ทั้งหมดมุ่งมาทางลำน้ำ แต่ต้องใอีกครั้งเนื่องจากลำน้ำมีขนาดใหญ่และกว้างมาก แต่ยังโชคดีที่มีเกาะแก่งกลางน้ำ แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ดูอันตรายอยู่ดี
เมื่อไม่มีทางหนีอื่น และไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ทุกคนจึงะโข้ามไปยังเกาะกลางน้ำเพื่อไปต่อ ฝูงคชอสุราวิ่งมาหยุดลงบริเวณริมตลิ่ง ไม่ไปต่อ หากแต่ร้องเสียงดังด้วยความโกรธไม่หยุดหย่อน
เล่าหาน เหนียนซิง จงหมาน จงซื่อ รวมตัวกันอยู่ที่เกาะกลางน้ำเกาะหนึ่ง ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลผ่าน ดูผิวเผินไม่แรง หากแต่เมื่อมายืนอยู่ที่เกาะกลางกลับเห็นได้ว่าสายน้ำไหลแรงและเป็อันตรายอย่างยิ่ง
เพียงชั่วไม่กี่อึดใจต่อมา กิ้งก่าน้ำ จำนวนหนึ่งก็ว่ายน้ำมา แต่ละตัวมีขนาดใหญ่และยาว พวกมันกินทั้งพืชและสัตว์เป็อาหาร แน่นอนว่า การบุกรุกเข้ามาที่เกาะแก่งนี้ เสมือนเป็การบุกรุกส่วนที่พวกมันกำลังทำมาหากิน
เมื่อรู้ว่าไม่ปลอดภัย จึงชวนกันไปที่เกาะกลางน้ำอีกแห่ง แต่เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่าจึงต้องแยกกัน จงหมานและจงซื่ออยู่ใกล้กว่า จึงะโออกไปก่อน เล่าหานะโไปอีกเกาะ แต่เนื่องจากมีขนาดเล็กไม่พอสองคน หนิงเซียนจึงะโไปอีกเกาะ ทำให้ทั้งสี่คนกระจายแยกกันออกไป
ฝูงกิ้งก่าน้ำต่างมุ่งมาเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องขยับไปเกาะอื่น ๆ เพื่อพยายามขึ้นฝั่งอีกด้านหนึ่ง ในขณะที่ทุกคนกำลังขึ้นฝั่ง หนิงเซียนที่อยู่ใกลกว่า กลับโดนฝูงกิ้งก่าน้ำสามสี่ตัวรุกโจมตีอย่างหนัก ทางเดียวที่จะทำได้คือ ะโไปให้ใกล้ฝั่งมากที่สุด จากนั้นว่ายหนีออกไปขึ้นฝั่ง แม้จะกลัว แต่ไม่มีทางเลือก ตัดสินใจะโไปใกล้ฝั่งมากที่สุด
หากแต่ว่ากระแสน้ำแรง เล่าหาน จงหมาน จงซื่อ พยายามจะช่วยโดยโยนกิ่งไม้ใหญ่ให้จับ แต่อย่างไรก็ไม่ทันกับกระแสน้ำ ทำให้กระแสน้ำพัดพาหนิงเซียนออกไปไกล ชายทั้งสามคนบนฝั่งได้แต่มองดูแต่ไม่กล้าะโลงไปช่วย
จากจุดที่หนิงเซียนไหลไปอีกเพียงไม่ไกลจะถึงน้ำตกใหญ่ หนิงเซียนพยายามช่วยตัวเองโดยการว่ายเข้าหาฝั่ง แต่เนื่องจากโดนกระแสน้ำหลักดึงออกไปกลางแม่น้ำ ลู่ซือที่มองดูอยู่แต่ไกลตัดสินใจใช้ัทะยานพุ่งตัวออกไปเหยียบเกาะกลางลำน้ำ เพื่อไปยังหนิงเซียนที่กำลังถูกกระแสน้ำพัดออกไป
ในที่สุดก็ตัดสินใจใช้ัะทะยานะโและดึงหนิงเซียนขึ้นมา พร้อมใช้แรงเหวี่ยงดึงหนิงเซียนขึ้นมาแล้วโยนขึ้นไปบนฝั่ง แต่เนื่องจากลู่ซือในยามนี้ใช้พลังเกินขนาดและประกอบกับร่างกายเด็กวัยเจ็ดขวบกว่า ทำให้พลาดร่วงหล่นไปตามกระแสน้ำแทน จากนั้นจึงถูกกระแสน้ำพัดและร่วงหล่นไปตามกระแสน้ำตก
หนิงเซียนเมื่อขึ้นฝั่งได้ พยายามะโเรียกให้คนช่วย และตัวเองก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอม ทำให้ไม่สามารถช่วยลู่ซือได้ทันเวลา ไม่ทันแม้จะหากิ่งไม้โยนไปให้ลู่ซือ นางเองรู้สึกใและเสียใจในยามเดียวกัน เนื่องจากนางได้รับการช่วยเหลือจากความเป็ความตาย แต่นางไม่สามารถช่วยคนที่มาช่วยนางได้ นางเป็หนี้ชีวิตลู่ซือเป็ครั้งที่สองแล้ว
ลู่ซือเมื่อพลาดถูกกระแสน้ำพัดไหลลงสู่น้ำตกในเบื้องล่าง และจุดที่ลู่ซือตกลงมานี้ ถือเป็จุดที่สูงมาก และเป็เสมือนหุบเหว ในอดีตมีสัตว์ขนาดน้อยใหญ่จำนวนมาก พลาดถูกกระแสน้ำพลัดตกลงมาตายด้านล่าง
น้ำตกนี้เมื่อไหลลงมา ก็กลายเป็น้ำวนอยู่ด้านล่าง เมื่อตกลงมาจาก้า กระแทกแผ่นน้ำด้านล่าง เกราะเกล็ดัและกิเลนรองรับแรงกระแทกได้เป็อย่างดี หากแต่กระแสน้ำเบื้องล่าง ไหลเป็เกลียวหมุนลงสู่ใต้น้ำ และลู่ซือก็ถูกดูดลงสู่ใ้ต้ผืนน้ำเช่นกัน
ภายใต้กระแสน้ำที่เป็เกลียวหมุนลงไปด้านล่าง เสมือนเป็ทางน้ำไหลลอดใต้แผ่นดิน ลู่ซือลอยคอไปตามน้ำและขึ้นฝั่งบริเวณลานหินใต้ดิน หลังจากพักสักครู่ใหญ่ จึงพยายามเดินหาทางออก หากแต่ว่ากลับพบลานกว้างที่มีเสาลงอักขระจำนวนมาก แต่ละต้นมีลวดลายของสัตว์อสุราหลากหลายชนิด ดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหว
เวลาผ่านไปชั่วยามจึงพบแท่นหินขนาดใหญ่ มีภาษาโบราณบันทึกไว้ เมื่ออ่านดูพบว่ามันคือเคล็ดวิชาสิบสองอสุรา ใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่สองชั่วยามก็จดจำและเข้าใจได้ จึงเก็บเคล็ดวิชาบนแท่นหินกลับไป ส่วนท่าร่างต่าง ๆ จดจำไว้ได้เรียบร้อยแล้ว
"ที่แท้ที่นี่ก็เป็ส่วนของสำนักในอดีตนั่นเอง ไม่รู้นานเท่าไหร่ แต่สภาพเบื้องล่างนี้ยังสมบูรณ์ดีโดยแท้"
ลู่ซือใช้เวลาอยู่ราวสองชั่วยามก็เดินออกมาทางซอกเขาในป่าทึบได้สำเร็จ