ลิขิตรักราชามังกร

    ตอนที่ 27 คำมั่นสัญญา

    หนึ่งปีผ่านไป


    เย่วซินและหลิงซานใช้ชีวิตคู่กับสวามี ที่รักและเอาใจใส่พวกเขาอย่างดีมาตลอดหนึ่งปี หลังจากผ่านวันอภิเษกมาเพราะถูกบังคับแต่มาบัดนี้ เขาทั้งคู่คิดว่าตนโชคดีเหลือเกินที่มาเจอคนที่รักและห่วงใยเขาเช่นนี้ ชีวิตคู่อยู่กันอย่างสงบสุขหลิงซานก็เลิกกลัวอี้เฟยไปนานแล้ว หลังจากคืนนั้นที่เขายอมใจอ่อนให้อี้เฟยก็ตักตวงเอากับเขาทุกค่ำคืน จนกลายเป็นความเคยชินที่เขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตนเองก็มีความสุขและโหยหาอีกฝ่ายไม่แพ้กัน เช่นคืนนี้ก็หนีไม่พ้น


    ร่างสูงกำลังครอบครองร่างงามของเมียรักอย่างอ่อนโยน เขารู้ว่าร่างเล็กไม่ชอบให้เขารุนแรงใส่ แต่ก็มีบางครั้งที่พลั้งเผลอเลยทำให้ร่างเล็กบาดเจ็บ จนคาดโทษเขาเอาไว้ว่าหากครั้งหน้ายังไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เขาจะต้องระเห็จไปนอนที่ตำหนักรับรองแทนซึ่งเขายอมไม่ได้


    "เสี่ยวไป๋ ข้ารักเจ้า อ่า... "


    ร่างสองร่างกำลังกอดก่ายบนเตียงนอนหลังใหญ่ มอบความสุขให้กันและกัน อารมณ์ของคนทั้งคู่กำลังร้อนได้ที่ ร่างบางเม้มริมฝีปากสีสดสะกดกลั้นความเสียวซ่าน ที่สวามีมอบให้อย่างต่อเนื่องมาตลอดหนึ่งชั่วยาม และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ


    "ทะ-ท่านพี่ ข้า... อึก"


    "เสี่ยวไป๋ ข้าจะทนไม่ไหว อยากขย้ำเจ้าแรงกว่านี้" ว่าพลางเผลอตัวกระแทกเข้าใส่กายงามเต็มแรงจนร่างเล็กผวา


    "โอ๊ยท่านพี่ เบาหน่อย ข้าเจ็บ"


    เสียงร้องของร่างเล็กเรียกสติเขาจึงผ่อนแรงกระแทกที่หนักหน่วงลง จนคนใต้ร่างผ่อนคลายคนทั้งคู่มีเหงื่อไหลโทรมกาย หลิงซานหมดแรงลงทุกทีขณะที่สวามีแรงไม่ตกเลย ร่างเล็กคิดไม่ถึงว่าคนตัวโตจะหื่นได้ขนาดนี้ ทุกค่ำคืนร่างสูงไม่เคยว่างเว้นจากเรื่องบนเตียงแม้ว่าเขาจะประท้วง แต่ก็ต้องใจอ่อนกับลูกอ้อนของสวามีจอมหื่นทุกครั้งไป จนชินชาเสียแล้ว พอพายุความหื่นสงบลงร่างบางก็สลบเหมือดเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เป็นหน้าที่ของร่างสูงที่ต้องเช็ดเนื้อตัวให้คนหมดแรง หาเสื้อผ้ามาสวมให้และโอบกอดหลับตามร่างเล็กไปเหมือนทุกๆ ครั้ง


    ไม่ใช่เพียงแต่อี้เฟยที่ตักตวงความสุขจากเมียรัก เฟยหลงก็ไม่น้อยหน้าร่างสูงทำหน้าที่สวามีไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกค่ำคืนจะมอบความสุขให้เมียรักเสียจนเต็มอิ่ม


    ในตอนนี้พายุอารมณ์กำลังโหมกระหน่ำอย่างฉุดไม่อยู่ เรียวขางามแยกออกกว้างขึ้น เพื่อรองรับตัวตนของสวามี ที่กำลังโจนจ้วงใส่กายบางอย่างถึงใจ เสียงครวญครางดังสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันจากกิจกรรมรัก ดังไปทั่วตำหนักไม่ว่านางกำนัลหรือใครก็ตามจะรับรู้ว่า ถ้าหากถึงเวลานอนของนายเหนือหัวแล้ว ต่างก็พากันระเห็จไปให้เร็วที่สุด มันเป็นเช่นนี้มาตลอด หลังจากงานอภิเษก กว่าเฟยหลงจะยอมหยุดเย่วซินก็หมดแรง


    "ท่านพี่ ทำไมท่านถึง เอ่อ... "


    "ข้ารักเจ้า"


    "ละ-แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ท่าน"


    "ที่ข้า รักเจ้าทุกค่ำคืนเช่นนี้ ก็เพราะข้าอยากมีลูก ข้าจึงต้องขยันเผื่อเขาจะได้เกิดมาในเร็ววัน"


    "ข้ามีได้หรือ"


    "หืม... มีได้สิ ก็ยาที่พวกเจ้าดื่มเข้าไปมันจะทำให้เจ้าตั้งครรภ์ได้"


    "ยา... ยาขมบาดคอที่ข้ากับหลิงเอ๋อร์ถูกบังคับให้ดื่มเข้าไปทุกวันน่ะหรือ"


    "ใช่แล้ว ชาวเผ่ามังกรของข้ามียาดีหลายชนิด และหนึ่งในนั้นคือยาที่พวกเจ้าสองคนพี่น้องดื่มเข้าไป"


    "จริงหรือ แล้วยานั้นมันช่วยได้อย่างไร"


    "มันเข้าไปปรับเปลี่ยนร่างกายเจ้า ให้สามารถตั้งครรภ์เช่นสตรีได้"


    "เย่วเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไป มีลูกให้ข้าเถิดนะ ข้าจะรักและดูแลเจ้ากับลูก ยิ่งกว่าชีวิต"


    "สัญญากับข้า ว่าท่านจะทำตามที่พูดไว้ เราสองจะรักและเชื่อใจกันตลอดไป"


    "ข้าสัญญากับเจ้า ข้าให้เจ้าได้ทุกอย่าง แม้แต่ชีวิต"


    "ถ้าข้าสามารถมีลูกให้ท่านได้จริงๆ ข้าก็ยินดี ท่านคือทุกสิ่งทุกอย่างของข้า ข้ารักท่าน"


    "เจ้าก็เช่นกัน หัวใจของข้าอยู่ที่เจ้า ข้ามอบมันให้เจ้าไปหมดตั้งแต่นิมิตเห็นเจ้าครั้งแรก"


    ต่างก็เปิดใจรับอีกฝ่ายเข้ามาเต็มหัวใจ ต่างดูแลมอบความรักให้กันและกันจนเปี่ยมล้น


    แม้เวลาผ่านมาหนึ่งปีเต็ม แต่องค์ชายใหญ่แห่งเผ่ามาร ไม่เคยละความพยายาม ที่จะครอบครองร่างบางของราชินีเผ่ามังกรลงเลย วางแผนช่วงชิงร่างบางจากอกสวามีอยู่ตลอดเวลาหากมีโอกาส วันนี้ก็เช่นกัน เขาแอบเข้ามาดูการเคลื่อนไหวและหาโอกาสลักพาตัวใครบางคนที่ตนปรารถนา


    ร่างกายกำยำสวมเสื้อผ้าสีดำพรางกาย ผ้าผืนใหญ่ปิดตั้งแต่เส้นผมและใบหน้า เร้นกายเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว ยามค่ำคืนเช่นนี้เหมาะกับการเร้นกายเข้ามาอย่างยิ่ง ถึงแม้จะมีเวรยามคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยก็เถิด แต่มันไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขาเลย


    ร่างสูงของอี้เทียนหลงใช้ปราณแค่นิดเดียวกระโดดขึ้นมาตรงระเบียงตำหนักที่ร่างบางพักผ่อน ตาคมสอดส่ายสายตาหาเป้าหมาย ก็เจอร่างบางนั่งหวีผมยาวสลวยอยู่ที่หน้ากระจก


    ร่างสูงเหมือนต้องมนต์สะกดจากร่างงามที่แอบมอง สายตาคมไม่อาจจะละจากภาพความงดงามตรงหน้าได้เลย ขาแกร่งย่างก้าวเข้าไปหาอย่างใจต้องการ แต่ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้นร่างสูงของเฟยหลงปรากฏตัวเสียก่อน เฟยหลงตรงเข้าไปกอดราชินีรักจากด้านหลัง ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมลอย่างรักใคร่ ใช้จมูกซุกไซ้ซอกคอขาวของร่างงามอย่างหลงใหล


    มือแกร่งของคนที่แอบมองกำเข้าหากันแน่นอย่างริษยาคนผู้นั้นนัก คิดในใจว่าทำไมไม่เป็นเขา ทำไมเขาเจอร่างบางช้ากว่าเฟยหลง ถ้าเขาเจอก่อนจะไม่ยอมยกร่างบางให้ใครเด็ดขาด ถึงจะเจอช้ากว่าแล้วอย่างไรล่ะ ในเมื่ออยากได้ก็จะแย่งเอามาเป็นของตนให้ได้ เขาคิดอย่างคนเห็นแก่ตัว


    ความอดทนหมดลง ก็ตอนที่เห็นร่างบางถูกเฟยหลงช้อนตัวขึ้น และพาไปวางบนเตียงอย่างอ่อนโยน แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจ เลยรีบออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว


    ณ.อาณาจักรมาร


    เพล้ง!! เสียงจอกสุรากระเบื้องเคลือบอย่างดีแตกกระจาย เพราะมือหนาของอี้เทียนหลงองค์ชายใหญ่แห่งเผ่ามาร ได้ขว้างลงพื้นด้วยโทสะที่กำลังปะทุอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ร่างสูงกลับมาจากอาณาจักรมังกรก็อารมณ์เสียจนไม่มีใครเข้าหน้าติด


    "พระทัยเย็นๆ ก่อนพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" องครักษ์คู่กายเอ่ย


    "จะให้ข้าใจเย็นไปถึงเมื่อไรกัน ผ่านมาก็ปีหนึ่งแล้ว ข้ายังไม่สามารถพาเขามาอยู่ใกล้ตัวได้"


    "ใจร้อนวู่วามไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา งานใหญ่เช่นนี้พระองค์ต้องรอบคอบ ไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อนเอาได้ หากองค์ราชาทรงรู้คงไม่ยอมให้พระองค์ทำเช่นนั้นแน่พ่ะย่ะค่ะ"


    "ก็อย่าให้เสด็จพ่อรู้สิ หลังจากที่ได้ตัวเขามาแล้วข้าจะทูลขอรับผิดเอง แต่ข้าไม่ยอมส่งเขากลับแน่"


    "เช่นนั้นพระองค์คิดออกหรือยัง ว่าจะทำเช่นไรไห้ได้ตัวองค์ราชินีมาที่นี่"


    "ข้ากำลังหาวิธี เจ้าหมาบ้านั่นก็ไม่ปล่อยไห้ราชินีของมันห่างสายตาเลย มันยากนักที่ข้าจะเข้าถึง"


    ร่างบางขององค์ชายน้อยเซียวหลานกำลังย่างก้าวเข้าไปยังตำหนักพี่ชายตน เพราะได้ยินมาว่าช่วงนี้พี่ใหญ่มักจะอารมณ์เสีย จนใครก็พากันหวาดกลัว ไม่รู้เพราะเหตุใด พี่ชายที่แสนใจดีของเขาถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น วันนี้เลยตั้งใจเอาถุงหอมที่ตนเองตั้งใจทำมาให้ร่างสูงของพี่ชาย ข้างในมันเป็นเครื่องหอมที่ช่วยให้สดชื่นผ่อนคลาย และช่วยให้หลับสบาย ตั้งใจจะเอามาวางไว้บนตั่งเตียงของพี่ชาย เพราะความหอมจะช่วยให้พี่ชายเขาอารมณ์ดีขึ้น สายตาหวานกวาดมองไปรอบห้อง หาร่างสูงของคนที่อยากพบ แต่ก็ไร้วี่แวว มองหาสักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตรงมาทางนี้ ร่างเล็กกำลังจะก้าวไปหาแต่ก็ต้องชะงักลง ก่อนจะรีบหาที่หลบและได้มุมห้องมุมหนึ่ง ซึ่งมีผ้าม่านบังเอาไว้ มันเป็นที่หลบซ่อนตัวอย่างดีของร่างเล็กเลย


    ร่างสูงของเทียนหลงเดินเข้ามาพร้อมกับสตรีนางหนึ่ง ที่ร่างเล็กคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง


    เพราะความหงุดหงิดที่อะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ วันนี้อี้เทียนหลงเลยเรียกนางสนมคนโปรดเข้ามาถวายงาน เพียงแค่บานประตูปิดลงเท่านั้น


    ร่างงามของสนมคนงามก็ถูกองค์ชายใหญ่จับเปลื้องผ้าทันที ตอนนี้จึงเหลือแต่ตัวเปล่าที่อวดความงดงามแก่สายตาร่างสูง รูปร่างงดงามอวบอัดปลุกอารมณ์ดิบในกายของร่างสูงได้อย่างดี


    "เดี๋ยวก่อนเพคะ พระองค์จะรีบร้อนไปทำไม หม่อมฉันไม่หนีไปไหนหรอกคืนนี้หม่อมฉันจะมอบความสุขให้พระองค์จนถึงรุ่งเช้า ดีหรือไม่เพคะ


    "ดี ถ้าเจ้าทำให้ข้าพอใจ พรุ่งนี้ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม"พูดจบบทรักอันดุดันเร่าร้อนก็เริ่มขึ้น โดยไม่รู้ว่าร่างเล็กที่แอบอยู่หลังม่านกำลังตกใจจนจะเป็นลมอยู่รอมร่อ กับเสียงครวญครางสลับกับเสียงร่วมรักอย่างถึงอกถึงใจของคนทั้งคู่ ใบหน้างามร้อนผ่าวและแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ เหงื่อไหลพลั่กจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว ร่างเล็กคิดหาหนทางออกไปจากที่นี่ แต่ก็ไร้วี่แวว เพราะประตูกับที่ที่ตนซ่อนอยู่มันไกลเกินไป ถ้าหากออกไปพี่ชายคงได้เห็นเข้าเป็นแน่ เลยได้แต่นั่งชันเข่าปิดตาอุดหูเอาไว้ แต่ก็ยังคงมีเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินอยู่ดี


    ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว แต่กิจกรรมเข้าจังหวะของทั้งคู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจบจบลงง่ายๆ ร่างบางเริ่มจะโอนเอนเพราะง่วง ตอนนี้สมองของเขาเบลอไปหมดแล้ว


    สุดท้ายทุกอย่างก็ดับวูบไปคงเป็นเพราะถุงหอมที่มีสรรพคุณช่วยให้หลับสบายที่ร่างเล็กถืออยู่ เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ไม่อาจฝืนได้


    หลังจากเสร็จสมจากการปลดปล่อยไปไม่รู้กี่รอบ ร่างสูงก็ให้สนมคนงามกลับวังหลังทันทีไม่ว่าใครก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ค้างคืนกับเขาแม้แต่คนเดียว ร่างสูงเอนกายลงบนเตียงอย่างสบายตัว แต่ก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา จมูกก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นที่กระจายอยู่ภายในห้องเขา พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยกับกลิ่นที่สัมผัส เขาไม่เคยได้กลิ่นนี้มาก่อนเลย


    "กลิ่นอะไรช่างหอมชื่นใจดีแท้ นางกำนัลคงเปลี่ยนกำยานใหม่กระมัง"


    คิดได้เช่นนั้นก็หลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา โดยที่อีกมุมหนึ่ง ได้มีร่างบางของน้องเล็กกำลังหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นกัน


    เช้าวันใหม่


    ก๊อก ๆ ๆ ๆ


    "ท่านพี่ เปิดประตูให้ข้าหน่อย" ร่างเล็กของจินฟู่น้องชายคนรองเคาะประตูเรียกผู้เป็นพี่ชายตั้งแต่เช้าตรู่ ร่างสูงลุกไปเปิดประตูอย่างหัวเสีย เพราะเพิ่งจะได้นอนไปไม่กี่ชั่วยาม


    "มีอะไรแต่เช้าจินฟู่"


    "ท่านพี่เห็นเซียวเอ๋อร์บ้างหรือไม่" ร่างเล็กถามพี่ชายออกไปอย่างลุกลน


    "ไม่เห็นนี่ มันเกิดอะไรขึ้น"


    "เซียวเอ๋อร์หายไปตั้งแต่เมื่อคืน ข้าตามหามาพักใหญ่ๆ ก็ไม่เจอ ถามใครก็ไม่มีใครเห็นท่านพี่ข้าเป็นห่วงน้อง"


    "เจ้าใจเย็น บางทีเขาอาจไปเที่ยวเล่นซุกซนแถวนี้ หากันดีแล้วรึ"


    "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะลองไปหาแถวอุทยานหลวงดูอีกครั้ง"


    "อืม... ถ้ายังไม่เจอ ข้าจะช่วยตามหาอีกแรง เจ้าไปก่อนเดี๋ยวข้าตามไป"


    ร่างสูงเดินกลับเข้ามานั่งที่เตียงอย่างหัวเสีย คราวนี้คงต้องกำหราบกันให้จริงจังสักที ปล่อยตามใจจนเกินไปแล้ว ร่างสูงกำลังจะก้าวไปอาบน้ำแต่จมูกก็ยังคงได้กลิ่นหอมสดชื่นเช่นเดียวกันกับเมื่อคืน มาตอนนี้มันยังไม่จางหาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เตากำยานก็ดับไปนานแล้ว แล้วกลิ่นหอมนี้มันมาจากไหนกัน จมูกโด่งสูดดมที่มาของกลิ่นจึงรับรู้ว่ามันมาจากมุมห้องด้านหนึ่ง ขายาวก้าวเดินไปที่ต้นตอของกลิ่นหอมเย็นสบาย มาหยุดอยู่ที่ผ้าม่าน ซึ่งมันนูนขึ้นจนผิดปกติ มือหนาเอื้อมไปดึงให้เปิดออกก็เห็นต้นตอของกลิ่น และคนที่ทุกคนตามหากันให้วุ่นตั้งแต่เช้า ที่ตอนนี้นอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว


    ร่างสูงมองจากตรงนี้ไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ของตน จากตรงนี้สามารถมองเห็นเตียงนอนอย่างชัดเจน เช่นนั้นก็แสดงว่า เมื่อคืนคงเห็นหมดเลยละซิถึงได้ไม่กล้าออกไป


    มือหนาช้อนร่างเล็กที่ยังคงหลับขึ้นแนบอก ตรงไปยังเตียงนอนของตน ค่อยๆ วางร่างบางอย่างนุ่มนวล เพราะเกรงว่าร่างเล็กจะตื่น อยากรู้เหมือนกันหากตื่นขึ้นมาเจอหน้าเขา ร่างเล็กจะทำหน้าเช่นไร ในเมื่อร่างเล็กเห็นอะไรดีๆ ที่เขาทำไปเมื่อคืนหมดแล้ว จะทำเช่นไรเมื่อตื่นมาเจอหน้าเขาเป็นคนแรก


    "พวกเจ้าไปบอกจินฟู่ว่าข้าพบเซียวเอ๋อร์แล้ว กำลังหลับอยู่ในตำหนักข้า บอกเขาว่าไม่ต้องห่วงข้าจะดูน้องเอง"


    ร่างสูงเดินออกไปด้านนอกห้อง สั่งให้คนไปบอกว่าพบตัวเด็กดื้อแล้ว และกำลังนอนอยู่ในตำหนักเขาแก่องค์ชายรองให้หายวิตก ก่อนจะกลับมานอนต่อแต่คงจะหลับไม่ลงแล้วล่ะ


    ร่างบางบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน หลังจากหลับไปนาน แต่ตาสวยยังไม่ยอมเปิดขึ้น มือบางคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงเพราะรำคาญกับแสงสว่าง ที่รบกวนการนอนของตน มือบางอีกข้างก็ควานหาหมอนข้างเข้ามากอดไว้อย่างเคยชิน แต่เอ๊ะทำไมวันนี้หมอนข้างถึงได้แข็งนักนะ มือบางแตะๆ คลำๆ อยู่สักพัก ก็มั่นใจว่าสิ่งที่ตนกอด มันไม่ใช่หมอนข้างใบเดิม สติที่เริ่มกลับเข้าที่เข้าทาง รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ


    ดวงตากลมโตที่หลับอยู่ใต้ผ้าห่มจึงลืมขึ้น ก่อนจะเบิกกว้าง ความทรงจำก่อนที่ตนเองจะหลับไป ค่อยๆ ไหลเข้ามาในหัวอย่างช้าๆ สมองค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ไปจนถึงนาทีสุดท้าย แล้วตนนอนอยู่ที่ไหน คงจะไม่ใช่ ไม่นะ


    มือบางค่อยๆ ดึงผ้าห่มลงช้าๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ ทันทีที่ผ้าห่มผืนใหญ่หลุดพ้นจากใบหน้างามเท่านั้น ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชาย ที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งมาให้คนตรงหน้า ร่างเล็กเบิกตากว้างอ้าปากเหวอผวาลุกขึ้นจากที่นอนทันที เตรียมตัวกระโจนหนีพี่ชายที่ยังจ้องหน้าเขาไม่วางตา แต่คนตัวโตเร็วกว่าจับตัวน้องเล็กกดลงบนที่นอนอีกครั้ง ตาคมจ้องใบหน้างามที่บัดนี้ซีดเผือดเพราะกลัวคนตรงหน้า เหตุการณ์น่ากลัวเมื่อคืนยังฝังอยู่ในหัวเขาไม่ลืม


    พี่ชายเขาใจร้ายนัก ทำร้ายสตรีนางนั้นร้องไห้ตลอดทั้งคืน คงจะเจ็บปวดทรมานมาก เขาอยากเข้าไปช่วยแต่ก็กลัวถูกทำโทษ จึงทนหลับหูหลับตา จนใจที่จะช่วยจริงๆ ร่างเล็กคิดอย่างไร้เดียงสา


    "เมื่อคืน เจ้าเห็นอะไรบ้าง"


    สายตาดุดันจ้องมองอย่างคาดโทษ ปากก็เอ่ยถามอยากรู้ว่าน้องเล็กจะตอบเขาเช่นไร


    "ทะ-ท่านพี่ นะ-น้องไม่เห็นอะไรทั้งนั้น"ร่างเล็กตอบอย่างลนลานออกไป


    "หึ หึ จริงรึ ที่เจ้าไม่เห็นอะไรเลย"


    แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าร่างเล็กพูดโกหก เพราะสรรพนามที่ใช้เรียกตัวเองเปลี่ยนไป ร่างเล็กชอบอ้อนเขาเวลาทำผิด


    "จะ-จริงๆ น้องไม่เห็นอะไรเลย ท่านพี่ปล่อยน้องเถิดน้องอยากกลับตำหนักแล้ว"


    "พี่ปล่อยเจ้าก็ได้ ตั้งแต่วันนี้เจ้าแทนตัวเองว่าน้องเช่นนี้น่าฟังกว่าเยอะ พี่ชอบ"


    "ท่านพี่ น้องไปได้แล้วใช่หรือไม่" ร่างเล็กถามเสียงสั่นๆ พี่ชายเขาชักจะน่ากลัวขึ้นทุกวัน


    "อืม... ไปสิ"


    พูดพลางปล่อยน้องเล็กให้เป็นอิสระ ร่างเล็กลุกขึ้นกระโดดลงจากเตียงนอนของพี่ชาย ก่อนจะเผ่นอ้าวทันที ร่างสูงยกยิ้มขบขัน สายตาคมจ้องมองถุงหอมที่เจ้าตัวเล็กทิ้งเอาไว้ มือหนาหยิบขึ้นมาสูดกลิ่นหอมเย็นชื่นใจเข้าเต็มปอด ร่างสูงยิ้มอย่างอารมณ์ดี นี่คงเป็นสาเหตุที่ร่างเล็กเข้ามาในตำหนักเขากระมัง


    ร่างเล็กคงจะเอาเจ้าถุงใบนี้มาให้เขา แต่บังเอิญเหตุการณ์มันบังคับ ทำให้ไม่สามารถกลับตำหนักตนได้ เลยซ่อนกายหลังผ้าม่านแทน


    มือหนาวางถุงหอมใบเล็กไว้ข้างหมอน กลิ่นหอมกระจายไปทั่วห้อง ทำให้ร่างสูงอารมณ์ดีตลอดเวลา ลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจไปจนหมดสิ้น


    สามเดือนผ่านไป


    อ้วก... เเหวะ


    ร่างเล็กของหลิงซานโก่งคออาเจียน เอาของในกระเพาะออกมาจนหมด ก่อนจะรับน้ำจากนางกำนัลมาล้างปาก หลิงซานทรุดตัวนั่งลงอย่างหมดแรง เขามีอาการเช่นนี้มาหลายวันแล้ว จนสวามีนั่งไม่ติดจะเรียกหมอหลวงมา แต่ร่างบางก็ห้ามไว้ทุกครั้งไปบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หายแล้ว แต่มาวันนี้ยิ่งทรุดหนักกว่าเดิมสวามีเลยไม่ยอมอีกต่อไป


    "พวกเจ้าไปเรียกหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้"พูดจบก็เข้ามาโอบประคองเมียรักไว้แนบอก แต่ร่างเล็กกลับผลักอีกฝ่ายไม่ยอมให้สวามีเข้าใกล้


    "อื้อ... ออกไปนะข้าเหม็น ออกไป... "


    ร่างสูงถอยออกไปทันที งงงวยกับอาการเมียรักเป็นที่สุดนอนกอดทุกค่ำคืนไม่เห็นจะบ่น แต่ช่วงหลังมานี้ชอบว่าเขาตัวเหม็น เขาอาบน้ำขัดตัวจนผิวหนังจะหลุดอยู่แล้ว ก็ยังบอกว่าเหม็นอีก ไม่เข้าใจอาการคนตัวเล็กเลยจริงๆ


    "เสี่ยวไป๋เจ้าเป็นอะไร ข้าอาบน้ำแล้วนะ"พูดพลางพุ่งตัวเข้าหาร่างเล็กอีกครั้ง


    "ออกไป ข้าจะ...จะอ้วก"


    ร่างเล็กอาเจียนออกมาใส่เขาทันที อี้เฟยชะงักนิ่ง ตาค้าง มองเมียรักอย่างคาดไม่ถึง


    "ก็ข้าบอกแล้วว่าอย่าเข้ามา ท่านพี่ไม่เชื่อข้าเอง ท่าพี่ท่านไปอาบน้ำเถิด"


    "แต่หมอกำลังจะมา ข้าอยากอยู่อยากรู้ว่าเจ้าเป็นอะไรกันแน่"


    "รีบไปเถิดข้าเหม็น กว่าท่านหมอจะมาถึงท่านพี่น่าจะอาบน้ำเสร็จแล้ว"


    "ได้ๆ ข้าจะรีบอาบน้ำแล้วจะรีบมาหาเจ้า"


    "อืม... "ร่างเล็กพยักหน้ารับ อี้เฟยทำเหมือนกับว่าตนต้องไปไกล ห้องอาบน้ำก็อยู่ในตำหนักเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว


    "หมอหลวงมาแล้วเพคะองค์ราชินีน้อย จะให้เข้ามาเลยไหมเพคะ"


    "อืม... ให้เข้ามาเลยก็ได้"


    หมอหลวงเข้ามาพร้อมกล่องยา มือบางยื่นออกไปให้ผู้เป็นหมอตรวจชีพจร ร่างบางมองหน้าหมอ ที่ตอนนี้ทำสีหน้าไม่แน่ใจ จับชีพจรเขาอยู่หลายครั้ง


    เขาตรวจพบชีพจรมงคลของร่างเล็ก เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ หมออย่างเขาจะพลาดไม่ได้จึงต้องตรวจซ้ำให้แน่ใจ จนคนไข้อดใจหายไม่ได้ กลัวว่าตนจะเป็นโรคร้ายที่รักษายาก


    "ข้าเป็นโรคอะไรรึท่านหมอ ร้ายแรงหรือไม่"หลิงซานเอ่ยถามออกไปอย่างกลุ้มอกกลุ้มใจ


    "ไม่ใช่โรคร้ายพ่ะย่ะค่ะ มันเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ กระหม่อมตรวจพบชีพจรมงคล สายเลือดมังกรกำลังถือกำเนิด ช่างน่ายินดียิ่งนัก"หมอหลวงพูดออกมาเช่นนี้แต่ร่างเล็กก็ไม่เข้าใจ


    "ท่านพูดให้ข้ากระจ่างเถิดท่านหมอ เรื่องดีแล้วทำไมข้าถึงมีอาการเช่นนี้"


    "ฮ่า ๆ ๆ เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับอาณาจักรมังกร ดียิ่งนัก องค์ราชินีทรงพระครรภ์ พระองค์ทรงตั้งครรภ์ได้เกือบจะครบเดือนแล้ว กระหม่อมยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ"


    เหมือนทุกอย่างรอบตัวเขาหยุดหมุนไปชั่วขณะ ร่างบางของหลิงซานอึ้งตกตะลึงกับคำตอบที่ได้รับจากหมอหลวง มารู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่ร่างทั้งร่างของตน ถูกผู้เป็นสวามีโอบกอดเอาไว้อย่างทะนุถนอม เขาเองสติยังกลับมาไม่สมบูรณ์


    "ทะ-ท้อง... ข้าท้อง ละ-ลูก"


    "ใช่ ลูกของเราอย่างไรล่ะเสี่ยวไป๋ เจ้ากำลังมอบของขวัญล้ำค่าที่สุดให้ข้า ขอบใจเจ้ามาก ข้าดีใจเหลือเกิน"


    อี้เฟยออกมาทันได้ยินที่หมอหลวงบอกข่าวดีแก่ร่างบาง เขาดีใจที่สุด รีบเข้าไปกอดร่างบางของเมียรักไว้แนบอก ในที่สุดร่างเล็กตรงหน้าก็มอบของขวัญล้ำค่า ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกแล้ว นอกจากคนตรงหน้า


    "ขะ-ข้าท้องจริงๆ หรือ ข้าจะมีลูกจริงๆ ใช่ไหมท่านพี่"


    ร่างเล็กยังอยากฟังคำยืนยันจากสวามีให้แน่ใจอีกครั้ง ว่าตนเองไม่ได้หูฝาด เขาเป็นผู้ชาย จะท้องได้อย่างไรมันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว


    "เจ้ากำลังจะมีเจ้าตัวน้อยจริงๆ "


    ว่าพลางมือหนาก็รวบเอามือบางมาวางไว้บนหน้าท้องแบนราบ ที่มีอีกหนึ่งชีวิตกำลังก่อกำเนิดและเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาหวานเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ว่าเขาดีใจแค่ไหน ถ้าหากมันเป็นเรื่องจริง พระเจ้าก็ไม่ได้ใจดำกับเขาจนเกินไป อย่างน้อยก็ยังเมตตาส่งเจ้ามังกรน้อยมาให้เขา นี่สินะครอบที่เขาต้องการ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกลับไปเจอครอบครัวที่มีเพียงพ่อและเพื่อนรักได้อีก แต่เขากำลังจะมีครอบครัวใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง


    ถึงตอนนี้แล้ว หลิงซานยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองท้องได้จริง แม้ว่าอี้เฟยอธิบายถึงยาตัวหนึ่งที่ทำให้เขาท้องขึ้นมาได้ แต่มันเหลือเชื่อเกินไป เขาจะเป็นแม่คนแล้วจริงๆ นะหรือ


    หลังจากหมอหลวงกลับไปไม่นาน ทั่วทั้งอาณาจักรมังกรก็ได้รับข่าวดี ทุกคนต่างยินดีปรีดากันทั่วหน้า


    "ท่านพี่ ถ้าหากว่าเสี่ยวไป๋สามารถให้กำเนิดโอรสแก่ข้า ข้าควรทำเช่นไร"


    "เจ้าไม่ต้องกลุ้มใจไปหรอก หากหลิงซานให้กำเนิดโอรสคนแรกของอาณาจักรมังกร ข้าจะแต่งตั้งลูกของเจ้าเป็นรัชทายาทของอาณาจักรมังกรทันที"


    "แต่ข้าว่ามัน"


    "เอาเถิด ทำตามนี้ก็แล้วกัน เสด็จพ่อเคยรับสั่งแล้วนี่ ว่าใครให้กำเนิดโอรสองค์แรก เด็กคนนั้นคือคนที่จะได้นั่งบนบัลลังก์มังกรคนต่อไป เจ้าอย่าคิดมากไปเลยอี้เฟย เจ้าดูแลลูกและเมียของเจ้าให้ดี หลานข้าจะได้เกิดมาสมบูรณ์แข็งแรง ไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่าเจ้าจะได้เป็นพ่อก่อนข้าเสียอีก"


    "ก็น้ำยาข้าดีนี่ ว่าแต่ท่านพี่อย่ามัวชักช้าล่ะเดี๋ยวไม่ทันข้า"


    "ข้าไม่ได้ไร้น้ำยาขนาดนั้น เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลากระมังอย่ามัวแต่ดีใจจนลืมใส่ใจลูกเมียเจ้าล่ะ ไม่เช่นนั้นเย่วเอ๋อร์คงได้ถลกหนังหัวเจ้าก็คราวนี้"


    "ข้ารู้หรอกน่า ข้าต้องทำเช่นนั้นอยู่แล้ว ก็ลูกเมียข้าทั้งคู่นี่ ท่านเองก็รีบตามข้าให้ทันล่ะ ลูกข้าจะได้มีเพื่อนเล่น"


    "ข้าก็พยายามอยู่นี่ไง ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะแซงหน้าข้าไปได้ ข้าต้องขยันกว่านี้อีกสักกี่เท่านะ จึงจะมีเจ้าตัวน้อยให้ข้าได้ชื่นชมกับเขาบ้าง"


    เฟยหลงเอ่ยอย่างคิดหนัก เขาก็อยากจะมีลูกน้อยไว้เชยชมเหมือนน้องชายบ้าง แต่ดูแล้วเมียรักยังไร้วี่แววว่าจะมีเจ้าตัวน้อยเลย


    "ท่านพี่ เสด็จแม่บอกข้าว่าอีกสามเดือนข้างหน้า จะจัดพิธีรับขวัญหลานคนแรกตามธรรมเนียม เสี่ยวไป๋ต้องเข้าพิธีศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้"


    พิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า มันได้ตกทอดมานาน ราชินีของอาณาจักรแห่งนี้ หากตั้งครรภ์กำลังจะให้กำเนิดสายเลือดมังกรจะต้องเข้าพิธีรับขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลต่อแม่และเด็ก และจะทำพิธีศักดิ์สิทธิ์เมื่ออายุครรภ์ครบสามเดือนก็ทำการอาบน้ำชะล้างสิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป และรับขวัญทารกน้อยที่กำลังจะเกิดมา


    "เจ้าจะส่งเทียบเชิญไปที่อาณาจักรไหนบ้างอี้เฟย"


    "ก็คงเหมือนเดิม ส่งไปตามที่จัดงานมงคลครั้งที่แล้ว"


    "ข้าล่ะไม่ชอบสายตาที่เจ้าเทียนหลงมองเย่วเอ๋อร์เลย เห็นแล้วอยากซัดหน้ามันนัก"


    "ท่านก็บอกให้พี่สะใภ้พยายามหลีกเลี่ยงก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องผิดใจกัน"


    "ข้าก็คิดเช่นนั้น"


    หลังจากที่เย่วซินรู้ว่า หลิงซานกำลังจะให้กำเนิดสายเลือดมังกรก็ดีใจมาก เขาจึงมักจะไปขลุกอยู่ในตำหนักของน้องชายตื่นเต้นยิ่งกว่าคนที่ตั้งท้องเองเสียอีก ตอนนี้อี้เฟยตกกระป๋องเพราะร่างเล็กไม่ยอมให้สวามีเข้าใกล้บอกว่าเหม็น หมอหลวงอธิบายว่าเป็นอาการอย่างหนึ่งของคนตั้งท้อง ก็คือแพ้ท้องเหม็นผู้เป็นสวามี อี้เฟยเลยต้องระเห็จมานอนที่ตำหนักรับรองแทน ร่างเล็กสงสารสวามีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พอได้กลิ่นกายของอี้เฟยทำให้เขาพะอืดพะอมจะอ้วกทุกครั้ง ร่างสูงจึงยอมแพ้ และแยกออกมานอนตำหนักรับรองแทนอย่างจำยอม


    เวลาช่างเดินรวดเร็วนัก เหลือเวลาอีกไม่กี่วันอายุครรภ์ของหลิงซานก็จะครบสามเดือนแล้ว ทุกคนที่นี่กำลังตระเตรียมงานใหญ่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เทียบเชิญถูกส่งไปทั่วทุกอาณาจักรรวมถึงอาณาจักรมาร


    "ข้าว่าเป็นโอกาสดีของข้าแล้ว ข้าจะอาศัยช่วงที่ทุกคนกำลังยุ่ง ลักพาตัวราชินีของเจ้าเฟยหลง กลับอาณาจักรมารเสียเลย"


    "เป็นโอกาสที่ดีจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมว่าครั้งนี้คงสำเร็จเป็นแน่"องครักษ์คู่กายพูดสนับสนุน


    "หึ ทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้ หากต้องเสียเมียรักไปคงตรอมใจไม่น้อย

    หึ หึ ข้าล่ะอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เสียแล้วสิ ข้าจะเชยชมร่างงามของเย่วซิน ให้สมใจเชียว ฮ่า ๆ ๆ ๆ "


    เสียงหัวเราะดังไปทั่วตำหนักเมื่อหาโอกาสคิดทำเรื่องชั่วๆ ได้สมใจ แต่หารู้ไม่ว่าตนเองเผลอพูดแผนการออกมา ทำให้อีกคนที่หลบอยู่อีกมุมหนึ่ง ได้รับรู้ถึงแผนการในครั้งนี้ด้วย