“กินอะไรเอ่ยทิป”
เวรุณีสะดุ้งเฮือก พจนารถยิ้มเผล่วางจานข้าวแกงลงแล้วนั่งร่วมโต๊ะตรงหน้า
“ข้าวมันไก่น่ะแล้วนารถไปไหนทำไมวันนี้มาช้า”
ปรกติเดินผ่านไปชงกาแฟจะเห็นเขานั่งที่โต๊ะแต่วันนี้พจนารถกระหืดกระหอบมาเอาตอนสิบโมงเช้า
“ลาสองชั่วโมงวันนี้ครบรอบวันตายแม่ เลยไปถวายภัตตาหารที่วัด”
เธอมองเขาแล้วเปรียบเทียบกับตัวเองสักวันเธอต้องมีรอยยิ้มมาจากใจจริง โดยไม่เสแสร้งว่าตัวเองเข้มแข็งดังที่เป็อยู่
“เมื่อวานนี้ซีอีโอคุณธรณ์เรียกทิปไปมีอะไรหรือเปล่า”
ธนาคารสำนักงานใหญ่แห่งนี้ใหญ่โตแต่ก็ไม่เล็กนักสำหรับข่าวคราวต่างๆ ยิ่งเื่แปลกๆ อย่างผู้บริหารใหญ่เรียกพบพนักงานตำแหน่งเล็กๆเพียงลำพัง
“อ๋อ...”
เวรุณียิ้มกลบเกลื่อน
“เขา เอ๊ย! ท่านเป็คนรู้จักกับพ่อแม่ฉันน่ะเลยถามข่าวเื่ไทม์”
พจนารถเห็นว่าเป็เื่เวลาซึ่งกระทบใจเธอ เขาจึงไม่เซ้าซี้ถามต่อ แต่ชวนคุยเื่อื่นๆซึ่งก็พอทำให้เวรุณียิ้มได้บ้าง
“คาเฟทีเรียของเราสะอาดได้รับรางวัลรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยขายอาหารราคาถูกเพื่อลดภาระค่าครองชีพของพนักงาน”
ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลอธิบายนำชมสถานที่อย่างตั้งอกตั้งใจธรณ์ทำทีเป็ฟัง สายตากวาดไปทั่วบริเวณ แล้วสะดุดอยู่ที่สองหนุ่มสาว
เวรุณีหัวเราะสดใสอยู่กับพนักงานชายคนหนึ่งความรู้สึกไม่พอใจแล่นขึ้นใบหน้าเป็ริ้วๆแต่ธรณ์ซ่อนไว้แเีภายใต้หน้ากากผู้บริหารอันสุขุม
ขณะเขาเศร้าเสียใจกับการจากไปของน้องสาวเวรุณีที่ปากบอกเสียน้องชายกลับหัวเราะ ยิ้ม ...หลายวันที่เขาดังตกนรกเธอกลับมีความสุข ไม่ยุติธรรมเลย
โลกธุรกิจโหดร้ายธรณ์ต้องบริหารทรัพย์สินพ่อแม่ั้แ่ยังหนุ่มสูญเสีย่เวลาวัยรุ่นไปกับภาระรับผิดชอบอันหนักอึ้งคมเขี้ยวของคนรอบข้างที่พร้อมเอาเปรียบและแย่งทึ้งทรัพย์สมบัติ
ธิณาเท่านั้นที่เป็ดังน้ำทิพย์ชโลมใจอันแห้งแล้งน้องสาวเป็เพียงคนเดียวในโลกที่ธรณ์เชื่อใจที่สุด แสงสว่างอันสดใสในชีวิตบัดนี้ดับลงแล้วด้วยวัยอันเยาว์
...เหลือเพียงตัวเขาคนเดียวในโลก และความรู้สึกผิดโทษตัวเองว่าน่าจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ พาลไปโกรธตัวต้นเหตุอย่างเวลาและพี่สาวของมัน ที่ยังยิ้มระรื่นอยู่ได้
เวรุณีเม้มปากกอดอกเมื่อเขามายื่นหน้าบ้าน เวลาเดิมเป๊ะ
“เราจะคุยกันเื่เดิม”
โดยไม่ต้องขยายความว่าเื่ไหนเธอยอมเปิดประตูให้อย่างไม่เต็มใจ ธรณ์เดินตามหลังร่างในชุดพนักงานธนาคาร ชุดเข้ารูป อวดอกอิ่ม เอวเว้า และก้นงอน
หุ่นเธอไม่บางมีทรงน่าััลูบไล้เหมือนนาฬิกาทราย เขาเห็นแล้วนึกไปถึงภาพเธอหัวเราะแล้วยิ่งขัดใจ
“นัดวันฉีดอสุจิเมื่อไรล่ะฉันจะได้คำนวณวันไข่ตก”
เป็การสนทนาทางวิทยาศาสตร์อันแห้งแล้งไร้ซึ่งความโรแมนติกเหลือเกินในความคิดเวรุณี ทำอย่างไรได้เล่า...ก็เขาหวังแค่ทายาท ส่วนเธอก็ไม่เต็มใจช่วยก่อกำเนิดให้นัก
“ไม่มีการฉีด ผมขอวิธีธรรมชาติ”
เวรุณีหยุดนิ่ง อ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก
“คุณกับผมก็แค่คนไม่ใช่สเปคมานอนด้วยกัน...แค่สัมพันธ์ทางกาย”
“ฉันเคยคิดว่าคุณน่ะบ้าตอนนี้ไม่คิดแล้ว คุณน่ะเป็คนบ้าจริงๆ”
ดวงตาคมดำจ้องร่างอวบที่นั่งอยู่ตรงหน้าไล่ั้แ่ผมยาวสีธรรมชาติมัดสูงเป็หางม้า ดวงหน้ากลมขาวกระจ่างใสแพขนตายาวกระพริบถี่ยามใ จมูกโด่งนิด ริมฝีปากอิ่ม อกหยุ่น เอวเว้า สะโพกผายที่ก่อกวนใจเขาั้แ่เมื่อวาน
ธรณ์ไม่เคยยุ่งกับพนักงานในบริษัทไม่ทำตัวเป็สมภารกินไก่วัด แม้จะมีสาวใจกล้าทอดสะพานให้บ่อยๆ ก็ตาม แต่กับเวรุณีเธอกับเขาเจอกันในสถานการณ์ไม่ปรกติ
เขาพยายามไม่คิดคิดถึงเธอลบความรู้สึกละมุนมือยามััความนุ่มนิ่ม ทำเป็ลืมๆ กับกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อคืนพยายามแล้ว แต่ใจกลับลอยไปวนเวียนเื่เธอโดยอัตโนมัติ ยิ่งเห็นรอยยิ้มได้ยินเสียงหัวเราะ ยิ่งโกรธปนหงุดหงิด จนเขาต้องถามตัวเองว่ากำลังเป็บ้าอะไร
“คุณไม่มีใครไม่ใช่เหรอ”
“จะมีหรือไม่มีก็ไม่เกี่ยวแต่คุณกำลัง ...ขอมีอะไรกับฉัน”
เธอหน้าแดงซ่านยางอายหายไปจากหน้าเขาหมดแล้วกระมัง
“ไม่ได้ขอ แต่ต้องมีต่างหากไม่อย่างนั้นจะมีลูกผมได้ยังไง”
นานแล้วที่ธรณ์ไม่ได้เห็นผู้หญิงหน้าแดงจริงๆโดยไม่ได้เกิดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือการแต่งหน้า
“งั้นก็ไปหาคนอื่นเถอะฉันยกเลิกข้อเสนอ”
“เสียใจในเมื่อรับปากแล้วก็คือรับปากเปลี่ยนใจไม่ได้”
“คุณขี้โกงที่สุด”
เขาเลิกคิ้วยียวน
“ผมเป็นายธนาคารนะคุณไม่โกงใคร แล้วก็ไม่ชอบให้ใครโกงด้วย”
“แต่คุณก็เอาเปรียบฉัน”
เธอจ้องอาฆาต เขาได้ทั้งขึ้นทั้งล่องทั้งตัวเธอ ทั้งลูก
“คุณจะหาว่าผมเอาเปรียบอีกไหมถ้าผมให้เงินอีกสิบล้าน”
“ค่าอะไร!”
“ค่าอะไรแล้วแต่คุณจะคิดอาจเป็ค่าเสียเวลา ค่าเช่ามดลูก”
แต่ละคำที่ออกมาจากปากเจ็บจี๊ด และกรีดเนื้อเฉือนใจ เวรุณีอยากรู้จริงๆ ในชีวิตธรณ์เจอผู้หญิงตอแหลถึงขั้นไหนจึงทำให้ทัศนคติเขาแย่เช่นนี้
“งั้นแฟร์ๆ ก็แล้วกันผมให้เวลาคุณตัดสินใจสามวัน จากนั้นจะมาเอาคำตอบ”
เขาแบมือทำท่ายอมแพ้แต่เธอมองเป็การล้อเลียนมากกว่า
“อย่าตุกติกเชียวนะเวรุณี ผมไม่ใช่คนใจดีอะไรนัก”
หญิงสาวเชื่อหมดใจธรณ์ไม่ใช่คนใจดี เขาร้ายกาจแถมยังบ้ามากอีกด้วยเวรุณีนอนคิดวิธีรับมือกับเขาทั้งคืน นอนไม่หลับจนต้องเปิดคอมพิวเตอร์เล่นเฟซบุคแล้วก็พบคำตอบ
พจนารถทำหน้างงตอนเธอยื่นจดหมายให้
“ฝากถึงผู้การวันพรุ่งนี้นะ”
“แล้วทำไมไม่เอาให้เอง”
“มีเหตุจำเป็นิดหน่อย นารถ...ขอบใจนะที่เป็เพื่อนที่ดีของฉันมาตลอด”
เขารับฟังเธองงๆหลังจากนอนคิดทั้งคืนจนหาทางออกได้ เธอจะหนีไปจังหวัดแถบอีสานเพื่อนเก่าคนหนึ่งได้สามีเป็สารวัตร
ธรณ์พูดเองว่าเขาเป็นายธนาคารอย่างไรเสียก็ต้องเคารพกฎหมาย หากเวรุณีอยู่ภายใต้ความคุ้มกันของตำรวจเขาจะทำอะไรได้
งานก็ฝากจดหมายลาออกไปกับพจนารถแล้วส่วนเื่บ้านค่อยกลับมาจัดการทีหลัง ตอนนี้ขอหลบพายุร้ายที่ชื่อธรณ์ก่อน
“โหย! คิดถึงจังตัดสินใจมาปุ๊บปั๊บเลยนะเธอ”
ลลิตาเพื่อนเก่ามารับถึงสถานีขนส่งในตัวจังหวัด
“อุดมสมบรูณ์ขึ้นนะเนี่ยแม่สาวแบงค์”
เพื่อนล้อบีบลำแขนนิ่มขาวอวบ
“แล้วทิ้งน้องชายไว้ได้เหรอเห็นตัวติดกันจะตาย”
“ไทม์ตายแล้ว”
ลลิตาหน้าสลด ตบหลังปลอบหลังจากนั้นเธอไม่ถามอะไรเกี่ยวกับกรุงเทพฯเลยคิดว่าเวรุณีมาพักผ่อนทำใจเื่น้องชาย
จนกระทั่งวันที่สามสามีลลิตากลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันตามปรกติ เสียงกริ่งและรถตู้ดำเลี้ยวผ่านรั้วเข้ามาร่างสูงของคนไม่อยากเจอปรากฏขึ้นแทนที่
“ใครน่ะ”
ลลิตาส่งสายตาอยากรู้หลังจากผู้มาใหม่แจ้งว่า้าพบเพื่อน เวรุณีหน้าซีด อยากเป็ลมหนีไปให้เสียพ้นๆ
“มาคุยกันหน่อย ตามลำพังคุณคงไม่อยากเล่าทุกเื่ให้เพื่อนฟังหรอกจริงไหม”
ธรณ์กระซิบพอได้ยินกันสองคน
“ผมมาเอาคำตอบ”
ทั้งสองหยุดอยู่หลังบ้านซึ่งไกลตาผู้คน
“คำตอบของฉันคือไม่ค่ะขอปฏิเสธทุกข้อเสนอ”
เธอกอดออกอย่างถือดีด้วยคิดว่าอยู่ในบ้านตำรวจ เขาคงไม่กล้าทำอะไรมาก
“คุณเล่นตุกติก คุณหนีมา”
คนมาตามเธอหรี่ตามองอย่างตำหนิ
“จะหนีหรือเปล่าก็เื่ของฉันแต่ตอนนี้คำตอบเื่ที่คุณถามคือไม่ค่ะ กลับไปได้แล้ว”
“คิดเหรอว่าอยู่บ้านตำรวจแล้วจะช่วยคุณได้”
“ทุกคนต้องเคารพกฎหมายไม่มีใครหนีพ้นหรอกค่ะ”
“คุณเ้าเล่ห์กว่าที่ผมคิดเยอะนะเวรุณี”
เขายกมือเท้าสะเอวหัวเสีย ดวงตาดำเข้มดุดัน
“ยังไงก็น้อยกว่าคุณละกัน”
“เอ่อ... ทิปจ้ะ”
ลลิตามายืนลับๆ ล่อๆ
“ยังไงทานข้าวเย็นกันก่อนไหมคะแล้วค่อยคุยกันต่อทีหลัง”
ด้วยความเกรงใจและกลัวเพื่อนจะสงสัยมากเธอจึงจำต้องพาเขาไปร่วมโต๊ะอาหารเย็นด้วย