“ไม่ต้องถึงขั้นนั้น ข้าว่าเ้าอย่าสาบานจะดีกว่า”คุณชายน้อยทักท้วงพลันสบตาบ่าวคู่ใจแล้วกระซิบบอก “ช่วยข้าสิอาลี่”
“แต่ข้าอยากติดตามคุณชาย” นางยังกล่าวต่อ
พลันสวี่ลี่จึงออกหน้าทักท้วง
“มิได้หรอก... เ้ารู้หรือไม่ว่าที่ที่นายข้าจะไปมันอันตรายแค่ไหนหญิงอย่างเ้าเชื่องช้าอืดอาดไปรังแต่จะเป็ภาระให้เสียเปล่า ๆ”
“ข้าจะไม่ทำตัวเป็ภาระ” นางเสียงอ่อยชวนสงสารพลันน้ำตาร่วงผล็อยราวสั่งได้
หลิวเสียะฟังแล้วหน้าซีดลงหลายส่วน นางกลางป่าผู้นี้เป็โฉมสะคราญโดยแท้ดวงหน้านวลใสไร้สีสันแต่งแต้มงดงามอย่างที่กล่าวขวัญผิวเนียนราวหยกนั้นขาวราวหิมะและดวงตาสีแปลกจะดำก็ไม่ใช่น้ำตาลก็ไม่เชิงทำให้หญิงไร้ที่มาผู้นี้ดูหมดจดกว่าใครที่เคยพบ
คุณชายน้อยพินิจนางแล้วให้เกิดความสงสารทั้งสะท้อนใจที่ตนเองต้องอยู่ในร่างชายหามีผู้ใดเคยเห็นความงามของนางเฉกเช่นนางผู้นี้
คนที่ทนดูไม่ได้อีกต่อไปก็คือหนุ่มพเนจรจอมเ้าเล่ห์หยางซุนหยางที่กระแอมเสียงดังแล้วดึงแขนคุณชายน้อยให้ลุกยืน
“ซาบซึ้งกันแล้วควรพอมิเช่นนั้นอาจโดนฟ้าผ่า”
“เอ๊ะ! เ้านี่” หลิวเสียะปราม
สวี่ลี่เห็นหนุ่มพเนจรพูดจาถือสนิทกับนายตนก็ชักแขนเสื้อขึ้นสีหน้าขึงขังพร้อมท้าตีท้าต่อยเต็มที่
“อย่ามาสามหาว ริอ่านแช่งคุณชายของข้าให้โดนฟ้าผ่าไม่เคยตายใช่หรือไม่!”
“โอ๊ะ! ข้ากลัวแล้ว อย่าทำข้าเลยข้าบอกแล้วว่ายังตายมิได้หากยังไม่ได้แต่งภรรยา” หยางซุนหยางยกมือยอมแพ้พลันถอยหลังพิงต้นไม้ผิวปากอย่างสบายอารมณ์
หลิวเสียะพรูลมหายใจอึดอัดพอตั้งสติได้จึงเหลือบมองหญิงงามที่ยืนเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ใกล้ ๆ เห็นนางชมดชม้อยตามาก็กระอักกระอ่วนจึงเลี่ยงถามเื่อื่นกับนาง
“เ้าชื่อแซ่ใด เป็ลูกเต้าเหล่าใคร ข้าจะได้ให้สวี่ลี่ไปส่ง”
“ไปส่งหรือขอรับ” สวี่ลี่สวนทันควันพอเห็นหน้าผู้เป็นายดุใส่ก็หดคอกลับไปยืนด้านหลังรอฟัง
“ข้าชื่อหลิงหลิง พ่อแม่ตายหมดแล้ว ตอนนี้ข้าเหลือตัวคนเดียวไม่มีที่ไปอยากขอความกรุณาคุณชาย...”
ซวยแล้ว...
คุณชายน้อยได้แต่คิดในใจหากต้องให้นางติดสอยห้อยตามไปด้วยแววความยุ่งเหยิงอาจตามมาั้แ่ยังไม่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านป่าสนแห่งนี้เป็แน่
“เอ่อ...คือข้าคิดว่า”
ไม่ทันที่หลิวเสียะจะได้ปฏิเสธหยางซุนหยางก็ทะลุกลางปล้องสีหน้าสงสัยเป็อันมาก
“ถ้าเช่นนั้นแล้วเ้าโดนจับจากที่ใดเหตุใดจึงจับพลัดจับผลูมายังป่าสนแห่งนี้ นี่มิใช่สถานที่โคจรสำหรับโฉมสะคราญเช่นเ้า”
“ข้า...คือข้า” นางอึกอัก
สวี่ลี่เกิดความหมั่นไส้ที่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามายุ่มย่ามจึงตอบแทนนาง“เ้าจะอยากรู้ทำไมเสร็จธุระปะปังแล้วต่างคนต่างไปจะดีกว่าหรือไม่”
“ก็ข้าอยากรู้”หนุ่มพเนจรทำเสียงยานคางล้อเลียนบ่าวร่างอวบบ้าง “หากมิมีที่มาที่ไปจะให้คุณชายไว้ใจเ้าได้อย่างไร”
หลิงหลิงอึกอักมองคุณชายด้วยแววตาเว้าวอนสลับกับขอความช่วยเหลือจากสวี่ลี่พลันนางก็ทรุดลงนั่งบนพื้นดินคร่ำครวญจนคุณชายหน้าหวานถลึงตาใส่ชายปากเสียแล้วเอ่ยปลอบนาง
“เ้ากำลังทำให้นางอึดอัด”นางแย้งแทนก่อนจะหันมาทางหลิงหลิง “เ้าอย่ากังวลไปเราค่อยคิดค่อยหาทางออก”
แต่นางคุกเข่าอ้อนวอนทั้งน้ำตา“ให้ข้าติดตามคุณชายไปด้วยเถอะนะข้าเหลือตัวคนเดียวแล้วจริง ๆ”
หลิวเสียะหน้าเครียดสงสารนางนั้นก็ส่วนหนึ่งแต่หนทางข้างหน้ายังหาทิศทางแน่นอนไม่ได้หนุ่มพเนจรเห็นคุณชายหน้าหวานดูจะใจอ่อนจึงลงนั่งชันเข่าตบบ่าหลิงหลิงพลางจ้องนางด้วยแววตาอ่อนโยนวูบหนึ่ง
“ไหนเ้าเล่าให้ข้าฟังทีสิว่าเ้ามาจากที่ใด”
“พ่อข้าเป็พ่อค้าวานิชรอนแรมจากเสฉวนหมายจะเข้าร่วมขบวนเส้นทางสายไหมไปเปอร์เซียกับทางการแต่มีเหตุโดนปล้นกลางทาง พ่อกับแม่และครอบครัวข้าโดนฆ่าตายหมด แล้วพวกมัน...พวกมันก็”
“มันทำอะไรเ้า”หนุ่มพเนจรเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เ้าไม่ต้องเล่าแล้ว”คุณชายน้อยตัดบทแล้วค้อนคนถามตาคว่ำ “เ้านี่ช่างวุ่นวาย”
“ก็ข้าเป็ห่วง” หยางซุนหยางเสียงอ่อยลง
“หากคุณชายน้อยไม่ไว้ใจในตัวข้าข้าก็มิรู้จะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่แล้ว” นางรำพันสะอึกสะอื้น“พวกมันแลกข้ากับม้า แล้วคนตัดฟืนจะปล้ำข้าแต่ข้าไม่ยอมจึงหนีออกมาเจอพวกนอกด่านจับเอาข้ามาขายต่อที่โรงเตี๊ยมจนพวกท่านมาเจอแต่ข้ายังมิเสียตัวให้พวกมันนะเ้าคะคุณชาย”
“โธ่! เ้าช่างอาภัพนัก” หลิวเสียะเสียงแ่ด้วยความสงสาร
เพียงคำตอบอารีจากหลิวเสียะโฉมสะคราญถึงกับะโกอด แนบดวงหน้างามคลอน้ำตากับไหล่บอบบางท่ามกลางสายตาสองคู่ที่ต่างความรู้สึก
คนที่ดูอึดอัดที่สุดคงไม่พ้นร่างอรชรในคราบคุณชายที่โดนกอดรัดฟัดเหวี่ยงต่อหน้าธารกำนัลกว่าจะผละออกได้ต้องให้หยางซุนหยางช่วยดึงนางผู้นั้นออกไป
ให้ฟ้าผ่าตายเถอะ...
พอครุ่นคิดถึงความยุ่งยากภายหน้านางก็เกิดความสับสนหากจะเดินหน้าหาผ้าโบราณต่อต้องให้คนอื่นรู้ไม่ได้คุณชายน้อยจึงส่งสัญญาณให้บ่าวคนสนิทไปคุยกันอีกทาง
“ข้ามีเื่ที่ต้องให้เ้าทำ” นางป้องปากกระซิบ
“ให้ข้าทำ?”บ่าวร่างอวบขมวดคิ้วสีหน้างุนงงสักพักจึงกระตือรือร้นตอบ “คุณชายสั่งการข้ามาได้เลยขอรับ”
“ข้า้าให้เ้าพานางกลับสำนักไปก่อน”
“แล้วคุณชายเล่า?”
“ข้าจะล่วงไปตามหาผ้าโบราณนั่นเองจะได้ไม่เสียเวลาแล้วข้าก็ไม่อยากให้ใครรู้เื่ของเรา”
สวี่ลี่ฟังแล้วถึงกับผงะส่ายหน้าระรัว“มิได้นะขอรับหนทางอันตรายเช่นนั้นปล่อยคุณหนูไปคนเดียวนายท่านโบยข้าตายแน่ แค่ที่เราแอบหนีมาตามลำพังก็ว่าแย่แล้ว”
“ข้าบอกเ้าว่าอย่างไร!”คุณชายน้อยชักสีหน้า ทำเสียงดุ “อย่าเรียกข้าคุณหนูว่าอย่างไรเล่า”
“แต่คุณหนูเป็หญิงเดินทางลำพังมันอันตรายเกินไป”
“ใครจะรู้เล่าขนาดเ้าคนจรนั่นยังไม่รู้เลยว่าข้าเป็หญิง”
“แถมยังโฉมสะคราญเสียด้วย”สวี่ลี่ตอบหน้าง้ำจนโดนตีแขนดังเพียะ “โอ๊ย!คุณหนู!... เอ่อ คุณชาย ข้าลืมไปขอรับ”
“จำไว้ว่าสำนักหลิวซือซือมีบุตรชายเพียงคนเดียว”หลิวเสียะเอ่ยเสียงแ่ ดวงตาสลดลงคล้ายมีความรู้สึกคล้ายเ็าแต่ล้วนคลายลงรวดเร็ว
“โธ่คุณชายน้อยของบ่าว มีวาสนาแต่หาได้ทำดังใจ” สวี่ลี่น้ำตาซึม “ข้าไม่มีเวลาแล้ว หากสำนักเราได้ผ้าไหมโบราณในตำนานจริงรับรองว่าเส้นทางสายไหมหนนี้จะต้องมีผ้าจากสำนักหลิวซือซือเดินทางไปเปิดตลาดทำการค้าที่เปอร์เซียให้ได้”
“แต่ข้าได้ยินว่ามีคนทอที่ฝีมือเทียบเทียมได้คุณชายไม่คิดจะสนใจทาบทามหรือขอรับ” สวี่ลี่พยายามแย้งแต่เห็นดวงตามุ่งมั่นของนายน้อยแล้วได้แต่พึมพำ“เช่นนั้นไม่ได้ก็ต้องได้สินะขอรับ”
“เข้าใจง่ายๆ ก็ดีแล้ว เ้าจงพานางกลับไปรอที่สำนัก บอกท่านย่าว่าให้นางเป็สาวใช้ก็ดีทำงานในครัวได้”
“เฮ้อ!มือห่างตีนห่างเช่นนั้นจะทำเป็หรือ หากท่านย่าถามไถ่ข้าคงอึดอัดยิ่งกว่าไอ้ใบ้กินบอระเพ็ดเสียอีก” บ่าวร่างอวบลอบถอนใจ
สกุณางามในคราบคุณชายหลิ่วตาให้สัญญาณทันทีที่สายตาเหลือบเห็นคนเ้าเล่ห์แสร้งก้มๆ เงย ๆ หาอะไรบางอย่างไม่ใกล้ไม่ไกลกันนักความไม่ไว้วางใจทำให้คุณชายน้อยเอ่ยกับบ่าวเสียงดังคล้ายโมโห
“เ้าฟังไม่ผิดหรอกข้าบอกว่าเราต้องล้มเลิกการเดินทางและกลับสำนักกันได้แล้ว”
“ว่าอย่างไรนะขอรับ” สวี่ลี่ปรับอารมณ์ตามไม่ทันสีหน้าเงอะงะงุนงงหนักกว่าเก่า
“เ้าหูตึงแล้วหรือข้าบอกว่าจะกลับสำนักแล้ว ข้าเบื่อไม่อยากเที่ยวเล่นให้วุ่นวายก็แค่นั้น เ้าเข้าใจยากอันใดหนักหนาฮึ!” นางแสร้งทำอารมณ์เสียพลันขยิบตาใส่ดังนั้นสวี่ลี่จึงเข้าใจ
“ถ้าเช่นนั้นเรารีบเดินทางกันเถอะขอรับกว่าจะถึงอีกหลายชั่วยาม”
คุณชายน้อยพยักยิ้มที่อีกฝ่ายเล่นเล่ห์ตามทันนึกพอใจที่หนุ่มเ้าเล่ห์คงได้ยินมิเช่นนั้นนางไม่อาจรู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน
ภารกิจตามหาผ้าโบราณมีความสำคัญต่อสำนักของนางมากกว่าการเสี่ยงกับสตรีที่หาที่มาไม่ได้ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้จึงต้องเป็ความลับสูงสุด…
แต่หลิวเสียะหารู้ไม่ว่าหนุ่มพเนจรแอบเข้าใจคำพูดของนางทุกคำเพราะความสามารถในการจับคำพูดจากริมฝีปากคนของเขานั้นแม่นยำั้แ่เด็กสืบเนื่องจากมารดาที่พิการตาบอดของเขา
นางคิดจะลวงกันงั้นหรืออย่าได้หวัง...
หึหึ...
ยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าทันทีที่สวี่ลี่เดินส่ายอาดๆเข้ามาหา ดวงตาหรี่มองมาท่าทางเอาเื่ แล้วก็จริงอย่างที่คิดเมื่อบ่าวของคุณชายน้อยเท้าเอวหราหน้าตาขึงขัง
“นี่ก็เสร็จเื่ยุ่งยากได้เวลาพวกเราต่างคนต่างไปแล้ว”
หยางซุนหยางกระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนเอ่ย“ข้าเข้าใจแล้วว่าพวกพ่อค้าวานิชเช่นนายเ้าเสร็จศึกก็ฆ่าขุนพลเช่นนี้”
“อย่าว่านายข้านะ!”สวี่ลี่เลิกแขนเสื้อท่าทางหาเื่ทันที
หยางซุนหยางโยนต้นหญ้าที่กำลังปั่นหูทิ้งลงพื้นยืดตัวตรงปัดเนื้อตัวก่อนตอบสวี่ลี่แต่ตามองไปทางคุณชายหน้าหวาน“ประเสริฐในเมื่อเก่งกล้าสามารถกันเช่นนี้ ข้าก็ขอไปตามทาง ข้าไปแล้วนะคุณชาย”
หลิวเสียะไม่ตอบกลับเมินหน้าไปทางอื่นมิไยที่หนุ่มพเนจรจะเอ่ยลอยลมให้ได้ยิน
“เดินทางปลอดภัยอย่าทำตัวเป็สุนัขจับหนูอีกนะคุณชาย”
“เ้าต่างหากที่ทำตัวเป็สุนัข”คุณชายน้อยย้อนก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปอีกทาง
สวี่ลี่กับหลิงหลิงต้องเร่งฝีเท้าตามนายไปโดยทิ้งชายพเนจรไว้ข้างหลังพอลับตาก็หยุดเจรจา
“ได้เวลาแยกกันแล้ว”
“คุณชายแน่ใจว่าจะเดินทางคนเดียวจริงๆ หรือขอรับ” สวี่ลี่ถามย้ำอีกครั้ง
“แน่ใจสิเ้าพาหลิงหลิงล่วงหน้ากลับสำนักไปก่อน ส่วนข้าจะตามไปหลังจากนั้นคงไม่เกินสามวัน”หลิวเสียะนับนิ้วมือแล้วทำหน้ายุ่งยาก “ข้าน่าจะกลับทันเทศกาลตวนอู่[1]เ้าบอกท่านย่าแทนข้าด้วย”
“คุณชายให้ข้าไปด้วยดีหรือไม่”หลิงหลิงเสนอตัวสีหน้าเป็ห่วง “ข้าอยากตามไปปรนนิบัติพัดวีคุณชาย”
“ไม่ได้! เ้าต้องไปกับข้า” บ่าวร่างอวบตอบแทนทันที
“แต่ข้า...”
“เอาเถอะจงทำตามที่ข้าสั่ง”
หลิวเสียะสั่งความเสร็จก็เดินแยกไปอีกทางมิไยที่สตรีงามจะรู้สึกเป็ห่วงจนน้ำตาไหลพรากสวี่ลี่ได้แต่ส่ายหน้าหนักใจแทนคุณชายน้อยของตน นึกห่วงภายภาคหน้านางผู้นี้อาจกลายเป็เครื่องหลังของนายน้อยตน
“เ้าจะร่ำรำพันอีกนานหรือไม่...ไปได้แล้ว” พูดจบบ่าวร่างอวบก็เดินนำร่างระหงไปทิศทางตรงกันข้ามหลิงหลิงละล้าละลังแต่ก็ยอมเดินตามไปโดยดี
หยางซุนหยางนอนดูทั้งสองฝ่ายตกลงกันเสร็จแยกกันไปคนละทางจึงผุดลุกนั่งตวัดขาเกี่ยวกิ่งไม้ครู่ใหญ่จึงโยนผลไม้ป่าทิ้ง ะโลงพื้นแล้วเดินตามคุณชายน้อยไปห่างๆ
การเดินทางขึ้นเขาป่าสนทางทิศตะวันตกตามแผนที่ราบรื่นจนน่าแปลกใจหลังรอนแรมหลายชั่วยามจนฟ้าเริ่มมืดจันทร์เหลืองนวลดวงใหญ่ทอแสงอ่อนผ่านแนวทึบของเมฆและสุมทุมไม้ใหญ่ ฝนเริ่มพรำเป็ระยะจากเบาเริ่มลงเม็ดหนัก
หลิวเสียะยกหลังมือปาดเม็ดฝนที่ตกกระทบใบหน้าด้วยความอ่อนเพลียโชคดีที่คราวนี้นางทำสัญลักษณ์ไว้บนต้นไม้ทำให้ไม่หลงทางเหมือนเช่นคราแรกที่หลงวนเวียนอยู่นาน
แต่สิ่งที่ต้องกังวลมากกว่าความมืดที่โรยตัวอย่างเงียบงันคือที่พักค้างแรมร่างอรชรในคราบคุณชายเหลียวมองไปรอบกายล้วนเต็มไปด้วยป่าสนสภาพเหมือนกันแทบไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงสิ่งมีชีวิตอื่นใดแม้แต่สัตว์ป่า
ช่างน่าแปลกนัก...
นางฟาดไม้ถางพงหญ้าไล่สรรพสัตว์มีพิษและอาศัยเสียงสวบสาบของต้นหญ้าเป็เพื่อนเดินทางแต่ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังไม่ไกล
“เสียงใคร!”
สองเท้าเร่งฝ่าดงหญ้าสูงกว่าสองศอกอย่างรวดเร็วไปยังทิศทางที่ได้ยินแล้วนางก็ได้พบต้นทางที่มาของเหตุ
“โอย...ช่วยด้วย! ขาข้า...”
หญิงชราร่างเล็กผมสีเทาแซมขาวรวบหลุดลุ่ยนอนคุดคู้ตะแคงกายร้องครวญครางบนหลังงุ้มของนางมีตะกร้าเก่าคร่ำคร่าเต็มไปด้วยเศษไม้ใหญ่น้อย
หลิวเสียะรีบรุดไปใกล้แล้วนั่งคุกเข่าตรงหน้าพลางร้องถาม“ท่านยาย! าเ็ตรงไหนบอกข้า!”
“พ่อหนุ่ม! ช่วยด้วย!”
หญิงชราหน้าเหี่ยวย่นเผยอยิ้มมุมปากค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่สบตาคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือถึงกับตาค้างราวต้องมนต์สะกดแววตาหญิงชราวาววับฉายแสงสีแดงวาบหนึ่งต้องตาจนสติคุณชายน้อยขาดผึงดับวูบไปในทันที...
[1]เทศกาลตวนอู่ :เทศกาลไหว้บะจ่างจัดเดือนพฤษภาคมของทุกปี
++++++++++++++
ขอฝากนิยายด้วยค่า
เื่นี้มีเป็อีบุ๊กแล้วค่ะ ^^