จินฮยอกไม่ได้แสดงท่าทีใที่เห็นมิ้นตระหนกเขากลับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าสายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธอก่อนจะลดสายตาลงมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ยังจัดการกับซิปไม่เรียบร้อย
"ใขนาดนั้นเลยเหรอ?ผมก็แค่เห็นว่าคุณช้า... เลยเข้ามาช่วย"
จินฮยอกก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าวบีบให้มิ้นต้องถอยหลังจนแผ่นหลังเกือบจะชิดกับกระจกบานั์พื้นที่ในห้องลองเหลือน้อยเสียจนเธอได้ยินเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของตัวเองชัดเจนพอๆกับเสียงลมหายใจของเขา
"หันหลังสิ...เดี๋ยวผมจะ รูด มันขึ้นให้เอง"
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างแ่เบาทว่าหนักแน่นบังคับให้เธอหันหลังกลับไป
“มะ...ไม่ต้องค่ะเดี๋ยวรอพี่มินอากับซูยอนมาช่วยก็ได้ค่ะ คุณจินฮยอกออกไปรอข้างนอกเถอะค่ะ”
มิ้นละล่ำละลักบอกพลางกระชับอกเสื้อคอร์เซ็ตสีขาวแนบกายพยายามเบี่ยงตัวหนีในพื้นที่แคบๆ ที่แทบจะไม่มีอากาศหายใจ จินฮยอกกลับไม่ขยับเขยื้อนเขายังคงยืนตระหง่านบังทางออกไว้ด้วยสายตาที่ทอประกาย
“สองคนนั้นออกไปถ่ายรูปข้างนอกแล้ว...ตอนนี้ ไม่มีใครเหลืออยู่นอกจากเราสองคน” เสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบใกล้จนเธอััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน“และผมบอกแล้วไง... ว่าผมรอไม่เก่ง”
ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านเริ่มทำหน้าที่ของมันเขาไม่ได้เอื้อมไปที่ซิปด้านหลังในทันทีแต่กลับวาดผ่านสะโพกมนแล้วเลื่อนลงมาจับที่ต้นขาเนียนของเธอเบาๆ
ก่อนจะเริ่มลากปลายนิ้วขึ้นมาตามความยาวของเรียวขาช้าๆััที่จงใจหยอกเอินนั้นทำให้มิ้นสะดุ้งตัวโยน
“อย่าค่ะ...อย่าทำแบบนี้”
เธอพยายามขยับขาหนีและใช้มือผลักดันอกแกร่งของเขาไว้แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับดูน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของคนตรงหน้า
จินฮยอกไม่ฟังคำทัดทานเขาโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอระหง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแปรงแต่งหน้าและน้ำหอมจางๆบนตัวเธอทำให้เขาเผลอครางออกมาในลำคอด้วยความพึงพอใจ
“หอมจัง...ตัวคุณหอมจริงๆ”
“พะ...พอเถอะค่ะ มะ... มีคนรออยู่ด้านนอกนะคะ ตากล้อง... ทุกคนกำลังรออยู่”
มิ้นพยายามยกเหตุผลสุดท้ายขึ้นมาอ้างหวังว่าความเป็มืออาชีพจะช่วยให้เขายอมหยุด
จินฮยอกชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอในระยะประชิด มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ
“พวกเขารอได้...และที่สำคัญ ไม่มีใครกล้าเคาะประตูห้องนี้ ถ้าผมยังไม่อนุญาตให้ใครเข้าไป”
เขากระซิบประโยคสุดท้ายด้วยเสียงที่แหบพร่าก่อนจะเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อคว้าหัวซิปที่ค้างคาอยู่ แต่แทนที่จะรูดมันขึ้นเขากลับกระชากมันลงจนชุดคอร์เซ็ตที่รัดตึงคลายออกเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าลูกไม้ราคาแพง...
แสงไฟสีนวลสะท้อนให้เห็นร่างของมิ้นที่ยืนตัวสั่นระริกรองเท้าส้นสูงสีขาวทำให้เธอแลดูสง่างาม จินฮยอกไม่ได้สนใจที่จะถอดชุดคอร์เซ็ตของเธอเขากลับใช้ฝ่ามือหนาช่วยดึงรั้งเนื้อผ้าลูกไม้สีขาวนั้นให้เข้าที่อย่างเชื่องช้าััจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวทำให้มิ้นต้องแหงนหน้าขึ้นสบตาชายตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่น
“ดูสิ...พอใส่เข้าไปแล้ว คุณก็ดูเหมือนตุ๊กตาที่ผมอยากจะบดขยี้ทิ้งจริงๆ”
จินฮยอกพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะโน้มตัวลงใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างคว้าจับเข้าที่สะโพกมนแล้วออกแรงยกตัวเธอขึ้นจนเท้าที่สวมส้นสูงลอยเหนือพื้น
มิ้นที่ยังไม่ทันตั้งตัวทำได้เพียงคว้าไหล่กว้างของเขาไว้เป็ที่ยึดเหนี่ยวทันใดนั้นริมฝีปากหนาก็บดเบียดลงมาจูบเธออย่างรุนแรงและจาบจ้วง
มันคือรสจูบแรกที่แสนป่าเถื่อนลิ้นของเขาตวัดเกี่ยวพันลิ้นของเธอมิ้นพยายามจะประคองสติแต่ความไม่เดียงสาทำให้เธอเริ่มหายใจไม่ออกหัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอกความรู้สึกสำลักอากาศและความกลัวพุ่งพล่านจนเธอต้องพยายามสะบัดหน้าหนีจากการรุกรานที่รุนแรง
“ฮึก...พะ...พอเถอะค่ะ” เธอหอบหายใจรัวเมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการชั่วครู่
จินฮยอกจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนไปด้วยความตื่นตระหนกและริมฝีปากที่หวานฉ่ำเขาปล่อยให้เท้าเธอกลับลงไปแตะพื้น ก่อนจะลงมือจัดการถอดกางเกงของตัวเองออกจนพ้นทางท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันในห้องที่ไร้ทางออก
“ขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์...เพราะข้างนอกนั่นไม่มีใครช่วยคุณได้หรอก”
เขาก้าวเข้าประชิดตัวเธออีกครั้งบีบให้แผ่นหลังเนียนที่สวมชุดขาวสะอาดตาต้องพิงแนบชิดไปกับกระจกเงาที่เย็นเฉียบ
จินฮยอกโน้มตัวลงมาจนแผ่นอกแกร่งบดเบียดกับร่างกายที่สั่นเทาของมิ้นพื้นที่แคบๆ ในห้องลองชุดยิ่งดูเล็กลงไปอีกเมื่อเขาจงใจบดเบียดเอ็นหนาเข้ากับต้นขาเนียนของเธออย่างโจ่งแจ้งความร้อนรุ่มที่ััได้ผ่านเนื้อผ้าลูกไม้สีขาวทำให้มิ้นสะดุ้งวาบจนตัวโยน
“ฮึก...คุณจินฮยอก อย่าทำตรงนี้เลยนะคะ...”
เธอครางบอกด้วยเสียงที่สั่นเครือมือทั้งสองข้างพยายามดันไหล่เขาไว้สุดกำลังแต่มือหนาของเขากลับเลื่อนลงไปลูบไล้แผ่นหลังที่เปลือยเปล่าส่วนที่ชุดปิดไม่ถึงััหยาบโลนนั้นลากไล้ผ่านแนวกระดูกสันหลังจนมิ้นรู้สึกเสียวซ่านผสมปนเปไปกับความหวาดกลัว
จินฮยอกไม่สนใจคำอ้อนวอนเขาใช้มือหนึ่งเชยคางเธอขึ้นมาบังคับให้สบตาที่เต็มไปด้วยความ้าอันป่าเถื่อน
“จำไว้นะ...ยิ่งคุณแสดงท่าทางรังเกียจผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากจะเป็เ้าของคุณมากขึ้นเท่านั้น”
สิ้นประโยคนั้นเขาก็จับเรียวขาของเธอข้างหนึ่งให้ยกขึ้นเกี่ยวกระหวัดเอวหนาไว้ความเย็นเฉียบของกระจกเงาเื้ัตัดกับความร้อนรุ่มจากกายชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างรุนแรง