด็ก ๆ”
รอจนกินข้าวเสร็จพวกแม่บ้านก็เริ่มมาเก็บจานกับข้าว สำรับอาหารออกไปตามปกติ
และแล้วก็มาถึงเวลาตัดสินชะตาชีวิตสองสาวมาดของคุณนายอย่างกับผู้พิพากษาที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ซึ่งเพียงแค่ถ้อยคำวจีเดียวก็อาจทำให้เด็ก ๆ ที่กำลังทำหน้ามุ่ยอยู่ต้องเผชิญกับความลำบากยากเข็ญ
ซึ่งในตอนนี้เธอขาดแค่ค้อนไว้ทุบโต๊ะเท่านั้น!
“เอาล่ะ…เลิกเสแสร้งได้แล้วยัยตัวแสบทั้งสอง!” เธอเอ็ดขึ้นเมื่อเห็นสองสาวพากันตีหน้าเศร้า
ก่อนจะพูดต่อไปว่า“ฟังให้ดีนะจากนี้ไป นี่คือแผนการเรียน ทั้งหมดของเราทั้งคู่!”คุณนายสมพรยื่นแฟ้มชะตาชีวิตให้ทั้งสองดู
โดยที่มีตารางงานยาวเหยียดกระทั่งวันหยุดพักผ่อนยังต้องไปทำงานช่วยแม่
เช้ามีคนไปส่งเย็นมีคนไปรับไม่มีวันว่างเลย ทั้งสองกวาดสายตามองบนแผ่นกระดาษซึ่งขีดลากยาวไปจนถึงการสอบเอ็นทรานซ์ และต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน!
……
หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่…สองสาวสุดแสบออกจากบ้านไปท่องราตรี
ทั้งคู่ก็มายืนอยู่หน้าตึกใหม่เอี่ยมที่พึ่งจะทาสีเสร็จไปหมาด ๆ เป็สถาบันสอนกวดวิชาชื่อดังประจำจังหวัด
ซึ่งเด็กนักเรียนมัธยมละแวกนี้ต่างก็รู้จักเป็อย่างดีนั่นก็คือ “โรงเรียนกวดวิชาทันใจวิทยา”
ส่วนเพจเจอร์ของสองสาวก็ถูกยึดไปได้หนึ่งอาทิตย์แล้วทำให้ทั้งสองแทบจะลงแดงตาย เสียให้ได้ เพราะไม่ได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ เลยมิหนำซ้ำยังตกไปถึงมือของคุณนายสมพร
แล้วมีหรือความลับต่างๆ ที่เก็บไว้ ทั้งข้อความของหนุ่ม ๆ ที่ส่งเข้ามาจีบไม่ขาดสายจะไม่ปรากฏออกมา?
และก็ด้วยเหตุนี้ทำเอาทั้งคู่โดนบ่นหูชาไปอีกรอบหนึ่ง…โดนด่าว่าก๋ากั่นเกินงามไปมากนัก
สองสาวพร้อมกันถอนหายใจเฮือกใหญ่
จนพักหนึ่งเอื้อยก็ตบไหล่ของเพื่อนสาวก่อนจะพูดขึ้นว่า“ไปเถอะแก…ช้ากว่านี้เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน จะโดนตัดเงินอีก”
ประเด็นสำคัญยิ่งกว่านั้นที่คุณนายสมพรใช้เล่นงานหล่อนทั้งสองก็คือ ถ้าเกิดว่าสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติดในคณะที่กำหนดไว้ก็จะให้ทำงานทันที และไม่มีให้สอบใหม่ปีหน้าแล้ว!”
พอได้ยินดังนั้นทั้งสองสาวก็สั่นเป็เ้าเข้า ต้องรู้ก่อนว่าทั้งสองเป็ที่นับหน้าถือตาของเพื่อนๆ ร่วมรุ่น อีกทั้งรุ่นน้องหลากหลายคน ชื่อเสียงก็เหมือนหน้าตาไม่ว่าจะเป็อย่างไรเธอก็ไม่ยอมปล่อยให้เื่นี้เกิดขึ้นกับเธอเด็ดขาด
มิฉะนั้นคงไม่อายเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นน้องแย่หรอกหรือ? แถมยังตกเป็ขี้ปากชาวบ้านอีกต่างหาก!
พอได้ยินประกาศิตของคุณนายสมพรสองสาวก็เสียวสันหลัง เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า
ประเด็นสำคัญคือคณะที่เลือกต้องตรงตามเงื่อนไขคุณนายสมพรเสียนี่ลำพังเพียงแค่สอบพวกเธอทั้งสองคนมั่นใจอยู่แล้วว่าต้องติดเพราะมันสมองหัวกะทิระดับพวกเธอมีหรือจะสอบไม่ติด!?
แต่ถ้าลงรายละเอียดแบบจำเพราะเจาะจงขนาดนี้มันก็ทำให้ความมั่นใจของพวกเธอหายไปเกินครึ่งหนึ่ง!
คุณนายสมพรคล้ายรู้ทันความคิดเด็กๆ จึงบอกว่า “จากนี้ไป…ทั้งคู่จะต้องไปโรงเรียนกวดวิชาทุกวัน”ทางหนึ่งก็ดูคล้ายลำบากใจ แต่อีกทางหนึ่งก็เหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
และนี่คือกลยุทธ์อันแยบยลของคุณนายสมพรที่เหลือทางรอดไว้ให้สาว ๆ ค่อย ๆ เดินไปตามทางที่เธอกำหนดหากว่าคิดจะเล่นตุกติกก็เป็การยากนัก
……
ตอนนี้ในโรงเรียนเพื่อนชั้นปีเดียวกันก็เริ่มปรึกษาหารือกันแล้วว่า“จะเลือกคณะอะไร? เอกอะไร? หรือว่าอยากไปลงที่ไหน…เรียนที่ไหน?”
ส่วนบรรยากาศภายในโรงเรียนกวดวิชาก็เริ่มคึกคักไม่ใช่น้อยด้วยเป็โรงเรียนกวดวิชาแห่งเดียวย่านตัวเมืองปทุมธานี ทำให้คนแห่แหนกันมาเรียนพร้อมจองคิวกันไว้ั้แ่เนิ่น ๆ
ในขณะเดียวกันนั้นเองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาคมเข้ม คิ้วหนาเด่นสะดุดตาเป็พิเศษกำลังยืนหยุดและก็ได้มองยังหญิงสองคนที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในโรงเรียนทันใจวิทยาสายตาของชายหนุ่ม เปล่งประกายคล้ายดั่งคบเพลิงที่ถูกจุดขึ้นในยามค่ำคืน…
เขาลืมกระทั่งว่ามือข้างซ้ายซึ่งได้กำลังกุมมือของแฟนสาวสวยของตัวเองเอาไว้อยู่จึงทำให้แฟนสาวอดขมวดคิ้วไม่ได้ ก่อนจะหันมาทำเสียงดุ “จะมองอีกนานมั้ยฮะ…พาที!?”
ท่าทางเธอไม่พอใจเป็อย่างมากก่อนจะพยายามแกะมือที่ถูกกุมไว้แน่นออก โดยที่พาทีไม่รู้สึกตัวเลยเขาจึงเผลอบีบมือของแฟนสาวคนปัจจุบันไว้แน่น
จนกระทั่งเห็นสองสาวเดินเข้าไปในโรงเรียนจึงทำให้สติของเขาหลุดออกจากภวังค์…
ก่อนจะพูดขอโทษขอโพยแฟนสาวทว่าเธอกลับเดินงอนตุ๊บป่องหนีไปไกล…
พาทีทำท่าทางลังเลสองจิตสองใจจะเดินตามไปง้อแฟนสาวดี? หรือว่าจะเดินเข้าไปหาแม่ยอดดวงใจอันเป็จุดหมายในฝันของเขา?
พาทีหนุ่มหล่อนึกย้อนกลับไปถึงวันปีใหม่เมื่อหลายปีก่อน …
และหลังจากที่พึ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ในปี2531 ที่บ้านหลังใหญ่ของท่าน ส.ส.เสมอ ในตอนนี้มีคนมาเข้าคิวรอเพื่อเยี่ยมและคารวะ หางแถวยาวจนไปถึงหน้าประตูบ้าน
แต่ละคนต่างก็มีเป้าประสงค์ในการมาเยี่ยมเยือนต่าง ๆ นานา บ้างก็เข้ามาหาเพื่อผูกสัมพันธ์บ้างก็มีเื่มารบกวนร้องขอ พาทีกับพ่อของตนก็เป็หนึ่งในคนกลุ่มนั้น