โลลิต้ามองตัวเองในกระจกจากการร้องให้อยู่พักใหญ่ หลังจากออกมาจากห้องประชุมแล้วหญิงสาวก็ปลีกตัวเข้ามาในห้องน้ำทันที ตอนที่อยู่ในห้องประชุมบอกตามตรงว่าเธออึดอัดมากและอยากไปออกไปจากที่ตรงนั้นเสีย แต่ด้วยสปิริตและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองจึงทำให้โลลิต้าต้องอยู่ที่นั่นต่อจนจบการประชุม แต่คงเป็แค่เธอคนเดียวเท่านั้นกระมังที่รู้สึกแบบนี้ คนอย่างธามไทไม่มีทางรู้สึกแบบนั้นหรอกเพราะเขาเป็คนทิ้งเธอเองนี่ เอาจริงๆ ไม่รู้ว่าคนเลวอย่างเขาใส่ใจหรือจำเธอได้รึเปล่า คนอย่างเขาผ่านผู้หญิงมาแล้วนับไม่ถ้วนแล้วนับประสาอะไรกับเธอที่รู้จักกับเขาได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น
คนเราต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนมันก็ต้องมีสักวูบหนึ่งแหละที่เผลอกลับมาอ่อนแอ ตัวเธอเองก็เป็หนึ่งในนั้นเมื่อได้เห็นหน้าเขา....คนที่ทำให้เธอต้องเจ็บเจียนตายพร้อมกับบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง.
หลังจากที่ปล่อยให้ตัวเองได้อยู่ในมุมที่อ่อนแอมาสักพักใหญ่แล้ว โลลิต้าก็จัดการแต่งหน้าตัวเองเสียใหม่เพื่อไม่ให้ใครจับได้ว่าเมื่อกี้เธอผ่านการร้องไห้มาแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่ทว่าหญิงสาวกลับเจอเข้ากับธามไทที่เดินออกมาจากห้องน้ำเช่นกันอย่างจังๆ เข้าพอดี....
อึ้งสิ! หญิงสาวอึ้งไปอีกครั้ง ใครมันจะคิดว่าจะต้องเจอเขาเข้าจังๆ แบบไม่ทันได้ตั้งตัวภายในเวลาใกล้เคียงกันแบบนี้อีก สิ่งเดียวที่ทำได้นั่นคือเธอต้องทำเป็ไม่สนใจและผ่านหน้าเขาไปราวกับคนไม่รู้จักกัน แบบนั้นแหละดีที่สุดแล้วสำหรับโลลิต้า
"เดี๋ยวก่อน"
แต่ทว่าธามไทกลับเรียกเธอไว้ โลลิต้าจึงต้องปรับสีหน้าให้เป็ปกติแล้วหันกลับไปถามเขาราวกับว่าเธอและธามไทไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
"มีอะไรหรอคะ? " เธอถามธามไท
"เธอสบายดีหรอลิลลี่" นั่นคือประโยคที่โลลิต้าไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากคนอย่างเขา
"ดิฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงเื่อะไร? " เธอย้อนถามเขาหน้าตาย
"ก็ได้ เธอคง้าแบบนี้" ธามไทพนักหน้ารับรู้
ในขณะเดียวกันชยางกูรก็เดินมาเจอทั้งคู่สนทนากันอยู่พอดี
"อยู่นี่เอง" ชยางกูรเอ่ยขึ้นเมื่อเจอโลลิต้า
"มีอะไรหรอคะพี่กูร" เธอถามชยางกูร
"อ่อ พี่จะเราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันน่ะ" ชยางกูรบอกเธอ
"คุณธามด้วยนะครับ" ชยางกูรหันไปบอกธามไทที่ยืนฟังอยู่ด้วย
"คือ....พอดีว่าลี่นัดยัยสิไว้แล้วนะสิคะ" โลลิต้ารีบปฎิเสธโดยเอาชื่อเพื่อนรักมาอ้างทันทีที่ชยางกูรชวนธามไทไปด้วย
"ยัยสิน่ะหรอ เดี๋ยวพี่เคลียร์ให้เอง" ชยางกูรพูดถึงศศิมาอย่างชิวๆ เพราะรู้ว่าศศิมาไม่มีปัญหาอะไรกับเขาอยู่แล้ว
"แต่ว่าลี่...."
"พี่คุยเื่งานกับเราแล้วก็คุณธามด้วยน่ะ"
ชยางกูรบอกเธอเพราะโปรเจคนี้เธอเป็ผู้ช่วยของเขาและโลลิต้าก็จำเป็ต้องประสานงานกับธามไทแทนเขาโดยตรงด้วย ดังนั้นชายหนุ่มจึงอยากให้สองคนนี้ทำความรู้จักกันมากขึ้นก่อนจะร่วมงานกันอย่างจริงจัง โลลิต้าจะได้ไม่อึดอัดเพราะเขารู้ว่าธามไทเป็คนจริงจังและเป๊ะกับงานมาก แต่สิ่งที่ชยางกูรไม่รู้เลยแม้แต่น้อยก็คือสองคนนี้เคยมีอดีตร่วมกันมาก่อนแล้ว
"งั้นก็ได้ค่ะ"
สุดท้ายโลลิต้าก็ไม่สามารถปฎิเสธการร่วมทานข้าวกับธามไทได้ ความจริงหญิงสาวก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าถึงอย่างไรเธอก็ต้องเจอกับธามไทบ่อยขึ้นแน่ๆ จนกว่าโปรเจคนี้จะสิ้นสุดลงหรือไม่เธอก็อาจทนเห็นหน้าคนเลวอย่างเขาไม่ไหวจนชิงลาออกไปก่อนก็เป็ได้
.
.
.
การรับประทานอาหารมื้อนี้สำหรับโลลิต้าเต็มไปด้วยความอึดอัดสำหรับหญิงสาวจนชยางกูรต้องเอ่ยถามเธอ
"อาหารไม่อร่อยหรอ? " ชยางกูรถามขึ้นเมื่อเห็นโลลิต้าแทบจะไม่ตักอาหารใส่ปากเลย
"เอ่อ....เปล่าค่ะ"
"ลี่ไม่ค่อยหิวน่ะค่ะ"
เธอบอกกับชยางกูร ในขณะที่ธามไทกำลังดูตัวเลขหุ้นในไอแพดราวกับว่าไม่มีโลลิต้านั่งอยู่ร่วมโต๊ะกับเขาเลย
"อาหารที่นี่คงไม่ถูกปากเธอมั้งครับ"
ธามไทเอ่ยขึ้นเป็ประโยคแรกหลังจากที่สังเกตการเอาใจใส่ที่มากจนเกินเหตุของชยางกูรที่มีต่อลูกน้องสาวอย่างโลลิต้าอยู่พักใหญ่
"เธอคงไม่ชอบอาหารจีน"
ธามไทพูดต่อและนั่นก็ทำมห้โลลิต้าชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจำได้ว่าเธอไม่ชอบทานอาหารจีนหรือพูดไปตามน้ำกันแน่นะ....?
"ขอโทษนะลิลลี่ พี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย"
"ไว้พี่จะแก้ตัวใหม่วันหลังนะ" ชยางกูรบอกกับเธออย่างรู้สึกผิด.
"ดูคุณสองคนจะสนิทกันมากนะครับ" ธามไทเอ่ยขึ้นในระหว่างที่ทั้งคู่คุยกันอยู่.
"ครับ ลิลลี่เป็รุ่นน้องสมัยเรียนของผมน่ะ" ชยางกูรบอกกับเขา.
"อ่อ....อย่างนี้เอง"
ธามไทพยักหน้าแล้วเหลือบมองโลลิต้าที่กำลังมองอาหารในจานอยู่เงียบๆ แล้วจู่ๆ โทรศัพท์ของชยางกูรก็ดังขึ้น เขาจึงขอตัวออกไปคุยด้านนอกเหลือเพียงโลลิต้าและธามไทอยุ่ด้วยกันตามลำพังบนโต๊ะอาหารและทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง.
"จะไปไหน? " ธามไทถามขึ้นเมื่อโลลิต้าลุกขึ้นจากโต๊ะ.
"จะเข้าห้องน้ำค่ะ" โลลิต้าบอกเขา แต่ความจริงแล้วเธอไม่อยากอยู่กับธามไทตามลำพังต่างหากเพราะมันอึดอัด....
"นั่งลง" แต่ดูเหมือนธามไทจะรู้ทันหญิงสาว
"แต่ฉันจะไปทำธุระส่วนตัวค่ะ" เธอบอกกับเขาเสียงแข็ง.
"เธอสบายดีใช่มั้ย" เขาถามเธอโดยไม่สนใจประโยคที่หญิงสาวพูดก่อนหน้านี้เลยสักนิด.
"ฉันจำได้ว่าเราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนะคะ เพราะฉะนั้นฉันคงตอบคำถามนี้ของคุณไม่ได้หรอกค่ะ" ชญาดามองสบตาเขาด้วยความว่างเปล่า.
"ไม่เอาน่าลิลลี่ คนมันเคยๆ กันมาก่อนเธอจะลืมฉันได้ลงจริงหรอ? " ธามไทพูดกับเธอราวกับมันเป็เื่ตลก
"เลว" เธอด่าเขาทันทีที่คำพูดเ่าั้ออกมาจากปากของชายหนุ่ม.
"หึ! " ธามไทกระตุกยิ้มเมื่อทำให้คนตรงหน้าเลิกทำเป็ไม่รู้จักตนเสียทีได้
"แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันเป็ลูกผู้ชายพอที่จะไม่บอกเื่ของเราสองคนให้ผู้ชายคนใหม่ของเธอรู้หรอก" ธามไทบอกหญิงสาว
"ลูกผู้ชาย? "
...................
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายใหญ่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่า