“ กระบี่เทพก็จริง แต่คนใช้ก็เป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดาเ้าไปล่อให้มันใช้พลังกระบี่อัสนีออกมา มันใช้พลังกระบี่ได้ไม่เต็มที่หรอก เดี๋ยวมันก็หมดแรง เ้ารับได้อยู่แล้วน่า แล้วรอมันเผลอ เ้าก็ใช้เหรียญเงินสังหาร จัดการกับมัน”
“ ได้ ข้าจะทำตามที่อาจารย์บอก แต่ข้าจะทนพลังอัสนีไหวไหมเนี่ย”เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
“ เ้าฝึกกายาะ สายฟ้าแค่นี้ทำอะไรเ้าไม่ได้หรอก”
“ ได้ข้าจะสู้กับมัน” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ลุกขึ้นมาหมายจะสู้ต่อ แต่ไม่ทันแล้ว แม่หิ้วร่างของเสี่ยวเทียนเข้าเอว แล้วะโหนี ไปในทันที
“ ท่านแม่ปล่อย ข้าจะสู้กันมัน” เสี่ยวเทียนไม่อยากดิ้นออกกลัวว่าท่านแม่จะล้ม
“ จะบ้าเหรอ นั่นมันกระบี่อาญาสิทธิ์อัสนี์ ในชั้นพิภพที่ 1 ไม่มีใครต้านพลังกระบี่นี้ได้หรอก” แม่กล่าวเตือนเสี่ยวเทียนอีกรอบ
“ สองแม่ลูกคิดจะหนีไปไหน” เสียงของแม่ทัพอู๋เลี่ยงออกมาจากห้องโถง ตามไล่หลังเสี่ยวเทียนกลับแม่มาติด ๆ แล้วมันก็ชี้กระบี่อาญาสิทธิ์เข้าใส่ทั้งคู่ทันที
เสี่ยวเทียนเห็นแล้วก็หลบไม่ได้ จึงต้องเอากระบี่ไม้ดำต้านทานเอาไว้ เปรี้ยง ! สองคนแม่ลูก ถูกกระแทกไปคนละทิศละทาง เสี่ยวเทียนถึงกับมือชา แม่ทัพอู๋เลี่ยงไม่หยุดชี้กระบี่เข้าใส่แม่ของเสี่ยวเทียนที่ยังนอนมึนงงอยู่ เปรี้ยง ! เสี่ยวเทียนเข้าไปรับพลังอัสนีสายฟ้าแทน ร่างกระเด็นไปชนท่านแม่จนกลิ้งไปด้วยกันทั้งสองแม่ลูก
เสี่ยวเทียนเป่าปากออกมา มีควันขาวออกจากปาก ผมที่ถูกท่านแม่มัดเอาไว้เรียบร้อยก็หลุดลุ่ย ชี้ตั้งตรงขึ้นมา หันมามองแม่ที่เป็ลมหมดสติไปแล้ว เสี่ยวเทียนใช้มือััหน้าแม่ พยายามเรียกให้แม่ฟื้นสติเร็ว ๆ
“ ท่านแม่ฟื้นเร็ว มันมาแล้ว” ไม่ทันแล้ว แม่ทัพอู๋เลี่ยงมาถึงแล้ว เสี่ยวเทียนขว้างเหรียญออกไปเป็ร้อย เหรียญพุ่งเข้าใส่ แม่ทัพอู่เลี่ยง แต่ถูก พลังสายฟ้ากระแทกออกไปจนหมด เสี่ยวเทียนพุ่งกระบี่ไม้ดำออกไปขยายเป็กระบี่ั์ แต่ก็ถูกกระบี่อาญา์ กระแทกกลับไปกลายเป็กระบี่ไม้ตามเดิม เสี่ยวเทียนพุ่งร่างเข้าใกล้หมายจะใช้หมัด เสยเข้าปลายคาง แต่ถูกพลังกระบี่พุ่งเข้าใส่ร่างอีกครั้งคราวนี้เสื้อผ้าของ เสี่ยวเทียนไหม้เกรียม ขาดวิ่นไปหมด
“ อาจารย์ ...ข้าจะไม่ไหวแล้ว” เสี่ยวเทียนพูดเหมือนคนหมดแรง
“ ไหวซิ ข้าสอนเ้ามา ทำไมข้าจะไม่รู้ว่าเ้าสู้ได้หรือไม่ ลุยมันต่อมันใกล้จะหมดแรงแล้ว นี่คือการฝึกฝน หากให้ข้าจัดการกับมันแค่ลมหายใจเดียวมันกลายเป็ฝุ่นไปแล้ว ” อาจารย์ลู่เอินส่งเสียงให้ เสี่ยวเทียนสู้ต่อ เสี่ยวเทียนเด็กน้อยวัย 6 ขวบหายใจเข้าปอดลึก ๆ เรียกกระบี่ไม้ดำกลับมา แล้วเข้าปะทะอีกรอบ ตูม !! โดนไปอีกรอบ คราวนี้เสื้อหายไปหมดแล้ว เหลือแต่กางเกงตัวเดียว เส้นผมนอกจากชี้ฟูแล้วยังมีควันซึมออกมาจากหนังหัว และรูหูอีกต่างหาก ใบหน้าดำปื้นไปหมด
“ อาจารย์….ข้าไม่ไหวแล้ว… ก่อนที่มันจะหมดแรง ข้าคงตายก่อนแน่”
“ ไม่ต้องห่วง มันหมดพลังแล้ว คราวนี้ เ้าจัดการมันได้อย่างแน่นอน” อาจารย์ลู่เอินให้กำลังใจ ทำให้เสี่ยวเทียนมีลูกฮึด ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เสี่ยวเทียนขว้างเหรียญสังหารออกไปอีกสี่ร้อยกว่าเหรียญ แล้ววิ่งเข้าไป ใส่ซึ่งๆ หน้า แม่ทัพอู๋เลี่ยงเริ่มเหนื่อยอ่อนอย่างที่อาจารย์ลู่เอินกล่าวไว้จริงๆ แต่มันก็มีลูกฮึดเช่นกัน แต่ด้วยที่ต้องป้องกันเหรียญตั้ง สี่ร้อยกว่าเหรียญ ที่เข้าจู่โจมทั่วทุกทิศทุกทาง ทำให้แม่ทัพอู๋เลี่ยง ใช้แรงฮึดจนหมด พอเสี่ยวเทียนพุ่งกระบี่ไม้ดำมาใกล้ จึงใช้กระบี่แทงออกไปธรรมดา ไม่มีพลังอัสนี จึงทำให้กระบี่ไม้ดำที่มีพลังอัสนี พุ่งเข้าใส่ร่างของแม่ทัพอู๋เลี่ยง กระเด็นลอยออกไป
แล้วเสี่ยวเทียนก็ตวัดกระบี่ ฟันไปที่ขวาทั้งสองข้าง ของแม่ทัพอู๋เลี่ยง จนขาดกระเด็นออกเป็สองท่อน อ๊ากกกกกกกกก !!! แม่ทัพอู๋เลี่ยง ส่งเสียงร้องลั่นเหมือนวัวถูกเชือด เสี่ยวเทียนเตะเข้าที่หว่างขาอีกที แม่ทัพอู๋เลี่ยงเจ็บจนจุก ไม่อาจส่งเสียงร้องออกมาได้อัก
เสี่ยวเทียนกำลังจะตวัดกระบี่ตัดลำคอของแม่ทัพอู่เลี่ยง พอดีได้ยินเสียงท่านแม่ร้องะโออกมาว่า
“ พอได้แล้ว ปล่อยมันไป”
“ ท่านแม่มันจะฆ่าพวกเรานะ” เสี่ยวเทียนตอนนี้หัวฟู ตัวดำมืดไปหมด เหลือแต่กางเกงตัวเดียวที่ขาดวิ่น อ้าปากเห็นฟันขาว เอ่ยกับมารดาด้วยความสงสัยทำไมไม่ฆ่ามันทิ้งเสียเลย ปล่อยเอาไว้ มันอาจจะคิดร้ายในวันข้างหน้าอีก
“ พี่สาวของมันเป็ พระสนมเอกของ จักรพรรดิฟงเลี่ย หากมันตายไปเื่ราวจะใหญ่โตไปกันใหญ่ สอนบทเรียนให้เท่านี้ก็พอแล้ว” แม่อธิบายให้เสี่ยวเทียนฟัง
แต่เสี่ยวเทียนไม่คิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่อยากขัดท่านแม่ จึงไปหยิบดาบอาญาสิทธิ์อัสนี์เอามาเก็บไว้ แล้วมองสภาพ ที่ว่าการทหารบัดนี้มอดไหม้กลายเป็เถ้าถ่านไปหมด ทหารเข้ามาช่วยกันพา แม่ทัพไปรักษาตัว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม่กับเสี่ยวเทียนอีกเลย
“ กลับกันเถอะลูก” แม่จูงมือเสี่ยวเทียนที่ตัวดำปี๊ด รีบกลับบ้านทันทีเพราะทนเห็นสภาพเสี่ยวเทียนตอนนี้ไม่ไหวแล้ว
หลังจากกลับบ้าน อาบน้ำเสร็จ แม่กับท่านตาก็เรียกไปพบ
“ ลูกแม่ ท่านตาอยากได้กระบี่อาญาสิทธิ์อัสนี์ ไปคืน จักรพรรดิฟงเลี่ย เ้าคิดเห็นว่ายังไง”
“ ขืนให้ไป พวกเขาก็เอามันมาทำร้ายพวกเราได้อีก ท่านแม่ก็เห็นกว่าจะเอาชนะมันได้ลูกต้องมีสภาพเช่นไร” แม่ฟังจบก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ที่เห็นสภาพลูกชายตัวเองตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น
“ ไม่หรอก ครั้งนี้ท่านตาจะเข้าเฝ้า แล้วนำกระบี่คืนให้กับองค์จักรพรรดิไม่ได้ให้กับตระกูลอู๋ สักหน่อย”
“ ใช่ ตาเองจะเข้าเฝ้ากราบทูลเื่ราวทั้งหมด พอดีท่านเสนาบดีซุนท่านอยู่ข้างเรา แล้วคนของแม่ทัพใหญ่ตอนเหนือ ก็อยู่ข้างเรา อีกทั้งฝ่ายสำนักมือปราบต้าหลี่ก็เห็นด้วยกับเรา กล่าวหาคนของ ตระกูลอู๋ทำผิด ตาเองก็เลยต้องมาขอกระบี่จากหลานไปคืน ให้กับองค์จักรพรรดิ”
“ ให้ไปเถอะ ไว้ข้าได้เหล็กสวรรด์แบบนี้ ข้าจะหลอมสักกี่เล่มก็ได้” อาจารย์ลู่เอินส่งเสียงบอกกับ เสี่ยวเทียน ทำให้เสี่ยวเทียนนำกระบี่ส่งให้ท่านตา
“ อ้อ เดี๋ยวก่อน มีอยู่เื่หนึ่ง ท่านตาช่วยหาสมุนไพรระดับจักรพรรดิ ให้หลานด้วยพอดีท่านอาจารย์ของหลาน จะหลอมยาช่วยรักษาอาการของ ท่านลุงห้า” เสี่ยวเทียนยื่นกระดาษเขียนชื่อสมุนไพรสามตัวที่อาจารย์เขียนไว้ให้ ท่านตาไป
“ ได้ ๆ เื่ตาจะจัดการให้เอง”
“ ฝากขอบคุณท่านอาจารย์ของลูกด้วยนะ” แม่ลูบหัวของเสี่ยวเทียนด้วยความเอ็นดูแล้วเดินออกไปจัดการเื่กระบี่ทันที
“ ให้ท่านตาไปจัดการ เราก็ประหยัดเงินเหรียญไปได้เยอะเลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยคนเดียวอย่างมีความสุข
ตำหนักพระสนมอู๋ลี่ฟาง เสียงตบโต๊ะดัง ปัง !
“ อะไรนะ ถึงกับขาขาดเลยรึ”
“ ใช่แล้ว ไอ้เด็กนรกคนนี้มันร้ายกาจจริงๆ ขนาดมันถูกสายฟ้าฟาดจนตัวดำไหมไปหมดมันยังไม่ตาย ยังมีลูกฮึด ลุกขึ้นมาฟันขา อู๋เลี่ยงจนขาด แล้วมันยังเตะหว่างขาของอู๋เลี่ยงจนพิการไปอีก ช่างโเี้เกินเด็กนัก” อู๋ซ่างจวิน บิดาของอู๋เลี่ยงเอ่ยกับพระสนมอู๋ลี่ฟางด้วยความโกรธแค้น
“ ไม่ได้ เื่นี้ข้าต้องทูลฟ้อง ต่อฝ่าา ปล่อยให้มันทำเช่นนี้กับท่านพี่อู๋เลี่ยงได้อย่างไรกัน”
“ ตอนนี้ทำไม่ได้ เสนาบดีซุน หัวหน้ามือปราบต้าหลี่ซื่อ เตี้ยนซา แม่ทัพใหญ่ลั่วอัน พวกมันรวมตัวกันฟ้องฝ่าา ว่าอู๋เลี่ยงใช้อำนาจบาตรใหญ่ให้ร้ายคนบริสุทธิ์ พวกมันมีหลักฐานพร้อมมูล ทำให้ฝ่าาสั่งปลด อู๋เลี่ยงไปแล้ว หากพระสนมจะไปทูลฝ่าาเวลานี้ ยิ่งจะทำให้พระองค์ทรงพิโรธ เปล่า ๆ พ่อจะส่งคนไปที่สำนักจงหนันซาน แจ้งให้พวกเขารู้ว่า ท่านคุรุเทพจื่อม่อ กับ ท่านคุรุเทพจื่อมู่ ถูกคนของตระกูลจางสังหารจนตาย พวกเขาคงไม่อยู่เฉยแน่ พวกเราจะรอดูผลกรรมของมันในครั้งนี้
ส่วนพระสนม รอให้ฝ่าาอารมณ์ดี แล้วค่อยกราบทูลเื่ หยกัฟ้า ว่าบัดนี้อยู่กับ ตระกูลจาง โดยถูกนำมาจากดินแดนที่สาม พระสนมพูดเพียงเท่านี้ก็พอ
แล้วปล่อยให้ฝ่าาตัดสินพระทัยเอาเอง ข้าไม่เชื่อว่า ฝ่าาจะยอมให้คนตระกูลจางมีพลังขึ้นมาเทียบเท่ากับพระองค์ คอยดูกันไป พวกมันจะพบจุดจบเช่นไร !!”
อู๋ซ่างจวินหัวหน้าตระกูลอู๋ เอ่ยแผนของตนออกมาให้พระสนมฟัง
หลังจากเหตุร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว เสี่ยวเทียนก็ยังคงฝึกวิชา ที่อาจารย์ลู่เอินสอนซึ่ง วิชาแต่ละวิชาที่สอน ทำเอาเสี่ยวเทียนมึนงงไปหมด เพราะบางวันสอนวิชาเทควันโด อยู่ดีดี ก็เปลี่ยนมาสอนให้ใช้วิชามวยไทย แล้วบางทีสอนวิชามวยปล้ำต่ออีก
แต่ก็มีบางอย่างที่อาจารย์ลู่เอินกำชับให้เสี่ยวเทียนต้องเรียนรู้ และจำให้แม่น ก็คือ การเรียนรู้จุดต่างๆ ของร่างกาย และวิธีกดจุดที่สำหรับห้ามเื จุดนิ่ง จุดระงับเ็ป ซึ่งอาจารย์ลู่เอินจะสอนอย่างคล่องแคล่วแม่นยำ ไม่มีผิดพลาด ในขณะที่เสี่ยวเทียนฝึกซ้อมการต่อสู้ระยะประชิดกับ ต้าเกินอยู่นั้น ท่านตา ก็ส่งคนมาเรียกให้เสี่ยวเทียนไปหาที่ห้องโถง พอไปถึงก็มีแม่ยืนรออยู่ด้วย
“ เสี่ยวเทียน นี่คือสมุนไพรระดับจักรรพรรดิทั้งสาม ราคาต้นสมุนไพรต้นเดียวไม่ต่ำกว่าต้นละ 1ล้านเหรียญ มีเพียงแค่ อย่างละ สองต้นเท่านั้น หวังว่าจะไม่ทำให้ท่านตาผิดหวังนะ” แม่เอ่ยจบก็ยกกล่องสมุนไพรให้เสี่ยวเทียนทั้งสามกล่อง
ต้าเกิน รีบขอบคุณท่านตาทันที เสี่ยวเทียนได้แต่สงสัย ทำไมตอนที่ซื้อจากร้านจักรวาลเทพยุทธ์ แค่ สามต้นห้าแสนเหรียญเงินเอง ทำไมครั้งนี้แพงจัง เสี่ยวเทียนรีบวิ่งกลับไปที่ห้อง แล้วอาจารย์ก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วก็เปิดกล่องทั้งหมดก็พบต้นสมุนไพร โสมจักรพรรดิหมื่นปี เห็นหลิงจือ จักรพรรดิหมื่นปี ถั่งเช่าสีทองจักรพรรดิ หมื่นปีทั้งสามชนิด อยู่ด้วยกันอย่างละสองต้น อาจารย์ลู่เอินอุ่นเตาหลอมทันที
“ อาจารย์ทำไม ต้นสมุนไพรครั้งนี้ก็ดูเหมือนกัน แต่ทำไมราคาถึงได้แพงกว่ากันตั้งหลายเท่าตัว”
“ สมุนไพร ของร้านจักรวาลเทพยุทธ์ เป็สมุนไพรที่มีอายุเพียงแค่ ร้อยกว่าปีเท่านั้น ส่วน ของใหม่นี้ ก็สองร้อยปี”
“อ้าว ถ้าเช่นนั้น ก็หลอกกันทั้งนั้น นะซิอาจารย์”
“ ใช่แล้ว แล้วใครมันจะไปรู้ล่ะ บอกกี่ปีก็เชื่อ โลกใบนี้เพิ่งจะมีอายุแค่พันปีเท่านั้นจะไปหาสมุนไพรหมื่นปีจากไหนได้”
“ อ้าวแล้วสรรพคุณ จะได้ตามที่เรา้าหรือเปล่าขอรับ”
“ คนอื่นนั้นไม่มีทางทำได้ แต่ข้าสามารถฟื้นฟู พลังงานของสมุนไพรพวกนี้ได้เท่าที่ข้า้า เอาไว้เ้า ขึ้นไปชั้นสอง มีพลังเทพแล้ว ข้าจะสอนเ้าเอง”
อาจารย์ลู่เอินพูดจบ ก็ส่ง สมุนไพรทั้งสามตัว ลงไป ในเตาหลอม แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์หลอมรวมสมุนไพรทั้งหมดเข้าด้วยกัน ไม่นาน เม็ดยาเซียน์สีทองขนาดเท่าไข่นกกระทา ประกฏขึ้น 10 เม็ด กลิ่นหอมละมุนไปทั่วห้อง
“ เอาไปให้ ลุงห้าของเ้ากิน เพียงเม็ดเดียว ที่เหลือ เ้าเก็บเอาไว้ เพราะยานี้นอกจากรักษาอาการแขนขาดขาขาดแล้ว ยังช่วยให้คนที่าเ็หนักใกล้ตายกลับมามีอาการปกติได้เหมือนเดิม” เสี่ยวเทียนรีบเก็บใส่กล่องไว้ทันที
“หลังจาก ที่ให้ลุงห้าของเ้ากินยาเม็ดเซียน์นี้แล้ว เ้าก็ช่วยถ่ายลมปราณของเ้า เพื่อกรุยชีพจร เพื่อให้เม็ดยา ซึมผ่านร่างกายของลุงห้าเ้าได้เร็วขึ้น”
เสี่ยวเทียนรีบเอาเม็ดยาเซียน์ ออกไปทันที พบต้าเกินยืนรออยู่หน้าห้องแล้ว เสี่ยเทียนไม่พูดอะไร ได้แต่พยักหน้า แล้วถือกล่องเม็ดยาให้ต้าเกินดู
ต้าเกินดีใจมาก สองคนรีบวิ่งไปที่ห้องของลุงห้าทันที
ส่วนชีวิตของลุงห้าทุกวันนี้ได้แต่นอนอยู่ในห้องอย่างหมดอาลัยตายอยาก ป้าห้าทำอะไรมาให้ก็ไม่อยากกิน ร่างกายของลุงห้าก็ซูบผอมแห้ง จากคนเคยอ้วนท้วนสมบูรณ์ ระยะเวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงสามเดือน ร่างกายก็ผ่ายผอมเหมือนคนขาดสารอาหาร วันนี้ คนทั้งตระกูลก็มาที่ห้องของ ลุงห้ากันหมด เพราะเสี่ยวเทียนบอกว่า อาจารย์หลอมยาเม็ดเซียน์เสร็จแล้ว แม่ก็อุ้ม เสี่ยวหลิงมาดูด้วยอีกคน ห้องของลุงห้าวันนี้ที่เคยโล่งเตียนกลับมีเก้าอี้มาตั้งกันอยู่หลายตัว แต่หน้าตาของลุงห้าเองก็หมดอาลัยกับชีวิตแล้ว ไม่คิดว่ายาวิเศษอะไรจะทำให้เขาดีไปกว่านี้ได้ พอเทียนกับต้าเกินมาถึง ทุกคนถึงกับยืนขึ้นไม่มีใครนั่งเก้าอี้กันเลยสักคน
“ ท่านพ่อ ยาเม็ดเซียน์ หลอมเสร็จแล้ว ท่านพ่อจะหายดีแล้ว” ต้าเกินเข้าประคองลุงห้าให้ลุกนั่งแล้วเหยียดขาที่มีอยู่แค่เข่าพาดไปบนเตียง
เสี่ยวเทียนพอมาถึง ก็เปิดกล่องเม็ดยาเซียน์ทันที ปรากฏแสงสีทองส่องประกายสว่างจ้า แสบตาทุกคน แล้วยังมีกลิ่นหอมของโสม เห็ดหลิงจือ ถั่งเช่า ออกมาพร้อมๆ กัน
เสี่ยวเทียนยื่นเม็ดยา ใส่ปากของลุงห้า แล้วพอลุงห้ากลืนเข้าไป เสี่ยวเทียนก็ขึ้นไปนั่งบนเตียง แล้วถ่ายพลังลมปราณเข้าไปในร่างของลุงห้า เพื่อให้เม็ดยา ซึมซาบได้ทั่วถึงไม่มีติดขัด แล้วร่างกายที่สูบผอม ของลุงห้า ก็ค่อยๆ มีน้ำมีนวลขึ้น หน้าตาที่ดูอ่อนแรง เหี่ยวย่นทั้งที่อายุเพียง 40 กว่าๆเท่านั้น ก็กลับมาเต่งตึงเหมือนเป็หนุ่มวัย 30 กว่าปี
เส้นผมที่หงอกเขาก็กลับดำขึ้นมาทั้งหัวทันที ลุงห้าลืมตาโพลงด้วยความใ ดวงตาที่เปล่งออกมากลับมีประกายแข็งกล้า เหมือนคนแข็งแรง เืลมในกายสูบฉีด ยิ่งกว่าวัยรุ่น อายุ 20 ปีเสียอีก
แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ขาที่หายไปทั้งสองข้าง เกิดมีการเปลี่ยนแปลง กระดูกที่ขาดหายไป กลับค่อยๆงอกออกมาทีละนิด จนครบทั้งสองข้าง จากนั้นก็เริ่มมีเนื้อเยื่อ ค่อยๆ พันกระดูกเป็เกลียวพันไปพันมาเกิดเป็เส้นเอ็น เส้นเื เริ่มมีิัไขมันเข้ามาคลอบคลุมขาทั้งสองข้างก่อนจากนั้นก็มีเซลล์เนื้อเยื่อเริ่มสร้างิัแท้ต่อ เืก็เริ่มซึมเข้ามาแทรกที่ละนิด จนมาิัชั้นสุดท้าย เป็ิักำพร้า จากผิวขาวก็เริ่มเป็สีเืฝาด แล้วขาทั้งสองข้างก็กลับมาสมบูรณ์เช่นเดิม
ลุงห้าเริ่มขยับเท้า แล้วลองก้าวเดิน ลุงห้ากลายเป็คนปกติไปแล้ว ทุกคนที่เห็นได้แต่อ้าปากตาค้าง ไม่มีใครเคยเห็นเหตุการณ์มหัศจรรย์อย่างนี้มาก่อน นี่จะเป็ไปได้อย่างไรกัน แม้แต่แม่ที่ยืนอุ้มเสียวหลิงเอง ยังเผลอปล่อยให้เสี่ยวหลิงหลุดมือ ดีที่เสี่ยวหลิงเกาะเอวแม่ไว้ทันมิเช่นนั้น ลงไปนอนหงายผึ่งแล้ว
“ โอ้ ขอบคุณท่านเซียน เสี่ยวเทียน ขอบใจเ้ามากจริงๆ” ลุงห้าเข้ามากอดเสี่ยวเทียนแน่น
“ ไม่เป็ไร ขอรับ เื่เล็กน้อย”
“ ทุกคนจงฟัง ห้ามบอกเื่นี้ให้ใครฟังเป็อันขาด เพื่อความปลอดภัยของเสี่ยวเทียน และตระกูลของเราทั้งหมด” ท่านตากลับมองเื่นี้ว่า จะกลายเป็อันตรายต่อเสี่ยวเทียน ถ้าคนไม่ดีรู้เื่
“ พี่ใหญ่เก่งที่สุดเลย” หลิงน้อยร้องะโออกมา จนแม่ต้องกอดหลิงน้อยแน่นกว่าเดิม เดี๋ยวจะหลุดไปอีก
“ วันนี้ข้ารู้สึกดีจริงๆ เ้าใหญ่ เ้าเตรียมจัดงานฉลองกันเล็ก ๆ ภายในตระกูลของเรา เสี่ยวเทียน ท่านเทพเซียนมีบุญคุณใหญ่หลวงกับ ตระกูลของเราไม่ทราบว่าท่านอยากได้สิ่งใดหรือไม่ ถ้าเ้ารู้ก็ให้บอกตามาได้เลยนะ” ท่านตาเอ่ยกับเสี่ยวเทียนต่อหน้าทุกคน เสี่ยวเทียนก็ไม่เคยถามว่า อาจารย์อยากได้อะไรหรือไม่ เพราะั้แ่เจอกัน ไม่เห็นอาจารย์เอ่ยอยากได้อะไรสักอย่าง
คืนนี้ ท้องฟ้ากระจ่างดวงดาวส่องแสงอยู่เต็มท้องฟ้า มีเรือเหาะลำหนึ่งลอยอยู่บนหน้าคฤหาสน์ ตระกูลจาง มีคนกลุ่มหนึ่งประมาณ สิบคน เป็ชายหนุ่ม 8 คน แล้วชายชราแต่งชุดคล้ายนักพรตอีก สองคน มองมาที่คนตระกูลจางที่กำลังกินเลี้ยงกันอย่างมีความสุข
“ เรียนท่านคุรุเทพทั้งสอง ด้านล่างเป็คฤหาสน์ตระกูลจางอย่างแน่นอน และเด็กชายเสื้อสีฟ้าคนนั้น คือเสี่ยวเทียน ที่เป็คนสังหาร คุรุเทพจื่อม่อ กับคุรุเทพจื่อมู่ ขอรับ” หนึ่งในชายหนุ่มทั้งแปดรายงาน
“ ท่านคุรุเทพไห่ซิน ท่านเห็นว่า เราควรบุกไปจับมันมาลงโทษเลยดีไหม”
“ ใจเย็นก่อน ท่านคุรุเทพซีหยาง มันสามารถสังหาร ท่านคุรุเทพทั้งสองได้ เทพที่คุ้มครองมันคงไม่ธรรมดา อย่าลืมเื่สำคัญที่เราต้องสืบหาความจริงเื่หยกัฟ้า ข้าคิดว่าเด็กแค่ 6 ขวบไม่มีทางที่เทพเซียนองค์ไหนจะมาคุ้มครอง ถ้าเขาไม่ใช่คนสำคัญ หรือ มีของวิเศษติดตัว ข้าคงต้องวางแผนเข้าไปสืบเื่นี้ ในตระกูลจางก่อน”
“ ท่านมีแผนอะไรรึ”
“ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปบ้านตระกูลจาง จะไปบอกว่า พวกมันมีเคราะห์ แล้วจะสร้างเหตุการณ์ให้มันเชื่อ ว่าบ้านพวกมันมีเคราะห์หนัก และคนที่เป็ตัวที่ทำให้เกิดเคราะห์ก็คือ เด็กน้อยคนนั้น ดูซิว่าผู้นำตระกูลจาง จะยอมให้ครอบครัวมันล่มสลายหรือจะยอมตัดเด็กน้อยคนนี้แต่เพียงผู้เดียว” คุรุเทพไห่ซินวางแผนจัดการกับเสี่ยวเทียน
“ แผนของท่านนี่ล้ำลึกจริงๆ พรุ่งนี้ข้าอยากรู้แล้วซิ ว่าผู้นำตระกูลจาง จะเลือกทางไหน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”.....