ตอนที่ 14 : พันธนาการแห่งอาถรรพ์และการหลอมรวมิญญานิรันดร์
ความมืดมิดภายในโพรงถ้ำมิใช่ความมืดที่เกิดจากการขาดแสงสว่างแต่มันคือความมืดที่เกิดจากการกัดกินชีวิตและตัวตนบรรยากาศภายในนั้นหนักอึ้งดุจมีขุนเขาพันลูกกดทับลงบนบ่าอวิ๋นเซียวััได้ถึงความเย็นเยียบที่มิได้แผ่ออกมาจากหินผาแต่ทว่ามันแทรกซึมผ่านรูขุมขนมุ่งตรงเข้าสู่ไขกระดูกราวกับดวงิญญาที่ถูกจองจำนับหมื่นปีในสถานที่แห่งนี้กำลังพยายามแทรกซึมเข้ามายึดครองร่างของเขา
"เ้าหนู... ระวังให้ดี"เสียงของหลิงทงในห้วงจิตดูเคร่งขรึมขึ้นผิดปกติมันขดตัวแน่นอยู่ภายในเตาหลอมของเจดีย์หมื่นวิถี"กลิ่นอายที่นี่มิใช่อาคมอาถรรพ์ธรรมดา แต่เป็ 'เจตจำนงแห่งการดับสูญ'ของยอดฝีมือที่สิ้นลมลงด้วยความแค้นหากจิตใจของเ้าอ่อนแอเพียงกระผีกเดียวเ้าจะกลายเป็เพียงหุ่นเชิดของมันตลอดกาล"
อวิ๋นเซียวไม่ตอบโต้เขาเดินก้าวเท้าอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นบนพื้นหินที่ลื่นชื้นดวงตาคมปลาบของเขากวาดมองไปรอบกาย ในความมืดสลัวนั้นเขาเห็นโครงกระดูกนับร้อยกระจัดกระจายอยู่ตามซอกหินบางร่างยังมีเศษอาวุธเก่าคร่ำคร่าติดอยู่ ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือแสงสีม่วงหม่นที่สั่นไหวอยู่ใจกลางโถงถ้ำมันมิใช่เปลวเพลิงแต่เป็กลุ่มก้อนพลังิญญาที่ควบแน่นจนกลายเป็รูปทรงมนุษย์ที่ไร้ใบหน้า
เขารู้สึกถึงชีพจรของตัวเองที่เต้นเร่าๆราวกับจะประท้วงความเ็ปจากการใช้พลังปราณในศึกเมื่อครู่ทว่าความหิวโหยในพลังกลับรุนแรงยิ่งกว่าอวิ๋นเซียวหยิบโอสถฟื้นฟูระดับต่ำที่มีอยู่น้อยนิดขึ้นมากลืนลงคอแม้จะรู้ว่ามันเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่ได้รับ แต่เขามิอาจหยุดยั้งการดำเนินต่อได้หากเขาทิ้งโอกาสนี้ไปความแข็งแกร่งที่เขา้าเพื่อก้าวข้ามตระกูลอวิ๋นก็คงเป็เพียงฝันลมๆ แล้งๆ
"เจดีย์หมื่นวิถี..."อวิ๋นเซียวพึมพำแ่เบา ขณะที่เขาก้าวเข้าไปใกล้กลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงแรงกดดันมหาศาลปะทะเข้าใส่ร่างของเขาจนโลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากอีกครั้งร่างกายของเขาเกือบจะทรุดลงกับพื้น ทว่าเขากัดฟันแน่นจนเกือบห้อเื
ข้าคือผู้ถือครองมรรคาแห่งการหลอมภพ...จะมาพ่ายแพ้ให้กับเพียงเศษเสี้ยวแห่งิญญาที่ไร้ซึ่งร่างกายเนื้อเช่นนี้ได้อย่างไร!
เขารวบรวมปราณหลอมภพทั้งหมดที่มีโคจรมันผ่านจุดชีพจรที่เสียหายทนรับความเ็ปดุจถูกมีดกรีดที่แล่นผ่านร่างไม่หยุดยั้งอวิ๋นเซียวมิได้พยายามต้านทานพลังของิญญาแค้นนั้นด้วยการปะทะตรงๆแต่เขากลับเลือกที่จะ 'เปิดรับ' มันเข้าสู่มิติเตาหลอม
"หลิงทง! เปิดเตาหลอม!"
ัจิ๋วในห้วงจิตรับคำทันทีเจดีย์หมื่นวิถีหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงกังวานประหนึ่งระฆังทองสำริดอวิ๋นเซียวแบมือออกไปเบื้องหน้าไอสีม่วงหม่นที่ดูดุร้ายพลันพุ่งเข้าสู่ฝ่ามือของเขาราวกับน้ำที่ไหลลงสู่ช่องว่างที่แห้งแล้งที่สุด
ชั่วขณะที่พลังนั้นััตัวความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วกายจนเขารู้สึกเหมือนร่างกำลังจะะเิเป็เสี่ยงๆภาพนิมิตแห่งความแค้นพรั่งพรูเข้ามาในหัว เสียงคร่ำครวญของยอดฝีมือผู้ถูกทรยศ,กลิ่นคาวเืของาโบราณ, และความเ็าของโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิตมนุษย์อวิ๋นเซียวคำรามก้องในใจ เขาใช้ 'จิต' บังคับทิศทางให้เปลวอัคคีแห่งเตาหลอมเผาผลาญความชั่วร้ายเ่าั้ทิ้งเหลือไว้เพียงแก่นพลังงานที่บริสุทธิ์
นี่คือการหลอมรวม... มิใช่เพียงการดูดกลืนแต่มันคือการหลอมเอาเจตจำนงที่แตกสลายให้กลายเป็รากฐานใหม่ของชีวิต
เหงื่อกาฬไหลชุ่มไปทั้งร่างอวิ๋นเซียวรู้สึกว่าพลังที่ดูดซับเข้ามานั้นกำลังเชื่อมประสานเข้ากับเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นพลังปราณสีม่วงปนทองเริ่มไหลเวียนอย่างสอดประสานความเ็ปที่เคยแผดเผาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นที่ทรงพลังกระดูกของเขาราวกับได้รับการชำระล้างด้วยโลหิตของเทพเ้า
"หรือ นี่ คือพลังของิญญานิรันดร์..." เขาพึมพำน้ำเสียงแฝงด้วยความฮึกเหิมอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ภายในห้วงมิติเตาหลอมรูปทรงของเจดีย์หมื่นวิถีเริ่มเปลี่ยนแปลงไปลวดลายอักขระโบราณที่เลือนลางบัดนี้กลับชัดเจนขึ้นราวกับถูกจารึกด้วยหยาดเืพลังปราณที่เคยต่ำต้อยบัดนี้ขยายตัวขึ้นจนเกือบจะแตะขอบเขตขั้นรวบรวมปราณระดับสูงการหลอมรวมในครั้งนี้มิเพียงแต่รักษาร่างกายของเขาให้หายสนิท แต่มันยังมอบ 'ไอสังหาร' ที่หาได้ยากยิ่งให้กับกระบี่เหล็กในมือเขาด้วย
ทว่า เมื่อความเงียบงันกลับคืนมาอีกครั้งอวิ๋นเซียวก็พบว่าสิ่งที่เขาเพิ่งหลอมรวมไปนั้น มิได้เป็เพียงพลังงานเปล่าๆแต่ภายในพลังนั้นยังมีเศษเสี้ยวของ 'ความทรงจำ' ที่หลงเหลืออยู่ มันคือแผนที่... แผนที่ของเส้นทางที่มุ่งสู่ 'สุสานกระบี่หมื่นเล่ม' ซึ่งเป็สถานที่ที่เหล่าปรมาจารย์โบราณใช้ปลิดชีพตนเองก่อนที่์จะถูกกลืนกิน
อวิ๋นเซียวลุกขึ้นยืนร่างกายที่เคยบอบช้ำบัดนี้กลับเต็มไปด้วยพละกำลังที่เปี่ยมล้นดวงตาของเขาไม่ได้ส่องประกายสีดำสนิทเหมือนก่อนทว่ากลับมีจุดสีม่วงวาวโรจน์อยู่ที่ม่านตาเขามองไปยังทางออกของถ้ำที่เริ่มจะพังทลายลงจากการสูญเสียศูนย์กลางพลังงาน
"ข้าได้รับของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว..."เขากล่าวกับตัวเอง สายตาแน่วแน่ไปยังเบื้องนอก "ตระกูลอวิ๋น...การที่พวกเ้าส่งข้ามาที่นี่เพื่อสังหาร ข้าคงต้องขอบคุณพวกเ้าอย่างยิ่งที่มอบโอกาสให้ข้าได้กลายเป็สิ่งที่พวกเ้าหวาดกลัวที่สุด"
อวิ๋นเซียวทะยานกายออกจากโพรงถ้ำที่กำลังถล่มลงมาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเก่าท่ามกลางเสียงหินถล่มที่ดังสนั่นป่าลึกเขากลับกลายเป็เงาที่หายไปในความมืดโดยไร้ร่องรอย
ทว่าภายในห้วงจิติญญาของเขาบรรยากาศกลับไม่นิ่งสงบเช่นภายนอก “เ้าหนู...”เสียงของหลิงทงดังขึ้น แ่เบาและแหบพร่ากว่าปกติมันขดตัวแน่นอยู่ภายในเตาหลอมที่สั่นไหว “พลังที่เ้าเพิ่งหลอมรวมไปนั้น...มันไม่ใช่แค่พลังมาร แต่มีเศษเสี้ยวจิติญญาแห่ง 'ผู้สร้างเจดีย์'ปะปนอยู่”
อวิ๋นเซียวชะงักฝีเท้าลงบนกิ่งไม้ใหญ่ในป่าลึก “ผู้สร้างเจดีย์? เ้าหมายถึงใครกันแน่ หลิงทง?”
ข้า...ข้าคงต้องจำศีลเพื่อฟื้นฟูพลังที่เสียไปจากการช่วยเ้าชำระล้างพิษในครั้งนี้”หลิงทงเมินเฉยต่อคำถามของเขา ร่างของัจิ๋วเริ่มเลือนรางลงดุจหมอกควัน“จำไว้... เจดีย์หมื่นวิถีมิใช่ของที่มนุษย์ทั่วไปจะถือครองได้ การที่มันเลือกเ้าเป็เพราะสายเืของเ้ามี 'กุญแจ' ที่กักขังจิติญญาของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเอาไว้...หากวันใดที่เ้าเผชิญหน้ากับความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง จงเรียกหานามของ 'อาจารย์' ผู้นั้น... นางผู้อยู่เหนือมิติกาลเวลา...เซวียนหยวนิเยว่...
“เซวียนหยวนิเยว่? นางเป็ใคร?”อวิ๋นเซียวพยายามถามซ้ำ ทว่าหลิงทง กลับเงียบสนิทกลิ่นอายของัจิ๋วเลือนหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความว่างเปล่าภายในห้วงจิตที่เงียบงัน
อวิ๋นเซียวมองมือของตนเองที่สั่นสะท้านเขาััได้ว่าหลิงทงไม่ได้จากไปไหน แต่มันกำลังรอคอย...รอคอยวันที่เขาจะแข็งแกร่งพอที่จะปลดปล่อยบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังมารที่เขาเพิ่งได้รับ
“เซวียนหยวนิเยว่...” เขาทวนชื่อนั้นแ่เบาชื่อที่ดูห่างไกล ทว่ากลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดในส่วนลึกของดวงิญญา“ไม่ว่าเ้าจะเป็ใคร หรือสิ่งที่อยู่ในเจดีย์นี้จะเป็สิ่งใดหากมันทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นเพื่อทวงคืนความยุติธรรมได้ ข้าก็จะค้นหาความจริงนี้ด้วยตัวเอง!”
เขาทะยานกายหายเข้าไปในเงามืดอีกครั้งทิ้งไว้เพียงคำถามที่รอคอยคำตอบ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ชื่อของเซวียนหยวนิเยว่ผู้นี้ จะกลายเป็นามที่สั่นะเืไปทั่วทั้งใต้หล้าและเป็จุดเปลี่ยนที่ทำให้อวิ๋นเซียวหลุดพ้นจากโชคชะตาที่์ขีดเขียนไว้!