ตอนที่ 12 สู่เมืองธาราครามอีกครั้ง
เฟยอวี่คิดว่าตนเองจะสามารถบรรลุเคล็ดวิชาท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่งได้ภายในเจ็ดวัน ทว่า ความจริงกลับไม่เป็เช่นนั้น ยิ่งเขาฝึกฝนมันมากเพียงใดคล้ายเส้นชัยกลับออกห่างไปมากเท่านั้น ความลึกซึ้งของวิชานี่มันอะไรกัน? เฟยอวี่รู้สึกเหมือนจะบ้า เขาฝึกเคล็ดวิชาท่าท้าวข้ามดาราจักรเป็เวลาครึ่งวันเต็ม ส่วนอีกสี่ชั่วโมงสำหรับการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบัญญัติแห่งการสูญสลาย เวลาล่าอาหารและรับประทานอาหารรวมสามมื้อกินเวลาทั้งสิ้นหนึ่งชั่วโมง สำหรับนอนอีกเจ็ดชั่วโมง
เขาใช้เวลาฝึกฝนเคล็ดวิชาตัวเบาโดยวิ่งโลดทั่วทั้งูเาโดยไม่หยุดพัก
ผ่านไปสิบห้าวันของการฝึกฝน เฟยอวี่ยังคงมิอาจบรรลุท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่งได้เสียที หากแต่เขาสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนน่าใ “ท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่งคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเปี่ยมความหวัง ในขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับบัญญัติแห่งการสูญสลายได้ถูกทำขึ้นมาเสร็จสมบูรณ์
…เฟยอวี่สามารถคงสภาพการกระตุ้นทุกอย่างในร่างกายสูงขึ้นสองเท่า ระยะเวลา:ตลอดเวลา
เฟยอวี่ลองฝืนเพิ่มการกระตุ้นทุกอย่างในร่างกายขึ้นสิบเท่าตัว มันกลับคงสภาพได้เพียงเสี้ยววินาที หลังจากนั้นเขาไม่สามารถใช้บัญญัติแห่งการสูญสลายได้อีกราวกับหมดพลังงาน และบัญญัติจะใช้เวลาฟื้นฟูตัวเองเป็ระยะเวลาหกชั่วโมงเต็ม
เฟยอวี่จึงลองกระตุ้นเฉพาะส่วนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบมากจนเกินไป ชายหนุ่มลองกระตุ้นพลังโจมตีสูงขึ้นสิบเท่า เขาสามารถใช้มันได้ห้านาที และพลังของบัญญัติแห่งการสูญสลายจะหมดไปและต้องใช้เวลาฟื้นฟู
เฟยอวี่จึงลองอีกหลายรูปแบบ ได้ข้อสรุปว่า หากกระตุ้นเฉพาะส่วนสูงขึ้นสิบเท่า ถ้าเขาใช้มันเพียงห้าวินาที มันจะไม่ส่งผลกระทบไปยังส่วนอื่น ทว่า เขาไม่สามารถใช้บัญญัติแห่งการสูญสลายในการทำอย่างอื่นได้อีกนอกจากคงสภาพให้ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนปกติสองเท่า
กาลเวลาไหลผ่านไปครบหนึ่งเดือนเต็มสำหรับการฝึกฝน สุ้มเสียงอ่อนโยนของหนิงเซียนดังขึ้นในโสตประสาท “ยินดีด้วยสำหรับการบรรลุท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่ง! สมแล้วที่เป็อัจฉริยะในรอบพันปี!”
เด็กสาวมิได้ยกยอเฟยอวี่เกินจริง หากนำเขาไปอยู่ในโลกลำดับที่สามล้วนยังนับว่าเป็อัจฉริยะลำดับต้นๆของดินแดนเทวะ ใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนในการบรรลุเคล็ดวิชาตัวเบาท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่ง! นับว่าเป็ความเร็วที่น่าใ… ทว่า หากต้องนำเฟยอวี่ไปเปรียบกับหนิงเซียนล้วนนับว่ามีความต่างกันประดุจ์กับนรก หนิงเซียนบรรลุท่าท้าวข้ามดาราจักรในวันเดียว…
ภายใต้การฝึกฝนท่าท้าวข้ามดาราจักร ปราณเซียนในเส้นชีพจรของเฟยอวี่ล้วนกลับมาเต็มเปี่ยม ทันใดนั้น การทะลวงของระดับชั้นลมปราณจึงบังเกิดขึ้น ปัง! เสียงปะทุดังขึ้นพร้อมกับร่างกายที่เกิดการผลัดเปลี่ยนกระดูกและกล้ามเนื้อ สีหน้าของชายหนุ่มดูอ่อนเยาว์ขึ้นแจ่มชัด นี่คือผลของการทะลวงระดับ่ขั้นของพลัง
…ระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่ง!
กว่าเฟยอวี่จะมาถึงจุดนี้ได้่เวลาล้วนเลยผ่านไปจนพลบค่ำ
“…นี่น่ะหรือ เคล็ดวิชาท่าท้าวข้ามดาราจักร” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ ด้วยความที่เขายังไม่คุ้นชินกับระดับความเร็วตนเอง ทันใดนั้นที่เฟยอวี่ข้ามขาออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง วูบบบ เสียงกู่คำรามต่ำของสายลมเบาบาง เรือนร่างของชายหนุ่มไปปรากฏกายอยู่ในสิบเมตรข้างหน้า “ก้าวเดียวสิบเมตร…”
“เหมือนเ้าจะไม่ได้ประหลาดใจขนาดนั้น ผิดกับที่ข้าคาดไว้” หนิงเซียนกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ นางคิดว่าจะได้เห็นท่าทางของเฟยอวี่ที่โลดเต้นดีใจราวกับลิงกัง เขานิ่งสงบกว่าที่คิด แววตาคู่งามของเด็กสาวจับจ้องชายหนุ่มเบื้องหน้าซึ่งยืนแข็งทื่อ เสียงละมุนเพราะพริ้งลากเขาขึ้นจากห้วงภวังค์ ทันใดนั้น เฟยอวี่พลันเปิดปากกล่าวขึ้น
“ประหลาดใจสิ ประหลาดใจมากๆ ข้าพูดอะไรไม่ออกเลย”
ภายใต้สีหน้าราบเรียบ โลหิตของเขากลับกำลังเดือดพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้นสุดขีด สัญชาตญาณของเขามันบอกว่านี่คือสุดยอดวิชาไร้คู่เปรียบในโลก! เฟยอวี่มั่นใจในความเร็วตอนนี้อย่างมาก หากให้คนทั้งตระกูลซูรุมจู่โจมเขาล้วนมิอาจสร้างได้แม้เพียงรอยขีดข่วน!
“ไม่เลว ความเร็วของเ้าตอนนี้ทัดเทียมกับระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่ง ถ้าลองเสริมด้วยการกระตุ้นจากบัญญัติแห่งการสูญสลายที่ทำให้ประสิทธิภาพทุกอย่างเพิ่มขึ้นสองเท่า ความเร็วเ้าคงทัดเทียมระดับเชี่ยวชาญขั้นสอง” หนิงเซียนประเมินจากความเร็วของเฟยอวี่ด้วยสายตา เด็กสาวเผยรอยยิ้มแฝงด้วยความคาดหวังก่อนกล่าวต่อว่า “ถ้าเป็เ้าต้องเข้าใจสิ่งที่เราจะสอนต่อไปนี้แน่ๆ”
ชายหนุ่มตระหนักดีถึงความเร็วที่ผู้ฝึกตนระดับเริ่มตั้นมิอาจทัดเทียมได้ ทว่า เขาล้วนมิอาจคาดฝันถึงว่ามันเทียบทาบกับระดับเชี่ยวชาญ! หากไม่ได้ยินมาจากปากของหนิงเซียนเขาล้วนเชื่อไม่ลง! ฆ่าให้ตายก็ไม่เชื่อ! ความเร็วสูงล้ำขนาดทัดเทียมกับอีกหนึ่ง่ขั้นใหญ่!!? ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์!!
เฟยอวี่ลุ้นตัวโก่ง ขนาดเคล็ดวิชาท่าท้าวข้ามดาราจักรยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้! วิชาอื่นของนางล้วนมิต่างกันเป็แน่
“เคล็ดวิชาััเทพ!!” หนิงเซียนกล่าวอย่างสบายๆ เด็กสาวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ถ้าเ้าเข้าถึงการััเทพได้ เ้าจะสามารถไหลเวียนปราณเซียนภายในร่างสู่นอกร่างห่อหุ้มคล้ายเกราะ อีกทั้ง เ้ายังมองการไหลเวียนของปราณเซียนผู้อื่นได้อย่างทะลุปรุโปร่งอีกด้วย วิธีการนั้นง่ายดายมาก! ไม่ใช่การใช้ประสาทััแต่อย่างใด รู้ลึกรู้ถึงรู้ซึ้งถึงความเป็ตัวกลาง ปล่อยให้ปราณเซียนไหลเวียนโดยตัวของมันมิบีบบังคับเค้น จงแข็งแกร่งและอ่อนแอในเวลาเดียวกัน”
หนิงเซียนยกยิ้มขณะจับจ้องเฟยอวี่ ไร้สิ้นคำกล่าวอันใดอีก
“จบแล้ว?” เฟยอวี่ขมวดคิ้วเป็ปมแน่น คำอธิบายนั่นมันอะไรกัน?
หนิงเซียนพยักศีรษะเบาบาง “ใช่จบแล้ว” สีหน้าของเฟยอวี่เปลี่ยนสีในทันใด ฉับพลันนั้น เด็กสาวจึงขยายความให้ฟัง “นี่เป็การอธิบายที่กระชับที่สุด เดิมทีสิ่งนี้ไม่ได้เรียกว่าเคล็ดวิชาและสามารถพัฒนาได้ผ่านตามความเข้าใจของผู้ฝึกตนเท่านั้น อาจเรียกว่าเป็เทคนิคขั้นสูงสุดของบรรดาเซียนไร้ต้าน ไม่ว่าใครก็สามารถฝึกซ้อมกันได้ เ้าไม่ต้องเศร้าใจไปหากไม่เข้าใจในคำอธิบายเรา แม้กระทั่ง บรรดาเซียนผู้สูงส่งในโลกลำดับที่สามกลับมีคนเข้าถึงได้เพียงเศษดินที่ปลายเล็บ หากเ้าไม่เข้าใจย่อมหมายถึงว่าเ้าไร้คุณสมบัติ และเรากล้ารับปากว่าไม่มีใครในโลกของเ้าที่สามารถเข้าถึงััเทพได้”
…คงไม่ใช่สิ่งที่จะทำความเข้าใจได้ในวันเดียว ใบหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึมขึ้น …แข็งแกร่งและอ่อนแอ รู้สึกถึงความเป็ตัวกลาง ไม่เข้าใจเลยโว้ย!! ปราณเซียนไหวเวียนโดยตัวของมันเอง? นี่มันบ้าไปแล้ว! ถ้าไม่ควบคุมมันปราณเซียนจะไหลได้ยังไง!?
เฟยอวี่ลองฝึกสิ่งที่เรียกว่า “ััเทพ” ผลลัพธ์ก็คือ เขาใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยจริงๆ! เฟยอวี่เลือกจะไม่ฝึกมันอีก ต่อให้เป็วิชาระดับเทพพระเ้า เขาก็ไม่คิดลองอีกแล้ว! ไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว!
“ในเมื่อเ้าบรรลุท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่งแล้ว เ้าควรไปหาอะไรที่มันเป็แรงกดดันเพื่อผลักดันการฝึกฝน” หนิงเซียนอธิบาย
ชายหนุ่มเคลื่อนศีรษะหันมองไปยังสถานที่อันน่าคิดถึง …เมืองธาราคราม ย่อมไม่มีสิ่งใดสลักสำคัญที่นั่น ยกเว้นซูหนี่ว์และซูลง บุคคลที่คอยประคองช่วยเหลือเขามาตลอดสิบห้าปี แววตาอาวรณ์พลันเปลี่ยนเป็แน่วแน่นเฉียบคม เฟยอวี่ทะยานร่างตรงดิ่งสู่ทิศทางเมืองธาราครามทันที แน่นอน สิ่งนี้หนิงเซียนล้วนไม่ทราบว่าในอดีตมีเหตุอันใดเกิดขึ้นกับเขา
เด็กสาวสังเกตมองสถานการณ์อย่างเงียบๆ มีบางอย่างผิดแปลกไปจากอากัปกิริยาของเขา ท่าทางนั้นราวกับกำลังไปหาใครสักคน…
ด้วยท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่งผนวกกับการกระตุ้นสรรพสิ่งของบัญญัติแห่งการสูญสลายส่งผลให้ร่างกายแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่งถึงสองเท่า เฟยอวี่ใช้เวลาเพียงสิบนาทีในการเดินทางสามสิบกิโลเมตร ฝีมือของชายหนุ่มนับว่าพัฒนาขึ้นมากในการฝึกหนึ่งเดือนนี้ จุดหมายเดียวที่เพ่งเล็งย่อมเป็ตระกูลซู คงเป็เพราะเป็คนในมานานั้แ่เกิด เขาทราบทุกซอกทุกมุมของตระกูลซูดียิ่ง ทุกการเคลื่อนไหวไม่ผิดสังเกตหรือสะดุดตาผู้ใด แม้เป็ยามวิกาลตระกูลซูยังคงนับว่าเป็ตระกูลใหญ่ในเมืองธาราคราม ยามเฝ้าประตูหรือยามเดินตรวจตราล้วนหนาแน่นพิเศษ
จนในที่สุด เฟยอวี่ก็มาถึงจุดหมายของตนเอง ยังนับว่าโชคดีที่ซูหนี่ว์เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ฝ่าเท้าของชายหนุ่มััลงตรงหน้าต่างเบาบางดุจขนนก ไร้เสียง ไร้กลิ่นอาย เป็ไปตามที่เขาคาด แววตาของเฟยอวี่เปี่ยมเอ็นดูขึ้นมา …นางหักโหมตัวเองเพื่อฝึกปรือ
“…น้องซูหนี่ว์”
ซูหนี่ว์คล้ายได้ยินเสียงกระซิบเบาบางข้างใบหู ทว่ากลับเป็เสียงที่คุ้นเคยอย่างถึงที่สุด หญิงสาวลืมตาเปิดขึ้นจากห้วงการฝึกฝน นางหันขวับไปทางต้นเสียงนั้นเบื้องหน้าปรากฏบุรุษที่นางคิดถึงมากที่สุด “ทะ…”
ฟิ้ว~~
เรือนร่างของหนึ่งบุรุษหายวับไปในชั่วพริบตา นิ้วชี้ของเฟยอวี่แตะััริมฝีปากนุ่มนวลของนาง “ชู่วววว เ้าอยากให้ผู้อื่นรู้ว่าพี่มาหรือ” เฟยอวี่กล่าวเสียงเบาบางแฝงด้วยความอ่อนโยน
คิ้วเรียวงามของซูหนี่ว์เลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ ภาพของขยะซูอวี่พลันถูกทับซ้อนกับบุรุษปริศนาเบื้องหน้าอย่างสับสน ทันใดนั้น เฟยอวี่เคลื่อนปลายนิ้วออก
“…พี่ซูอวี่? ท่านพี่ซูอวี่ใช่หรือไม่?” น้ำเสียงของหญิงสาวนุ่มนวลละมุน ั์ตาสีฟ้ากระจ่างใสจับจ้องบุรุษตรงหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงงัน นวลหน้าขาวดุจน้ำนมวาบผ่านด้วยสีแดงระเรื่อ เผ้าผมสีแดงฉานดุจโลหิตพริ้วไหวบางเบา
ชายหนุ่มส่ายศีรษะ “ในขณะนี้ ข้ามีนามว่าเฟยอวี่” คู่แววตาของเขาส่งผ่านความหนักแน่นสู่นางประหนึ่งหินผาที่มั่นคง …เขาทำใจยอมรับกับมันได้แล้ว
“ท่านพี่ซู---…ท่านพี่เฟยอวี่ ข้าขอโทษที่มิอาจยื่นมือเข้าไปช่วยท่านพี่ได้” สีหน้าของซูหนี่ว์ปรากฏอาการผิดหวังล้ำลึก นางเจ็บแค้นใจที่ได้แต่มองท่านปู่และพี่ชายถูกสังคมประณามหยามเหยียดโดยที่ตนไม่สามารถทำอะไรได้เลย “ท่านพี่ไม่ต้องกังวลนะ! ข้าจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้มีใครมาดูถูกท่านปู่และท่านพี่ได้อีก! คำพูดของคนพวกนั้นท่านพี่อย่าได้เก็บมาใส่ใจ”
เฟยอวี่รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของนาง สาเหตุนี้เองที่ทำให้เขาต้องกลับมาเมืองธาราครามอีกครั้ง…บุญคุณนี้มากมายนัก
“เ้าบรรลุระดับรากฐานขั้นแปดแล้วนี่” เฟยอวี่กล่าวเปี่ยมรอยยิ้มยินดี พลังยุทธระดับรากฐานขั้นแปดในวัยสิบสี่ปี… ซูหนี่ว์นับเป็ัในหมู่ั เื่นี้เขาทราบดีที่สุด หากโอสถสมุนไพรชั้นเลิศมากมายไม่ได้ตกมาที่เขาแต่ตกไปที่นางแทน เยว่ชิงคงไม่ใช่รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองธาราคราม
“คิกๆ” ซูหนี่ว์หัวเราะเปี่ยมสุข นางรู้สึกดีใจประหลาดเมื่อได้รับคำชมจากพี่ชาย “ส่วนท่านพี่…เอ่อ…” ั์ตาของหญิงสาวขยายโตกว้างเมื่อพยายามตรวจสอบระดับขั้นพลังของเฟยอวี่ …นางมิอาจล่วงรู้ระดับขั้นพลังของเขาได้เลย สิ่งเดียวที่ััได้คือปริมาณปราณเซียนที่หนาแน่นน่าใ มันหนาแน่นมากกว่านางแน่ๆ! …จู่ๆ ความทรงจำที่เฟยอวี่แตะััริมฝีปากของนางกลับวาบผ่านเข้ามา
!!!!
เฟยอวี่เข้าใจถึงปฏิกิริยาตอบสนองของนางดี ชายหนุ่มแย้มยิ้มเอ็นดู “น้องซูหนี่ว์…บำเพ็ญตนเสีย”
ซูหนี่ว์งุนงันอยู่บ้าง หากแต่นางยังคงทำตามคำของพี่ชายไร้การขัดขืนพลันนั่งสมาธิในทันที ทันใดนั้นเองที่ฝ่ามือของชายหนุ่มวางทาบลงบนแผ่นหลังลื่นเนียนนุ่ม ซูหนี่ว์ขยับไหวเล็กน้อยด้วยความใ
“ผ่อนคลายและตั้งใจฝึกปรือให้ดี” เฟยอวี่เตือนสตินาง การบำเพ็ญตนสมาธิที่ดีที่สุดจิตต้องสงบนิ่ง ซูหนี่ว์สลัดความใชั่วขณะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบประดุจผิวน้ำ เมื่อเฟยอวี่มั่นใจแล้วว่าสงบนิ่งพอ เขาพลันโคจรพลังของบัญญัติแห่งการสูญสลายทำการกระตุ้นการดูดซับลมปราณภายในชีพจรของนางให้สูงขึ้นสิบเท่าตัว
การสลายและกระตุ้นของบัญญัติแห่งการสูญสลายนั้นสามารถทำได้กับทุกสรรพสิ่ง ต่อให้สิ่งนั้นจะไม่มีรูปร่างก็ตาม!
ซูหนี่ว์เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความตกตะลึงงัน จิตของนางหวั่นไหวชั่วขณะหนึ่ง เห็นได้อย่างแจ่มชัดว่าการฝึกปรือรุดหน้ารวดเร็วสูงขึ้นถึงสิบเท่า! นางตระหนักได้ทันทีถึงคำสอนของท่านปู่ การฝึกปรือสมาธิที่ดีที่สุดคือจิตต้องสงบนิ่ง นางสลัดความตกตะลึงทิ้งพลันคืนสู่อาการสงบอีกครั้ง
เฟยอวี่คิดจะใช้บัญญัติแห่งการสูญสลายเพื่อกระตุ้นการฝึกปรือของนางให้สูงขึ้นสิบเท่าตัวตลอดระยะเวลาห้านาที ฉับพลันนั้นเองที่สุ้มเสียงละมุนแฝงด้วยความเยือกเย็นไร้อารมณ์ดังขึ้นในโสตประสาท
“ใช้การกระตุ้นออกไปถึงระดับนี้ เ้าคงกะใช้พลังของบัญญัติแห่งการสูญสลายให้หมดสิ้น บัญญัติต้องใช้เวลาฟื้นตัวถึงหกชั่วโมงเต็ม ไม่กลัวถูกลอบสังหารระหว่างทางออกจากเมืองหรือ?”
สืบเนื่องจากหนิงเซียนอยู่ในแหวนมิติสีดำ และแหวนมิติสีดำก็ทำพันธะิญญากับเฟยอวี่ หญิงสาวล้วนล่วงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา นางััได้ถึงพลังทุกอย่างที่โคจรในร่างรวมถึงพลังที่เหลืออยู่ของบัญญัติแห่งการสูญสลายอีกด้วย
“ข้าเฟยอวี่! ติดบุญคุณย่อมชดใช้! มีหนี้แค้นย่อมคิดบัญชี!” เฟยอวี่กล่าวอย่างหนักแน่น แววตาของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็คมกล้าประดุจเพชร การใช้บัญญัติแห่งการสูญสลายไปกระตุ้นถึงสิบเท่าล้วนสูบกลืนพลังยุทธสูงล้ำ
ในที่สุด การกระตุ้นในห้านาทีล้วนถึงจุดสิ้นสุด
ปัง!
“…รากฐานขั้นเก้า?!”