"เมื่อไหร่ลูกจะแต่งงาน?"
รดา ถามลูกสาวด้วยสีหน้าคาดคั้น และก็เป็เช่นทุกครั้งที่พอนางถามเื่แต่งงานกับลูกสาวที่อีกปีเดีียวก็จะสี่สิบของนางคนนี้ เขาจะต้องชักสีหน้าอย่างไม่พอใจทุกมีไป
"หนูยังไม่พร้อมค่ะ"เกษตอบแม่แบบขอไปทีจนรดาขุ่นเคืองใจ เพราะนางอยากให้ลูกสาวแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาและมีหลานให้นางอุ้มเสียที
"ลูกก็เอาแต่พูดแบบนี้ทุกที ไม่เห็นใจแม่ ไม่เห็นใจชายเดชบ้างเลย"
นางหมายถึง เดชที่เป็คู้มั้นของเกษ ที่ทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจับหมั้นหมายกันมาตี้งแต่ทั้งสองยังเป็วัยรุ่น อีกทั้งครอบครัวของเดชกับรดาก็เกี่ยวดองเป็ญาติห่างๆกัน
"หนูก็เคยบอกคุณแม่แล้วว่าหนูยินดีให้ชายเดชถอนหมั้น เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของเขาต้องเสื่อมเสียเพราะหนู" เกษบอกอย่างเซ็งๆ
"แต่ลูกหมั้นหมายกับชายเดชมาตั้งยี่สิบปีแล้วนะเกษ เห็นใจพี่เขาบ้างสิ ตอนนี้พี่เขาก็อายุปาไปตั้งสี่สิบหกแล้ว ผู้ชายวัยนี้ก็จะทำลูกยากแล้วนะ ลูกไม่รู้หรือไง"
"หนูถึงบอกไงค่ะว่าหนูรอให้เขามาถอนหมั้นหนูอยู่ หรือว่าคุณแม่จะอยากให้หนูเป็ฝ่ายไปถอนหมั้นเขาล่ะ เอายังไงดีค่ะ" เกษบอกกับมารดาอย่างเบื่อหน่ายเต็มทีในใจคิดอยากจะเจอหน้าหว่านๆใสๆของพิมพา
"ไม่ได้นะเกษ! แม่ไม่ยอม ขืนลูกทำแบบนั้น แม่จะมองหน้าชายเดชกับท่านชายใหญพ่อของเขาได้ยังไง"
"งั้นก็ช่วยไมได้คะ เพราะหนูยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน ถ้าคุณแม่อยากอุ้มหลานก็ให้ไปเร่งแนนให้แต่งงานเร็วๆ ก็แล้วกัน" เกษหมายถึงน้องสาวของ แนน น้องสาวของเขาที่ตอนนี้ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่ต่างจังหวัด
"เกษ!" รดาเรียกลูกสาวอย่างขัดใจ เธอไม่เคยบังคับลูกสาวคนนี้ได้เลย
"แค่นี้ใช่ไหมค่ะคุณแม่จะพูดกับหนู" เกษถามพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปก่อนจะหันไปมองแม่อีกครั้งเมื่อถูกนางเรียกว่า
"เดี๋ยว!"
"อะไรอีกค่ะ"
"แม่หวังว่าเื่ที่ลูกไม่ยอมแต่กับชายเดชให้เป็เื่เเป็ราวเสียทีคงไม่ใช่เพราะยัยเด็กพิมนั่นหรอกนะ"
"คุณแม่..." เกษยังไมทันได้พูดอะไร มารดาก็เอ่ยแทรก
"อย่านึกว่าแม่ไม่เห็นสายตาที่ลูกมองเด็กนั้นผู้หญิงกับผู้หญิงจะคบกันได้ออย่างไร"
"กรุณาอย่าดึงพิมมาเกี่ยวข้องกับเื่นี้เลยคะ" เกษเเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ
"แตะต้องไม่ได้เลยสินะแม่เด็กคนนี้ มันเป็นางฟ้านาง์มาจากไหนแม่ชักสงสัยแล้วสิว่า ลูกเอามันมาดูแลด้วยใจสงสารหรือเพราะใจลูกพิศวาสมันกันแน่!"
ยิ่งเห็นลูกสาวกางปีกปกป้องเด้กสาวที่นางตั้งป้อมเกลียดชัง รดาก็ยิ่งแทบจะทนไม่ได้
"ไปกันใหญ่แล้วคะคุณแม่" เกษบอกปัดก่อนจะไม่สนใจมารดารีบเดินจากไป
"เกษ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ... เกษ!" นางรดาร้องเรียกลูกสาวแต่เธอรีบเดินจากไปอย่างไม่สนใจทำให้นางได้แต่มองตามเขาไปอย่างขัดดใจที่สุด
เกษเดินทอดน่องออกมาที่สวน สายตาสอดมองหาร่างงามที่ตรึงใจหาก็ไม่พบแม้แต่เงา เกษหงุดหงิดหวใจ อยากเจอหน้าหวานๆ แต่ไม่พบเสียที เกษจึงเดินไปเรื่อยๆ หวังจะได้เห้น ขณะที่เดินมาจนเข้าใกล้ย้านเรือนเล็กของหลานชาย เสียงหัวเราะสนุกสนานก็ดังเล้ดลอดออกมาจากบ้าน และเธอจะไม่สนใจเลยถ้าจะไม่มีเสียงเล็กๆ คุ้นหูหัวเราะลอยลมออกมาด้วย จึงเปิดประตูเข้าไปเบาๆ
ภายในบ้านเรือนเล็ก อั๋นกำลังนั่งบนเบาะนั่งแแบญี่ปุ่นดูโทรทัศน์อยู่ ขณะที่พิมพานอนเท้าแขนกับหมอนนุ่มดูหนังในจออย่างเพลิดเพลิน ทั้งสองหัวเราะอย่างขบขันกับฉากตลกเรียกเสียงฮา ไม่ทันรู้ตัวว่าในเวลานี้มีบุคคลที่สามกำลังยืนมองดูคนทั้งคู่ด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึก
"ท่าทางจะสนุกมากนะ" เกษพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแตกต่างจากอารมณ์ที่ออัดแน่นอยู่ภายใน ดางตามองไปที่หลานชายที่รีบลุกขึ้นทันที่จากนั้นมองไปที่หญิงสาวหน้าหวานที่รีบผุดลุกขึ้นยืนอย่างใใบหน้าขาวใสเริ่มซีดเซียว อั๋นมองจ้องผู้เป็อา ไม่รู้ว่าอาเกษกำลังอยู่ในอารมณ์ใดเพราะคาดเดาไม่ออก
"คุณอา... มาดูหนังกับพวกเราสิครับ" อั่นชวนเกษที่ยังคงจ้องมองพิมพาตาไม่กะพริบ เกษจึงมองเลยไปที่หญิงสาวก็เห็นเธอก้มหน้าก้มตาเหมือนคนที่แอบทำความผิดอย่างมหันต์แล้วโดนจับได้ เกษเบนสายตาจากพิมพาไปที่อั่น
"ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพังในที่ลับตาคน ทำอะไรหัดคิดซะบ้าง ถ้าคนอื่นรู้เข้าจะมองยังไง ที่หน้าทีหลังหวังว่าฉันคงจะไม่เห็นพวกเะอสองคนอยู่ด้วยกันตามลำพังอีก"
"ครับอาเกษ"
"พิม... อามีเื่จะพูดกับเธอ ตามมา!"