คิดๆ ไปแล้วเธอก็โง่เหมือนกับที่มินตราบอกจริงๆ นั่นแหละ มีใครที่ไหนคบกันก็มีแต่เธอที่เลี้ยงข้าว ไปเที่ยวที่ไหน ซื้ออะไรก็มีแต่เธอที่ต้องจ่าย ที่สำคัญที่สุดคือจัดงานแต่งงานทั้งทีก็ยังใช้เงินของตัวเอง ฝ่ายชายไม่ได้ออกเงินเลยสักบาท ไหนจะค่าใช้จ่ายจิปาถะสารพัดล้วนเธอเป็คนจ่าย
หลังจากแต่งงานยังให้ผู้ชายย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของตัวเองอีก ค่าใช้จ่ายในบ้านเธอก็เป็คนจ่าย ปรีชาไม่เคยจ่ายค่าอะไรเลยสักอย่าง แต่งงานเข้ามาแค่สามเดือนก็ได้รถเบนซ์ป้ายแดงไปขับฟรีๆ ค่าน้ำมันก็เอาบัตรเติมน้ำมันของเธอไปรูดจ่าย ทำไมตอนนั้นเธอถึงคิดไม่ได้นะ คิดไปคิดมาแล้วก็น่าสมเพชตัวเอง ทำไมถึงได้โง่เง่าได้ขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เขาก็แสดงให้เห็นทุกอย่าง อย่างชัดเจน ว่าเขาเข้ามาหาเธอเพราะเงิน
เพราะคำว่ารักคำเดียว ทำให้เธอตาบอด ปิดหูปิดตามองไม่เห็นความจริง ทำให้ชีวิตของเธอ ครอบครัวของเธอพังพินาศไม่มีเหลือ ทุกคนรอบตัวของเธอตายทั้งหมด และคนสุดท้ายที่ตายก็คือเธอ หลังจากเธอตายเขาคงอยู่อย่างสุขสบายบนกองเงินกองทองที่เธอทิ้งเอาไว้ให้สินะ แต่ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากเธออีก เธอจะถือซะว่าเขาคือตัวอัปมงคลในชีวิต ที่ควรจะหลีกหนีไปให้ไกล อย่าได้เข้าใกล้ เพราะเดี๋ยวความอัปมงคลจะกระเด็นมาติด อย่าได้มาเจอะมาเจอกันอีกเลย เธอจะขออนุโมทนาชาตินี้ชาติหน้า ชาติไหนๆ ก็ขอให้เธอห่างไกลจากตัวอัปมงคล
“คิดอะไรอยู่คะคุณพิมพ์ อายุเท่านี้เอาแต่นั่งถอนหายใจ แบบนี้ไม่ดีนะคะ” คุณแก้ว
“พิมพ์แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะ ไร้สาระทั้งนั้นเลย คุณแก้วอย่าใส่ใจเลยนะคะ” พิมพ์ลดา
“ไม่ได้สิคะ แก้วเลี้ยงคุณพิมพ์มาั้แ่เล็ก ไม่ว่าจะเื่เล็กเื่ใหญ่ ถ้าเป็เป็เื่ของคุณพิมพ์แก้วถือว่าเป็เื่สำคัญทั้งนั้นค่ะ” คุณแก้ว
พิมพ์ลดาเข้าไปกอดคุณแก้ว “ขอบคุณมากนะคะคุณแก้ว ขอบคุณที่รักพิมพ์”
“โธ่คุณพิมพ์ขา คุณหนูของแก้ว ไม่ได้มีแค่แก้วนะคะที่รักคุณพิมพ์ คุณพ่อ คุณแม่ และทุกๆ คนในบ้านหลังนี้ก็รักคุณพิมพ์กันทุกคนนะคะ” คุณแก้ว
“พิมพ์ทราบค่ะ พิมพ์ทราบว่าทุกคนรักพิมพ์ พิมพ์อยากบอกว่าพิมพ์ก็รักทุกคนเหมือนกันนะคะ” พิมพ์ลดาร้องไห้
“โอ๋ๆๆ ไม่เอา ไม่ร้องนะคะ เดี๋ยวตาจะบวม ตาบวมแล้วจะไม่สวยนะคะ” คุณแก้ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณแก้วคะ พูดแบบนี้กับพิมพ์ตั้งเป็เด็กตัวเล็กๆ จนตอนนี้พิมพ์จะเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว คุณแก้วก็ยังจะพูดแบบนี้อีกเหรอคะ” พิมพ์ลดา
“ถึงแก้วจะพูดแบบนี้ั้แ่คุณพิมพ์เป็เด็ก แต่แก้วพูดทุกครั้งคุณพิมพ์ก็จะหยุดร้องไห้ทุกครั้งนะคะ” คุณแก้ว
“ไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ เอ๊ะ วันนี้คุณแก้วจะทำอะไรให้พิมพ์ทานบ้างนะ” พิมพ์ลดาทำท่าคิด
“ของโปรดของคุณพิมพ์ทั้งนั้นเลยค่ะ แก้วรับรองว่าคุณพิมพ์จะต้องถูกใจแน่ๆ” คุณแก้ว
อาหารที่คุณแก้วเตรียมไว้เคยเป็ของโปรดของเธอสมัยเด็กจริงๆ แต่เธอในตอนนี้ข้างในอายุสามสิบสองแล้ว ความชอบของเธอก็เปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่อยากให้คุณแก้วเสียน้ำใจ
“โอ้โหของโปรดพิมพ์ทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แต่พรุ่งนี้พิมพ์อยากทานต้มยำทะเลรสจัด ปลาทอดสามรส หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ ต้มจืดผักกาดขาวใส่ลูกชิ้นปลาค่ะ คุณแก้วทำให้พิมพ์ทานได้ไหมคะ” พิมพ์ลดา
“ปกติคุณพิมพ์ไม่ชอบทานเผ็ดไม่ใช่หรือคะ พริกแค่เม็ดเดียวคุณพิมพ์ก็จะเผ็ดจนเรียกหาน้ำหวานแล้ว แต่กับข้าวที่คุณพิมพ์พูดมาสี่อย่างมีรสจืดแค่อย่างเดียวอีกสามอย่างเผ็ดทั้งนั้นคุณพิมพ์จะทานได้หรือคะ” คุณแก้วถามด้วยความแปลกใจ
“ได้สิคะ หลังๆ มานี่เวลาไปนอกบ้าน พิมพ์ก็หัดทานเผ็ดได้บ้างแล้วค่ะ พิมพ์โตแล้วนะคะ ถ้าทานเผ็ดไม่ได้อายคนอื่นแย่เลยค่ะ ต้องหัดเอาไว้บ้าง เวลาไปทานนอกบ้านจะได้ไม่อายใครคะ” พิมพ์ลดาแถสุดตัว
คุณแก้วสังเกตว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา พิมพ์ลดาเปลี่ยนไปมากราวกับเป็คนละคน เวลาที่นั่งอยู่คนเดียว ก็ชอบถอนหายใจบ่อยๆ บางครั้งก็จะแอบร้องไห้ คุณแก้วเป็กังวลมาก กลัวว่าจะเกิดเื่อะไรกับคุณพิมพ์ที่เธอไม่รู้ คุณหนูที่สดใสร่าเริงของเธอ ถึงกลายเป็คนพูดน้อย ขี้อ้อน ชอบเก็บตัว เธอเลี้ยงคุณหนูมาั้แ่เล็กทำไมเธอจะดูไม่ออกว่าคุณหนูของเธอเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน แม้แต่ตอนที่นั่งทานข้าวเมื่อสักครู่ก็ต่างกับคุณหนูของเธอมาก คุณหนูของเธอมักจะทานอาหารไปหยอกล้อเล่นไป แต่นี่นั่งทานเสมือนว่าคุณผู้หญิงมานั่งอยู่ตรงหน้า
เธอควรจะต้องเอาเื่นี้ไปปรึกษาคุณผู้หญิง เพราะถ้าคุณหนูของเธอเป็อะไรขึ้นมา คุณท่านทั้งสองต้องเอาเธอตายแน่ๆ
ตายๆๆ คุณพี่เลี้ยงจะฟ้องคุณแม่ซะแล้ว เดี๋ยวภรรยาท่านทูตกลับมาจะจัดการกับลูกสาวของฉันยังไงละเนี่ย
ถ้าชอบนิยายเื่นี้ช่วยกันกดแชร์หน่อยนะจ๊ะ ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยกัน
อ่านแล้วรู้สึกยังไงคอมเม้นท์บอกกันบ้างนะจ๊ะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และกดหัวใจเพื่อเป็กำลังใจให้กันนะคะ
ยินดีรับฟังทุกคำวิจารณ์นะคะ ขอแค่กรุณาอย่าคอมเม้นท์หยาบคาย ขอบคุณค่ะ