สาวชาวนากลายเป็นหงส์ (นิยายแปลจีน) by ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 12 ขายตำรา (3)

    ตอนที่ 12 ขายตำรา (3)

            ฟังถึงตรงนี้ ซย่าเสี่ยวฉานก็หัวเราะเบาๆ “ไม่ทราบว่าที่คุณชายหลี่ขายเป็๞ตำราอันใดหรือ”

            หลี่ฉงเหวินดวงตาเป็๲ประกาย เอ่ยว่า “ที่ข้าขายเป็๲หม้อร้อนชนิดหนึ่งที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษข้า ยามนี้เข้าสารถฤดูแล้ว ทุกคนต้องบำรุงร่างกาย กินหม้อร้อนของข้าแล้วร่างกายแข็งแรง มีสรรพคุณช่วยให้อายุยืนยาว”

            ซย่าเสี่ยวฉานฟังถึงตรงนี้ก็ยกนิ้วโป้งให้หลี่ฉงเหวินเงียบๆ อย่างอดไม่ได้

            คิดในใจว่าเขาช่างน่าไม่อาย เห็นๆ กันอยู่ว่าหม้อร้อนนี้เป็๲ตำราลับที่ซย่าเสี่ยวฉานได้มาจากตำราต่างถิ่นเมื่อชาติก่อน คนผู้นี้ชั่วพริบตาเดียวกลับเปลี่ยนเป็๲ตำราลับที่สืบทอดจากบรรพบุรุษเขาแล้ว

            ซย่าเสี่ยวฉานเอ่ยเสียงเรียบ “ในตระกูลผู้น้อยก็สืบทอดหม้อร้อนชนิดหนึ่งมาเช่นกัน มีสรรพคุณบำรุงร่างกายให้แข็งแรง อายุยืนยาว เถ้าแก่ ไม่ทราบว่าท่านสนใจซื้อตำราเล่มนี้หรือไม่”

            ซย่าเสี่ยวฉานเป็๲สตรีที่ยอมเป็๲เศษหยกดีกว่าเป็๲กระเบื้องเต็มแผ่น ยอมทำลายของ ดีกว่าให้ของเช่นนี้ตกอยู่ในมือบุรุษที่เคยทรมานตน

            เถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยมีความรู้โชกโชน การที่เหลาฟู่กุ้ยสามารถเปิดสาขาทั่วทั้งแว่นแคว้นได้ย่อมไม่ธรรมดา ยามนี้เขากลอกตาไปมา แล้วเอ่ยว่า “ร้านข้าย่อมยินดีรับตำราลับที่แม่นางขาย เพียงแต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตำราลับนี้ต้องเป็๞ของท่านเอง และต้องเชื่อถือได้ มิเช่นนั้นตัวข้าเถ้าแก่ผู้นี้ก็มิอาจซื้อได้”

            ซย่าเสี่ยวฉานมองหลี่ฉงเหวินปราดหนึ่ง ทันใดนั้นก็ยิ้มกล่าวราวกับดีใจบนความโชคร้ายของผู้อื่น “เถ้าแก่ เชื่อถือได้อะไรกัน วิธีที่เชื่อถือได้ที่สุด เกรงว่ามิใช่สิ่งใด แต่เป็๲การวางอาหารส่วนหนึ่งลงตรงหน้าท่าน ให้ท่านชิมและตัดสินเอง ถูกหรือไม่”

            “ใช่แล้ว ในการทำอาหาร ไม่มีสิ่งใดจูงใจกว่าการวางอาหารลงตรงหน้าให้แขกชิมด้วยตัวเองแล้ว”

            ซย่าเสี่ยวฉานยิ้มน้อยๆ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ยามนี้หลี่ฉงเหวินหน้าเปลี่ยนสี เขากล่าวขึ้นอย่างอดไม่ได้ “หากต้องทำอาหารจริงๆ ออกมา ตำราลับเล่มนี้ก็มิใช่รั่วไหลแล้วหรือ เหลาฟู่กุ้ยเองก็เป็๲เหลาสุราอันดับต้นๆ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะทำเ๱ื่๵๹ลักเล็กขโมยน้อยเช่นนั้นได้ มิน่าเล่าถึงถูกเหลาป่ายเว่ยกดจมดิน”

            ในเมื่อหลี่ฉงเหวินสามารถขึ้นมาเป็๞ขุนนางได้ในภายหลัง เขาย่อมมิใช่คนโง่ ยามนี้เอ่ยวาจายั่วยุให้เกิดอารมณ์ พูดจี้ใจดำเถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ย ทำให้อีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนสีอย่างทนไม่ได้

            เถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยยังไม่ทันพูดอะไร ซย่าเสี่ยวฉานกลับยิ้ม พูดว่า “ฝีมือการทำอาหารแขนงนี้ พลาดนิดเดียวผิดไปพันลี้ คุณชายหลี่ ขออภัยที่ผู้น้อยพูดตามตรง แม้ท่านจะสูงศักดิ์เป็๲ซิ่วไฉ แต่ทัศนวิสัยและจิตใจช่างคับแคบเกินไปแล้วจริงๆ”

            ตบหน้าครานี้ ตบเข้าเต็มแรง

            ใบหน้าของหลี่ฉงเหวินย่ำแย่เป็๲อย่างมาก

            ความเกลียดแค้นในดวงตาของเขาวูบผ่านอย่างทนไม่ไหว ในใจคิดแค้นซย่าเสี่ยวฉานที่เหี้ยมโหดเช่นนี้ เขาคิดว่าซย่าเสี่ยวฉานเป็๞แค่หญิงสาวชาวบ้านผู้หนึ่ง คาดไม่ถึงเลยว่าตนเคยแต่งงานกับนาง แต่นางเล่า ไยถึงทำกับตนเช่นนี้ ตอนนี้นางไม่เพียงไม่เหลือทางหนีทีไล่ไว้ให้ตน แต่คาดไม่ถึงว่ายังหวังจะทำให้ตนขายหน้าด้วย

            คิดถึงตรงนี้หลี่ฉงเหวินก็แทบอยากจะบีบคอซย่าเสี่ยวฉานให้ตายทันที แก้แค้นความอับอายในวันนี้

            ทว่าหลี่ฉงเหวินกลับไม่คิดบ้างว่า ตำรานี้เดิมก็เป็๞ของซย่าเสี่ยวฉาน เขายึดครองของของนางไม่พอ ยังแค้นที่นางมาขวางเส้นทางความร่ำรวยของเขาอีก นี่ยังไม่เท่าไร แต่กลับไม่แยแสความทุ่มเทของซย่าเสี่ยวฉานเมื่อชาติก่อน คิดว่าการที่ซย่าเสี่ยวฉานแต่งงานกับตนได้ก็คล้ายได้ผลประโยชน์ยิ่งใหญ่มหาศาลแล้ว บอกได้เพียงว่าเขานั้นเป็๞คนเลวขนานแท้

            ทั้งสองต่อสู้กันเงียบๆ อยู่ฝั่งหนึ่ง เถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งเป็๲จิ้งจอกเฒ่า ย่อมดีใจเป็๲ประมงเฒ่าได้กำไร[1]แล้ว ทันใดนั้นเถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยก็หัวเราะเหอๆ เอ่ยว่า “ในเมื่อทั้งสองท่านล้วนมาขายตำราประกอบอาหารหม้อร้อนที่ว่า เช่นนั้น ข้าอยากถามสักหน่อย ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองคิดจะขายราคาเท่าไรหรือ”

            เชิงอรรถ

    ^ ผู้ที่ได้กำไรหรือผลประโยชน์โดยไม่คาดฝัน