กาลเวลาผันผ่านดั่งสายน้ำหลาก เพียงพริบตาเดียว หกปีก็เคลื่อนคล้อยไปอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่ศึกนองเลือดแย่งชิงบัลลังก์สิ้นสุดลงด้วยความพ่ายแพ้ของอ๋องรอง ราชสำนักต้าเหยียนก็ย่างเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความสงบสุขร่มเย็น รัชทายาทเซียวจิ่งเฉินขึ้นครองตำแหน่งอย่างมั่นคงไร้ผู้สั่นคลอน ขณะที่ตระกูลซ่งก้าวขึ้นสู่จุดรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด กลายเป็นขั้วอำนาจที่ผู้คนทั่วทั้งเซิ่งจิงต่างยำเกรงและเคารพรัก
ส่วนเหยาเหยา แก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลซ่ง บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นดรุณีน้อยสะคราญโฉมในวัยสิบสองปี
เรือนร่างของนางระหงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยกลมมนจิ้มลิ้มในวัยเยาว์เริ่มฉายแววความงดงามหมดจดและสง่าผ่าเผยตามรอยผู้เป็นมารดา ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงทอประกายฉลาดเฉลียว ทว่าแฝงไว้ด้วยความสุขุมเกินวัย จนผู้คนในเมืองหลวงต่างพากันเรียกขานนางว่า ‘คุณหนูเล็กสกุลซ่ง’ ผู้เลิศเลอทั้งรูปโฉมและสติปัญญา
ทว่าสิ่งที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยก็คือ ภายในร่างของดรุณีน้อยผู้งดงามนี้ ยังคงมีดวงวิญญาณจากอีกภพหนึ่งสถิตอยู่ และความลับเรื่อง ‘คนในตระกูลได้ยินเสียงในใจของนาง’ ก็ยังคงเป็นความลับสุดยอดที่รับรู้กันเฉพาะในสายเลือดตระกูลซ่งเท่านั้น
——————
เช้าวันหนึ่ง ณ สวนบุปผาหลังจวนสกุลซ่ง แสงแดดอุ่นรำไรสาดส่องผ่านทิวไม้ เหยาเหยานั่งเอนกายอ่านตำราอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ในมือเรียวถือพัดผ้าไหมพับแกว่งไกวแผ่วเบา ท่วงท่ากิริยางดงามชดช้อยสะกดสายตา สมเป็นยอดกุลสตรีผู้สูงศักดิ์
'เฮ้อ... ผ่านไปตั้งหกปีแล้วสินะ ในที่สุดชีวิตก็สงบสุขเสียที' นางคิดในใจ พลางพลิกหน้าตำราอย่างเกียจคร้าน 'ครอบครัวรุ่งเรือง ทุกคนปลอดภัย อ๋องรองก็ถูกจองจำไปแล้ว ข้าเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าครั้งหนึ่งเคยต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงและคอยระวังตัวอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก'
'แต่ว่า...' นัยน์ตาคู่สวยของเหยาเหยาพลันฉายแววเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อย 'เรื่องราวมันยังไม่จบง่ายๆ ในนิยายเรื่องนี้ยังมีปมใหญ่อีกปมที่ข้าต้องระวัง... โดยเฉพาะเรื่องของพี่หาน'
'ช่วงหลังมานี้ สมองของข้าค่อยๆ ฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับเนื้อหาในนิยายได้ละเอียดมากขึ้น' นางครุ่นคิดอย่างหนัก 'พี่หาน หรือเป้ยจิ้งหาน... แท้จริงแล้วในนิยายเขาไม่ใช่แค่คุณชายจากตระกูลเป้ยธรรมดาๆ แต่เขามีสายเลือดที่น่ากลัวซ่อนอยู่... เขาคือ 'เชื้อสายราชวงศ์เก่า'!'
'ราชวงศ์ต้าเหยียนในปัจจุบันขึ้นครองบัลลังก์ได้ก็ด้วยการโค่นล้มราชวงศ์เก่าเมื่อหลายสิบปีก่อน และพี่หาน... ก็คือทายาทสายตรงคนสุดท้ายของราชวงศ์ที่ล่มสลายนั้น! ตระกูลเป้ยแอบชุบเลี้ยงเขาไว้ในฐานะบุตรชายเพื่อปกป้องสายเลือดมังกรไม่ให้สูญสิ้น'
มือบางกำด้ามพัดแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว 'ซึ่งความลับนี้จะถูกเปิดเผยในช่วงท้ายเรื่อง แล้วพี่หานจะได้คืนสู่ฐานะที่แท้จริง กลายเป็น 'เป่ยกุยอ๋อง' ผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม... แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เขาต้องเผชิญกับอันตรายรอบด้าน เพราะหากราชสำนักปัจจุบันระแคะระคายว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เขาคงไม่พ้นต้องถูกตามล่าสังหารเป็นแน่!'
——————
ขณะที่ในหัวเหยาเหยากำลังสับสนวุ่นวาย เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คุ้นเคยก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งที่ทอดทับลงบนหน้าตำราในมือ
"คิดอะไรอยู่หรือ เหตุใดจึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดถึงเพียงนี้"
เหยาเหยาละสายตาจากตำรา เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก็พบกับเป้ยจิ้งหานที่ยืนส่งยิ้มบางเบาอยู่ตรงหน้า
เวลาหกปีเปลี่ยนผัน เด็กหนุ่มในวันวานบัดนี้เติบโตเป็นบุรุษหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีอย่างเต็มตัว รูปร่างสูงสง่าผ่าเผย ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับถูกสลักเสลาขึ้นจากหยกเนื้อดี แม้ใบหน้านั้นจะยังคงความเย็นชาเงียบขรึมอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่ายามที่นัยน์ตาลุ่มลึกคู่นั้นทอดมองมายังเหยาเหยา มันกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนโยนละมุนละไมอย่างที่สุด
ตลอดหกปีที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยขาดการติดต่อ คอยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนจวนสกุลซ่งอยู่เสมอ และเฝ้าดูแลทะนุถนอมเหยาเหยาราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต
"พี่หาน!" ใบหน้างดงามของเด็กสาวผลิยิ้มกว้างอย่างยินดี นางรีบวางตำราในมือลงทันที "ท่านมาตั้งแต่เมื่อใดกัน เหตุใดจึงไม่ให้คนมาบอกข้าก่อน"
'ให้ตาย พี่หานหล่อชะมัด' ความคิดในใจของนางแล่นพล่าน ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความเลิกลั่ก 'เอ๊ะ... นี่ข้าคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่เนี่ย ช่วงหลังมานี้ทำไมพออยู่ใกล้พี่หานทีไร หัวใจมันต้องเต้นแรงประท้วงทุกที แปลกจริง...'
เป้ยจิ้งหานผู้ไม่อาจล่วงรู้ถึงความปั่นป่วนในใจนาง ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มือหนายื่นห่อกระดาษที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาตรงหน้านาง "พอดีข้าเดินผ่านร้านขนมร้านโปรดของเจ้า เห็นเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เลยแวะซื้อมาฝาก"
'พี่หานจำได้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ว่าข้าชอบกินขนมร้านใด...' เหยาเหยารับห่อขนมมาประคองไว้ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ 'เขาใส่ใจเรื่องของข้าเสมอเลยจริงๆ...'
บนเฉลียงทางเดินที่ห่างออกไป เสิ่นว่านอวี๋ผู้เป็นมารดาซึ่งยืนมองภาพหนุ่มสาวทั้งสองอยู่เงียบๆ ก็อดยิ้มละมุนออกมาไม่ได้ ลูกสาวตัวน้อยของนางบัดนี้เริ่มเติบโตเป็นดรุณีแรกรุ่น และเริ่มมีความรู้สึกอ่อนหวานก่อตัวขึ้นในใจโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
ส่วนเป้ยจิ้งหาน... เด็กหนุ่มผู้นั้นช่างมีความอดทนเหลือเกิน เขาเฝ้ารอคอยให้ลูกสาวของนางเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ ตลอดหกปีที่ผ่านมา ด้วยความรัก ความปักใจ และความอ่อนโยนที่มีให้อย่างไม่เคยจืดจาง
เป้ยจิ้งหานนั่งอยู่ข้างเหยาเหยา มองนางแกะห่อขนมด้วยสีหน้ายินดี ในใจของชายหนุ่มก็อบอุ่นขึ้นอย่างอธิบายไม่ถูก เขายังจำได้ถึงวันที่เหยาเหยายังเป็นทารกน้อยที่จ้องเขาด้วยแววตาใสซื่อ จำได้ถึงวันเกิดสามขวบที่เขาพุ่งเข้าช่วยนางจากมือสังหาร จำได้ถึงทุกครั้งที่นางเรียกเขาว่า "พี่หาน" ด้วยน้ำเสียงไว้วางใจ
หกปีผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นค่อยๆ เติบโต และในใจของเขา ความรู้สึกบางอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากความเอ็นดูที่มีต่อน้องสาวตัวน้อย กลายเป็นบางสิ่งที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนกว่านั้น แต่เขารู้ว่านางยังเด็กเกินไป เขาจึงเลือกที่จะรอ — รออย่างอดทน จนกว่าดอกไม้จะบานเต็มที่
"คิดอะไรอยู่ เหม่อเชียว" เหยาเหยาถาม เห็นเป้ยจิ้งหานจ้องนางเงียบๆ
"ไม่มีอะไร" เป้ยจิ้งหานเบือนหน้า ปลายหูแดงเล็กน้อย "แค่คิดว่า... เจ้าโตขึ้นเยอะ"
——————
ค่ำวันนั้น ในห้องประชุมของตระกูลซ่ง ที่บัดนี้กลายเป็นการประชุมเรื่องราชการบ้านเมือง เหยาเหยาขอเข้าร่วมด้วย เพราะนางโตพอจะมีส่วนร่วมในการวางแผนของตระกูลแล้ว
แน่นอนว่าครอบครัวยินดี เพราะ ‘คำพยากรณ์’ ของเหยาเหยายังคงเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของตระกูล
"ช่วงนี้ราชสำนักสงบสุข แต่ลูกรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังก่อตัว" ซ่งจิ้งอันที่บัดนี้เป็นขุนนางใหญ่ในคณะเสนาบดี เอ่ยขึ้น "มีข่าวลือว่า กลุ่มผู้ภักดีต่อราชวงศ์เก่าที่ถูกโค่นเมื่อหลายสิบปีก่อน เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง"
เหยาเหยาที่ได้ยินก็ตัวเย็นวาบ
'ราชวงศ์เก่า! มาแล้ว!' นางคิดอย่างตื่นตัว 'นี่แหละปมเรื่องพี่หาน! กลุ่มผู้ภักดีต่อราชวงศ์เก่ากำลังจะตามหา "ทายาทคนสุดท้าย" เพื่อกอบกู้ราชวงศ์... และทายาทคนนั้นก็คือพี่หาน!'
'ถ้ากลุ่มนี้เคลื่อนไหว ราชสำนักปัจจุบันจึงต้องระแวง แล้วถ้าสืบจนพบว่าพี่หานเป็นเชื้อราชวงศ์เก่า เขาจะตกอยู่ในอันตรายทันที!' นางกำมือแน่น 'ข้าต้องหาทางปกป้องพี่หาน เหมือนที่เขาเคยปกป้องข้ามาตลอด!'
เสิ่นว่านอวี๋ที่ได้ยินความคิดของลูก รีบกระซิบกับซ่งจิ้งอัน บอกสิ่งที่เหยาเหยา ‘คิด’
ซ่งจิ้งอันสีหน้าเปลี่ยนวูบ ดวงตาเย็นวาบลง "ถ้าเป็นจริงตามที่น้องเล็กว่า... เป้ยจิ้งหานกำลังจะตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง และเรื่องนี้... อาจเป็นศึกครั้งใหม่ที่ใหญ่ไม่แพ้ศึกชิงบัลลังก์"
——————
ภายในเรือนนอนของเหยาเหยา นางกำลังนอนครุ่นคิดถึงเป้ยจิ้งหาน
'พี่หานยังไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของตัวเองด้วยซ้ำกระมัง' นางคิด 'ในนิยาย เขารู้ความจริงตอนที่กลุ่มผู้ภักดีมาตามหา แล้วชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ต้องเลือกระหว่างการเป็นทายาทตระกูลเป้ยที่สงบสุข กับการแบกภาระกอบกู้ราชวงศ์เก่า'
'ข้าอยากช่วยเขา อยากปกป้องเขา' นางกอดหมอนแน่น ก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาเอง 'เอ๊ะ ทำไมข้าถึงห่วงพี่หานมากขนาดนี้นะ... มากกว่าห่วงในฐานะเพื่อนหรือพี่ชายเสียอีก'
'ไม่นะ ข้าคงแค่... แค่ซาบซึ้งในบุญคุณ ใช่ ต้องเป็นแบบนั้น' นางพยายามปลอบใจตัวเอง แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าว 'โธ่ ข้านี่มันคิดมากไปเองแล้ว นอนดีกว่า'
เสิ่นว่านอวี๋ที่นั่งเฝ้าอยู่ ได้ยินความคิดของลูกที่เริ่มสับสนในความรู้สึกของตัวเอง ก็อดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ นางลูบผมลูกสาวเบาๆ ในใจคิดว่า — ดูเหมือนดวงใจของลูกสาว จะเริ่มมีที่ทางสำหรับใครบางคนแล้ว