บทที่ 18 รับคู่หมั้นเป็ศิษย์ ข้าคือยอดคนเร้นกาย
"ข้าไม่เห็นด้วย!" ซูชิงลั่วมีสีหน้าเ็า
ดวงตางดงามคู่หนึ่งมองเซียวเยี่ยนด้วยความระแวง
นางรู้สึกเสมอว่าเซียวเยี่ยนมีบางอย่างที่แปลกประหลาด และไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงอยากกราบหลินม่อเป็อาจารย์ั้แ่การพบกันครั้งแรก
"เ้า..."
"ท่านพ่อของข้าเป็เพียงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง ไม่สามารถเป็อาจารย์ของนายน้อยเซียวได้
ขอให้นายน้อยเซียวเลิกพัวพันกับท่านพ่อของข้าเถิด" น้ำเสียงของซูชิงลั่วราบเรียบ ทว่า ในหูของหลินม่อ กลับรู้สึกเหมือนนางกำลังหึงหวง
'เด็กคนนี้... กลัวว่าหากข้ารับเซียวเยี่ยนเป็ศิษย์แล้ว จะให้ความสนใจนางน้อยลงงั้นหรือ?'
หลินม่อรู้สึกขำจนไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร
ส่วนเซียวเยี่ยนเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
ซูชิงลั่วเป็ลูกบุญธรรมของหลินม่อ หากซูชิงลั่วคัดค้านอย่างเต็มที่ เื่การกราบเป็ศิษย์ของเขาไม่ต้องพังทลายลงหรอกหรือ?!
"คุณ... คุณหนูชิงลั่ว โปรดอย่าเข้าใจผิด! ข้ามีความจริงใจที่จะกราบท่านลุงหลินเป็อาจารย์
ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นเลย แม้ว่าตบะของท่านลุงหลินจะเป็เพียงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง แต่... แต่ท่านลุงหลินไม่ได้มีกายากระบี่หรอกหรือ?!
ข้าสามารถเรียนรู้วิถีกระบี่ได้เช่นกัน!" เซียวเยี่ยนรีบอธิบาย
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของซูชิงลั่วจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้
"วิถีกระบี่คือรากฐานของผู้บำเพ็ญกระบี่ จะฝึกฝนได้ง่ายดายเพียงนั้นเชียวหรือ?
แต่ว่า... หากเ้าอยากฝึกกระบี่จริง ๆ งั้นเ้าก็กราบข้าเป็อาจารย์เสียสิ
ข้าสอนเ้าได้เหมือนกัน" ซูชิงลั่วเอ่ยขึ้น
"หา? นี่มัน..."
เซียวเยี่ยนถึงกับอึ้งไปทันที
ไม่ใช่แค่เขา คนรอบข้างหลายคนก็อึ้งเช่นกัน
นายน้อยตระกูลเซียวจะกราบอัจฉริยะตระกูลซูเป็อาจารย์?
จากคู่หมั้นกลายเป็ลูกศิษย์?
นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ...?
ใบหน้าของเซียวเยี่ยนแดงก่ำ เขาเป็ถึงนายน้อยตระกูลเซียว จะต้องกราบเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันเป็อาจารย์งั้นหรือ?
เื่นี้ทำให้เขารู้สึกยอมรับได้ยากยิ่ง
"ทำไม? หรือว่าเ้าคิดว่า การที่ข้ารับเ้าเป็ศิษย์ เป็การลดตัวลงมา?" ซูชิงลั่วเลิกคิ้วขึ้น
หลินม่อเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ถอนหมั้นจนได้ลูกศิษย์มาคนหนึ่ง
แต่ถ้าซูชิงลั่วรับเซียวเยี่ยนเป็ศิษย์ได้ก็ดีเหมือนกัน ถือเป็การผูกมัดศิษย์ผู้มีพร์ไว้ให้ลูกสาวผู้ว่านอนสอนง่ายล่วงหน้า วันหน้าจะได้มีที่พึ่งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทาง
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินม่อจึงกระแอมเบา ๆ
"เซียวเยี่ยน ข้อเสนอของลั่วเอ๋อร์ก็นับว่าไม่เลว ลั่วเอ๋อร์ของข้าฝึกกระบี่มาั้แ่เด็ก ทั้งยังบรรลุเจตจำนงกระบี่แล้ว สอนเ้าคงไม่มีปัญหาหรอก"
หลินม่อพูดพลางขยิบตาให้ซูชิงลั่ว
เด็กสาวเข้าใจความหมายในทันที จึงรีบรวมสมาธิและกลั้นหายใจ
พริบตาต่อมา เจตจำนงอันคมกริบสายหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากร่างของนาง
เจตจำนงกระบี่อันแหลมคมชี้ตรงไปยังเซียวเยี่ยน!
"เจตจำนงกระบี่นี้..."
เมื่อััได้ถึงเจตจำนงกระบี่ของซูชิงลั่ว เซียวเยี่ยนถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่ในใจก็ยังคงมีความไม่ยินยอมอยู่บ้าง
ทว่า ในตอนนั้นเอง เสียงของตานเหล่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
'เ้าหนู ตกลงไปเถอะ ผู้าุโท่านนี้ให้ความสำคัญกับเด็กสาวผู้นี้มาก การได้กราบนางเป็อาจารย์ ก็นับเป็ทางเลือกที่ไม่เลว
อีกอย่าง... ด้วยพร์ของเ้านั้น ไม่คู่ควรจะกราบผู้าุโท่านนี้เป็อาจารย์จริง ๆ
แต่หากวันหน้าเ้ามีความเข้าใจมากขึ้น และสามารถเติบโตไปพร้อมกับเด็กสาวผู้นี้ได้ ข้าคิดว่าผู้าุโท่านนี้จะต้องยินดีอย่างแน่นอน!'
คำพูดของตานเหล่า ในที่สุดก็ทำให้เซียวเยี่ยนคล้อยตาม
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็พยักหน้าตกลง
ก่อนที่เขาจะกัดฟันและคำนับซูชิงลั่วอย่างนอบน้อม
"คารวะท่านอาจารย์!"
"อืม... อืม รีบลุกขึ้นเถอะ!"
เห็นได้ชัดว่าซูชิงลั่วเองก็เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เป็ครั้งแรก
พอเห็นเซียวเยี่ยนกราบตนเป็อาจารย์จริง ๆ นางจึงทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
นางมองไปยังหลินม่อ หวังให้เขาช่วยคลี่คลายสถานการณ์นี้
"เอาละ ลุกขึ้นเถอะ วันนี้เ้าเพิ่งกราบอาจารย์เป็ครั้งแรก เช่นนั้นก็กลับจวนไปพร้อมกับพวกเราเถอะ จะได้ให้ชิงลั่วทำความคุ้นเคยกับพร์ของเ้าด้วย" หลินม่อยิ้มบาง ๆ
"ขอรับ!" เซียวเยี่ยนพยักหน้า จากนั้นจึงลุกขึ้นพูดกับเซียวจั้ง
"ท่านพ่อ วันนี้ข้าคงไม่กลับแล้วขอรับ
รอข้าส่ง... ท่านอาจารย์กลับไปก่อน พรุ่งนี้ข้าจะกลับมา"
"เยี่ยนเอ๋อร์ เ้า..." เซียวจั้งได้ยินดังนั้นก็มีความกังวล
แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เด็ดเดี่ยวของลูกชาย สุดท้ายเขาก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะเขารู้จักนิสัยของเซียวเยี่ยนดี หากตัดสินใจอะไรแล้ว ย่อมยากที่จะเปลี่ยนแปลง
"งั้นก็ไปเถอะ"
ท้ายที่สุดเขาก็ได้แต่ส่ายหน้า และโบกมือเป็สัญญาณให้เซียวเยี่ยนไปได้
ส่วนซูฉี่อู่ หลังจากกล่าวลาเซียวจั้งเสร็จสิ้น เขาก็เรียกเรือวิเศษออกมา
กลุ่มคนทยอยขึ้นเรือและมุ่งหน้ากลับสู่ตระกูลซู...
'ตอนมามีสี่คน ตอนกลับกลับเพิ่มมาอีกหนึ่ง
เซียวเยี่ยนผู้นี้ถึงกับกราบคนของตระกูลซูข้าเป็อาจารย์
ตระกูลเซียวคงถึงกาลเสื่อมถอยแล้วจริง ๆ!'
บนเรือวิเศษ ซูฉี่อู่อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเซียวเยี่ยน
'แต่ว่า... ในเมื่อชิงลั่วสามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้ การจะเป็ศิษย์สายตรงย่อมไม่มีปัญหา
เพียงแต่หลินม่อผู้นี้... วันหน้าควรจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรดี?'
เมื่อนึกถึงการกระทำอันน่าตกตะลึงของหลินม่อในวันนี้ ดวงตาของซูฉี่อู่ก็ฉายแววกังวลเล็กน้อย
กายากระบี่นั้น แม้แต่เขาก็เคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็น ทว่า ยามนี้กลับมาปรากฏบนตัวคนอ่อนแอคนหนึ่งของตระกูลซู เช่นนี้คนอ่อนแอผู้นี้ยังนับว่าเป็คนอ่อนแออยู่อีกหรือ?
'ช่างเถอะ! เฝ้าสังเกตไปก่อนแล้วกัน หลินม่อต้องมีบางอย่างผิดปกติ บางทีการตายของซูฉี่เซิ่งอาจจะ... เกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ!
หากเป็เช่นนั้นจริง ก็คงจะยุ่งยากขึ้นมาแล้ว!'
"..."
ชั่วขณะหนึ่ง ซูฉี่อู่จมดิ่งลงสู่ความคิด
เรือวิเศษทะยานผ่านท้องฟ้า บินอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็กลับมาถึงตระกูลซู
"ลั่วเอ๋อร์ เ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าจะคุยกับเซียวเยี่ยนสักหน่อย"
หลังลงจากเรือวิเศษ หลินม่อก็ยิ้มให้ซูชิงลั่ว
แม้เด็กสาวจะไม่อยากทำตาม แต่ก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินจากไป
การกระทำของหลินม่อในวันนี้ ทำให้ความรู้สึกที่นางมีต่อเขาดีขึ้นมาก จนนางพบว่าตนเองไม่ได้เกลียดเขาขนาดนั้นแล้ว
ทางด้านหลินม่อ เขามองซูชิงลั่วเดินจากไป ก่อนจะกวักมือเรียกเซียวเยี่ยน แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังห้องของตนเอง โดยไม่สนใจซูฉี่อู่และซูฉี่เหวินอีกเลย
วันนี้เขาได้เปิดเผยพลังส่วนหนึ่งต่อหน้าสาธารณชน ในเมื่อเป็เช่นนี้ ไม่สู้แสร้งทำตัวเป็ยอดคนเร้นกายให้ผู้อื่นเห็นเสียเลย และนี่คือสิ่งที่เขาคาดการณ์ได้จากปฏิกิริยาของเซียวเยี่ยน
'เ้าหนูนี่ต้องคิดว่าข้าเป็ยอดคนเร้นกายบางอย่างแน่ ๆ ประกอบกับกายากระบี่ของข้าถูกเปิดเผย ตอนนี้ซูฉี่อู่น่าจะกำลังระแวงอยู่ในใจ
ดีเลย ตราบใดที่ข้าไม่แสดงความอ่อนแอ อีกฝ่ายย่อมต้องเกรงใจมากขึ้น!
ต่อให้เกิดการปะทะกันจริง ๆ... ด้วยอานุภาพของกายากระบี่ ข้าก็ย่อมมีกำลังพอจะต่อสู้ได้!'
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินม่อจึงเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ซูฉี่อู่และซูฉี่เหวินมองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างเห็นความระแวงในดวงตาของอีกฝ่าย
"เ้าเด็กนี่ต้องมีลับลมคมในแน่!"
"ท่านผู้นำตระกูล ลองทดสอบเ้าเด็กนี่ดูดีหรือไม่?"